- หน้าแรก
- ระบบโกงขั้นสุดยอดขององค์ชายไร้พ่าย
- บทที่ 4 - เอาคำตอบมาให้ข้าเดี๋ยวนี้
บทที่ 4 - เอาคำตอบมาให้ข้าเดี๋ยวนี้
บทที่ 4 - เอาคำตอบมาให้ข้าเดี๋ยวนี้
บทที่ 4 - เอาคำตอบมาให้ข้าเดี๋ยวนี้
คนอื่นๆ หน้าถอดสีด้วยความตกใจสุดขีด!
"มันตีคนแล้ว มันกล้าทำแบบนี้ได้ยังไง!"
"มันมีแค่คนเดียว พวกเราลุยพร้อมกันเลย"
มีคนตะโกนขึ้นมาประโยคหนึ่ง จากนั้นนับสิบคนก็กรูกันพุ่งตรงเข้าไปหาจูล่ง
จูล่งเพียงแค่ส่ายหน้าเบาๆ ก่อนจะพุ่งพรวดเข้าไปในวงล้อม เสียงร้องโหยหวนดังระงม ชั่วเวลาเพียงไม่กี่อึดใจ ทุกคนก็ล้มลงไปกองกับพื้น เอามือกุมขาตัวเองร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด!
หลี่จิ่วเทียนส่ายหน้าถอนหายใจ "ไอ้พวกโง่เง่าโดนหลอกใช้เป็นเครื่องมือยังไม่รู้ตัวอีก!"
"เหล่าเจี่ย ส่งคนไปที่ที่ว่าการเมืองหลวง ให้พวกมันมาลากคอคนพวกนี้ไป!"
เหล่าเจี่ยปรายตามองจูล่งแวบหนึ่ง ก่อนจะขานรับแล้วเดินจากไป
……
พระราชวัง ห้องทรงพระอักษร!
ฮุ่ยอิงค้อมตัวลงรายงานเรื่องราวที่เกิดขึ้นหน้าจวนหวายยงอ๋อง รวมถึงคำพูดทุกประโยคของหลี่จิ่วเทียนให้หย่งฮวงฟังอย่างละเอียด
หย่งฮวงฟังจบก็ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะหันไปมองฮุ่ยอิง
"เจ้าเก้าบอกว่าคนพวกนี้ถูกหลอกใช้เป็นเครื่องมือโดยไม่รู้ตัวงั้นรึ"
"พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท"
"นี่มันเรื่องแปลกใหม่จริงๆ ไปสืบดูซิ ข้าเองก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าใครมันจะใจร้อนปานนั้น ถึงขนาดกล้าเอาลูกชายข้าไปเป็นหมากเดินเกม แล้วก็คนที่อยู่ข้างกายเจ้าเก้านั่นด้วย ข้าต้องการรู้เบื้องลึกเบื้องหลังของมัน!"
"ต่อให้เป็นยอดฝีมือระดับแนวหน้าก็ไม่มีทางหักขาคนนับสิบได้ในชั่วพริบตาแน่ เจ้านี่ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ!"
"รับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะ!"
ฮุ่ยอิงเพิ่งจะคล้อยหลังไป หย่งฮวงก็เหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้
"เด็กๆ"
ขันทีน้อยวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาจากหน้าประตูแล้วค้อมตัวทำความเคารพ "ฝ่าบาท!"
"ไปบอกที่ว่าการเมืองหลวง ให้หาคำตอบมาให้ข้าเดี๋ยวนี้!"
"พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท!"
……
ที่ว่าการเมืองหลวง เจ้าหน้าที่ชั้นผู้น้อยคนหนึ่งวิ่งหน้าตื่นเข้ามา
"ใต้เท้าขอรับ มีคนจากจวนหวายยงอ๋องมาแจ้งว่ามีคนไปก่อเรื่องที่จวนอ๋อง ให้ใต้เท้าไปจับตัวคนพวกนั้นขอรับ!"
"อะไรนะ"
หลิวจือหมินมองเจ้าหน้าที่ด้วยความสงสัย "เจ้าแน่ใจนะว่ามีคนไปก่อเรื่องที่จวนหวายยงอ๋อง"
"เรียนใต้เท้า เป็นความจริงแท้แน่นอนขอรับ"
"พุทโธ่ธัมโมสังโฆ นี่มันรนหาที่ตายชัดๆ เกิดมาเพิ่งเคยเห็นคนวิ่งไปแผลงฤทธิ์ที่จวนอ๋องนี่แหละ"
"เร็วเข้า ไปเตรียมม้า ข้าจะไปที่นั่นด้วยตัวเอง"
หลิวจือหมินรู้สึกฉุนเฉียวขึ้นมาเล็กน้อย ในฐานะพ่อเมืองแห่งเมืองหลวง กลับมีคนกล้าไปหาเรื่ององค์ชายกลางแสกๆ แบบนี้ นี่มันตบหน้าเขาฉาดใหญ่ชัดๆ
หลิวจือหมินเพิ่งจะลุกขึ้นยืน ก็มีอีกคนเดินเข้ามาจากหน้าประตู พอเห็นการแต่งกายของผู้มาเยือนหลิวจือหมินก็ตกใจสุดขีด นี่ถึงขั้นสะเทือนไปถึงเบื้องบนเลยหรือเนี่ย
"ใต้เท้าหลิว ฝ่าบาทรับสั่งให้ข้าน้อยมาถ่ายทอดพระราชดำรัสประโยคหนึ่ง"
หลิวจือหมินรีบตั้งท่าจะคุกเข่ารับราชโองการ แต่ขันทีน้อยรีบเข้ามาพยุงไว้ "เป็นแค่รับสั่งสั้นๆ ไม่ถือเป็นราชโองการหรอก ใต้เท้าหลิวไม่ต้องมากพิธี!"
"ขอเรียนถามกงกง ฝ่าบาททรงมีรับสั่งว่าอย่างไรหรือ"
"ใต้เท้าหลิว ฝ่าบาทตรัสว่าเรื่องที่เกิดขึ้นหน้าจวนองค์ชายเก้า ทรงหวังว่าใต้เท้าหลิวจะหาคำอธิบายมาถวายฝ่าบาทได้!"
หลิวจือหมินหน้าซีดเผือดด้วยความหวาดหวั่น "ฝ่าบาททรงมีรับสั่งอื่นอีกหรือไม่"
"มีแค่นี้แหละ ข้าต้องกลับไปทูลรายงานที่วังแล้ว ขอตัวลา!"
"เด็กๆ ส่งกงกงที!"
หลิวจือหมินหน้าม่อยคอตก สุดท้ายก็สะเทือนไปถึงเบื้องบนจนได้ เฮ้อ คราวนี้ไม่รู้ว่าจะต้องไปล่วงเกินผู้หลักผู้ใหญ่คนไหนอีกแล้วสิ!
หลิวจือหมินนำขบวนเจ้าหน้าที่รีบรุดมาถึงหน้าจวนหวายยงอ๋อง ทว่าภาพที่เห็นตรงหน้ากลับทำให้เขาถึงกับอ้าปากค้าง
ชายฉกรรจ์นับสิบคนนอนเกลือกกลิ้งอยู่บนพื้น เอามือกุมน่องตัวเองไว้แน่น ร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดจนริมฝีปากซีดเผือด เหงื่อกาฬแตกพลั่ก
หลี่จิ่วเทียนนั่งอยู่หน้าประตูจวน ข้างกายมีจูล่งกับเหล่าเจี่ยยืนขนาบข้าง พอเห็นหลิวจือหมินมาถึงหลี่จิ่วเทียนก็หัวเราะหึๆ
หลิวจือหมินรีบปรี่เข้าไปหน้าประตูแล้วประสานมือคารวะ "กระหม่อมถวายบังคมองค์ชายพ่ะย่ะค่ะ"
"ใต้เท้าหลิวไม่ต้องมากพิธี วันนี้คนพวกนี้มาหาเรื่องถึงหน้าประตูข้าโดยไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ข้าก็เลยจำใจต้องรบกวนใต้เท้าหลิวแล้ว รบกวนใต้เท้าหลิวช่วยสืบสาวราวเรื่องให้กระจ่างทีว่าใครเป็นคนบงการอยู่เบื้องหลัง"
หลิวจือหมินก้มมองพวกที่นอนหน้าเบี้ยวอยู่บนพื้นแล้วก็ลอบบ่นในใจ นี่ตกลงใครหาเรื่องใครกันแน่วะเนี่ย แล้วไอ้พวกโง่พวกนี้มันไปกินดีหมีหัวใจเสือมาจากไหนถึงกล้ามาหาเรื่ององค์ชายถึงที่
หลิวจือหมินฝืนยิ้มแหยๆ "องค์ชายโปรดวางพระทัย กระหม่อมจะจัดการเรื่องนี้อย่างตงฉินแน่นอนพ่ะย่ะค่ะ!"
"อืม ใต้เท้าหลิวซื่อสัตย์ยุติธรรม เรื่องนี้ไม่ต้องสงสัยเลย งั้นก็คงต้องเหนื่อยใต้เท้าหลิวแล้วล่ะ!"
"เป็นหน้าที่ของกระหม่อมอยู่แล้ว ไม่เหนื่อยเลยพ่ะย่ะค่ะ งั้นกระหม่อมขอตัวพาคนพวกนี้กลับไปก่อนนะพ่ะย่ะค่ะ!"
หลี่จิ่วเทียนผายมือ "เชิญใต้เท้าหลิว!"
หลังจากที่พวกเจ้าหน้าที่ลากคอไอ้พวกหน้าโง่กลุ่มนั้นออกไปจนหมดแล้ว หลี่จิ่วเทียนก็หันไปมองเหล่าเจี่ย
"เหล่าเจี่ย ข้าจะเข้าวังไปหาเสด็จแม่สักหน่อย เจ้าไปด้อมๆ มองๆ ที่ที่ว่าการเมืองหลวงทีนะ ไปดูซิว่าพวกนั้นมันจะจัดการเรื่องนี้ยังไง!"
"ได้ขอรับ!"
เหล่าเจี่ยเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน เมื่อก่อนท่านอ๋องของเขาออกจะเจียมเนื้อเจียมตัว เจอใครก็เอาแต่ก้มหัวให้ตลอดเพราะกลัวจะไปล่วงเกินใครเข้า แต่วันนี้ทำไมถึงได้เปลี่ยนไปเป็นคนละคนแบบนี้ นี่ตกลงมันเป็นเรื่องดีหรือเรื่องร้ายกันแน่
พระราชวัง ตำหนักฉงเต๋อ!
ราชวงศ์ต้ายงไม่เหมือนกับราชวงศ์อื่น ที่นี่ไม่มีการว่าราชการตอนเช้า มีแต่ตอนสายๆ ค่อนไปทางเที่ยง ยกเว้นแต่ว่าจะมีเหตุการณ์ฉุกเฉินถึงจะมีการเรียกประชุมเช้า!
เวลานี้เป็นเวลาว่าราชการพอดี ขุนนางบุ๋นบู๊ต่างยืนประจำที่กันอย่างเป็นระเบียบภายในตำหนักฉงเต๋อ
แต่ที่ต่างไปจากทุกวันก็คือ วันนี้มีขุนนางหลายคนที่มีสีหน้าผิดแปลกไปจากเดิม!
"ฝ่าบาทเสด็จแล้ว~"
"ขอจงทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นๆ ปี!"
"ลุกขึ้นเถิด"
"ขอบพระทัยฝ่าบาท!"
ฮุ่ยอิงตะโกนเสียงดังกังวาน "มีฎีกาอันใดก็จงเร่งกราบทูล หากไม่มีก็เลิกการประชุม!"
ทันใดนั้นขุนนางผู้ตรวจการคนหนึ่งก็ก้าวออกมาข้างหน้า "ฝ่าบาท กระหม่อมขอถวายฎีกาเอาผิดองค์ชายเก้าพ่ะย่ะค่ะ!"
หย่งฮวงขมวดพระขนงเล็กน้อย ปกติเรื่องที่หลี่จิ่วเทียนชอบไปเที่ยวเตร่ตามหอนางโลมก็โดนถวายฎีกาเอาผิดอยู่บ่อยๆ แต่พอนานวันเข้าก็ไม่มีใครเก็บมาใส่ใจแล้ว แต่วันนี้กลับมีคนหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาอีก คาดว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นหน้าจวนแน่!
"โอ้ เจ้าจะเอาผิดเขากล่าวหาเรื่องอะไรล่ะ"
"ฝ่าบาท วันนี้องค์ชายเก้าปล่อยปละละเลยให้ลูกน้องไปหักขาคนนับสิบคนจนหักสะบั้นเลยพ่ะย่ะค่ะ"
สิ้นคำกราบทูล ขุนนางทั้งบุ๋นและบู๊ต่างก็ฮือฮากันใหญ่
"สวรรค์ องค์ชายเก้าที่ปกติเอาแต่เสเพลไม่เอาไหน วันนี้กลับกล้าทำเรื่องอุกอาจปานนี้ นี่มันไม่เห็นกฎหมายบ้านเมืองอยู่ในสายตาเลยนี่นา!"
"ฝ่าบาท องค์ชายเก้าในฐานะที่เป็นถึงองค์ชายแต่กลับกล้าทำเรื่องแบบนี้อย่างโจ่งแจ้ง ช่างกำเริบเสิบสานเกินไปแล้ว ขอฝ่าบาททรงลงอาญาอย่างหนักด้วยเถิดพ่ะย่ะค่ะ!"
หย่งฮวงมีสีหน้าเรียบเฉย ตั้งแต่ได้รับรายงานเขาก็เดาไว้แล้วว่าวันนี้จะต้องมีคนกระโดดออกมาผสมโรงแน่ แต่นึกไม่ถึงว่าจะเป็นขุนนางผู้ตรวจการ!
จังหวะที่หย่งฮวงกำลังจะอ้าพระโอษฐ์ เฉินกง เสนาบดีกรมพิธีการก็ก้าวออกมาข้างหน้า
"ฝ่าบาท แม้องค์ชายเก้าจะดูรักสนุกไปบ้าง แต่ความจริงแล้วเป็นคนเก็บเนื้อเก็บตัว เรื่องนี้เกรงว่าอาจจะมีเรื่องเข้าใจผิดซ่อนอยู่ ขอฝ่าบาททรงไต่สวนให้กระจ่างด้วยเถิดพ่ะย่ะค่ะ!"
หย่งฮวงพยักหน้ารับ เมื่อวานไอ้ลูกคนนี้เพิ่งจะช่วยชีวิตไทเฮาเอาไว้ยังไม่ทันได้ตกรางวัล วันนี้ก็ดันมาก่อเรื่องอีกแล้ว ทำไมจู่ๆ ไอ้ลูกคนนี้ถึงได้ดูเปลี่ยนไปนะ ถือโอกาสนี้ลองดูปฏิกิริยาของเจ้าเก้าหน่อยก็แล้วกัน
"ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ไปเรียกตัวหวายยงอ๋องมาเข้าเฝ้า ให้เขาอธิบายเรื่องนี้ด้วยตัวเองก็แล้วกัน"
อุทยานหลวงในวังหลัง หลี่จิ่วเทียนกำลังพูดคุยหัวเราะร่วนอยู่กับไทเฮาและพระสนมซูเฟย
"เสี่ยวจิ่วเอ๊ย เมื่อวานนี้เป็นเพราะเจ้าแท้ๆ วันนี้ย่าถึงได้รู้สึกสดชื่นแจ่มใส แถมยังรู้สึกเด็กลงไปอีกตั้งเยอะ ว่ามาสิ อยากได้รางวัลอะไร ย่าจะประทานให้เจ้าทุกอย่างเลย!"
หลี่จิ่วเทียนหัวเราะแหะๆ "หลานไม่อยากได้รางวัลอะไรหรอกพ่ะย่ะค่ะ ขอแค่เสด็จย่ามีพลานามัยแข็งแรงก็พอแล้ว!"
"ฮ่าๆๆ ไอ้เด็กบ๊องเอ๊ย เอาอย่างนี้สิ อายุก็ไม่ใช่น้อยๆ แล้ว ให้ย่าหาคู่ครองให้เจ้าดีหรือไม่"
หลี่จิ่วเทียนชะงักกึก เขาไม่อยากแต่งงานตอนนี้หรอกนะ แถมชื่อเสียงเรื่องความเจ้าชู้ของเขาก็กระฉ่อนไปทั่ว แล้วจะมีแม่หญิงบ้านไหนยอมแต่งด้วยล่ะ!
"อะแฮ่ม เสด็จย่า หลานยังเด็กอยู่ เรื่องแต่งงานยังไม่รีบร้อนหรอกพ่ะย่ะค่ะ พวกเสด็จพี่ตั้งหลายคนก็ยังไม่ได้แต่งงานกันเลยนะพ่ะย่ะค่ะ!"
ไทเฮาแสร้งทำเป็นกริ้ว "ตอนอายุเท่าเจ้าเสด็จพ่อของเจ้าก็มีพี่ใหญ่ของเจ้าแล้ว เอาเป็นว่าตกลงตามนี้ก็แล้วกัน ไว้วันหลังย่าจะคัดเลือกแม่หญิงให้เจ้าด้วยตัวเองเลย!"
หลี่จิ่วเทียนอ้าปากจะอธิบาย แต่ขันทีน้อยคนหนึ่งก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา
"ทูลไทเฮา ฝ่าบาทรับสั่งให้องค์ชายไปเข้าเฝ้าที่ท้องพระโรงพ่ะย่ะค่ะ!"
หลี่จิ่วเทียนชะงักไปนิด ก่อนจะแอบดีใจ ชิ่งก่อนดีกว่า ขืนอยู่ต่อมีหวังโดนจับคลุมถุงชนแหงๆ!
[จบแล้ว]