เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 29 - มีตาหามีแววไม่

บทที่ 29 - มีตาหามีแววไม่

บทที่ 29 - มีตาหามีแววไม่


บทที่ 29 - มีตาหามีแววไม่

ตระกูลเหลยซึ่งเป็นถึงมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งแห่งมณฑลหนานไม่ได้อาศัยอยู่ในย่านตัวเมืองอันพลุกพล่าน ทว่าพวกเขาได้สร้างคฤหาสน์ตระกูลเหลยเอาไว้ที่ชานเมืองตั้งแต่หลายปีก่อน

พื้นที่กว้างขวางกว่าสองร้อยหมู่ดูร่มรื่นราวกับสวนสาธารณะขนาดย่อมๆ

บรรดาเครือญาติทั้งสายตรงและสายรองนับสิบชีวิตล้วนอาศัยอยู่ที่นี่ พร้อมด้วยคนรับใช้และบอดี้การ์ดอีกหลายร้อยคน

"คุณปู่ของคุณวางแผนเผื่อเหลือเผื่อขาดให้ตระกูลเหลยไว้เป็นอย่างดีเลยนะเนี่ย!"

ขณะที่รถแล่นเข้าสู่เขตคฤหาสน์ หลินฝานทอดสายตามองทัศนียภาพอันงดงามราวกับสวนสาธารณะนอกหน้าต่างพลางเอ่ยชมจากใจจริง

ด้วยที่ดินผืนนี้ซึ่งปัจจุบันมีมูลค่าพุ่งสูงเกือบหมื่นล้านหยวน ต่อให้หงเทียนกรุ๊ปของตระกูลเหลยต้องล้มละลาย คนในตระกูลก็ยังมีชีวิตที่สุขสบายไปได้อีกนาน

เหลยมั่นซวงตระหนักดีถึงความน่าสะพรึงกลัวของหลินฝาน เธอจึงไม่กล้าแสดงท่าทีชะล่าใจแม้แต่น้อยและตอบกลับด้วยความนอบน้อม "คุณปู่เคยสอนไว้ว่าบนโลกใบนี้ไม่มีสิ่งใดอยู่ยงคงกระพัน คนเราต้องรู้จักเตรียมพร้อมรับมือกับความไม่แน่นอนค่ะ เมื่อยี่สิบกว่าปีก่อนคุณปู่เลยกว้านซื้อที่ดินผืนนี้มาสร้างเป็นคฤหาสน์ตระกูลเหลย ถ้าถึงคราวคับขันจริงๆ ก็ยังสามารถขายที่ดินผืนนี้ประทังชีวิตได้ค่ะ"

หลินฝานตอบรับในลำคอเบาๆ แล้วหลับตาลงพักผ่อนโดยไม่พูดอะไรอีก

รถมาหยุดจอดอยู่หน้าคฤหาสน์หลังใหญ่สุดซึ่งเป็นบ้านหลัก

เหลยมั่นซวงรีบลงจากรถและวิ่งอ้อมไปเปิดประตูฝั่งผู้โดยสารให้หลินฝานอย่างรู้หน้าที่ "คุณหลิน ถึงแล้วค่ะ แต่ตอนนี้คุณพ่อกับคุณอาของฉันน่าจะยังกลับมาไม่ถึง เลยไม่ได้ออกมาต้อนรับด้วยตัวเองนะคะ"

"ไม่เป็นไรหรอก!"

เป้าหมายของเขาคือมารักษาเหลยหงเทียน ยิ่งคนน้อยหลินฝานก็ยิ่งรู้สึกผ่อนคลาย

ทว่าทันทีที่หลินฝานก้าวลงจากรถ ชายหนุ่มท่าทางเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อผู้หนึ่งก็เดินอาดๆ ออกมาจากในบ้าน เขาส่งเสียงร้องวู้ด้วยความประหลาดใจ "เจ๊ซวง ต้นไม้เหล็กออกดอกแล้วเหรอเนี่ย หาแฟนได้แล้วสิ ท่าทางซอมซ่อแบบนี้เทียบกับคุณชายซงไม่ได้แม้แต่ปลายเล็บเลยนะเนี่ย!"

สีหน้าของเหลยมั่นซวงเปลี่ยนสีไปในพริบตา "เหลยซวี่ หุบปากเดี๋ยวนี้นะ!"

หมอนี่คือลูกพี่ลูกน้องของเธอที่วันๆ เอาแต่กินดื่มเที่ยวเล่นและแทบจะไม่เคยโผล่หน้ามาให้เห็นเลย ดังนั้นตอนที่รู้ว่าหลินฝานกำลังจะเดินทางมา เหลยมั่นซวงจึงแจ้งข่าวให้แค่พ่อ อา และพี่ชายคนโตทราบเท่านั้น

ใครจะไปคิดว่าช่วงเวลาสั้นๆ ที่เธอออกไปรับหลินฝาน ไอ้เหลยซวี่ดันโผล่หัวกลับมาพอดี

แถมตอนนี้ยังมาพูดจาพล่อยๆ ต่อหน้าหลินฝานอีกต่างหาก

เหลยมั่นซวงที่ต้องคุกเข่าขอร้องอยู่ถึงหนึ่งวันหนึ่งคืนเต็มๆ กว่าจะได้ตัวหลินฝานมารักษาย่อมต้องตื่นตระหนกเป็นธรรมดา

"นี่คือคุณหมอเทวดาหลิน เขาจะมารักษาคุณปู่"

"หมอเทวดาเรอะ" เหลยซวี่แค่นเสียงหัวเราะเยาะ ใบหน้าเต็มไปด้วยความดูแคลน "เจ๊ซวง เลิกพูดตลกเถอะน่า ไอ้หมอนี่หน้าตายังละอ่อนอยู่เลย จะไปเป็นหมอเทวดาได้ยังไง ฉันว่ามันเป็นผู้ชายที่เจ๊แอบซุกไว้แล้วไม่กล้าบอกใครมากกว่ามั้ง"

เมื่อจับสังเกตเห็นคิ้วที่ขมวดเข้าหากันของหลินฝาน เหลยมั่นซวงก็ไม่สนใจหน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหนอีกต่อไป เธอพุ่งเข้าไปตบหน้าเหลยซวี่ฉาดใหญ่ "ไอ้สารเลว เขาคือคุณหมอเทวดาหลินที่ฉันไปคุกเข่าอ้อนวอนมา รีบขอโทษเขาเดี๋ยวนี้เลยนะ!"

แน่นอนว่าเหลยซวี่ย่อมรู้เรื่องที่เหลยมั่นซวงไปคุกเข่าขอร้องหมอเทวดา และรู้ด้วยว่าหมอเทวดาคนนั้นคือใคร

แต่ภาพลักษณ์ของหลินฝานที่ดูอายุน้อยเกินไปทำให้เขาปฏิเสธที่จะเชื่อจากก้นบึ้งของหัวใจ เขาเชิดหน้าเถียงคอเป็นเอ็น "เจ๊ซวง ไอ้หมอนี่มันจะเป็นคนคนนั้นได้ยังไง เจ๊กลัวฉันเอาเรื่องนี้ไปฟ้องคุณชายซงว่าเจ๊แอบซุกผู้ชายไว้ แล้วกลัวไอ้หมอนี่จะโดนคุณชายซงสั่งเก็บล่ะสิไม่ว่า"

สวรรค์ ทำไมฉันถึงได้มีลูกพี่ลูกน้องที่โง่เง่าเต่าตุ่นขนาดนี้เนี่ย

คิดว่าหมอปีศาจผู้ปฏิเสธการรักษาเป็นคนที่ฉันจะกล้าหาใครมาสวมรอยง่ายๆ หรือไง

จังหวะนั้นเอง ขบวนรถหรูนับสิบคันก็แล่นทะยานใกล้เข้ามาอย่างรวดเร็ว

เหลยซวี่ตื่นเต้นดีใจจนเนื้อเต้น เขากุมแก้มที่โดนตบพลางพูดเสียงดัง "ลุงใหญ่กับพ่อฉันกลับมาแล้ว คราวนี้มาดูซิว่าเจ๊จะแก้ตัวยังไง บังอาจหาคนมาสวมรอยเป็นท่านผู้นั้นงั้นเหรอ!"

เมื่อเห็นท่าทางโง่เขลาเบาปัญญาของลูกพี่ลูกน้อง เหลยมั่นซวงก็หันไปหาหลินฝานด้วยความหวาดหวั่น "คุณหมอเทวดาหลิน ฉัน..."

หลินฝานตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "ไม่เป็นไร!"

ขบวนรถหรูจอดสนิท ชายวัยกลางคนสองคนที่มีใบหน้าคล้ายคลึงกันกระโดดลงจากรถก่อนที่บอดี้การ์ดจะทันได้เปิดประตูให้เสียอีก

เหลยกวงจงผู้เป็นพ่อของเหลยมั่นซวงและประธานกรรมการบริหารของหงเทียนกรุ๊ปคนปัจจุบันวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาพลางร้องถาม "มั่นซวง คุณหมอเทวดาหลินล่ะ"

เหลยซวี่ที่กำลังอ้าปากเตรียมจะฟ้องถึงกับอ้าปากค้างนิ่งงันไป

เวรเอ๊ย หรือว่าจะเป็นของจริงวะ เหลยมั่นซวงรีบแนะนำ "คุณพ่อคะ ท่านนี้คือคุณหมอเทวดาหลินค่ะ"

ทันทีที่เห็นหน้าหลินฝาน เหลยกวงจงก็ชะงักไปเล็กน้อย ความหนุ่มแน่นของหลินฝานอยู่เหนือจินตนาการที่เขามีต่อหมอปีศาจผู้ปฏิเสธการรักษาไปมากโข

แต่เขาก็ดึงสติกลับมาได้อย่างรวดเร็วและไม่กล้าแสดงท่าทีดูหมิ่นแม้แต่น้อย "คุณหมอเทวดาหลิน ในที่สุดคุณก็มาถึงแล้วครับ" จากนั้นเขาก็หันไปตวาดใส่เหลยมั่นซวง "มัวทำอะไรอยู่ ทำไมไม่เชิญคุณหมอเทวดาหลินเข้าไปข้างในล่ะ"

หลินฝานยิ้มบางๆ แล้วเอ่ยขึ้น "ประธานเหลย คุณหนูเหลยต้อนรับผมดีมากครับ แต่คุณชายท่านนี้กลับหาว่าผมเป็นตัวปลอม คุณหนูเหลยก็เลยเชิญผมเข้าบ้านไม่ได้ ผมมาคิดๆ ดูแล้ว หรือว่าผมควรจะกลับมาเยี่ยมเยียนใหม่วันหลังดีกว่าครับ"

ช่วงท้ายประโยค น้ำเสียงของหลินฝานเจือความเย็นชาขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด

สีหน้าของเหลยกวงจงเปลี่ยนไปทันที เขาหันขวับไปตบหน้าเหลยซวี่ฉาดใหญ่โดยไม่สนใจเหลยเย่าจู่ผู้เป็นน้องชายที่ยืนหัวโด่อยู่ข้างๆ เลยสักนิด

"ไอ้ลูกทรพี คุกเข่าขอโทษคุณหมอเทวดาหลินเดี๋ยวนี้เลยนะ!"

ขืนทำให้หลินฝานโกรธจนสะบัดก้นกลับไป พ่อของเขาอย่างเหลยหงเทียนก็คงไม่แคล้วต้องไปเฝ้ายมบาลแน่ๆ

ถึงตอนนี้ต่อให้เหลยซวี่จะโง่แค่ไหนก็ไม่กล้าตั้งข้อสงสัยอะไรอีกแล้ว

เขารีบคุกเข่าลงอ้อนวอนขอความเมตตา "คุณหมอเทวดาหลิน ผมมันมีตาหามีแววไม่ ขอคุณท่านโปรดอย่าถือสาหาความคนต่ำต้อยอย่างผมเลยนะครับ ให้อภัยผมเถอะครับ"

เหลยกวงจงพูดเสริมด้วยท่าทีนอบน้อม "คุณหมอเทวดาหลิน คุณสั่งสอนมันได้เต็มที่เลยครับ เอาให้คุณพอใจเลย"

"ก็ไม่ได้มีอะไรให้ต้องสั่งสอนหรอกครับ" หลินฝานเดินตรงเข้าไปในคฤหาสน์ "พวกคุณชายเสเพลแบบนี้ แค่จับมากระทืบสั่งสอนสักยกแล้วให้คุกเข่าสำนึกผิดสักสองสามชั่วโมงก็พอแล้ว ไม่มีอะไรให้ต้องลงไม้ลงมือมากหรอก"

มุมปากของเหลยกวงจงกระตุกเล็กน้อย เขาส่งสายตาเป็นเชิงรู้กันไปให้เหลยเย่าจู่

อีกฝ่ายรับลูกต่อทันที รอจนทุกคนเดินเข้าไปในบ้านหมดแล้ว เขาก็ชักเข็มขัดเจ็ดหมาป่าออกมาฟาดใส่เหลยซวี่ไม่ยั้งจนเจ้าตัวร้องห่มร้องไห้กราบกรานขอชีวิต

...

"คุณหมอเทวดาหลิน ในที่สุดคุณก็มา"

ภายในห้องที่เพียบพร้อมไปด้วยอุปกรณ์ทางการแพทย์ครบครัน หลินฝานได้พบกับเหลยหงเทียนในสภาพผอมแห้งติดกระดูก ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจและสายน้ำเกลือระโยงระยางเพื่อประทังชีวิต แต่ถึงกระนั้น ทันทีที่เห็นหลินฝาน เขาก็ยังพยายามฝืนสังขารเอ่ยปากทักทาย

หลินฝานปรายตามองเขาด้วยสายตาเย็นชา "ใครเป็นคนสั่งให้คุณใช้คุณหนูเหลยไปตามหาผม"

ตอนที่เหลยมั่นซวงบุกไปคุกเข่าขอร้องถึงหน้าบ้าน เขากำลังอยู่ในช่วงเข้าด้ายเข้าเข็มของการถอนพิษ เกือบจะทำเอาพิษกำเริบจนถึงขั้นเสียชีวิตไปแล้ว พอคิดเรื่องนี้ขึ้นมาหลินฝานก็รู้สึกหงุดหงิดไม่หาย

เขาอยากรู้ว่าไอ้เวรหน้าไหนมันคาบข่าวไปบอกตระกูลเหลย เพราะต่อให้ตระกูลเหลยจะเป็นถึงมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งแห่งมณฑลหนาน แต่พวกเขาก็ไม่มีคุณสมบัติพอที่จะล่วงรู้ตัวตนของเขาได้เลย

เหลยหงเทียนรวบรวมเรี่ยวแรงอันน้อยนิดยกนิ้วขึ้นชี้ไปที่เพดาน "เพื่อนเก่าที่เมืองหลวงครับ"

"ที่แท้ก็พวกนั้นนี่เองที่หาเรื่องมาให้ผมทำอีกแล้ว"

เหลยกวงจงเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง "คุณหมอเทวดาหลิน แล้วอาการป่วยของคุณพ่อผมล่ะครับ"

หลินฝานปัดความขุ่นเคืองในอดีตทิ้งไปแล้วตอบกลับ "ในเมื่อผมมาแล้วก็ต้องรักษาสัญญา แต่พวกคุณอย่าเพิ่งดีใจไป อาการของคุณปู่เหลยคือความเสื่อมถอยของร่างกายตามวัย มันเป็นกฎธรรมชาติ ถึงเวลาตายก็ต้องตาย ต่อให้ผมลงมือฝืนชะตาต่อชีวิตให้ ก็ช่วยยืดอายุขัยไปได้อีกแค่เจ็ดแปดปีเท่านั้น!"

เมื่อได้ยินดังนั้น ใบหน้าซีดเซียวของเหลยหงเทียนก็มีเลือดฝาดขึ้นมาเล็กน้อย ดวงตาของเขาเปล่งประกายด้วยความตื่นเต้น "คุณหมอเทวดาหลิน แค่นี้ก็เกินพอแล้วครับ เกินพอแล้วจริงๆ!"

เดิมทีเขาก็อายุแปดสิบสามปีแล้ว หมอยังบอกอีกว่าเขาคงอยู่ได้ไม่เกินสองเดือน การที่สามารถมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อีกตั้งเจ็ดแปดปีก็ถือว่าสวรรค์เมตตามากแล้ว

คนในตระกูลเหลยทุกคนต่างก็ดีใจจนเนื้อเต้น "ถ้างั้นก็ต้องรบกวนคุณหมอเทวดาหลินด้วยนะครับ!"

จากนั้นหลินฝานก็ไม่รอช้า เขาสั่งให้พยาบาลถอดเครื่องช่วยหายใจและสายน้ำเกลือออกจนหมด ก่อนจะเริ่มลงมือใช้วิชาสิบแปดเข็มลิขิตฟ้า

เนื่องจากสภาพร่างกายของเหลยหงเทียนค่อนข้างย่ำแย่ หลินฝานจึงเลือกใช้กระบวนท่าเปลี่ยนแปลงยี่สิบเจ็ดรูปแบบในขั้นที่สามเพื่อหยุดยั้งการรั่วไหลของพลังชีวิตเสียก่อน ตามด้วยกระบวนท่าเปลี่ยนแปลงสิบแปดรูปแบบในขั้นที่สองเพื่อกระตุ้นศักยภาพที่ซ่อนอยู่ และปรับโครงสร้างร่างกายของเขาเสียใหม่

เพียงชั่วพริบตา หลินฝานก็ใช้วิชาสิบแปดเข็มลิขิตฟ้าไปถึงสี่สิบห้ารูปแบบ ทำเอาคนในตระกูลเหลยที่ยืนดูอยู่ต่างก็ตาลายไปตามๆ กัน

แต่พวกเขาก็ไม่มีใครกล้าส่งเสียง หรือแม้แต่จะกะพริบตาก็ยังไม่กล้า ได้แต่จ้องมองตาไม่กะพริบ...

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 29 - มีตาหามีแววไม่

คัดลอกลิงก์แล้ว