- หน้าแรก
- ใครกันที่ทำให้เขาต้องกลายเป็นวายร้าย
- บทที่ 9: ค่าจ้างนวดห้าร้อยหยวน
บทที่ 9: ค่าจ้างนวดห้าร้อยหยวน
บทที่ 9: ค่าจ้างนวดห้าร้อยหยวน
บทที่ 9: ค่าจ้างนวดห้าร้อยหยวน
หลินเสี่ยวจินรีบหดเท้าเล็กๆ ของเธอกลับไป ซุกเข้าไปในรองเท้าส้นแบนที่คับแคบ ขาเรียวยาวทั้งสองข้างเบียดชิดกันแน่น
ใบหน้าของเธอแดงก่ำด้วยความอับอาย ก่อนจะสบถอุบอิบ "ไอ้โรคจิต!"
ฉินเกอแค่นหัวเราะ "ฉันชื่นชมอย่างเปิดเผยและจริงใจ ไม่เหมือนเธอหรอกที่ทำตัวลับๆ ล่อๆ เหมือนขโมยแบบนั้น!"
เมื่อโดนจับจุดอ่อนได้ หลินเสี่ยวจินก็คอตกทันที
"เอาล่ะ ดึกมากแล้ว เธอควรกลับไปได้แล้ว" ฉินเกอโบกมือไล่ ไม่คิดจะรั้งเธอไว้นานกว่านี้
หลินเสี่ยวจินรู้สึกราวกับได้รับนิรโทษกรรม เธอรีบเผ่นแน่บออกไปทันที
ทว่ายังไม่ทันจะก้าวพ้นห้องทำงาน โทรศัพท์มือถือมือสองของเธอก็ส่งเสียงเตือนขึ้นมาเสียก่อน
เมื่อเห็นยอดเงินห้าร้อยหยวนที่ฉินเกอโอนมา หลินเสี่ยวจินก็หันกลับมาด้วยความงุนงง "ประธานฉิน ทำไมถึงโอนเงินมาให้ฉันล่ะคะ?"
ฉินเกอหรี่ตาลงเล็กน้อยพลางหาวหวอด "ค่าจ้างนวดไง"
เงื่อนไขของข้อตกลงการเดิมพันที่สองระบุว่า ต้องมีการทำธุรกรรมทางการเงินติดต่อกันอย่างน้อยสามวัน
หลังจากโดนจับได้ไปแล้วครั้งหนึ่ง หลินเสี่ยวจินคงไม่กล้าเฉียดกรายไปที่โซนของว่างอีกในช่วงสองสามวันนี้แน่ๆ
ถ้าไม่หาข้ออ้าง แล้วเขาจะได้พลังพิเศษ 'กายาต้านทานร้อยพิษ' มาได้ยังไงล่ะ?
จะไปหามาจากไหนล่ะทีนี้?
... เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น
พนักงานทุกคนในกรุ๊ปแชทของบริษัทเครือเว่ยเสวียกรุ๊ป ได้รับแจ้งเตือนสองข้อความจากโจวเหมย:
【 นับตั้งแต่นี้เป็นต้นไป ชื่อจดทะเบียนของบริษัทจะถูกเปลี่ยนจาก 'เว่ยเสวีย' เป็น 'ชื่อบริษัท' ขอให้พนักงานทุกคนรับทราบโดยทั่วกัน 】
【 เวลา 09.00 น. ของเช้าวันนี้ ขอให้พนักงานทุกคนของ 'ชื่อบริษัท' ไปที่โรงพยาบาลกลางเมืองอวิ๋นไห่ เพื่อรับการตรวจสุขภาพประจำปีอย่างละเอียด ค่าใช้จ่ายทั้งหมด รวมถึงค่าเดินทางและค่าตรวจ บริษัทจะเป็นผู้รับผิดชอบ หมายเหตุ: นักศึกษาฝึกงานทุกคนต้องเข้ารับการตรวจสุขภาพด้วย โดยบริษัทจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายให้เช่นเดียวกัน 】
ช่วงบ่าย ที่แผนกปฏิบัติการ บริเวณโต๊ะทำงานของนักศึกษาฝึกงาน
หญิงสาวที่แต่งตัวฉูดฉาดคนหนึ่งจ้องมองใบรายงานผลการตรวจสุขภาพที่หลินเสี่ยวจินกำลังอ่านอยู่ ก่อนจะกรีดร้องขึ้นมา "พระเจ้าช่วย หลินเสี่ยวจิน นี่ใบรายงานผลตรวจหรือกราฟคลื่นหัวใจเนี่ย? ทำไมถึงมีลูกศรชี้ขึ้นชี้ลงเต็มไปหมดเลย?"
"ร่างกายของเธอยิ่งกว่ารถไถรุ่น 82 ซะอีกนะเนี่ย"
"ขนาดผลตรวจสุขภาพของคุณปู่ฉันยังไม่เวอร์วังขนาดนี้เลย!"
หลินเสี่ยวจินรีบคว่ำใบรายงานผลลงบนโต๊ะ ก่อนจะหันไปมองสายตาของพนักงานประจำที่เริ่มจับกลุ่มมุงดู
เธอกัดริมฝีปากแน่นและไม่โต้ตอบอะไร
เธอรู้ตัวดีว่าสุขภาพของเธอไม่สู้ดีนัก แต่ไม่นึกเลยว่าจะย่ำแย่ถึงขั้นนี้
แต่ก็นั่นแหละ ครอบครัวของเธอไม่มีเงินนี่นา
ไม่มีทางเลยที่เธอจะสามารถบำรุงรักษาร่างกายได้
โชคดีที่เธอยังอายุน้อย อย่างน้อยก็คงพอจะทนต่อไปได้อีกสักสองสามปี
รอให้เธอได้ตอบแทนบุญคุณผู้ที่ให้กำเนิดและเลี้ยงดูเธอมาจนหมดสิ้น เธอก็คงจะหลับตาลงได้อย่างหมดห่วง
โจวเหมยในชุดเครื่องแบบพนักงานออฟฟิศมาตรฐาน ปรากฏตัวขึ้นที่แผนกปฏิบัติการอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
พนักงานทุกคนต่างสะดุ้งตกใจ รีบละสายตาแล้วกลับไปนั่งประจำที่ พิมพ์งานอย่างบ้าคลั่งราวกับถูกฉีดอะดรีนาลีนเข้าเส้น
ใครบ้างล่ะจะไม่รู้ว่า โจวเหมยเพิ่งได้รับการเลื่อนตำแหน่งจากประธานฉินให้เป็นถึงผู้จัดการทั่วไป?
ผู้บริหารคนใหม่ ย่อมมาพร้อมกับกฎเกณฑ์ใหม่ๆ
ไม่มีใครกล้าหาเรื่องโจวเหมยในเวลาแบบนี้หรอก!
ก๊อก ก๊อก!
โจวเหมยหยุดยืนอยู่ที่โต๊ะของหลินเสี่ยวจิน เคาะโต๊ะเบาๆ แล้วมองหลินเสี่ยวจินที่เงยหน้าขึ้นมา ก่อนจะเอ่ยว่า "ประธานฉินเรียกพบ ไปหาท่านที่ห้องทำงานประธานบริษัทสิ"
"คะ?"
หลินเสี่ยวจินมองดูใบรายงานผลการตรวจสุขภาพบนโต๊ะ ก่อนจะกลืนน้ำลายลงคอดังเอื้อก
"รีบไปสิ" โจวเหมยเร่งเร้า และเมื่อหลินเสี่ยวจินเดินออกไปแล้ว เธอก็หันไปมองนักศึกษาฝึกงานหญิงที่เพิ่งจะเอ่ยปากแซวเมื่อครู่นี้
เธอกวักมือเรียกแล้วชี้ไปที่โต๊ะทำงานข้างๆ หลินเสี่ยวจิน "ตั้งแต่นี้ไป เธอต้องย้ายมานั่งทำงานข้างๆ หลินเสี่ยวจินนะ!"
โจวเหมยเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมประธานฉิน หลังจากที่ดูภาพจากกล้องวงจรปิดแบบเรียลไทม์แล้ว ตอนแรกถึงบอกว่าอยากจะไล่เด็กคนนี้ออก แต่พอมาทีหลังกลับบอกให้รั้งตัวไว้ก่อน แล้วจัดแจงให้มานั่งข้างๆ หลินเสี่ยวจินแทน
เธอสับสนไปหมดแล้ว
แต่ช่างเถอะ ยังไงซะเธอก็เป็นแค่พนักงานระดับสูงกินเงินเดือนคนหนึ่งเท่านั้นแหละ
แค่ทำตามที่ประธานฉินสั่งก็พอแล้ว
... ก๊อก ก๊อก!
หลินเสี่ยวจินเคาะประตูห้องทำงานประธานบริษัท เมื่อได้รับเสียงตอบรับ เธอจึงค่อยๆ ผลักประตูเปิดและก้าวเข้าไป
เรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้สำหรับเธอแล้ว มันช่างเหมือนความฝันเสียเหลือเกิน
และเมื่อตื่นจากความฝัน ฉินเกอก็ยังคงเป็นประธานบริษัทผู้สูงส่ง ส่วนเธอก็ยังคงเป็นเพียงนักศึกษาฝึกงานในแผนกปฏิบัติการที่ต้องทำงานตั้งแต่เก้าโมงเช้าถึงสองทุ่มเพื่อแลกกับเงินเดือนอันน้อยนิด
"ประธานฉิน เรียกดิฉันมามีอะไรหรือเปล่าคะ?"
หลินเสี่ยวจินยืนตัวลีบอยู่หน้าโต๊ะทำงาน สองมือกุมประสานกันแน่นบริเวณหน้าท้องจนปลายนิ้วซีดเผือด
ก่อนที่ฉินเกอจะได้เอ่ยปาก เธอก็รีบรับรองตัวเองด้วยความประหม่า "ประธานฉินคะ ปัญหาสุขภาพของดิฉันจะไม่ส่งผลกระทบต่องานแน่นอนค่ะ ดิฉันขอรับประกันว่าจะสามารถทำงานที่ได้รับมอบหมายจากหัวหน้างานให้เสร็จสมบูรณ์ตรงตามเวลาได้อย่างแน่นอน ขอโอกาสให้ดิฉันด้วยนะคะ"
มันช่างประจวบเหมาะอะไรเช่นนี้ พอผลตรวจสุขภาพออก ประธานฉินก็เรียกพบเธอเป็นการส่วนตัวทันที
เรื่องบังเอิญแบบนี้มันมีที่ไหนกัน?
เป็นไปได้สูงมากที่เขาจะมองว่าผลตรวจสุขภาพของเธอไม่ผ่านเกณฑ์ และต้องการจะไล่เธอออก
แต่เธอจำเป็นต้องใช้เงินเดือนก้อนโตนี้จริงๆ นะ
แม้จะเป็นเพียงนักศึกษาฝึกงานของ 'ชื่อบริษัท' แต่เงินเดือนช่วงฝึกงานก็สูงถึงแปดพันหยวน หักค่าประกันสังคมแล้วก็ยังเหลือเกือบเจ็ดพันหยวน
ซึ่งมันมากกว่ารายได้รวมทั้งหมดที่เธอหาได้จากการทำงานพาร์ตไทม์ในเวลาว่างถึงสองพันหยวนเลยทีเดียว
นี่ยังไม่นับรวมถึงตอนที่ได้บรรจุเป็นพนักงานประจำอีกนะ
เธอไม่อยากถูกไล่ออก
เธอจะถูกไล่ออกไม่ได้เด็ดขาด!
ฉินเกอบิดขี้เกียจ หาวหวอด แล้วพูดว่า "ฉันรู้สึกเมื่อยๆ น่ะ มานวดให้หน่อยสิ"
หลังจากเปลี่ยนเรื่องพูด ฉินเกอก็เดินเข้าไปในห้องพักผ่อน
เขาอยู่ในท่าเดิมกับเมื่อคืน หลับตาลงแล้วเร่งเร้า "อย่ามัวแต่ยืนบื้ออยู่ตรงนั้นสิ มานวดให้ฉันเหมือนเมื่อคืนนี้ ออกแรงให้มากกว่าเดิมหน่อยนะ"
"รับทราบค่ะ ประธานฉิน!"
หลินเสี่ยวจินพยักหน้ารับ รีบก้าวเข้าไปหาแล้วเริ่มนวดให้ฉินเกอทันที
คราวนี้ เธอทุ่มเทแรงกายทั้งหมดที่มี!
พยายามอย่างเต็มที่เพื่อทำให้ฉินเกอพึงพอใจ
แค่ถูกเขาจับจุดอ่อนได้ก็แย่พอแล้ว
ตอนนี้ผลตรวจสุขภาพของเธอยังออกมาแย่สุดๆ อีก
ถ้าขืนทำให้ประธานฉินผู้เอาแน่เอานอนไม่ได้คนนี้เกิดมีน้ำโหขึ้นมาอีกละก็
หน้าที่การงานของเธอต้องจบเห่แน่ๆ
เพื่อเงินเดือน!
เพื่อโอกาสในการบรรจุเป็นพนักงานประจำ!
เธอต้องทำให้ฉินเกอพอใจให้ได้!
ทว่า ความจริงมักจะโหดร้ายกว่าความฝันเสมอ
หลินเสี่ยวจินที่มีสุขภาพย่ำแย่เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เมื่อใช้แรงมากเกินไป เธอก็ทนได้ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงด้วยซ้ำ
ความรู้สึกปวดเมื่อยแล่นพล่านไปทั่วท่อนแขน ราวกับว่ามันไม่ใช่แขนของเธออีกต่อไปแล้ว
"อู้กู้อีกแล้วเหรอ?"
ฉินเกอลืมตาขึ้นและถามด้วยความไม่พอใจ
หลินเสี่ยวจินส่ายหน้า "ประธานฉิน ดิฉันไม่ได้อู้หรอกค่ะ ดิฉันแค่หมดแรงแล้วจริงๆ ขอพักสักครู่ได้ไหมคะ?"
"ดิฉันรับรองว่าเดี๋ยวจะกลับมานวดให้เต็มแรงเลยค่ะ"
ฉินเกอหัวเราะร่วนแล้วสวนกลับ "ตอนนี้ฉันกำลังได้ที่ กำลังจะเคลิ้มอยู่แล้ว เธอจะมาขอพักตอนนี้เนี่ยนะ?"
"ทำต่อสิ!"
"ถ้ามือไม่มีแรง ก็ใช้เท้าซะสิ!"
"เมื่อคืนนี้เธอเพิ่งพิสูจน์ให้เห็นไม่ใช่เหรอว่าไม่ได้เป็นฮ่องกงฟุตตต์น่ะ?"
ฉินเกอพลิกตัวนอนหงายบนฟูกที่นอนยี่ห้อซิมมอนส์
หลินเสี่ยวจินเกลียดตัวเองที่ช่างอ่อนแอเสียเหลือเกิน
ดันมาหมดแรงเอาในเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้
ประเด็นคือ เธอไม่มีความกล้าพอที่จะปฏิเสธคำขอของฉินเกอเลย
ถ้าเกิดทำให้ประธานฉินมีน้ำโหขึ้นมา แล้วเขาไล่เธอตะเพิดออกจากบริษัทด้วยความโกรธจัด
อย่าว่าแต่จะได้เป็นพนักงานประจำเลย เผลอๆ เงินเดือนฝึกงานก็อาจจะชวดไปด้วยซ้ำ
เมื่อคิดได้ดังนั้น หลินเสี่ยวจินก็จำใจถอดรองเท้าส้นแบนออกอย่างน้อยเนื้อต่ำใจ
"เดี๋ยวก่อน" ฉินเกอที่นอนคว่ำหน้าอยู่เอ่ยเตือน ก่อนจะเอื้อมมือไปดึงลิ้นชักตู้ข้างเตียงเปิดออก
ภายในลิ้นชักอัดแน่นไปด้วยถุงน่องผ้าไหมที่ยังไม่ได้แกะกล่อง
0D, 5D, 10D...
มีทุกสีทุกไซส์!
ทั้งดำ ขาว แดง ไล่เฉดสี...
มีให้เลือกละลานตาไปหมด
ฉินเกอหยิบถุงน่องสีดำขนาด 10D ที่วางอยู่ด้านบนสุดขึ้นมา และด้วยความที่เตรียมการไว้ล่วงหน้านานแล้ว เขาจึงโยนมันไปตรงหน้าหลินเสี่ยวจิน "ใส่เจ้านี่ซะ ถึงเธอจะไม่ได้เป็นฮ่องกงฟุต แต่เราก็ต้องป้องกันการสัมผัสใกล้ชิดนะ ชายหญิงไม่ควรใกล้ชิดกันเกินไป เข้าใจไหม!"