- หน้าแรก
- ตำนานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล
- บทที่ 8 แมตช์ทดสอบแรก ทีม B ปะทะ ทีม C
บทที่ 8 แมตช์ทดสอบแรก ทีม B ปะทะ ทีม C
บทที่ 8 แมตช์ทดสอบแรก ทีม B ปะทะ ทีม C
บทที่ 8 แมตช์ทดสอบแรก ทีม B ปะทะ ทีม C
ปรี๊ดดดดดด!!!
เสียงนกหวีดหมดเวลาการแข่งขันระหว่างทีม A และทีม D ดังขึ้น แมตช์จบลงด้วยสกอร์ 5-3 โดยทีม A เป็นฝ่ายชนะ ความดีใจฉายชัดบนใบหน้าที่เหนื่อยล้าขณะที่พวกเขาเดินออกจากสนาม ในทางกลับกัน ความเศร้าหมองและร่องรอยของความสิ้นหวังกลับปรากฏอยู่บนใบหน้าของผู้แพ้
พวกเขารู้ดีว่าสูญเสียโอกาสที่จะสร้างความประทับใจให้เหล่าแมวมองไปแล้ว ต่างจากคู่แข่งที่ยังเหลือแมตช์ให้ลงเล่นอีกหนึ่งนัด ตอนนี้พวกเขาทำได้เพียงหวังว่าฟอร์มการเล่นในแมตช์ที่ผ่านมาจะดีพอที่จะเตะตาแมวมองบางคนได้
นี่คือความคิดและความรู้สึกของผู้แพ้
มันเป็นความคิดที่เจสันสามารถมองเห็นได้จากใบหน้าของพวกเขา แต่เป็นความคิดที่เขาไม่เคยคิดอยากจะให้เกิดขึ้นกับตัวเอง และเพื่อสร้างความมั่นใจในเรื่องนี้ เขาจะเล่นให้สุดความสามารถ โดยหวังว่าเพื่อนร่วมทีมจะทำแบบเดียวกัน และแผนการเล่นที่พวกเขาวางไว้ก่อนเกมจะได้ผล
ด้วยใบหน้าที่มุ่งมั่น เขาเดินลงสนามพร้อมกับเพื่อนร่วมทีม และเริ่มจัดตำแหน่งกันบนสนามตามแผนการเล่นในขณะที่ฝั่งคู่แข่งก็ทำแบบเดียวกัน ไม่ถึงหนึ่งนาทีต่อมา พวกเขาก็เข้าประจำที่และรอให้การแข่งขันเริ่มต้นขึ้น
แมตช์นี้จะแข่งกันครึ่งละ 30 นาที และมีเวลาพักครึ่ง 10 นาที
ผู้ตัดสินประจำแมตช์ยกนกหวีดขึ้นจ่อปาก ระหว่างรอกองหน้าของทีม B ไปยืนประจำจุดเขี่ยบอล เนื่องจากพวกเขาชนะการเสี่ยงทายเหรียญและได้เป็นฝ่ายเขี่ยบอลก่อน
กองหน้าคนนั้นรีบเดินไปที่ลูกบอลเมื่อเห็นผู้ตัดสินมองมา และทันทีที่เขาเข้าประจำที่ เขาก็ได้ยินเสียงนกหวีดเป่าเริ่มเกม เขาจึงรีบเขี่ยบอลส่งคืนหลังไปยังแดนของตัวเอง
เมื่อการแข่งขันเริ่มต้นขึ้น กองหน้าทั้งสามคนของทีม C ก็พุ่งทะยานเข้าสู่แดนของคู่แข่งเพื่อไล่บี้แย่งบอล ขณะที่เจสันวิ่งเหยาะๆ ตามไปติดๆ พลางสังเกตการยืนตำแหน่งของอีกฝ่าย เพื่อดูว่าพวกเขากำลังเล่นในแผนอะไร
เจสันมองเห็นผู้เล่นสามคนยืนเรียงเป็นแผงหลัง และในขณะที่ผู้เล่นแดนกลางกำลังวิ่งพล่านและจ่ายบอลไปมาเพื่อไม่ให้เสียการครอบครองบอล เขาก็ยังสังเกตเห็นว่าพวกเขามีกองกลางแค่สี่คน
‘งั้นก็... แผน 3-4-3 สินะ?’ เขาคาดเดาขณะประเมินรูปเกมเบื้องต้นของทีมคู่แข่ง พลางวิ่งวนเวียนอยู่หน้ากองหน้าตัวเป้าของทีม B เพื่อคอยดักสกัดบอลหากมันถูกส่งมาทางนี้
เขามองเห็นเพื่อนร่วมทีมในแดนกลางกำลังทำแบบเดียวกันกับบรรดาปีกของทีม B ในขณะที่กองหลังยังคงรักษาระยะอยู่ด้านหลังเพื่อเป็นปราการด่านสุดท้ายหากแดนกลางถูกทะลวง
บอลยังคงถูกเคาะไปมาในแดนของคู่แข่งนานกว่าหนึ่งนาทีเต็ม แต่บรรดากองหน้าของทีม C ก็ยังไม่ได้สัมผัสบอลเลย พวกเขาจึงชำเลืองมองกลับไปที่เจสัน และเมื่อได้รับสายตาอนุมัติ พวกเขาก็เริ่มค่อยๆ ถอยร่นลงมาตามที่ตกลงกันไว้ ทำให้ดูเหมือนว่าพวกเขาไม่สามารถแย่งบอลมาเล่นได้
กองกลางของทีม B ดูเหมือนจะตระหนักถึงเรื่องนี้และเริ่มกล้าเล่นบอลมากขึ้น
พวกเขาเริ่มดันเกมขึ้นไปในแดนของคู่แข่งอย่างช้าๆ แถมยังเริ่มโชว์ลีลาทักษะและเลี้ยงหลบกองหน้าของทีม C แต่ถึงแม้จะผ่านไปอีกหลายนาที ทีม C ก็ยังคงไม่เปิดพื้นที่ว่างให้ พวกเขาเพียงแค่อดทนรอให้ทีม B บุกเข้ามา
ในที่สุด ผู้เล่นทีม B ก็ทนกับสภาวะคุมเชิงนี้ไม่ไหว กองหน้าของพวกเขารีบวิ่งสอดทะลุขึ้นหน้า ขณะที่กองกลางตัวกลางคนหนึ่งงัดบอลข้ามหัวมิดฟิลด์ส่งไปให้กองหน้าของทีมตัวเอง
เป้าหมายของการจ่ายบอลครั้งนี้คือกองหน้าตัวเป้าที่เจสันกำลังตามประกบอยู่
เจสันทำอะไรไม่ได้กับบอลที่ลอยข้ามหัวไป เขาได้แต่มองลูกบอลพุ่งตรงไปยังกองหน้าตัวเป้าที่กำลังควบตะบึงเข้าหาเสาประตูของทีม C แต่เขาไม่ได้ตื่นตระหนกแต่อย่างใด เพราะทั้งหมดนี้อยู่ในการคาดการณ์ของแผนการเล่นอยู่แล้ว
กองหน้าตัวเป้าทีม B สามารถจับบอลลงได้อย่างสวยงามและเริ่มเลี้ยงจี้เข้าหาประตู แต่ก็ต้องเบรกตัวโก่งอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นเซ็นเตอร์แบ็กสองคนขวางทางอยู่
เขารีบกวาดสายตามองไปที่ริมเส้นหวังจะหาใครสักคนเพื่อจ่ายบอลตัดขวางไปให้ แต่ปีกของเขากลับถูกฟูลแบ็กของทีม C ตามประกบติดจนขยับไม่ได้
ก่อนที่เขาจะทันได้ตัดสินใจว่าจะจ่ายบอลไปทางไหน เจสันก็พุ่งเข้ามาบีบพื้นที่จนทำให้เขาลนลานเล็กน้อยและพยายามจะเลี้ยงบอลฝ่าเซ็นเตอร์แบ็กของทีม C ไป แต่โชคร้ายที่เขาโดนเควินแย่งบอลไปได้ ซึ่งเควินก็รีบป้ายบอลต่อให้คาร์ลอสที่อยู่ด้านหลังเขาทันที
กองหน้าทีม B รีบวิ่งกรูกันเข้าไปหาคาร์ลอส หวังจะแย่งบอลกลับคืนมา แต่คาร์ลอสกลับจ่ายบอลคืนหลังลึกลงไปให้ผู้รักษาประตูอย่างแอรอนส์ ซึ่งแอรอนส์ไม่ได้ใช้มือรับบอล แต่กลับงัดบอลข้ามหัวปีกขวาของทีม B ไปให้เทรเวอร์ที่ตอนนี้ยืนว่างอยู่ ในขณะที่สมาชิกคนอื่นๆ ของทีม C เริ่มวิ่งสปรินต์พุ่งทะยานขึ้นหน้าเข้าสู่แดนคู่แข่งทันที
เทรเวอร์กวาดสายตามองสนามอย่างรวดเร็วและสาดบอลโด่งไปในทิศทางของจอร์แดน ฟุสช์ ปีกขวาของทีมที่กำลังยืนโล่งไม่มีใครประกบอยู่ทางกราบขวาในแดนคู่แข่ง
จอร์แดนสังเกตเห็นบอลลอยมาทางเขาและดูดบอลลงอย่างนิ่มนวลก่อนจะกระชากบอลบุกทะลวงขึ้นไป แต่ไม่นานเขาก็พบว่าเส้นทางของตัวเองถูกขวางไว้โดยหนึ่งในสามเซ็นเตอร์แบ็กของทีม B
แทนที่จะพยายามเลี้ยงหลบ เขาตัดสินใจตบลูกกลับเข้ามาตรงกลางสนามเข้าเท้าของเจสันที่วิ่งสอดเติมขึ้นมาจากด้านหลังและรอรับบอลอยู่
เจสันไม่ปล่อยให้เสียเวลาแม้แต่วินาทีเดียว เขาแทงบอลเลียดทะลุช่องผ่านหลังเซ็นเตอร์แบ็กคนหนึ่งไปทางปีกซ้าย ซึ่งนิโก้กำลังสับไกวิ่งเต็มสปีดเพื่อไปรับบอล
โชคร้ายที่นิโก้จับบอลจังหวะแรกไม่ดีจนบอลแทบจะหลุดออกนอกสนาม แต่ทันทีที่ควบคุมบอลได้ เขาก็หักหลบเปลี่ยนทิศทางและพาบอลตัดเข้าใน แต่เวลาไม่กี่วินาทีที่เสียไปเพราะการจับบอลลั่นก็มากพอที่จะทำให้กองหลังฝั่งตรงข้ามตามมาทัน และตอนนี้กองหลังคนนั้นก็ยืนขวางเส้นทางสู่ประตูของเขาอยู่
เซ็นเตอร์แบ็กที่ขวางหน้านิโก้พยายามชะลอความเร็วของเขาเพื่อถ่วงเวลาให้เพื่อนร่วมทีมลงมาตั้งรับ แต่นิโก้ก็อ่านเกมออกอย่างรวดเร็วและไหลบอลกลับเข้าไปตรงกลางให้เจสันที่วิ่งเติมขึ้นมา
เจสันวิ่งเข้าหาบอลพลางจับจ้องไปที่แดเนียล ฟอร์สเบิร์ก ซึ่งกำลังวิ่งสอดเข้าไปในกรอบเขตโทษโดยมีเซ็นเตอร์แบ็กคนหนึ่งวิ่งไล่กวดมาติดๆ ขณะที่เซ็นเตอร์แบ็กอีกคนก็กำลังวิ่งพุ่งตรงมาหาเจสัน เขาจึงไม่มีเวลามาจับบอลจังหวะสอง เพราะรู้ดีว่ากองหลังคนนั้นคงไม่ลังเลที่จะทำฟาวล์เขาเพื่อป้องกันการเสียประตู โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเขายังอยู่แค่ตรงหัวกะโหลกหน้าเขตโทษและยังไม่ได้เข้าไปข้างใน
โชคดีที่เจสันฝึกซ้อมมาอย่างหนักและมีประสบการณ์มากพอที่จะไม่หมดมุกในสถานการณ์แบบนี้
เขาวิ่งเข้าหาลูกบอลอย่างเยือกเย็น ตวัดขาขวาไขว้ไปด้านหลังขาซ้าย แล้วเตะจ่ายบอลแบบ 'ราโบน่า' โค้งเข้าไปในเขตโทษส่งตรงไปให้แดเนียลที่กำลังทะยานเข้ามา แดเนียลพุ่งหลาวโหม่งบอลส่งลูกหนังพุ่งผ่านมือผู้รักษาประตูที่ยืนอึ้ง ซึ่งแม้จะพุ่งตัวตามบอลไปแล้วก็ไม่อาจเอื้อมถึงได้ทันเวลาเนื่องจากตอบสนองต่อการโจมตีอันกะทันหันนี้ช้าไปเพียงเสี้ยววินาที
โกลลลลลลลล!!!
โปรดติดตามตอนต่อไปฝากติดตามเพจ Ipe นิยายแปล
จบตอน
By. charcoal gray silver gold maya เพจ Ipe นิยายแปล
═❀═❀═❀═❀═❀═❀═