- หน้าแรก
- แฟนผมไม่ได้มีดีแค่ความสวย
- บทที่ 8: ก็น่ารักดีไม่ใช่หรือไง?
บทที่ 8: ก็น่ารักดีไม่ใช่หรือไง?
บทที่ 8: ก็น่ารักดีไม่ใช่หรือไง?
บทที่ 8: ก็น่ารักดีไม่ใช่หรือไง?
"ขอโทษนะ..."
เพราะชนเข้ากับหลี่จื่อเชียน ม่อหนานเป่ยจึงไม่ล้มลงไป ซ้ำยังปลอดภัยไร้รอยขีดข่วนอีกต่างหาก
ทว่าเมื่อนึกถึงตอนที่ตัวเองเสียหลักล้มไปเมื่อครู่ ม่อหนานเป่ยก็รู้สึกว่าเธออาจจะกระแทกหลี่จื่อเชียนแรงไปหน่อย จึงเอ่ยขอโทษเขาจากใจจริง
ขณะที่ม่อหนานเป่ยขยับไปยืนด้านข้างและเอื้อมมือไปจับราว หลี่จื่อเชียนก็เผลอบีบซาลาเปาในมือซ้ำอีกสองสามครั้งโดยไม่รู้ตัว
เขารู้สึกแปลกประหลาดอธิบายไม่ถูก แต่พอได้ยินคำขอโทษของม่อหนานเป่ย เขาก็รีบโบกมือให้เธอเป็นเชิงบอกว่ามันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเลย
"อา... ไม่เป็นไรหรอก" เขาตอบกลับไปด้วยความรู้สึกกระอักกระอ่วนเล็กน้อย
แรงกระแทกเมื่อกี้ไม่ได้เจ็บเลยสักนิด แถมความรู้สึกหลังจากนั้นก็ค่อนข้าง... เอาเป็นว่าเขาไม่ได้เสียเปรียบอะไรนักหรอก ขืนรับคำขอโทษของม่อหนานเป่ยไปเขาคงรู้สึกผิดแย่
ดังนั้น เขาจึงเรียบเรียงความคิดแล้วพูดต่อ "ไม่เป็นไรจริงๆ คราวหน้าก็ระวังหน่อยแล้วกัน"
"ฉันขอโทษจริงๆ นะ"
ม่อหนานเป่ยผู้ไม่รู้ตัวเลยสักนิดถึงวีรกรรม 'เอาหน้าอกกระแทกคน' ของตัวเอง ลอบสังเกตหลี่จื่อเชียนอย่างระมัดระวัง เมื่อแน่ใจแล้วว่าเขาไม่ได้ถูกน้ำเต้าหู้หกเลอะเทอะใส่ เธอก็ยังคงเอ่ยขอโทษเขาต่อไป
การที่ม่อหนานเป่ยเอาแต่พร่ำขอโทษซ้ำแล้วซ้ำเล่าในตอนนี้ ช่างขัดแย้งกับท่าทีเกรี้ยวกราดไร้เหตุผลของเธอเมื่อวานอย่างสิ้นเชิง
ภาพลักษณ์ของเธอในตอนนี้ทำเอาหลี่จื่อเชียนถึงกับไปไม่เป็น ชั่วขณะหนึ่งเขาไม่รู้เลยว่าจะพูดอะไรต่อดี
และผลจากการที่สมองประมวลผลไม่ทันก็คือ ความคิดหลายอย่างดันหลุดปากออกไปเสียอย่างนั้น
หลี่จื่อเชียนเห็นม่อหนานเป่ยทำท่าเหมือนจะเอ่ยขอโทษอีกรอบ จึงโพล่งออกไปตรงๆ "นี่ ทำไมตอนนี้ถึงได้ดูหงอขนาดนี้ล่ะ? แล้วเมื่อวานตอนที่เถียงคอเป็นเอ็นกับฉัน เธอคิดอะไรอยู่เนี่ย?"
???
คำพูดของหลี่จื่อเชียนทำเอาม่อหนานเป่ยถึงกับอึ้งกิมกี่ไปในทันที
เดี๋ยวนะ
เธออุตส่าห์เป็นห่วงว่าความซุ่มซ่ามของตัวเองจะทำให้เขาเดือดร้อนไม่ใช่หรือไง??
เธอพร่ำขอโทษเขาขนาดนี้ แต่หมอนี่ก็ยังพูดจาไม่เหมือนชาวบ้านชาวช่องเขาอีกเหรอ???
ดังนั้น โดยไม่ทันได้คิด ไม่ทันได้ประมวลผลด้วยซ้ำ ประโยคหนึ่งก็หลุดพรวดออกมาจากปากม่อหนานเป่ย
"มารดาแกสิ พอพูดดีๆ ด้วยก็ไม่ชอบใช่ไหม? หรือว่าชอบให้ด่าฮะ???"
"..."
แล้วเขาคาดหวังอะไรอยู่นะ?
หวังว่ายัยนี่จะน่ารักจริงๆ งั้นเหรอ?
เขาสงสัยจะยังไม่ตื่นดีแหงๆ
สมองของม่อหนานเป่ยต้องมีปัญหาแน่ๆ
ตอนนี้เขารู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้ง
เสียใจที่เมื่อกี้ไม่ยอมหลบไปด้านข้าง ปล่อยให้ยัยนี่ล้มหน้าคะมำลงไปกองกับพื้นให้รู้แล้วรู้รอด
"ชิ"
หลี่จื่อเชียนเดาะลิ้นด้วยความหงุดหงิด ปัดเสื้อเชิ้ตของตัวเอง หันหน้าไปอีกทาง แล้วก้มหน้าก้มตากินมื้อเช้าต่อไป
ม่อหนานเป่ยจ้องหลี่จื่อเชียน หันหน้าหนีไปนิดๆ แล้วเบะปากใส่ตรงมุมนั้น
"ฮึ!"
เสียงของเธอแผ่วเบามากจนถูกเสียงรถยนต์กลบไปจนหมด
หลังจากลงจากรถบัส หลี่จื่อเชียนก็ยืนอยู่ริมถนน โยนขยะมื้อเช้าทิ้งลงถัง จังหวะนั้นเองที่เขารู้สึกได้ถึงแรงกระตุกเบาๆ ที่ชายเสื้อจากด้านหลัง
เมื่อหันกลับไปมอง ก็พบว่าเป็นม่อหนานเป่ยที่กำลังดึงเสื้อเขาอยู่
"หืม?"
พอเห็นม่อหนานเป่ยทำท่าทางแบบนี้ สัญชาตญาณของเขาก็ร้องเตือนถึงลางสังหรณ์แปลกๆ ทันที
การที่สาวน้อยปากแจ๋วเป็นฝ่ายเข้ามาทักก่อนแบบนี้ เธอจะพ่นเรื่องไร้สาระอะไรออกมาอีกล่ะเนี่ย?
ในหัวเขามีฉากจำลองเหตุการณ์ผุดขึ้นมาอย่างน้อยสามรูปแบบแล้ว
เมื่อกี้ก็ไม่ได้เถียงแพ้สักหน่อย หรือว่าจะกลับมาเปิดศึกรอบสองกัน?!
ทว่า... เขาหันไปมองม่อหนานเป่ยอีกสองสามครั้ง สีหน้าและน้ำเสียงของประโยคถัดมาที่เธอเปล่งออกมาก็ทำให้เขาล้มเลิกความคิดนั้นไปทันที
"เอ่อ..."
เสียงของเธออ่อนลงกว่าเดิมเล็กน้อย ไร้ซึ่งความเย่อหยิ่งจองหองเหมือนตอนที่เถียงกันก่อนหน้านี้ แถมยังแฝงไปด้วยความรู้สึกผิดเจือความน้อยใจ
"เรื่องเมื่อกี้ ฉันขอโทษจริงๆ นะ"
ขณะที่พูด มือขวาของเธอก็กำชายเสื้อพละของตัวเองเอาไว้แน่น
"คือว่า... ฉันผิดเองแหละที่ชนนาย ฉัน... ไม่ควรพูดจาแบบนั้นออกไปเลย นายอย่าเก็บไปใส่ใจเลยนะ
อืม... ก็แค่... เลิกโกรธได้แล้วล่ะ..."
(ΩДΩ)!!!!
เดี๋ยว ยัยนี่กำลังพูดอะไรออกมาเนี่ย?!
แล้วไอ้น้ำเสียงแบบนี้ พูดตรงๆ นะ เขาชักจะกลัวแล้วสิ
น่ารักงั้นเหรอ?
ทำไมคำคำนี้ถึงมาปรากฏอยู่บนตัวคนหยาบคายแบบนี้ได้ล่ะ?
ไม่ ไม่ ไม่สิ?
เธอไม่ได้ถูกผีสิงใช่มั้ยเนี่ย???
ยิ่งคิด สีหน้าหวาดผวาของหลี่จื่อเชียนก็ยิ่งเด่นชัดขึ้นเรื่อยๆ
และแน่นอนว่าท่าทีสยดสยองเกินเบอร์ของเขาก็ถูกม่อหนานเป่ยสังเกตเห็นเข้าจนได้
ราวกับพลิกฝ่ามือ ความรู้สึกผิด ความน้อยใจ และความกังวลบนใบหน้าของเธอถูกแทนที่ด้วยความโกรธเกรี้ยวในทันที
คิ้วของเธอขมวดเข้าหากัน ริมฝีปากเบะออก และเมื่อสูดลมหายใจเข้าลึก เธอก็กระทืบเท้าลงบนพื้นอย่างแรง
"ทำหน้าแบบนั้นหมายความว่าไงฮะ! บ้าเอ๊ย! สรุปนายจะตายหรือไม่ตายเนี่ย?!"
ทิ้งประโยคนั้นเสร็จ ม่อหนานเป่ยก็เหวี่ยงกระเป๋าขึ้นสะพายไหล่ข้างเดียว สะบัดหน้าหนี แล้วเดินจ้ำอ้าวตรงไปยังประตูโรงเรียน... หลี่จื่อเชียนมองดูแผ่นหลังของม่อหนานเป่ยที่กำลังหัวฟัดหัวเหวี่ยง แล้วความคิดหนึ่งก็พลันแวบขึ้นมาในหัวโดยไม่ได้ตั้งใจ
'ยัยนี่ดูเหมือน... จะน่ารัก... น่ารักดีจริงๆ แฮะ?'
ในฐานะเพื่อนร่วมโต๊ะ สิ่งที่กระอักกระอ่วนที่สุดก็คือ บ่อยครั้งแม้ว่าคุณจะไม่อยากเสวนาด้วยเลยก็ตาม แต่สถานการณ์ต่างๆ ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ก็บีบบังคับให้คุณต้องทำ
ยกตัวอย่างเช่น ตั้งแต่วินาทีที่ม่อหนานเป่ยเดินเข้ามาในห้องเรียน เธอแสดงออกอย่างชัดเจนว่าไม่อยากคุยกับหลี่จื่อเชียน เอาแต่ส่งเสียง 'ฮึ่มฮั่ม' กับตัวเอง แล้วก็คอยตวัดสายตาขวางๆ มามองเขาเป็นระยะ
แต่แล้ว งานที่อาจารย์มอบหมายให้ในคาบศึกษาด้วยตนเองช่วงเช้าคือการท่องจำบทกวีโบราณ และให้เพื่อนร่วมโต๊ะสลับกันตรวจทานและทดสอบการท่องจำของอีกฝ่าย
"..."
เมื่อพวกเขาขยับเก้าอี้หันหน้าเข้าหากัน หลี่จื่อเชียนก็มองเห็นความขุ่นเคืองในแววตาของม่อหนานเป่ยได้อย่างชัดเจน
ดูโกรธนิดๆ น้อยใจหน่อยๆ... ซี้ดดด—
มันออกจะรับมือยากไปสักหน่อยนะเนี่ย
ถูกดวงตาที่ดูน้อยเนื้อต่ำใจราวกับลูกหมาโกลเด้นรีทรีฟเวอร์จ้องเขม็งมาแบบนั้น ต่อให้เขาไม่ได้ทำอะไรผิด เขาก็ยังรู้สึกเหมือนตัวเองทำเรื่องเลวร้ายลงไปอยู่ดี!
มันเหมือนกับว่า ในหัวของเขามีแต่ความคิดที่ว่า ใครกันนะช่างใจร้ายรังแกเธอได้ลงคอ?
ในขณะที่หลี่จื่อเชียนทนรับแรงกดดันไม่ไหวและกำลังจะอ้าปากขอโทษ จู่ๆ ม่อหนานเป่ยก็พูดขึ้นมาว่า "มารดา... นาย... บึ้มไปแล้วสิ"
ทุกถ้อยคำชัดเจน เน้นย้ำทีละคำอย่างจะแจ้ง
มันเหมือนกับการโดนสาดน้ำเย็นเฉียบรดหัวในฤดูร้อนอันอบอ้าว ทำเอาความหนาวเหน็บพุ่งพล่านไปถึงกระดูกดำในพริบตา
"..."
อารมณ์ของเขาในตอนนี้มันอธิบายยากสุดๆ
แม้ว่านี่จะไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาต้องเจอประสบการณ์แบบนี้ แต่เขาก็ยังอยากจะถามอยู่ดีว่า คนบางคนจะมีปากไว้ทำไม!
หัดเงียบซะบ้างไม่ได้หรือไง!
"เชี่ย"
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ หลี่จื่อเชียนก็อดไม่ได้ที่จะสบถชื่อสัตว์เลื้อยคลานชนิดหนึ่งออกมา
ช่างมันเถอะ ตั้งใจทำงานช่วงคาบศึกษาด้วยตนเองให้เสร็จๆ ไปดีกว่า
อย่างไรก็ตาม สำหรับงานประเภทที่ต้องมานั่งท่องบทความ หลี่จื่อเชียนไม่มีทางทำตามเด็ดขาด
สำหรับเขาแล้ว เว้นเสียแต่อาจารย์จะกำชับมาเป็นพิเศษว่า 'พรุ่งนี้จะสุ่มตรวจในคาบ' หรืออะไรทำนองนั้น เขาถึงจะยอมเปิดดูบทความพวกนั้นบ้าง
"ท่องจำบทความใช่ไหม?"
เมื่อเห็นว่าหลี่จื่อเชียนเอาแต่เงียบกริบหลังจากสบถออกมา ม่อหนานเป่ยก็เคาะหนังสือในมือแล้วเอ่ยเร่งเขา