- หน้าแรก
- ใครกันที่ทำให้เขาต้องกลายเป็นวายร้าย
- บทที่ 3: อันธพาลในชุดสูท
บทที่ 3: อันธพาลในชุดสูท
บทที่ 3: อันธพาลในชุดสูท
บทที่ 3: อันธพาลในชุดสูท
ณ เมืองอวิ๋นไห่ คฤหาสน์ตระกูลฉิน
รถโรลส์-รอยซ์ แฟนธอม ค่อยๆ เคลื่อนตัวเข้าจอดในช่องจอดรถ
เฉียวอิงจื่อเปิดประตูรถ และฉินเกอก็ค่อยๆ ก้าวลงมา
แสงแดดยามเช้าสาดส่องลงมา อาบไล้ใบหน้าที่ขาวบริสุทธิ์ของฉินเกอจนทอประกายสีทองอร่ามราวกับเทพบุตร
เมื่อเหล่าคนสวนและสาวใช้ตามทางเดินเห็นฉินเกอเดินผ่านไป แววตาของพวกเขาก็เปล่งประกายด้วยความตื่นเต้น
"วันนี้นายน้อยดูหล่อจังเลย!"
"ทำไมเมื่อก่อนพวกเราถึงไม่เคยสังเกตเลยนะว่านายน้อยดูดีขนาดนี้?"
"หล่อกว่าพวกดาราในทีวีเป็นพันเป็นหมื่นเท่าเลยล่ะ"
"น่าเสียดายที่นายหญิงด่วนจากไปเร็ว ไม่อย่างนั้นตอนนี้นายน้อยคงไม่ถูกนายท่านเกลียดชัง แล้วก็คงไม่โดนคุณหนูฮวนฮวนกับพี่ชายของเธอรังแกหรอก"
"ชู่ว อยากตายหรือไง?"
คนสวนเฒ่าดึงตัวสาวใช้รุ่นเยาว์หลบไปด้านข้าง เสียงกระซิบกระซาบจึงเงียบลงทันที
ฉินเกอปรายตามองด้วยหางตา เขาแค่นหัวเราะหยันในใจ
ถูกรังแกงั้นเหรอ?
มีแต่พวกขี้ขลาดเท่านั้นแหละที่จะถูกรังแก
ตอนนี้เขาคือผู้ชายที่สามารถฉีกรถถังเป็นชิ้นๆ ได้ด้วยมือเปล่าเชียวนะ!
"รอฉันอยู่ในรถ เดี๋ยวฉันก็ออกมาแล้ว"
ฉินเกอหันกลับไปสั่งเฉียวอิงจื่อ ก่อนจะเดินทอดน่องเข้าไปในห้องอาหาร
ภายในห้องอาหาร ลำดับที่นั่งถูกจัดแบ่งอย่างชัดเจน อาหารเช้าที่แตกต่างกันถูกจัดวางไว้ตามจุดต่างๆ บนโต๊ะยาว
ฉินเกอนั่งลงบนตำแหน่งหัวโต๊ะอย่างสง่างาม หยิบมีดและส้อมขึ้นมาหั่นสเต็กเนื้อวากิวชิ้นเล็กๆ เข้าปาก เคี้ยวและกลืนลงไปอย่างเชื่องช้า
ไม่นานนัก เสียงฝีเท้าก็ดังก้องเข้ามาใกล้ห้องอาหารภายในคฤหาสน์อันกว้างขวางของตระกูลฉิน
เขาคือ ฉินโจว น้องชายต่างมารดาของฉินเกอ
ในแง่ของรูปร่างหน้าตา เรียกได้ว่าเขากับฉินเกอไม่มีส่วนไหนคล้ายคลึงกันเลยแม้แต่น้อย
เมื่อเห็นฉินเกอนั่งอยู่ในที่ของบิดา ฉินโจวก็เอ่ยด้วยความเกรี้ยวกราด "ฉินเกอ แกตาบอดหรือไง? ดูไม่ออกเหรอว่าเวลาทานมื้อเช้าแกควรจะนั่งตรงไหน!?"
ฉินเกอในชุดสูทเข้ารูปสุดเนี้ยบไม่เอ่ยคำใด เขาไม่แม้แต่จะปรายตามองฉินโจว ยังคงหั่นสเต็กอย่างสง่างามและลิ้มรสชาติของมันต่อไป
เวลาผ่านไปไม่นาน สมาชิกตระกูลฉินอีกสามคนที่เหลือก็มาถึงห้องอาหาร
ฉินฮวนฮวน ผู้ซึ่งเป็นศิษย์พี่หญิงของบุตรแห่งโชคชะตาอย่างเฉินหยวน ขมวดคิ้วมุ่นทันทีที่เห็นฉินเกอ
เธอสวมเสื้อโค้ทตัวยาวผ้าลินิน กอดอกดันหน้าอกหน้าใจที่นูนเด่น จ้องมองฉินเกอจากมุมที่สูงกว่าราวกับอยู่เหนือกว่า แล้วเอ่ยอย่างมีน้ำโห "นายมานั่งตรงนี้ แล้วจะให้พ่อนั่งตรงไหน?"
ฉินโจวเดินไปยืนข้างบิดาอย่างฉินไห่ ชี้หน้าฉินเกอพลางฟ้องว่า "พ่อครับ ดูหมอนี่สิ มันชักจะกำเริบเสิบสานใหญ่แล้ว"
"วันนี้มันกล้าแย่งที่นั่งพ่อ พรุ่งนี้มันคงกล้าแย่งตำแหน่งผู้นำตระกูลฉินจากพ่อแน่ๆ ไอกุ๊ยนี่มันชักจะเหิมเกริมหนักขึ้นทุกวันแล้วนะครับ"
"พ่อครับ พ่อจะปล่อยให้มันทำตัวกร่างแบบนี้ต่อไปไม่ได้เด็ดขาดนะครับ"
ฉินไห่ขมวดคิ้วและตวาดใส่ฉินเกอ "ลุกขึ้น!"
ฉินเกอหลุบตาลง แค่นหัวเราะหยันในใจ
เจ้าของร่างเดิม ไอ้คนขี้ขลาดคนนั้นมักจะเจอเรื่องแบบนี้เสมอ
เขาถูกฉินโจวคอยหาเรื่องกลั่นแกล้งไปซะทุกอย่างเมื่ออยู่ในบ้าน
ทว่าบิดากลับไม่รัก น้องชายไม่เคารพ และน้องสาวก็ไม่แยแส
หนำซ้ำยังมีแม่เลี้ยงที่จ้องจะขย้ำเขาราวกับเสือหิว คอยเป่าหูพ่นพิษใส่บิดาของเขาอยู่ตลอด
เขาเป็นพวกที่ถูกรังแกอยู่เสมอแต่ก็ไม่กล้าปริปากบ่นสักคำ
การที่เขาจะกลายเป็นคนมืดมนและชั่วร้ายหลังจากขอแต่งงานล้มเหลวนั้น มีความเชื่อมโยงกับตระกูลฉินอย่างลึกซึ้งและไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
เขาถูกกดขี่ข่มเหงมาอย่างหนักหน่วงเกินไป จนสภาพจิตใจค่อยๆ บิดเบี้ยวผิดเพี้ยนไป!
ทว่า นั่นมันก็เป็นแค่เรื่องในอดีต
ฉินเกอใช้ส้อมจิ้มสเต็กชิ้นสุดท้ายเข้าปากอย่างสบายอารมณ์
"ฉินเกอ แกจะไม่เห็นหัวฉัน ฉันก็พอจะปล่อยผ่านไปได้หรอกนะ"
"แต่ตอนนี้ แกกล้ากระทั่งไม่ฟังคำสั่งพ่อแล้วงั้นเหรอ?"
ฉินโจวเริ่มมีน้ำโห
เขาจำเป็นต้องรักษาภาพลักษณ์ลูกชายผู้กตัญญูและมารยาทงามต่อหน้าบิดา
เขาจึงหลีกเลี่ยงที่จะรังแกฉินเกอต่อหน้าพ่อมาตลอด
แต่วันนี้มันต่างออกไป ฉินเกอไม่ยอมแม้แต่จะฟังคำพูดของพ่อ
นี่มันรนหาที่ตายชัดๆ!
"ไสหัวไปซะ!"
ฉินโจวก้าวไปข้างหน้าแล้วคว้าคอเสื้อสูทของฉินเกอ พยายามจะกระชากเขาให้ลุกขึ้น
จนกระทั่งตอนนั้นเอง ฉินเกอถึงได้ค่อยๆ ช้อนตาขึ้นมอง
เขาพิจารณามีดและส้อมในมือก่อนเป็นอันดับแรก จากนั้นก็คว้าหมับเข้าที่ฝ่ามือของฉินโจวที่กำลังกดลงมา และจับมันกระแทกลงบนโต๊ะอาหารอย่างแรง
ฉึก!
ฉินเกอกำส้อมแน่น แทงทะลุกลางฝ่ามือของฉินโจว ปักลึกลงไปในโต๊ะอาหารอย่างจัง
หลังจากตรึงฝ่ามือของฉินโจวไว้แน่นแล้ว ฉินเกอก็จับมีดหั่นสเต็ก แล้วเฉือนเบาๆ ไปตามข้อมือของฉินโจวด้วยความแม่นยำราวกับคนขายเนื้อผู้เชี่ยวชาญ
ปึง—
ฉินโจวสูญเสียที่ยึดเหนี่ยวของมือไปจนเสียหลัก ล้มทรุดลงไปกองกับพื้น
เมื่อมองดูท่อนแขนที่ขาดสะบั้นซึ่งมีเลือดสดๆ พุ่งทะลักออกมา ต้องใช้เวลาหลายวินาทีเต็มกว่าฉินโจวจะรับรู้ได้ถึงความเจ็บปวดอันแสนสาหัส
เขากุมแขนที่ขาดวิ่น ร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดทรมาน "มือฉัน! มือฉัน! มันขาดแล้ว! อ๊ากกกก!!!"
เสียงร้องโหยหวนของฉินโจวแหลมบาดแก้วหูจนสั่นสะเทือน
ในขณะที่ฉินเกอกำลังนำผ้าเช็ดปากมาเช็ดมืออย่างเนิบนาบ แม้จะไม่มีรอยเลือดเปื้อนเลยแม้แต่น้อยก็ตาม
ราวกับว่าเขากำลังเช็ดกลิ่นเหม็นสาบของฉินโจวออกไป
เขาช้อนตาขึ้นและเผยรอยยิ้มอ่อนโยนดั่งสายลมฤดูใบไม้ผลิให้กับคนทั้งสี่ ซึ่งรวมถึงฉินไห่ พลางเอ่ยว่า "อรุณสวัสดิ์ครับ ทุกคน"
หญิงวัยกลางคนผู้สง่างามรีบพุ่งเข้าไปประคองลูกชายที่แขนขาดของตน พร้อมกับตะโกนออกไปด้านนอก "รถพยาบาล! รีบเรียกรถพยาบาลเร็วเข้า!"
แม้แต่ฉินไห่ ผู้ซึ่งผ่านสมรภูมิอันโหดร้ายในโลกธุรกิจมาอย่างโชกโชน ก็ยังม่านตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงกับภาพตรงหน้า เขาคำรามอย่างเกรี้ยวกราด "ฉินเกอ แกเสียสติไปแล้วหรือไง?!"
สิ้นเสียงของเขา ฉินฮวนฮวนที่อยู่ใกล้ๆ ก็พุ่งทะยานไปข้างหน้า
เธอเคลื่อนไหวรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ ชายเสื้อโค้ทสะบัดพลิ้วไหว
เธอตวัดขากระโดดเตะประหนึ่งแส้ พุ่งเป้าไปที่ขมับของฉินเกอโดยตรง
ปึก!
ฉินเกอยกแขนข้างหนึ่งขึ้นป้องกัน
กระดูกขาและกระดูกแขนปะทะกันจนเกิดเสียงทึบหนักๆ
"แข็งมาก!"
ดวงตากลมโตของฉินฮวนฮวนเบิกกว้าง จ้องมองพี่ชายไม่ได้ความตรงหน้าอย่างไม่อยากจะเชื่อ
เธอไม่เคยวาดฝันมาก่อนเลยว่า ลูกเตะที่สามารถทำให้รถหนักหลายตันพลิกคว่ำได้ จะถูกฉินเกอป้องกันไว้ได้สบายๆ
"ฮวนฮวน" ฉินเกอกำข้อเท้าของฉินฮวนฮวนไว้แน่น เขาส่ายหน้าและเอ่ยด้วยความไม่พอใจ "พี่ดีใจมากนะที่น้องมาทักทายพี่ตั้งแต่เช้าตรู่ แต่น้องไม่ยอมใส่เลกกิ้งแบบนี้ มันทำให้พี่ไม่สบอารมณ์เอาซะเลย!"
"ผู้หญิงตระกูลฉินไม่อนุญาตให้ออกจากบ้านถ้าไม่ใส่เลกกิ้งหรอกนะ"
ฉินเกอกำข้อเท้าของฉินฮวนฮวนแล้วจับกระแทกลงบนโต๊ะอาหารไม้หลีเหลืองอย่างจัง
กร๊อบ—
พร้อมกับเสียงโต๊ะอาหารที่แตกกระจาย กระดูกน่องเรียวงามของฉินฮวนฮวนก็หักสะบั้นไปทั้งท่อน
กระดูกแตกละเอียด
ฉินเกอโยนร่างของฉินฮวนฮวนทิ้งไปด้านข้าง ก่อนจะเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม "เพื่อป้องกันไม่ให้น้องออกไปข้างนอก พี่ก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องหักขาน้องทิ้งล่ะนะ"
"ฉินเกอ!"
"แกมันบ้าไปแล้ว!"
"แกรนหาที่ตายชัดๆ!"
เมื่อเห็นลูกชายและลูกสาวของตนกลายเป็นคนพิการไปในชั่วพริบตา หญิงผู้สง่างามที่คอยรักษาภาพลักษณ์อันเที่ยงธรรมมาตลอดก็ไม่อาจอดกลั้นได้อีกต่อไป นัยน์ตาของเธอเบิกกว้างด้วยความเคียดแค้น ตะโกนด่าทอฉินเกอด้วยความโกรธเกรี้ยว
ฉินเกอเพียงแค่ตวัดสายตาเย็นชาปรายมองเธอ
หญิงผู้สง่างาม ผู้ซึ่งมีศักดิ์เป็นแม่เลี้ยงของฉินเกอ หวาดกลัวจนรู้สึกจุกที่คอหอยและต้องหุบปากฉับ
"ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่คนนอกอย่างคุณมีสิทธิ์มาสอดปากเรื่องของตระกูลฉินพวกเรา?"
ฉินเกอละสายตา หันหน้าไปทางฉินไห่แล้วเอ่ยด้วยรอยยิ้ม "พ่อครับ พ่อคิดว่าสิ่งที่ผมพูดมันมีเหตุผลไหม?"
"บ้าไปแล้ว!"
"แกมันบ้าไปแล้วจริงๆ!"
"นั่นแม่แกนะ!"
ฉินไห่รู้สึกเลือดขึ้นหน้า ความดันเลือดพุ่งปรี๊ดทะลุ 180 ในทันที
ฉินเกอส่ายหน้า "หล่อนก็เป็นแค่ผู้หญิงข้างถนนที่คุณหิ้วเข้าบ้านมาเท่านั้นแหละ"
ฉินไห่ชี้ไปที่ฉินฮวนฮวนและฉินโจว "แล้วฮวนฮวนกับเสี่ยวโจวล่ะ? พวกเขาเป็นน้องสาวกับน้องชายของแกนะ!"
"แกสับมือเสี่ยวโจวจนขาด แล้วยังหักกระดูกขาฮวนฮวนอีก ตกลงแกต้องการจะทำอะไรกันแน่?"
ฉินเกอปรายตามองทั้งสองคนอย่างเฉยเมย ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วส่ายหน้าต่อไป "พวกมันก็แค่ลูกเมียน้อยที่คุณไปทำไข่ทิ้งไว้ข้างนอก"
"ส่วนผมคือลูกชายคนโตที่แท้จริงของตระกูลฉิน"
ฉินไห่กำหมัดแน่นด้วยความเดือดดาล "นี่แกกำลังกล่าวหาว่าพ่อของแกเป็นคนไม่ได้เรื่องงั้นเหรอ? ถ้าไม่ได้ฉัน บริษัทเวยเสวี่ยกรุ๊ปของแกก็คงล้มละลายไปตั้งนานแล้ว!"
"การที่แกมีปัญญาขับรถโรลส์-รอยซ์ ใส่สูทสั่งตัดหรูหราได้ ก็เพราะพ่ออย่างฉันนี่แหละ!"
ฉินเกอถอนหายใจอย่างหดหู่ "ภาพลักษณ์ของคุณในใจผมมันก็แหลกสลายไปนานแล้วล่ะ แต่ตอนนี้ มันกลับแย่ยิ่งกว่าที่ผมคาดไว้ซะอีก"
เขาจ้องหน้าฉินไห่แล้วเน้นย้ำด้วยสีหน้าจริงจัง "เหตุผลที่ตอนนี้ผมมีชีวิตที่สุขสบายได้ ก็เป็นเพราะกองทุนที่แม่ทิ้งไว้ให้ ไม่ใช่เพราะคุณ ฉินไห่ และแน่นอนว่าไม่ใช่เพราะสถานะลูกชายของตระกูลฉินด้วย!"