- หน้าแรก
- ตำนานโชเฟอร์สายเทพกับระบบรางวัลไร้ขีดจำกัด
- บทที่ 4: อะไรนะ? ผมถูกไล่ออกงั้นเหรอ?
บทที่ 4: อะไรนะ? ผมถูกไล่ออกงั้นเหรอ?
บทที่ 4: อะไรนะ? ผมถูกไล่ออกงั้นเหรอ?
บทที่ 4: อะไรนะ? ผมถูกไล่ออกงั้นเหรอ?
หลินฮ่าวรีบเดินทางกลับมาที่บริษัท
บริษัทของเขาเป็นบริษัทเอเจนซี่ระดับสองในเมืองเซิน มีขนาดใหญ่พอสมควร แต่ก็ไม่ได้ใหญ่โตอะไรมากมายนัก
"หลินฮ่าว... นาย..."
ขณะที่หลินฮ่าวเดินเข้ามาในบริษัท เพื่อนร่วมงานคนหนึ่งก็รีบเดินเข้ามาหาและถามด้วยความร้อนรน "เมื่อกี้หายไปไหนมา?"
"จางเฟิง ฉันลางานออกไปธุระข้างนอกมาน่ะ"
หลินฮ่าวมองจางเฟิงด้วยความงุนงง "มีอะไรเหรอ?"
"นายลางานเหรอ?"
พอได้ยินคำพูดของหลินฮ่าว สีหน้าของจางเฟิงก็ยิ่งดูแปลกประหลาดเข้าไปใหญ่
เขาดึงตัวหลินฮ่าวหลบไปด้านข้าง "แน่ใจนะว่าลางานแล้ว? เมื่อกี้ผู้จัดการอู๋มาตามหานาย เขาถามใครก็ไม่มีใครรู้ว่านายหายไปไหน จากนั้นผู้จัดการอู๋ก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟเลยล่ะ"
"เมื่อกี้นี้เอง ผู้จัดการอู๋สั่งให้ฝ่ายบุคคลไล่นายออกแล้ว"
"อะไรนะ?"
หลินฮ่าวถึงกับอึ้งเมื่อได้ยินคำพูดของจางเฟิง
"หวังป๋อไม่ได้บอกผู้จัดการอู๋หรอกเหรอว่าฉันลางาน?"
"หัวหน้าหวังบอกว่าเขาไม่รู้ว่านายไปไหน" จางเฟิงมองเขาด้วยความสงสัยเล็กน้อย "นายได้ลางานจริงๆ ใช่ไหม?"
หลินฮ่าวพยักหน้า
"ฉันจะไปถามเขาดู"
เขาเดินเข้าไปในบริษัทและมุ่งหน้าไปยังห้องทำงานของหวังป๋อ
ในขณะเดียวกัน ภายในห้องทำงานของหวังป๋อ หวังป๋อกับน้องเขยกำลังหัวเราะกันอย่างได้ใจ
"เสี่ยวหาน ฉันบอกแกแล้วไม่ใช่เหรอ? ไม่ต้องรีบร้อน ไม่ช้าก็เร็วฉันต้องเอาคืนมันแน่"
เสียงของหวังป๋อดังแว่วออกมา
วินาทีนั้นเอง หลินฮ่าวก็ผลักประตูห้องทำงานของหวังป๋อเปิดออกอย่างแรง
"หัวหน้าหวัง ก่อนไปผมลางานครึ่งวันกับคุณแล้วไม่ใช่หรือไง?"
หลินฮ่าวถามขึ้นทันทีที่ก้าวเข้าไป
หวังป๋อที่นั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานมองเห็นหลินฮ่าวก็เผยรอยยิ้มเย้ยหยันออกมา
"ลางานอะไรกัน? ฉันไปรู้เรื่องที่แกลาตั้งแต่เมื่อไหร่?"
เจิ้งหาน น้องเขยของหวังป๋อที่ยืนอยู่ข้างๆ มองหลินฮ่าวด้วยสายตาเย็นชาและเหยียดหยาม
"หลินฮ่าว ฉันก็นึกว่าแกจะมีหลักการหนักแน่นอะไรนักหนา แต่ผลสุดท้ายเป็นไงล่ะ? โดดงาน... เห้อ น่าผิดหวังจริงๆ"
เมื่อมองดูสีหน้าแสร้งทำเป็นเสียดายของเจิ้งหาน
แล้วหันไปมองหวังป๋อ ดวงตาของหลินฮ่าวก็หรี่ลงเล็กน้อย
จากสถานการณ์ตรงหน้า เห็นได้ชัดว่าหวังป๋อจงใจแก้แค้นเขาอย่างแน่นอน
"แล้วใบลาของผมล่ะ?"
"ใบลาอะไร?"
หวังป๋อลุกขึ้นพรวดและตบโต๊ะเสียงดัง "แกโดดงานโดยไม่มีเหตุผล แล้วยังคิดจะมาโยนความผิดให้ฉันอีกเหรอ? คนอย่างแกมันก็แค่ปลิงดูดเลือดของบริษัทเท่านั้นแหละ!"
"ผู้จัดการอู๋สั่งให้ฝ่ายบุคคลไล่แกออกแล้ว ฉันให้คนเก็บของของแกไว้ให้แล้วด้วย ตอนนี้ก็ไสหัวไปซะ!"
"หึ"
หลินฮ่าวปรายตามองหวังป๋อและเจิ้งหาน "พวกคุณสองคน... ดีมาก!"
เขาไม่คิดจะต่อล้อต่อเถียงกับทั้งสองคนอีก
ฉากตรงหน้านี้เห็นได้ชัดว่าเป็นแผนการของหวังป๋อกับเจิ้งหานที่วางเอาไว้
หลินฮ่าวไม่ได้ลงไม้ลงมือหรือทำอะไรวู่วามในทันที
ทว่าเขาก็ไม่คิดจะปล่อยให้การหยามเกียรติครั้งนี้ผ่านไปง่ายๆ เช่นกัน
"เสวยสุขกันไปก่อนเถอะ อีกไม่นานพวกแกจะต้องร้องไห้ไม่ออกแน่!"
หลินฮ่าวนึกถึงรายการบ้านเช่าที่ช่วงนี้หวังป๋อไปอ้อนวอนขอร้องให้พวกพนักงานขายช่วยหาให้ แล้วก็แค่นเสียงหัวเราะเย็นชาออกมา
ตอนนี้ในตลาดมีแค่เขาคนเดียวเท่านั้นที่มีรายการปล่อยเช่าบ้านพวกนั้น!
เขาเดินกลับไปที่โต๊ะทำงาน เก็บข้าวของ แล้วเดินออกจากบริษัทไป
หลินฮ่าวไม่คิดจะไปตามหาผู้จัดการอู๋เลย ชายคนนั้นย่อมต้องเชื่อใจหวังป๋อมากกว่าเขาอยู่วันยันค่ำ
ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้หลินฮ่าวกลายเป็นผู้มีระบบแล้ว เงินเดือนของงานนี้แต่เดิมก็ไม่ได้สูงอะไร หากสภาพแวดล้อมในการทำงานมันดี เขาอาจจะอยู่ต่ออีกสักพัก
การถูกไล่ออกไม่ใช่เรื่องใหญ่เลย ต่อให้ไม่มีอะไร อย่างน้อยแค่ค่าเช่าจากบ้านในเขตพื้นที่การศึกษาทั้ง 10 หลังนั้นก็มากพอให้เขาใช้ชีวิตได้อย่างสุขสบายแล้ว!
ในขณะที่หลินฮ่าวถูกไล่ออกและกำลังเดินออกจากบริษัท ที่ด้านนอกร้านอาหารชาที่เขาไปพบกับจ้าวจิ้ง
หลังจากจ้าวจิ้งส่งวิศวกรทั้งสองคนกลับไป เธอก็ตัดสินใจไปขอที่อยู่บ้านของหลินฮ่าวจากคุณป้าหลี่
"หมอนั่นมีความสามารถระดับนี้เชียวเหรอเนี่ย! แต่เขาทำเกินไปหน่อยแล้วนะ!"
จ้าวจิ้งกำหมัดแน่นด้วยความขุ่นเคือง เธอเดินตรงไปยังรถออดี้ ทีที สีแดงที่จอดอยู่ริมทางเท้า เปิดประตู แล้วเข้าไปนั่งข้างใน
"เสียเวลาไปอีกเป็นชั่วโมงเลย เฮ้อ ไปดูตามบริษัทเอเจนซี่บ้านเช่าหน่อยดีกว่า"
จ้าวจิ้งสตาร์ทรถและขับมุ่งหน้าไปยังบริษัทนายหน้าปล่อยเช่า
ตารางงานของเธอวันนี้ยุ่งมาก เธอต้องไปหาเช่าบ้าน แถมตอนนี้ยังมีงานงอกเพิ่มเข้ามาอีกเรื่อง นั่นคือการไปสะสางปัญหากับหลินฮ่าว
อย่างน้อยที่สุด เธอก็ต้องเอาแบบแปลนการออกแบบและใบอนุญาตสำหรับระบบนั้นมาให้ได้
พอคิดว่าต้องไปเผชิญหน้ากับหลินฮ่าวอีก จ้าวจิ้งก็รู้สึกปวดหัวตึบ
"ถ้ารู้แบบนี้ ตอนนั้นฉันไม่น่าไปพูดจาเยาะเย้ยเขาเลย!"
จ้าวจิ้งถอนหายใจ แววตาเต็มไปด้วยความอับจนหนทาง
ในเวลาเดียวกัน หลินฮ่าวก็กลับมาถึงบ้าน
เขาเปิดแล็ปท็อปเครื่องเก่าของตัวเองขึ้นมา
"ตอนนี้ในตลาดไม่มีบ้านในเขตพื้นที่การศึกษาของโครงการจื่อจินอวี้หยวนปล่อยเช่าเลย แต่กลับมีคนตั้งแจ้งเตือนรอไว้เป็นสิบๆ คน"
หลินฮ่าวตรวจสอบสถานการณ์การเช่าบ้านบนแพลตฟอร์มหลักต่างๆ เป็นอันดับแรก หลังจากยืนยันได้ว่าข้อมูลไม่คลาดเคลื่อนไปจากความทรงจำของเขา เขาก็เผยรอยยิ้มออกมา
ตอนนี้ใกล้จะเปิดเทอมแล้ว โดยปกติแล้ว สำหรับบ้านในเขตพื้นที่การศึกษา ผู้เช่ารายเก่าจะย้ายออกและผู้เช่ารายใหม่จะย้ายเข้ามาให้เสร็จสิ้นภายในเดือนมิถุนายน
แต่ตอนนี้เกือบจะเดือนกันยายนแล้ว และเขาก็เป็นคนเดียวในตลาดที่มีประกาศให้เช่าบ้านในโครงการจื่อจินอวี้หยวน
"ระบบ ค่าเช่าเดือนละ 5,000 นี่เป็นกฎตายตัวเลยหรือเปล่า? ปล่อยเช่าได้แค่ 5,000 อย่างเดียวเลยเหรอ?"
【จำนวนค่าเช่าที่ระบบระบุไว้คือจำนวนค่าเช่าขั้นต่ำ ไม่สามารถตั้งราคาให้ต่ำกว่านี้ได้!】
เมื่อเห็นคำตอบของระบบ หลินฮ่าวก็เข้าใจกระจ่าง
เขากดเข้าเว็บไซต์แพลตฟอร์มเช่าบ้านที่ใหญ่ที่สุดในเมืองอย่างคล่องแคล่ว แล้วเริ่มอัปโหลดข้อมูลการปล่อยเช่า
"ถ้าจำไม่ผิด ตอนเดือนมิถุนายน ค่าเช่าบ้านในเขตพื้นที่การศึกษาของจื่อจินอวี้หยวนที่แพงที่สุดคือ 15,000 ส่วนที่ถูกที่สุดคือ 12,000"
"งั้นฉันปล่อยเช่าในราคา 12,000 ก็แล้วกัน!"
หลังจากเปิดดูโฉนดที่ดินทั้ง 10 ใบ หลินฮ่าวก็กำหนดราคาค่าเช่าสำหรับบ้านในเขตพื้นที่การศึกษาทั้ง 10 หลังนั้นเสร็จสรรพ