- หน้าแรก
- ตำนานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล
- บทที่ 31 ปอร์ตู จูเนียร์ส ปะทะ ฟามาลิเคา ยู-19: ใบหน้าที่ไม่คุ้นเคย
บทที่ 31 ปอร์ตู จูเนียร์ส ปะทะ ฟามาลิเคา ยู-19: ใบหน้าที่ไม่คุ้นเคย
บทที่ 31 ปอร์ตู จูเนียร์ส ปะทะ ฟามาลิเคา ยู-19: ใบหน้าที่ไม่คุ้นเคย
บทที่ 31 ปอร์ตู จูเนียร์ส ปะทะ ฟามาลิเคา ยู-19: ใบหน้าที่ไม่คุ้นเคย
การแข่งขันกลับมาเริ่มอีกครั้ง และทีมฟามาลิเคาก็เริ่มบีบพื้นที่อย่างดุดันอีกหน แต่นักเตะทีมเอฟซี ปอร์ตู จูเนียร์ส ที่เพิ่งโดนโค้ชสวดยับมาหมาด ๆ ไม่ได้เสียความเยือกเย็นและไม่ยอมจำนนต่อการเพรสซิงสูงของทีมคู่แข่ง
ตรงกันข้าม พวกเขาต่อบอลกันอย่างชาญฉลาด และจ่ายบอลให้เพื่อนร่วมทีมทันทีที่เห็นนักเตะฟามาลิเคาวิ่งเข้าใส่
ด้วยสไตล์การเล่นแบบนี้ ทำให้นักเตะทีมฟามาลิเคาหมดแรงอย่างรวดเร็ว และทีมปอร์ตูก็สามารถรักษาการครองบอลไว้ได้ พร้อมกับค่อย ๆ ดันเกมขึ้นหน้าทะลวงเข้าสู่แดนคู่แข่ง
ฌูเอา เตย์เชย์รา เพิ่งรับบอลมาจากอังเดร โอลีเวย์รา และเขาก็รีบตวัดจ่ายบอลต่อไปให้ติอาโก อังดราด ที่ยืนว่างอยู่ทางกราบซ้ายของสนาม
ติอาโกรับบอลและกระชากทะลวงลงไปตามพื้นที่ว่างฝั่งซ้ายของสนาม โดยตั้งใจจะเข้าไปให้ใกล้พอที่จะเปิดบอลเข้ากรอบเขตโทษ หรือไม่ก็ลากเลื้อยตัดเข้าในด้วยตัวเอง ทว่าก่อนที่เขาจะไปได้ไกล เส้นทางของเขาก็ถูกขวางกั้นโดยนักเตะฟามาลิเคาสองคน
เขาชะลอความเร็วลงและคลึงบอลสลับไปมาด้วยปลายเท้า พยายามหาช่องว่างเพื่อเลี้ยงฝ่าด่านไปให้ได้ แต่นักเตะคู่แข่งก็ไม่ยอมพุ่งเข้าสกัด และดูเหมือนจะตั้งใจบีบให้เขาออกนอกสนามไปเสียมากกว่า
เมื่อเห็นว่าไม่สามารถผ่านไปได้ เขาจึงพยายามมองหาทางเลือกอื่นในการจ่ายบอล แต่นักเตะฟามาลิเคาก็ตามประกบคนอื่น ๆ รอบตัวไว้แน่นหนา ทว่าโชคดีที่เขามองเห็นอูมารู กานเด ทางฝั่งขวาของสนามยืนอยู่โดยไร้ตัวประกบ จึงรีบสาดบอลข้ามฟากไปให้เขาทันที
อูมารูรีบขยับจัดระเบียบร่างกายเพื่อรอรับบอล ทว่าขณะที่ลูกบอลพุ่งเข้าหาขาที่ยื่นออกไปของเขา โชเซ มาเซดู มิดฟิลด์จากทีมฟามาลิเคาก็พุ่งเข้ามาเช่นกัน
โชเซ มาเซดู พุ่งเสียบสไลด์เข้าใส่ลูกบอล หวังจะสกัดทิ้งก่อนที่มันจะถึงอูมารู แต่กลับกลายเป็นการพุ่งเข้าชน ขาที่เหยียดออกไปของโชเซกระแทกเข้าใส่อูมารูอย่างจัง จนทั้งคู่ล้มกลิ้งลงไปกองกับพื้น ขณะที่ลูกบอลกลิ้งออกนอกสนามไป
“จังหวะนั้นดูน่าจะเจ็บเอาเรื่องเลยนะครับ”
ผู้บรรยายกล่าวขณะเฝ้ามองนักเตะทั้งสองคนปะทะกัน
โชเซลุกขึ้นจากพื้นได้ในเวลาไม่นาน แต่อูมารูกลับนอนกองอยู่ตรงนั้น กลิ้งทุรนทุรายไปมาพร้อมกับกุมขาขวาไว้แน่น และทุบกำปั้นลงบนพื้นซ้ำ ๆ ด้วยความเจ็บปวด
นักเตะจากทั้งสองทีม รวมไปถึงผู้ตัดสินรีบวิ่งเข้าไปหาทันที เมื่อเห็นว่าอูมารูไม่ยอมลุกขึ้นมา
ผู้ตัดสินควักใบเหลืองแจกให้โชเซเป็นอันดับแรก ก่อนจะเดินเข้าไปหาอูมารูที่ยังคงนอนกุมขาขวาหลับตาปี๋ด้วยความเจ็บปวด โดยมีเพื่อนร่วมทีมยืนล้อมรอบด้วยความเป็นห่วง
เมื่อเห็นว่าสถานการณ์ดูเหมือนจะค่อนข้างรุนแรง ผู้ตัดสินจึงรีบส่งสัญญาณเรียกทีมแพทย์ให้เข้ามาในสนามเพื่อตรวจดูอาการของนักเตะที่บาดเจ็บทันที
อันโตนิโอเฝ้ามองทีมแพทย์วิ่งกรูเข้าไปดูอาการของอูมารูด้วยสีหน้ากังวล ก่อนจะปรายตามองไปที่ม้านั่งสำรองของทีม ความคิดหลากหลายแล่นพล่านอยู่ในหัว เพราะนี่คือสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด
จากรูปการณ์แล้ว ดูเหมือนอูมารูจะไม่สามารถลงเล่นต่อได้ แม้ว่านี่จะเพิ่งถึง น. 32 ของเกมการแข่งขันก็ตาม
เดิมทีอูมารูมีกำหนดต้องถูกเปลี่ยนตัวออกเพื่อให้เจสันลงไปแทนในช่วงใดช่วงหนึ่งของครึ่งหลัง หลังจากที่เจสันได้เฝ้าดูรูปเกมมากพอแล้ว แต่ตอนนี้อูมารูได้รับบาดเจ็บ ดูเหมือนว่าเจสันจะต้องลงสนามเร็วกว่ากำหนด
โชคร้ายที่เจสันเป็นนักเตะเพียงคนเดียวบนม้านั่งสำรองที่สามารถเล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์ฝั่งขวาได้
อันโตนิโอไม่ได้มีอคติอะไรกับการส่งเจสันลงสนาม แต่ทีมของเขากำลังเป็นฝ่ายตามหลัง และมันก็เร็วเกินไปที่จะตัดสินใจเสี่ยงส่งนักเตะหน้าใหม่ที่ยังไม่คุ้นเคยกับทีมลงไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสถานการณ์ของเกมยังคงแขวนอยู่บนเส้นด้าย
ความคิดหลากหลายตีกันวุ่นวายในหัวของอันโตนิโอ แต่ท้ายที่สุดแล้ว เขาก็ไม่อาจขัดขืนคำขอของเจ้านายที่ให้ส่งเจสันลงสนามได้... แถมมันก็ไม่มีทางเลือกอื่นแล้วด้วยซ้ำ เขาจึงร้องเรียกเจสัน
“ไปวอร์มอัพซะ นายมีเวลาสองนาที”
“ครับโค้ช”
เจสันตอบกลับแทบจะในทันที ใบหน้าของเขาสว่างไสวขึ้นขณะผุดลุกจากม้านั่งและเริ่มออกกำลังกายอบอุ่นร่างกาย
เขาอดไม่ได้ที่จะแอบรู้สึกดีใจนิด ๆ ที่เพื่อนร่วมทีมได้รับบาดเจ็บจนทำให้เขาได้ลงสนามเร็วขึ้น แต่ลึก ๆ ในใจเขาก็ภาวนาขอให้อีกฝ่ายหายกลับมาโดยเร็วระหว่างที่กำลังวอร์มอัพ
สองนาทีต่อมา เขาก็ไปยืนอยู่ด้านหลังอันโตนิโอพลางขยับจัดเสื้อแข่งให้เข้าที่ ขณะที่อันโตนิโอกำลังสั่งการเขา
“ฉันมั่นใจว่านายตั้งใจดูเกมมาตลอด แต่สิ่งที่ฉันต้องการจากนายคือการรักษาการครองบอลเอาไว้ พร้อมกับเปิดเกมรุกให้เร็วที่สุดทันทีที่นายได้บอล”
“ป้อนบอลให้กองหน้าที่ยืนว่างอยู่ หรือลากเลื้อยตัดเข้ากรอบเขตโทษถ้ามีโอกาส แต่ก็อย่าลืมลงมาช่วยฟาบิโอเล่นเกมรับทางกราบขวาเวลาที่เราไม่ได้ครองบอลด้วย”
“แล้วก็ บอกให้ไมโลวิ่งหาช่องให้มากกว่านี้หน่อย หมอนั่นต้องสลัดตัวประกบให้หลุดเพื่อรอรับลูกพาส”
อันโตนิโอพ่นคำสั่งใส่หูเขาเป็นชุด ขณะที่พวกเขายืนอยู่ข้างสนามรอให้อูมารูถูกหามออกไปบนเปลพยาบาล
“จังหวะสกัดนั้นคงจะเจ็บปวดเอาเรื่องอย่างที่เห็นเลยล่ะครับ ตอนนี้นักเตะที่บาดเจ็บกำลังถูกหามออกไป และดูเหมือนว่าเขาจะไม่สามารถเล่นต่อได้แล้ว”
ผู้บรรยายเอ่ยเสียงเรียบ ขณะที่อูมารูถูกวางลงบนเปลพยาบาลอย่างระมัดระวัง และถูกทีมแพทย์ยกหามออกไปจากผืนหญ้า
“มีนักเตะหน้าใหม่กำลังจะถูกเปลี่ยนตัวลงมาครับ และเขาเป็นคนที่ไม่คุ้นหน้าเอาเสียเลย”
“ใบหน้าที่ไม่คุ้นเคย ชื่อที่ไม่คุ้นหู และประวัติที่ไม่คุ้นตา ผมล่ะอยากรู้จริง ๆ ว่านักเตะคนนี้จะมีเซอร์ไพรส์อะไรมาฝากพวกเราในวันนี้”
ผู้บรรยายกล่าวขณะที่เจสันวิ่งเหยาะ ๆ ลงสู่ผืนหญ้าตรงไปหาไมโล และกระซิบคำสั่งของโค้ชที่ข้างหูเขา
“โค้ชบอกให้นายวิ่งหาช่องให้มากกว่านี้หน่อย แล้วก็สลัดตัวประกบให้หลุด พวกเราจะได้จ่ายบอลไปให้นายได้”
เขาบอกกับไมโล ซึ่งอีกฝ่ายก็พยักหน้ารับเป็นคำตอบ
เมื่อถ่ายทอดคำสั่งของโค้ชเสร็จสิ้น เขาก็วิ่งไปประจำการทางกราบขวาของสนาม เฝ้ารอให้การแข่งขันเริ่มต้นขึ้นอีกครั้งด้วยเลือดในกายที่เดือดพล่านด้วยความตื่นเต้น
โปรดติดตามตอนต่อไปฝากติดตามเพจ Ipe นิยายแปล
จบตอน
By. charcoal gray silver gold maya เพจ Ipe นิยายแปล
═❀═❀═❀═❀═❀═❀═