- หน้าแรก
- ทรานเซนดิ้ง วิชั่น อัจฉริยะเนตรทิพย์เหนือมนุษย์
- TXV - 0757 กางเกงคุณเปื้อนฝุ่นนะ
TXV - 0757 กางเกงคุณเปื้อนฝุ่นนะ
TXV - 757 กางเกงคุณเปื้อนฝุ่นนะ
TXV - 757 กางเกงคุณเปื้อนฝุ่นนะ
ใครกันที่เป็นคนทำข้อมูลรั่วไหล?
คำถามนี้วนเวียนอยู่ในใจของเซี่ยเหล่ยไม่ยอมไปไหน หากครั้งนี้หาตัวการไม่เจอ เรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อคืนก็อาจจะเกิดขึ้นเป็นครั้งที่สอง หรือครั้งที่สามได้อีก ครั้งนี้เขาเอาตัวรอดมาได้เพราะ องค์หญิงจูเสวียนเยว่ มาช่วย แล้วครั้งหน้าจะมีกำลังเสริมอย่างเธออีกหรือเปล่า?
ความจริงก็คือ หากเมื่อคืนองค์หญิงจูเสวียนเยว่มาไม่ทันเวลา ถังอวี่เยียนคงต้องตายอย่างอัปยศ และตัวเขาก็คงตกอยู่ในมือของ CIA แม้เขาและถังอวี่เยียนจะรอดชีวิตมาได้ แต่บากู และมาร์คัสกลับต้องตาย อแมนด้า และปาร์คแทยอง ก็ตกอยู่ในมือของเยโมซ่า แค้นนี้เขาต้องชำระให้ได้!
การตายของบากูและมาร์คัสทำให้บรรยากาศใน "เรือนสงบสุข" ปกคลุมไปด้วยความโศกเศร้า
หลังจากเซี่ยเหล่ยกลับมาถึงเรือนสงบสุข เซี่ยฉางเหอก็พาเขาและเยเลน่าไปยังห้องพระที่สวนหลังบ้านเพื่อจุดธูปให้บากูและมาร์คัส จัดพิธีไว้อาลัยแบบเรียบง่าย จากนั้นทั้งสามคนก็เข้าไปในห้องลับ
"เยโมซ่ายังไม่โทรมาอีกเหรอ?" ทันทีที่เข้าห้องลับ เซี่ยฉางเหอก็เอ่ยถามเซี่ยเหล่ยทันที
"ยังครับ ผมโทรเข้าเบอร์อแมนด้าไม่ได้แล้ว ตอนนี้เราทำได้แค่รอ รอให้เธอโทรมาแล้วค่อยเจรจาแลกเปลี่ยน" เซี่ยเหล่ยกล่าว
"คุณจะยอมจ่ายเงิน 50 ล้านเหรียญให้เยโมซ่าจริงๆ เหรอ?" เยลีน่าถามเซี่ยเหล่ย
เซี่ยเหล่ยตอบว่า "ไม่ว่าจะต้องจ่ายเท่าไหร่ ผมก็จะไม่ทอดทิ้งอแมนด้าและปาร์คแทยอง สมาชิกทุกคนในทีมรบนักษัตรจีนก็เหมือนกัน พวกเราคือครอบครัวเดียวกัน"
เยลีน่าเผยรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความซาบซึ้ง การที่เซี่ยเหล่ยปฏิบัติต่ออแมนด้าและปาร์คแทยองแบบนี้ หมายความว่าในอนาคตเขาก็จะปฏิบัติต่อเธอแบบนี้เช่นกัน เงิน 50 ล้านเหรียญไม่ใช่จำนวนน้อยๆ บนโลกนี้ไม่มีเจ้านายคนไหนยอมควักเงินขนาดนี้เพื่อไถ่ตัวลูกน้องสองคนแน่ แต่เซี่ยเหล่ยยอม และยอมอย่างไม่ลังเล นั่นแสดงว่าเขาเห็นสมาชิกทีมรบนักษัตรจีนเป็นครอบครัวจริงๆ การได้ตามลูกพี่แบบนี้ จะมีอะไรต้องเสียใจอีก?
"เหล่ย เรื่องงานศพของบากูและมาร์คัสนายไม่ต้องห่วง ฉันจะจัดการเอง" เซี่ยฉางเหอกล่าว "ช่วงนี้อย่าเพิ่งออกไปไหนมาไหนเลย อีกอย่าง ใครที่เป็นคนปล่อยข่าวรั่วไหล เรื่องนี้ต้องสืบให้รู้ความจริง มันทรยศลูกได้ครั้งแรก มันก็ต้องมีครั้งที่สองที่สามตามมา"
เซี่ยเหล่ยกล่าว "พ่อวางใจเถอะ เรื่องนี้ผมจะสืบให้กระจ่างเอง"
"ลูกไปเคลียร์เรื่องของตัวเองเถอะ เรื่องนี้พ่อจะสืบหาตัวมันเอง"
เซี่ยเหล่ยชะงักไปเล็กน้อย "พ่อ พ่อล้างมือจากวงการไปแล้ว เรื่องนี้พ่ออย่าเข้ามาแทรกแซงเลยครับ"
เซี่ยฉางเหอกล่าว "ลูกคนเดียวจะทำทุกอย่างไหวเหรอ? ลูกต้องบริหารบริษัท ต้องเผชิญกับการคุกคามของ CIA และองค์กร FA ตอนนี้แม้แต่คนญี่ปุ่นก็ยังมาร่วมวงด้วย นี่ยังต้องมาสืบหาหนอนบ่อนไส้เองอีก ลูกคนเดียวจะรับมือไหวได้ยังไง?"
"แล้วพ่อจะสืบยังไงครับ?"
"เรื่องนั้นลูกไม่ต้องสนหรอก รอให้ช่วงเวลาที่เปราะบางนี้ผ่านไปก่อน พ่อจะให้สมาชิกอีก 5 คนที่ลูกยังไม่เคยเจอมาพบกับลูก"
เซี่ยเหล่ยพยักหน้า
สมาชิกทีมรบนักษัตรจีนอีก 5 คนที่เขายังไม่เคยเห็นหน้าคือ อสรพิษ, มุสิก, วานร, สุนัข และสุกรคนใหม่ สมาชิกกลุ่มนี้ออกไปปฏิบัติภารกิจอยู่ที่อื่นมาตลอด แต่ภารกิจอะไรนั้น เซี่ยฉางเหอไม่เคยบอกเขาเลย
‘พ่อเหมือนจะปิดบังอะไรบางอย่างอยู่ สมาชิกห้าคนนั้นกำลังทำอะไรกันแน่? หรือว่าห้าคนนั้นคือระดับหัวกะทิของทีมรบนักษัตรจีน ที่จะเรียกใช้เฉพาะช่วงเวลาวิกฤตเท่านั้น?’ ขณะออกจากห้องลับ เซี่ยเหล่ยอดไม่ได้ที่จะคาดเดาในใจ
เซี่ยเหล่ยไม่ได้ไปที่โรงงาน เขาตรงกลับห้องพัก แช่น้ำร้อนแล้วล้มตัวลงนอนหลับเป็นตาย การต่อสู้ตลอดทั้งคืนทำให้เขาเหนื่อยล้าจนถึงขีดสุด จนกระทั่งตอนนี้เขาถึงได้ผ่อนคลายอย่างแท้จริง
เขาฝัน
เขาฝันเห็น องค์หญิงจูเสวียนเยว่ แต่ไม่ใช่ในร่างของมาร์ติน่าเด็กสาวอิตาลีที่ตายไปแล้ว แต่เป็นใบหน้าขององค์หญิงหยงเม่ย แห่งราชวงศ์หมิง เธอร่วงหล่นมาจากฟ้า สวมเกราะเงิน ถือกะบี่เงินสังหารศัตรูไปทั่วทิศ จากนั้นเธอก็หายไป แล้วถังอวี่เยียนก็ปรากฏตัวขึ้นมาแทน ฉากฝันจากยอดเขาที่หนาวเหน็บกลายเป็นห้องหอ โคมไฟสีแดงอักษรมงคลสีแดง เทียนสีแดง ฟูกสีแดง แม้แต่ที่นอนก็ยังเป็นสีแดง
เป็นมงคล... มงคลไปเสียทุกอย่าง
ถังอวี่เยียนนั่งอยู่ที่หัวเตียง มีผ้าคลุมหน้าสีแดงผืนใหญ่ปิดอยู่ ในมือถือผ้าเช็ดหน้าสีแดงปักรูปนกเป็ดน้ำคู่ นั่งรอให้เขาไปเปิดผ้าคลุมหน้าอย่างเงียบเชียบ
เขาเปิดผ้าคลุมหน้าของเธอออก ใบหน้าของเธอสวยงดงามจนน่าตะลึง เขาแทบจะทนไม่ไหวรีบผลักเธอลงบนเตียงแล้วโถมกายลงไปประกบจูบปากเธอ มือไม้ก็เริ่มวุ่นวายไม่หยุด
"เบาๆ หน่อยนะ นี่คือครั้งแรกของฉัน..." ถังอวี่เยียนดูเหนียมอายเหลือเกิน
เขาตื่นเต้นจนคุมตัวเองไม่อยู่ ไม่สนอะไรทั้งนั้นแล้ว ขณะที่กำลังจะเริ่ม "บทรัก" จู่ๆ ประตูห้องก็ถูกถีบโครมจนเปิดออก เขาตกใจจนขวัญหนี พอหันกลับไปมองก็เห็นถังอวิ๋นไห่ ตาแก่นั่นถือดาบง้าวเข้ามา คำรามเสียงก้อง "ไอ้หนู แกกล้าข้ามขั้นตอนขึ้นเตียงหลานสาวฉันโดยไม่จดทะเบียนงั้นเรอะ ฉันจะฟันแกให้ตาย!"
เขาพยายามจะหนี แต่ถังอวี่เยียนกลับกอดเขาไว้แน่นพร้อมกับพูดว่า "สามีขา ฉันอยากมีลูกให้คุณจังเลย"
เขาดิ้นไม่หลุด และในจังหวะที่เธอพูดจบ ตาแก่นั่นก็พุ่งเข้ามาแล้วง้างดาบง้าวสับลงมา...
"อา!" เซี่ยเหล่ยร้องเสียงหลง ตื่นขึ้นมาจากฝันร้าย
นอกหน้าต่างมืดมิด ท้องฟ้าเต็มไปด้วยดวงดาวระยิบระยับ ไม่รู้เลยว่าเผลอหลับไปจนถึงค่ำ
นึกถึงฝันเมื่อครู่ เซี่ยเหล่ยก็ได้แต่ส่ายหน้ายิ้มขื่น "แปลกชะมัด ทำไมเราถึงฝันแบบนี้? เรากลัวการแต่งงานขนาดนั้นเลยเหรอ?"
ก๊อก ก๊อก ก๊อก มีคนเคาะประตู
"ประธานเซี่ย มีคนมาหาค่ะ" เป็นเสียงของเยลีน่า
เวลาที่เยลีน่าเรียกเขาว่า "ประธานเซี่ย" มักจะหมายความว่ามีคนจากทางการหรือลูกค้ามาพบ เซี่ยเหล่ยขยิบตาซ้ายเพียงนิดก็เห็นเยลีน่ายืนอยู่กับชายวัยกลางคนคนหนึ่ง และชายคนนั้นก็คือซ่งไป่เฉิง
เซี่ยเหล่ยลุกไปเปิดประตู เดินออกไปข้างนอก แต่เขาไม่ได้ทักทายซ่งไป่เฉิง กลับหันไปบอกเยลีน่าว่า "ไม่มีอะไรแล้ว คุณไปพักผ่อนเถอะ"
เยลีน่าพยักหน้า "ได้ค่ะ เชิญพวกคุณคุยกันตามสบายนะ"
เซี่ยเหล่ยถึงค่อยทักทายซ่งไป่เฉิง "ที่แท้ก็คุณซ่งนี่เอง ไม่ทราบว่ามีธุระอะไรครับ ถึงได้มาหาผมดึกดื่นขนาดนี้?"
ซ่งไป่เฉิงตอบอย่างใจเย็น "ผมตั้งใจมาคุยเรื่องเอกสารฉบับนั้นน่ะ ทำไมล่ะ ไม่เชิญผมเข้าไปนั่งหน่อยเหรอ? หรือจะให้เรายืนคุยกันตรงนี้?"
เอกสารฉบับนั้น? เซี่ยเหล่ยพลันนึกถึงการพบกับอวี๋ซานเหอ ก่อนจะไปปฏิบัติภาระกิจที่มลฑลซีเซิ่ง อวี๋ซานเหอให้เขาดูเอกสารฉบับหนึ่ง เรื่องการยกเลิกเงินกู้ของเขาแต่มีเงื่อนไขเพิ่มเติมคือ ต้องส่ง "ผู้ชี้แนะด้านการบริหาร" เข้ามาในเรย์มาร์กรุ๊ป ตอนนั้นเขาปฏิเสธทันที และเพื่อจะหลบหน้าอวี๋ซานเหอรวมถึงกดดันฝ่ายนั้น เขาถึงยอมรับภารกิจไปมลฑลซีเซิ่ง แต่คิดไม่ถึงว่าพ่อเขาจะกลับมา และซ่งไป่เฉิงก็มาหาถึงที่
"คุณซ่งย้ายไปทำงานให้อวี๋ซานเหอตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ?" เซี่ยเหล่ยถาม
"ผมไม่ได้ทำงานให้ใครเป็นการส่วนตัว ผมเองก็เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ การย้ายจากแผนกหนึ่งไปอีกแผนกหนึ่งมันเป็นเรื่องปกติ" ซ่งไป่เฉิงกล่าว
"หลิงฮ่าวก็ย้ายไปด้วยใช่ไหมครับ?" เซี่ยเหล่ยลองหยั่งเชิง
"อืม คุณเซี่ย ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อคุยเรื่องงานของผมกับคุณหลิง แต่มาเพื่อคุยเรื่องเอกสารฉบับนั้นกับคุณ" ซ่งไป่เฉิงเริ่มมีสีหน้าไม่พอใจ
เซี่ยเหล่ยยักไหล่ "ก็ได้ งั้นเรามาคุยกัน"
"คุณเซี่ย จะคุยกันแบบนี้เหรอ? คุยกันตรงนี้เนี่ยนะ?" แววตาของซ่งไป่เฉิงเริ่มมีความโกรธฉายออกมา เซี่ยเหล่ยไม่แม้แต่จะเชิญเขานั่ง ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องน้ำชา ท่าทางเมินเฉยแบบนี้มันเหมือนไม่เห็นเขาอยู่ในสายตาด้วยซ้ำ!
เซี่ยเหล่ยยิ้ม "โอ้ ขออภัยที่เสียมารยาท เชิญนั่งครับ เชิญนั่ง"
ซ่งไป่เฉิงอึ้งไปทันที หน้าห้องนอนของเซี่ยเหล่ยเป็นโถงทางเดินที่ไม่มีโต๊ะหรือเก้าอี้เลย แม้แต่สวนด้านล่างก็ไม่มี เซี่ยเหล่ยเชิญเขานั่ง... จะให้นั่งพื้นเหรอ?
ทว่าในวินาทีนั้น เซี่ยเหล่ยก็ทรุดตัวลงนั่งบนบันไดหินอ่อนที่ทางเดินนั่นเอง แล้วยิ้มบอกว่า "คุณซ่ง นั่งสิครับ นั่งลงมาคุยกัน"
เขานัดให้นั่งพื้นจริงๆ ด้วย
"เหอะ!" ซ่งไป่เฉิงแค่นเสียงเย็น "คุณนั่งไปเถอะ ผมขอบาย ผมพูดจบก็จะไปแล้ว"
"งั้นเชิญพูดครับ"
ซ่งไป่เฉิงกล่าวเสียงแข็ง "ผมเชื่อว่าคุณคงอ่านเอกสารฉบับนั้นแล้ว"
"ครับ ผมอ่านแล้ว"
"เนื้อหาทุกอย่างชัดเจนดีใช่ไหม?"
"ชัดเจนครับ"
"งั้นผมจะได้ไม่ต้องเสียเวลาอธิบายเนื้อหาซ้ำอีก ผมจะพูดตรงๆ เลยนะ" ซ่งไป่เฉิงกล่าว "ท่านอวี๋ฝากผมมาบอกคุณว่า เอกสารฉบับนั้นจะไม่มีการแก้ไขใดๆ ทั้งสิ้น และจะไม่รอคุณด้วย จะไม่มีการขยายเวลาออกไปอย่างไร้กำหนด พรุ่งนี้... ภายในพรุ่งนี้ก่อนเวลาเลิกงานตอนบ่าย คุณต้องให้คำตอบที่ชัดเจนว่าจะเซ็นหรือไม่เซ็น"
"ทำไมเขาถึงรีบขนาดนั้นล่ะครับ?"
"ท่านอวี๋แค่อยากให้เรื่องนี้มันจบลงด้วยดี ถ้าคุณตัดสินใจได้แล้ว คุณบอกผมตอนนี้ได้เลย ถ้าคุณจะเซ็นตอนนี้ ผมพกเอกสารที่ท่านอวี๋เซ็นไว้แล้วมาด้วย คุณเซ็นต่อหน้าผมตอนนี้ก็มีผลเหมือนกัน"
"แล้วทำไมคุณถึงรีบขนาดนี้ด้วยล่ะ?"
"คุณเซี่ย!" ซ่งไป่เฉิงระเบิดอารมณ์ทันที "ผมจะรีบไปทำไม? เรื่องนี้มันเกี่ยวอะไรกับผม? เอกสารฉบับนี้มันเกี่ยวกับเงินกู้สองหมื่นกว่าล้านของเรย์มาร์กรุ๊ปที่จะถูกล้างให้เป็นศูนย์นะ คุณได้กำไรมหาศาลขนาดนี้ ยังจะมาหาว่าผมกับท่านอวี๋รีบร้อนอีก คุณนี่มันได้คืบจะเอาศอกจริงๆ!"
"ใจเย็นๆ สิครับ" เซี่ยเหล่ยตอบเสียงเรียบ ไม่มีความโกรธเคืองแม้แต่น้อย
"เหอะ! ผมจะบอกให้นะ คุณจะเซ็นหรือไม่เซ็นก็ตามใจ ผมแจ้งคุณแล้ว ภายในบ่ายพรุ่งนี้ก่อนเลิกงานคุณต้องให้คำตอบท่านอวี๋ ถ้าเซ็น... คุณก็ได้เงินฟรีๆ สองหมื่นกว่าล้าน ถ้าไม่เซ็น... ก็ก้มหน้าก้มตาผ่อนเงินกู้ต่อไปเถอะ!" ทิ้งคำพูดไว้แค่นั้น ซ่งไป่เฉิงก็สะบัดหน้าเดินจากไป
เซี่ยเหล่ยจ้องมองแผ่นหลังของซ่งไป่เฉิงพลางครุ่นคิด “ซ่งไป่เฉิงคนนี้ดันย้ายไปอยู่กับอวี๋ซานเหอ ในเมื่อซ่งไป่เฉิงไปแล้ว หลิงฮ่าวที่เคยพ่ายแพ้ในการแย่งชิงตำแหน่งให้กับฟ่านฟานจะยอมอยู่ในสำนัก ZN ให้ฟ่านฟานกดหัวอยู่ทำไม? เขาต้องย้ายตามไปแน่ๆ ถ้าหลิงฮ่าวไปอีกคน อวี๋ซานเหอก็เหมือนพยัคฆ์ติดปีกชัดๆ แต่ทำไมอวี๋ซานเหอถึงต้องรีบร้อนขนาดนี้กันนะ?”
เสียงฝีเท้า ตึก ตึก ดังใกล้เข้ามา
เซี่ยเหล่ยดึงสติกลับมา หันไปมองตามเสียง... ฟ่านฟาน ในชุดพนักงานออฟฟิศสีดำปรากฏแก่สายตา สูทตัวสั้นสีดำขับเน้นช่วงเอวคอดกิ่วที่ดูนุ่มนวล ปกเสื้อเชิ้ตสีขาวข้างในถูกเปิดออกเผยให้เห็นเนินเนื้อขาวเนียนและร่องอกรำไร กระโปรงสั้นสีดำรัดรูปโอบรัดช่วงสะโพกที่ผายกว้าง ทำให้เธอดูอวบอัดและงอนงามราวกับดวงจันทร์วันเพ็ญหรือลูกท้อที่สุกงอม ใบหน้าของเธอแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางบางเบา ลิปสติกสีอ่อน อายแชโดว์จางๆ ขนตางอนยาว และดวงตากลมโตเป็นประกายภายใต้ขนตานั้น ในตัวเธอไม่เพียงแต่มีความเซ็กซี่เย้ายวนของหญิงสาวที่โตเต็มวัย แต่ยังมีมาดของผู้นำและกลิ่นอายของปัญญาชนหญิง ลักษณะเหล่านี้ผสมผสานกันจนกลายเป็นเสน่ห์ที่น่าหลงใหลอย่างที่สุด
ฟ่านฟาน คือผู้หญิงที่มีตำแหน่งสูงสุดที่เซี่ยเหล่ยเคยร่วมหลับนอนด้วย และยังเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขาสัมผัสได้ว่ามีร่างกายพิเศษ
ฟ่านฟานเดินนวยนาดเข้ามา ขาเรียวยาวนั้นช่างเจริญตาเหลือเกิน เธอยังเดินมาไม่ถึงตัว แต่กลิ่นหอมอ่อนๆ และเสียงนุ่มๆ ก็นำมาก่อนแล้ว "ทำไมลงไปนั่งที่พื้นแบบนั้นล่ะคะ?"
"รอคุณไงครับ ผมรู้ว่าคุณต้องมา" เซี่ยเหล่ยลุกขึ้นจากพื้น
ฟ่านฟานหยุดยืนข้างกายเขา เอื้อมมือไปปัดก้นให้เขาสองสามที "ดูสิคะ กางเกงคุณเปื้อนฝุ่นหมดแล้ว"
เซี่ยเหล่ยพูดไม่ออกไปชั่วขณะ "มีธุระอะไรกับผมเหรอครับ?"
"ก็เรื่องของคุณนั่นแหละค่ะ เข้าไปคุยข้างในกันเถอะ"
เซี่ยเหล่ย: "..."