- หน้าแรก
- ก็บอกว่ารวยล้นฟ้า ทำไมถึงหาว่าผมเป็นยาจก
- บทที่ 4: ถ้าทุกคนรังแกคุณ คุณต่างหากที่ควรทบทวนตัวเอง
บทที่ 4: ถ้าทุกคนรังแกคุณ คุณต่างหากที่ควรทบทวนตัวเอง
บทที่ 4: ถ้าทุกคนรังแกคุณ คุณต่างหากที่ควรทบทวนตัวเอง
บทที่ 4: ถ้าทุกคนรังแกคุณ คุณต่างหากที่ควรทบทวนตัวเอง
"ไม่เป็นไรครับ ขอบคุณครับอาจารย์"
สวี่ฮ่าวรับจดหมายรับรองไป ก่อนจะเดินมาเชิดหน้าท้าทายอยู่ตรงหน้าผม
"ซูเย่ แกไม่มีทั้งทุนตั้งต้นแล้วก็ไม่มีอาจารย์ที่ปรึกษาคอยรับรองให้ จะเอาอะไรมาสู้กับฉัน? นี่คงไม่ได้ฝันหวานอยู่หรอกนะว่าจะมีลาภลอยตกลงมาจากฟ้าน่ะ? หึ! เอาจริงๆ นะ ชีวิตแกมันล้มเหลวขนาดนี้ จะอยู่ไปเพื่ออะไรวะ?"
ทิ้งท้ายไว้แค่นั้น สวี่ฮ่าวกับพรรคพวกก็เดินกร่างออกจากห้องพักครูไป
ผมไม่อยากใส่ใจสวี่ฮ่าว สิ่งที่ผมต้องการมีเพียงคำตอบจากอาจารย์ที่ปรึกษาเท่านั้น "อาจารย์ซุนครับ เมื่อกี้อาจารย์เพิ่งบอกว่าผมเป็นคนนิสัยไม่ดี งั้นผมขอถามหน่อย เมื่อครู่อาจารย์ก็ได้ยินสิ่งที่สวี่ฮ่าวพูดกับผม อาจารย์ประเมินเรื่องนี้ว่ายังไงครับ?"
ซุนถิงไห่กำลังวุ่นอยู่กับงานตรงหน้า เขาไม่แม้แต่จะปรายตามองผมด้วยซ้ำ น้ำเสียงของเขาเย็นชาและหมางเมิน
"ซูเย่ ถ้ามีคนคนเดียวดูถูกเธอ มันอาจจะเป็นปัญหาของเขา แต่ถ้ามีคนมากมายขนาดนั้นดูถูกเธอ เธอไม่คิดว่าตัวเองควรจะทบทวนตัวเองดูบ้างเหรอ?"
"ทำไมสวี่ฮ่าวถึงจ้องเล่นงานแค่เธอคนเดียวล่ะ? ฉันก็เห็นว่าคนอื่นๆ เขาเข้ากับสวี่ฮ่าวได้ดีนี่นา"
ผมคลี่ยิ้ม "ที่แท้อาจารย์ก็คิดแบบนี้นี่เอง สมกับเป็นแม่พิมพ์ของชาติจริงๆ วันนี้ผมได้เปิดหูเปิดตาแล้วครับ"
ซุนถิงไห่หันขวับกลับมาถลึงตาใส่ผม "เธอหมายความว่ายังไง? ซูเย่ ก็เพราะเธอชอบทำตัวแบบนี้ไง คนอื่นเขาถึงได้รำคาญเธอนัก ฉันจะบอกอะไรให้นะ..."
มีแต่ไอ้โง่เท่านั้นแหละที่จะยืนรอให้เขาด่าจนจบ ผมเดินออกจากห้องพักครูมาทันที
เสียงซุนถิงไห่ขว้างปาข้าวของดังไล่หลังมา แต่ผมไม่สนอะไรอีกแล้ว
ระหว่างทางกลับ จู่ๆ ผมก็ได้รับข้อความจากทนายความส่วนตัว
"นายน้อยครับ ผมรวบรวมข้อมูลส่วนตัวของสวี่ฮ่าวเรียบร้อยแล้ว จะให้ส่งให้เลยไหมครับ? น่าทึ่งมากเลยครับ เขามีประวัติที่เกี่ยวพันกับคุณลึกซึ้งทีเดียว"
เกี่ยวพันกับผมลึกซึ้งงั้นเหรอ?
ผมรีบให้ทนายความส่งข้อมูลมาให้ทันที
ผมหาม้านั่งเพื่อนั่งลงอ่านข้อมูล แล้วก็ต้องตกตะลึงไปในทันที
ที่แท้เขาก็เป็นหนึ่งในผู้รับทุนจากมูลนิธิเพื่อการกุศลที่พ่อของผมก่อตั้งขึ้นในชื่อของผม!
มูลนิธินี้ให้ความช่วยเหลือนักเรียนยากไร้ในระยะยาว และจะคัดเลือกเด็กที่เรียนดีประพฤติดีบางคนมาสนับสนุนเป็นพิเศษ เพื่อผลักดันให้เข้าไปเป็นบุคลากรหลักในบริษัทของครอบครัวผมในท้ายที่สุด และส่งพวกเขากลับไปสร้างธุรกิจในชนบทเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจในท้องถิ่น
สวี่ฮ่าวคือหนึ่งในผู้ได้รับทุนสนับสนุนหลัก
ดังนั้นค่าครองชีพรายเดือนของเขาจึงสูงกว่านักเรียนยากไร้คนอื่นๆ อยู่บ้าง
ทว่าผมกับพ่อคงไม่มีทางคาดคิดฝัน ว่าสวี่ฮ่าวจะเอาเงินที่พวกเรามอบให้ไปใช้ชีวิตหรูหราอู้ฟู่ จีบหญิงและรักสนุกไปวันๆ ในมหาวิทยาลัย โดยแทบไม่แตะหนังสือเลย
ผมถึงกับพูดไม่ออก จึงส่งข้อความหาทนายความโดยตรงว่า "ระงับเงินช่วยเหลือเขาทั้งหมดทันที ส่วนเรื่องพ่อ เดี๋ยวฉันจะไปอธิบายเอง"
"รับทราบครับ นายน้อย"
จากนั้นผมก็โทรหาพ่อ
"ฮัลโหล ลูกชาย? เงินค่าขนมหมดแล้วเหรอลูก? ปีนี้ยอดขายผลไม้ของพ่อดีมากเลยนะ เดี๋ยวพ่อจะโอนไปให้อีกสักห้าร้อยแล้วกัน"
'ห้าร้อย' ที่พ่อพูดถึง ความจริงแล้วก็คือห้าล้าน
และก็เพราะสวี่ฮ่าวบังเอิญมาได้ยินประโยคนี้เข้าตอนเปิดเทอม ชีวิตฝันร้ายของผมจึงได้เริ่มต้นขึ้น
ผมพูดอย่างอ่อนใจ "ผมไม่ได้ช็อตเงินครับพ่อ พอดีรูมเมทของผมเป็นหนึ่งในนักเรียนยากไร้ที่ทางเราสนับสนุนอยู่ นิสัยเขาแย่มาก ผมไม่อยากสนับสนุนเขาต่อแล้วครับ"
"เงินของมูลนิธิก็เป็นเงินค่าขนมของลูกอยู่แล้ว ลูกตัดสินใจได้เลย"
"ขอบคุณครับพ่อ อ้อ ผมว่าจะลงแข่งการประกวดแผนธุรกิจสตาร์ทอัพน่ะครับ ผมคิดโปรเจกต์ไว้แล้ว แต่ต้องใช้ช่างเทคนิคผู้เชี่ยวชาญสักสองสามคน พ่อช่วยโอนคนมาให้ผมยืมใช้งานชั่วคราวสักสองคนได้ไหมครับ?"
พ่อหัวเราะอย่างสนใจเมื่อได้ยินดังนั้น "ได้สิลูกชาย ริจะสร้างธุรกิจตั้งแต่ปีหนึ่งเลยเหรอ? ลองเล่าโปรเจกต์ให้พ่อฟังก่อนสิ ถ้ามันเป็นไปได้ เราค่อยมาคุยเรื่องขั้นต่อไปกัน"
ผมรีบอธิบายโปรเจกต์ของผมให้พ่อฟังทันที หลังจากฟังจบ พ่อก็ไม่ลังเลที่จะส่งประวัติของลูกน้องกลุ่มหนึ่งมาให้ผมเลือก
ผมเองก็ไม่เกรงใจ เลือกหัวกะทิระดับท็อปมาสามคน
หลังจากวุ่นวายมาทั้งวัน ผมก็กลับมาที่หอพัก ทันทีที่ผลักประตูเข้าไป ก็ได้ยินเสียงสวี่ฮ่าวตะโกนโวยวาย "พวกแกไม่รู้หรอก หุ่นของชิวฉือแม่งโคตรเด็ด! ตอนฉันกอดเธอนะ มือสั่นไปหมด เกิดมาฉันยังไม่เคยได้ผู้หญิงที่พรีเมียมขนาดนี้มาก่อนเลยว่ะ!"
เมื่อเห็นผมเดินเข้ามา สวี่ฮ่าวก็ไม่คิดจะหยุด ซ้ำยังแสดงท่าทีตื่นเต้นยิ่งกว่าเดิม
"แล้วพวกแกรู้ไหมว่าอะไรเด็ดสุด?"
หวังต้งกับเหอเซี่ยงหนานรับลูกกันอย่างรู้ใจ "อะไรวะ?"
"รีบเล่ามาเถอะลูกพี่ฮ่าว ปล่อยให้อยากรู้แบบนี้มันทรมานนะเว้ย!"
สวี่ฮ่าวหัวเราะหึๆ แล้วพูดอย่างได้ใจว่า "ที่เด็ดสุดก็คือ ชิวฉือบอกฉันว่าเธอยังไม่เคยเสียซิงให้ใครเลยเว้ย"
หวังต้งอุทานเสียงหลงทันที "เชี่ยย! สองคนนั้นคบกันมาตั้งนานแล้วไม่ใช่เหรอ? ตกลงคบกันตั้งแต่ตอนเปิดเทอมใหม่ๆ เลยนี่หว่า ยังไม่เคยมีอะไรกันอีกเหรอวะ?"
"สงสัยมันจะนกเขาไม่ขันว่ะ ฮ่าๆ ดูท่าทางอ้อนแอ้นของมันสิ ใจสู้แต่ร่างกายคงไม่ไหวมั้ง!"
"ชิวฉือเองก็ไม่ได้ให้ค่ามันนักหรอก คนสวยหน้าตาสะอาดสะอ้านแต่หุ่นยั่วบดแบบชิวฉือ ยังไงอนาคตก็ต้องได้เป็นอินฟลูเอนเซอร์แน่ๆ เธอจะไปลดตัวลงมามองไอ้กระจอกที่บ้านขายผลไม้ข้างทางได้ยังไง?"
ผมไม่ได้แคร์ชิวฉืออีกต่อไปแล้ว แต่พวกเขาก็ยังจงใจหยิบยกเธอขึ้นมาเพื่อยั่วยุผมอยู่ดี
น่าเบื่อชะมัด
ผมเปิดแล็ปท็อปเพื่อจัดการแผนธุรกิจโปรเจกต์ของตัวเองต่อ จังหวะนั้นเอง สวี่ฮ่าวก็ปรายตามองผมแล้วจู่ๆ ก็พูดขึ้นว่า "อ้อ มีอีกเรื่องจะบอกให้เอาบุญนะ ฉันได้เงินทุนก้อนแรกจากกลุ่มบริษัทเทคโนโลยีอุตสาหกรรมผลไม้ชุนเสียงอย่างเป็นทางการแล้วโว้ย โปรเจกต์สตาร์ทอัพของฉันกำลังจะเริ่มในไม่ช้านี้แหละ"
ผมถึงกับอึ้งไปเลย
กลุ่มบริษัทเทคโนโลยีอุตสาหกรรมผลไม้ชุนเสียง?
นั่นมันบริษัทพ่อผมไม่ใช่หรือไง?
ผมเพิ่งจะสั่งทนายให้ระงับเงินช่วยเหลือของเขาไปเมื่อเช้านี้เอง แล้วบริษัทจะยังไปลงทุนในโปรเจกต์สตาร์ทอัพของเขาได้ยังไงกัน?
ผมมองเขาอย่างพูดไม่ออก ไม่นึกเลยว่าเหตุผลที่เขาชอบด่าว่าผมขี้เก๊กขี้อวด ก็เป็นเพราะตัวเขาเองนั่นแหละที่ชอบอวดอ้างบารมี
สวี่ฮ่าวยักไหล่ใส่ผม "มองอะไร? ทำไม คิดว่าฉันใช้เส้นสายงั้นสิ? ก็ช่วยไม่ได้นี่หว่า! บอสของชุนเสียงก็คือพ่อแท้ๆ ของฉันเอง ถ้าฉันไม่ใช้ทรัพยากรของบ้านตัวเอง ฉันก็โง่เต็มทีแล้วสิ?"
สีหน้าของหวังต้งและเหอเซี่ยงหนานตอนนี้แทบจะเรียกได้ว่ากำลังบูชา "เชดเข้! บอสใหญ่ของชุนเสียงเป็นพ่อพี่เหรอ? พระเจ้าช่วย นั่นมันเจ้าของฐานการเกษตรและสวนผลไม้ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศเลยไม่ใช่หรือไง?"
"มิน่าล่ะลูกพี่ฮ่าวถึงได้รวยขนาดนี้ ที่แท้บ้านพี่ก็ทำสวนผลไม้นี่เอง! แถมยังมีฐานการผลิตตั้งเยอะตั้งแยะ!"
มีเพียงผมคนเดียวที่ถึงกับใบ้กิน
หมอนี่แม่งป่วยหนักจริงๆ
เขากล้าเอาพ่อของผมไปแอบอ้างว่าเป็นพ่อของตัวเองได้หน้าตาเฉย ผมล่ะไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่าบนโลกนี้มีคนแบบนี้อยู่ได้ยังไง
สวี่ฮ่าวเดินมาหาผมแล้วเคาะโต๊ะ "ซูเย่ พูดตรงๆ เลยนะ ถ้าตอนเปิดเทอมแกทำตัวเจียมเนื้อเจียมตัวสักหน่อย ฉันคงไม่มีทางลดตัวลงไปยุ่งกับคนชั้นต่ำแบบแกหรอก"
"แต่แกดันสะเออะมาทำตัวกร่างต่อหน้าฉัน แถมยังทำให้ฉันเสียหน้าต่อหน้ารุ่นพี่อีก แกแส่หาเรื่องเองนะ"
รุ่นพี่งั้นเหรอ?
ภาพเหตุการณ์ตอนเปิดเทอมแวบเข้ามาในหัวผม
รุ่นพี่สาวสวยคนหนึ่งกำลังช่วยพวกเราหาหอพัก หลังจากเข้าไปในห้อง ผมกับสวี่ฮ่าวก็ยื่นขวดเครื่องดื่มให้เธอพร้อมกัน ของผมราคาแพงกว่า รุ่นพี่ก็เลยเลือกของผม
พอดื่มน้ำของผม รุ่นพี่ก็ย่อมมีท่าทีสุภาพกับผมมากกว่าเป็นธรรมดา
แต่มันก็แค่นั้นเอง
ผมมองสวี่ฮ่าวด้วยความประหลาดใจ "งั้นที่แกตั้งใจปล่อยข่าวลือใส่ร้ายฉัน ก็เป็นเพราะเครื่องดื่มแค่ขวดเดียวเนี่ยนะ?"
สวี่ฮ่าวแค่นเสียงหยัน "ฉันก็แค่หมั่นไส้ที่แกทำตัวอวดรวยนั่นแหละ!"
"ฉันอวดรวย หรือแกกันแน่ที่ขี้อวด?" ผมลุกขึ้นยืน ไม่คิดจะยอมทนสวี่ฮ่าวอีกต่อไป "บอสใหญ่ของชุนเสียงดูเหมือนจะแซ่ซูไม่ใช่หรือไง? แกแน่ใจนะว่านั่นพ่อแกน่ะ?"