เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 10: หนุ่มยากจนทิ้งศักดิ์ศรีเพื่อเงินตรา

บทที่ 10: หนุ่มยากจนทิ้งศักดิ์ศรีเพื่อเงินตรา

บทที่ 10: หนุ่มยากจนทิ้งศักดิ์ศรีเพื่อเงินตรา


สีหน้าของเสิ่นชิงหลิงแทบจะไม่ปรากฏอารมณ์ใดๆ เขาก้มหน้าลงมองหร่วนหมิงอีด้วยสายตาที่เย็นชาเฉกเช่นเคย

ริมฝีปากบางที่เม้มเข้าหากันเล็กน้อยของชายหนุ่ม เผยให้เห็นร่องรอยของความรำคาญใจ "คุณหนูหร่วน มีธุระอะไรหรือเปล่าครับ?"

หร่วนหมิงอีไม่ได้รู้สึกเกรงกลัวใบหน้าอันเย็นชาของเขาเลยแม้แต่น้อย เธอกลับส่งยิ้มหวานแล้วพูดว่า "นายยังจำฉันได้จริงๆ ด้วย"

คำพูดของเสิ่นชิงหลิงแฝงไปด้วยความประชดประชัน "คุณหนูหร่วนทิ้งความประทับใจไว้ให้ผมอย่างลึกซึ้งเลยล่ะครับ"

"ฉันมาเพื่อขอโทษสำหรับเรื่องเมื่อวานน่ะ ฉันอยากจะเลี้ยงข้าวเพื่อเป็นการไถ่โทษ จะได้ไหม?"

"ไม่จำเป็นหรอกครับ แค่คุณหนูหร่วนไม่เข้ามารบกวนชีวิตผมก็ดีมากพอแล้ว"

"ก็แค่กินข้าวด้วยกันมื้อเดียวเองน่า นายคงไม่อยากเสียงานพาร์ตไทม์ที่ร้านกาแฟไปหรอกใช่ไหม?"

เสิ่นชิงหลิงขมวดคิ้ว "คุณกำลังขู่ผมเหรอ?"

หร่วนหมิงอีกะพริบตาปริบๆ อย่างไร้เดียงสา "จะเรียกว่าขู่ได้ยังไงล่ะ? ก็แค่ลูกไม้เล็กๆ น้อยๆ เพื่อผูกมิตรกับนายก็เท่านั้นเอง"

เสิ่นชิงหลิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "ถ้าอย่างนั้นก็ไล่ผมออกเลยสิครับ"

หร่วนหมิงอีมองเห็นความไม่แยแสในตัวเขา สำหรับเสิ่นชิงหลิงแล้ว นีก็เป็นแค่งานพาร์ตไทม์เท่านั้น อย่างแย่ที่สุดเขาก็แค่ไปหางานใหม่ทำ และเขาก็ไม่คิดจะเสียเวลามาต่อกรกับเธอด้วย

แต่หร่วนหมิงอีก็ไม่ยอมถอย เธอเลิกคิ้วขึ้นแล้วพูดว่า "นายคงไม่อยากให้ทุกคนในร้านนั้นต้องตกงานเพราะนายหรอกใช่ไหม?"

หร่วนหมิงอีดูออกว่าเสิ่นชิงหลิงค่อนข้างจะปกป้องพวกผู้หญิงในร้านเมื่อวานนี้ ดูเหมือนเขาจะไม่ได้เย็นชาอย่างที่เห็นภายนอก เขาคงจะเป็นพวกหน้าเนื้อใจเสือ เอ้ย ภายนอกเย็นชาแต่ภายในอบอุ่นสินะ ผู้ชายแบบนี้ ถ้าใครได้เข้าไปอยู่ในใจเขาแล้วล่ะก็ เขาจะต้องมอบความอ่อนโยนและความลำเอียงทั้งหมดที่มีให้คนคนนั้นอย่างแน่นอน

และสิ่งที่หร่วนหมิงอีต้องการมากที่สุดก็คือความรักที่รุนแรงและสุดโต่ง

หากมันเป็นความรักแบบเดียวกับที่คนอื่นมี เธอก็ขอไม่มีมันเสียดีกว่า

เป็นไปตามคาด เสิ่นชิงหลิงมีท่าทีลังเลเพราะประโยคนั้น

เขาเผยอปากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายก็ไม่ได้เอ่ยปฏิเสธ

"แค่ครั้งเดียวนะครับ"

"ตกลง!"

"ผมหวังว่าคุณหนูหร่วนจะรักษาคำพูดนะครับ"

"ฉันไม่มีทางทำเรื่องหลอกลวงผู้ชายหรอกน่า"

เย่เฉียวปรายตามองหร่วนหมิงอี พลางคิดในใจว่า ถ้าขืนเชื่อคำพูดของยัยนี่ก็คงเป็นปาฏิหาริย์แล้วล่ะ

เสิ่นชิงหลิงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเวลา "แต่ผมยังมีเรียนอยู่นะครับ รบกวนคุณหนูหร่วนไปหาที่รอฆ่าเวลาไปก่อนก็แล้วกัน"

ดวงตาอันทรงเสน่ห์ราวกับจิ้งจอกของหร่วนหมิงอีหยีโค้งเป็นรอยยิ้ม ถึงแม้เขาจะไม่ชอบเธอเอามากๆ แต่เขาก็ยังคงเรียกเธอว่าคุณหนูหร่วนอย่างสุภาพ

อันที่จริง เสิ่นชิงหลิงก็... รังแกง่ายเหมือนกันนะ

ตราบใดที่คุณไม่กลัวใบหน้าอันเย็นชาของเขา และดึงดันจะทำตัวไร้เหตุผลเข้าใส่ เขาก็ทำอะไรคุณไม่ได้จริงๆ นั่นแหละ

"ฉันขอไปเรียนกับนายด้วยได้ไหม?"

"คุณหนูหร่วน เชิญตามสบายเลยครับ ผมไม่ได้เป็นเจ้าของห้องเรียน"

"ตกลง งั้นไปด้วยกันเลย"

หญิงสาวรูปงามทั้งสองคนจึงเดินตามหลังเสิ่นชิงหลิงออกไป

กลุ่มคนที่กำลังเยาะเย้ยเสิ่นชิงหลิงเมื่อครู่นี้ถึงกับหุบปากเงียบกริบในทันที

"ทำไมพวกเธอถึงมาหาเสิ่นชิงหลิงจริงๆ ล่ะเนี่ย..."

"หรือว่าพวกเธอไม่ได้มาหาเสิ่นชิงหลิง แต่มาหานายกันแน่?"

"คนรวยเขาก็สนใจหน้าตากันขนาดนี้เลยเหรอ? ท่าทีของเสิ่นชิงหลิงออกจะเย็นชาซะขนาดนั้น เธอยังกล้าเข้าไปหาอีก"

"อย่ามาทำตัวขี้อิจฉาหน่อยเลย แน่นอนว่าต้องเป็นเพราะเสิ่นชิงหลิงมีเสน่ห์ดึงดูดใจน่ะสิ"

"ผู้หญิงที่คุยกับเสิ่นชิงหลิงสวยมากเลยนะ สวยไม่แพ้ดาวมหา'ลัยเราเลย หนุ่มหล่อสาวสวยเดินคู่กันแบบนี้ นี่มันซีรีส์วัยรุ่นชัดๆ"

"เสิ่นชิงหลิงสูงตั้ง 188 เป็นความสูงมาตรฐานของพระเอกเลยนะ ไม่เหมือนใครบางคนหรอก ที่ถ้าถูกหลอกไปพม่าแล้วโดนเลาะเอ็นร้อยหวายออก ถึงจะได้รู้ว่าที่แท้ก็แค่ส้นรองเท้า"

"นี่นาย!......"

......

ภาพของเสิ่นชิงหลิง หร่วนหมิงอี และเย่เฉียว ที่กำลังเดินผ่านตึกเรียน ถูกถ่ายและนำไปโพสต์ลงอินเทอร์เน็ต เรียกยอดไลก์จากบรรดาขาเผือกได้เป็นจำนวนมาก

ตอนนี้เสิ่นชิงหลิงกลายเป็นคนดังบนโลกออนไลน์ไปแล้ว ไม่ว่าเขาจะไปที่ไหน ก็จะมีคนคอยตามถ่ายรูปเสมอ

มีนักศึกษาชายคนหนึ่งที่รู้ว่าหร่วนหมิงอีเป็นใคร ได้ตั้งกระทู้ปล่อยข่าวลือทันที โดยกล่าวหาว่าเสิ่นชิงหลิงเป็นผู้ชายที่ถูกคุณหนูบ้านรวยเลี้ยงดู

【ช็อก! หนุ่มหล่อขวัญใจมหาวิทยาลัยเจียงเฉิง เสิ่นชิงหลิง แท้จริงแล้วเป็นผู้ชายที่ถูกคุณหนูบ้านรวยเลี้ยงดู! หรือหนุ่มยากจนคนนี้จะยอมทิ้งศักดิ์ศรีเพื่อเงินตรา?】

ผู้โพสต์ได้เปิดเผยตัวตนของหร่วนหมิงอีลงในกระทู้โดยตรง

ชื่อเสียงของหร่วนหมิงอีในแวดวงสังคมชั้นสูงนั้นไม่ค่อยจะสู้ดีนัก เธอมักจะไปทานข้าวกับหนุ่มหล่อหน้าตาดีมากหน้าหลายตา ซึ่งส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นผู้ชายที่เธอรับเลี้ยงดู ดังนั้นทุกคนจึงด่วนสรุปไปแล้วว่า เสิ่นชิงหลิงเองก็เป็นเพียงผู้ชายขายตัวที่ยอมแลกศักดิ์ศรีกับเงินทองเช่นเดียวกัน

ด้านล่างโพสต์ มีนักศึกษาชายหลายคนที่อิจฉาเสิ่นชิงหลิงเข้ามาคอมเมนต์เยาะเย้ยถากถาง พูดจาเป็นตุเป็นตะราวกับว่าพวกเขาเห็นเสิ่นชิงหลิงขายตัวด้วยตาของตัวเอง

ส่วนพวกผู้หญิงส่วนใหญ่ก็เข้ามาเกาะติดสถานการณ์ ในขณะที่บางคนก็ด่าทอผู้โพสต์ที่ปล่อยข่าวลือเสียๆ หายๆ จนเกิดเป็นสงครามระหว่างแฟนคลับและแอนตี้แฟนขึ้นมาทันที

ในห้องเรียนแห่งหนึ่ง เพื่อนของซ่งจื่อหนิงตบไหล่เธอเบาๆ

"หนิงหนิง! เสิ่นชิงหลิงอยู่กับสาวสวยสองคน เกิดอะไรขึ้นเนี่ย? ในโพสต์บอกว่าเสิ่นชิงหลิงโดนคุณหนูบ้านรวยเลี้ยงดู..."

ซ่งจื่อหนิงขมวดคิ้ว ปรายตามองกระทู้ในโทรศัพท์ แล้วแค่นยิ้ม "ไม่มีทาง! ถึงแม้ฐานะทางบ้านของเสิ่นชิงหลิงจะไม่ค่อยดี แต่เขาไม่มีวันทำเรื่องแบบนั้นเด็ดขาด"

"เธอจะไปมั่นใจขนาดนั้นได้ยังไง? แค่เพราะเขาช่วยเธอไว้งั้นเหรอ?"

"เธอไม่เข้าใจหรอก ฉันรู้แค่ว่าเขาไม่ใช่คนแบบนั้น"

"แต่เมื่อก่อนเสิ่นชิงหลิงไม่เคยปล่อยให้ผู้หญิงเข้าใกล้ขนาดนี้เลยนะ"

"บางทีผู้หญิงสองคนนั้นอาจจะกำลังตื้อเสิ่นชิงหลิงอยู่ก็ได้ เรื่องแบบนี้ก็ไม่ใช่ว่าไม่เคยเกิดขึ้นนี่นา จริงไหม?"

ซ่งจื่อหนิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะลุกขึ้นและเดินออกไป

ซ่งจื่อหนิงตัดสินใจโดดเรียน

เธอมาถึงห้องเรียนของเสิ่นชิงหลิง และเห็นหร่วนหมิงอีกับเย่เฉียวนั่งขนาบข้างเขาอยู่ ทั้งห้องเรียนเต็มไปด้วยเสียงซุบซิบนินทา

เสิ่นชิงหลิงทำเป็นไม่สนใจเรื่องทั้งหมด สีหน้าของเขายังคงเรียบเฉย

ซ่งจื่อหนิงขมวดคิ้ว พลางคิดว่าเสิ่นชิงหลิงคงยังไม่รู้เรื่องข่าวลือที่กำลังแพร่สะพัด

เธอไปนั่งที่โต๊ะข้างหลังเสิ่นชิงหลิง แล้วใช้นิ้วชี้จิ้มแผ่นหลังเขาเบาๆ

เสิ่นชิงหลิงหันกลับมา และเมื่อเห็นว่าเป็นซ่งจื่อหนิง ใบหน้าที่เคร่งขรึมของเขาก็อ่อนโยนลงทันที

เขาคลี่ยิ้มบางๆ "เธอเองเหรอ"

ใบหน้าของซ่งจื่อหนิงแดงระเรื่อขึ้นมาทันที

เป็นอะไรไปเนี่ยซ่งจื่อหนิง! หัวใจเต้นแรงทุกครั้งที่เห็นรอยยิ้มของเสิ่นชิงหลิงเลย ไม่ได้เรื่องเอาซะเลย!

หร่วนหมิงอีที่นั่งอยู่ข้างๆ หรี่ตามองภาพตรงหน้า

เธอไม่เคยเห็นเสิ่นชิงหลิงยิ้มแบบนั้นมาก่อนเลย...

นี่มันเรื่องอะไรกัน?

หร่วนหมิงอีพิจารณาซ่งจื่อหนิงอย่างละเอียด แล้วก็จำได้ว่าเธอคือเด็กสาวที่เสิ่นชิงหลิงช่วยชีวิตเอาไว้ในข่าวที่กำลังติดฮอตเสิร์ช

เธอรู้สึกหงุดหงิดใจเล็กน้อย และแอบอิจฉาซ่งจื่อหนิงอยู่ลึกๆ

ที่แท้เขาก็ไม่ได้เย็นชากับทุกคนสินะ เสิ่นชิงหลิงไม่เคยยิ้มให้เธอแบบนั้นเลย

077: "ค่าความประทับใจของหร่วนหมิงอีเพิ่มขึ้น 5 แต้ม"

การปรากฏตัวของซ่งจื่อหนิงเป็นการกระตุ้นหร่วนหมิงอี เธอหรี่ตาลงด้วยความหงุดหงิด พลางกวาดสายตามองทั้งสองคน

เสิ่นชิงหลิงเอ่ยถาม "มีธุระอะไรกับฉันหรือเปล่า?"

ซ่งจื่อหนิงแทบจะลืมไปเลยว่าตัวเองตั้งใจจะมาพูดอะไร

เธอสลัดความคิดเพ้อเจ้อทิ้งไป แล้วพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง "มีคนในอินเทอร์เน็ต... กำลังปล่อยข่าวลือเสียหายเกี่ยวกับคุณและผู้หญิงที่นั่งข้างๆ น่ะค่ะ"

พูดจบ เธอก็หันไปมองหร่วนหมิงอี

หร่วนหมิงอีเลิกคิ้ว "ปล่อยข่าวลืออะไรเกี่ยวกับฉันกับเขางั้นเหรอ?"

"พวกเขาบอกว่าเสิ่นชิงหลิงเป็นผู้ชายที่คุณเลี้ยงดูน่ะค่ะ"

หร่วนหมิงอีระเบิดเสียงหัวเราะออกมา "ฉันก็อยากจะให้เป็นแบบนั้นอยู่หรอกนะ แต่มีบางคนเขาไม่ยอมนี่สิ"

เสิ่นชิงหลิงกล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉย "ความจริงก็คือความจริงครับ มันก็แค่ข่าวลือเท่านั้น"

ซ่งจื่อหนิงเบ้ปาก "แต่ฉันไม่อยากให้คุณถูกคนอื่นเข้าใจผิดนี่นา..."

ประกายความประหลาดใจพาดผ่านดวงตาของเสิ่นชิงหลิง และซ่งจื่อหนิงก็เพิ่งตระหนักได้ว่าคำพูดของเธอฟังดูกำกวมแค่ไหน

ใบหน้าของเธอแดงก่ำ เธอพูดตะกุกตะกักพยายามจะอธิบาย "มะ ไม่ใช่นะคะ หมายความว่า เรื่องที่คุณไม่ได้ทำ ก็ไม่ควรจะถูกคนอื่นเข้าใจผิดไปส่งเดช... สรุปก็คือ ฉันเชื่อว่าคุณกับผู้หญิงคนนี้บริสุทธิ์ใจต่อกันค่ะ"

หร่วนหมิงอีอายุมากกว่าซ่งจื่อหนิงไม่กี่ปี และความคิดของเด็กสาวก็แทบจะเขียนแปะไว้บนหน้า เผยให้เห็นอย่างชัดเจน

เธอเผยรอยยิ้มอันตราย "น้องสาว นี่ไม่ใช่เรื่องเข้าใจผิดหรอกนะ ฉันอยากจะเลี้ยงดูเขาจริงๆ ต่างหาก"

【ยังไม่ได้เพิ่มลงในชั้นหนังสืออีกเหรอ? ทำหน้าขยะแขยง (ที่ไม่ได้ขยะแขยงจริงๆ)】

ไม่มีพลังงานเหลือแล้ว

จบบทที่ บทที่ 10: หนุ่มยากจนทิ้งศักดิ์ศรีเพื่อเงินตรา

คัดลอกลิงก์แล้ว