เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 340 - ผลลัพธ์ของการเคี่ยวเข็ญจนเกินพอดี

บทที่ 340 - ผลลัพธ์ของการเคี่ยวเข็ญจนเกินพอดี

บทที่ 340 - ผลลัพธ์ของการเคี่ยวเข็ญจนเกินพอดี


บทที่ 340 - ผลลัพธ์ของการเคี่ยวเข็ญจนเกินพอดี

"แม่น... แม่นยำทุกรายละเอียด..."

เธอหันหน้ากลับมามองหลินเอินด้วยสายตาที่ตกตะลึงราวกับกำลังมองดูสัตว์หายาก

"คือ..." เธอใช้นิ้วลูบหน้าตัวเองเบาๆ "นั่นคือสิ่งที่ข้ากำลังจะพูดพอดีเลยหลินเอิน... ดูเหมือนว่าเจ้าจะสำเร็จเพลงกระบี่เซวียนหยวนขั้นที่สี่แล้ว งั้นเรามาเริ่มขั้นที่ห้ากัน..."

ตู้ม—

ก่อนที่เธอจะพูดจบ เสียงระเบิดดังสนั่นก็ดังมาจากร่างกายของหลินเอินทันที

ท่ามกลางสายตาที่อึ้งค้างของหลิงอี หลินเอินยืนอยู่ท่ามกลางแสงสีทองที่เจิดจ้าดูราวกับเทพสงคราม

เขาค่อยๆ ลืมตาขึ้น แววตาเป็นประกายแสงสีทองที่งดงาม

มือของเขาจับอยู่ที่ด้ามกระบี่พลางชักออกเพียงนิด กระบี่สีเขียวเล่มนั้นก็แตกสลายกลายเป็นชิ้นๆ และถูกแทนที่ด้วยแสงสีทองที่แหลมคมจนไม่อาจจ้องมองได้ในทันที

หลินเอินหลุบตาลงพลางพูดว่า "เพลงกระบี่เซวียนหยวน ขั้นที่ห้า ใช้พลังมรรคาศักดิ์สิทธิ์หลอมรวมเข้ากับร่างกาย ใช้แสงดาวสร้างเป็นชุดเกราะ..."

แกรก แกรก แกรก!

ท่ามกลางสายตาที่อึ้งกิมกี่ของหลิงอี แสงสว่างมหาศาลรวมตัวกันกลายเป็นชิ้นส่วนเกราะปรากฏขึ้นบนร่างของหลินเอินและค่อยๆ ปกคลุมไปทั่วร่างของเขา

เขายังคงรักษาท่าทางการชักกระบี่นั้นไว้จนกระทั่งชุดเกราะปกคลุมไปทั่วทั้งตัว

จากนั้น เขาก็ค่อยๆ ชักกระบี่แสงสีทองนั้นออกมาจนสุด ในความพร่ามัวนั้นราวกับจะมองเห็นพระอาทิตย์ พระจันทร์ ดวงดาว และเหล่าสิงสาราสัตว์อยู่ในแสงกระบี่นั้นด้วย

หลินเอินใช้นิ้วลูบผ่านคมกระบี่อย่างไร้อารมณ์แล้วพูดว่า

"ใช้แสงศักดิ์สิทธิ์สร้างกระบี่ หากมีกระบี่เซวียนหยวนมาเสริม จะสามารถเพิ่มพลังป้องกัน พลังปราณ ความเร็ว และพละกำลังได้ร้อยละห้าสิบจุดหนึ่งในเวลาสามนาที หากใช้ได้อย่างถูกต้อง ชุดเกราะนี้จะป้องกันวิชาได้ทุกแขนง และคมกระบี่จะมอบพลังในการทำลายทุกสรรพวิชา ภายใต้เงื่อนไขการเสริมพลังนี้ หากใช้กระบวนท่าอื่นในเพลงกระบี่เซวียนหยวน ความรุนแรงโดยรวมจะเพิ่มขึ้นอีกร้อยละสามสิบ และขอบเขตการโจมตีจะกว้างขึ้นอีกหนึ่งเท่าตัว นี่คือวิชาเสริมพลังที่แข็งแกร่งที่สุดในเพลงกระบี่เซวียนหยวน!"

เคร้ง—

เขาเก็บกระบี่เข้าฝักในทันที

พริบตานั้น พื้นดินในรัศมีหลายร้อยเมตรรอบตัวเขาก็แตกร้าวเป็นรอยแยกสีทองราวกับสวรรค์กำลังถล่ม

หลิงอีอึ้งไปอีกครั้ง

บรร... บรรลุแล้วงั้นเหรอ...

เธอใช้นิ้วปาดเหงื่อเย็นบนหน้าผาก รีบหันหลังกลับไปหยิบเครื่องคิดเลขออกมาคลิกกดคำนวณอีกรอบ

"ไม่ต้องคำนวณแล้ว" หลินเอินพูดเสียงเรียบ

"ตำรากระบี่เซวียนหยวนข้าจดจำไว้ในใจหมดแล้ว เวลาเหลือน้อย สอนวิชาชุดต่อไปมาซะ!"

ชุดเกราะทั่วร่างของเขาสลายหายกลายเป็นละอองแสงสีทองนับไม่ถ้วน

หลิงอีเผลอกลืนน้ำลายพลางเก็บเครื่องคิดเลขเข้าที่ สมองของเธอเริ่มมึนงงไปหมด

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร เธอเริ่มมีความลางสังหรณ์ใจที่ไม่ค่อยดีขึ้นมา แต่เมื่อจ้องมองเข้าไปในดวงตาที่ไร้ความรู้สึกของหลินเอิน เธอก็ไม่สามารถปฏิเสธเขาได้เลย

เพราะถึงยังไงเธอก็เป็นคนเสนอจะสอนเขาเอง

"ก็ได้..."

เวลาผ่านไปทีละนาที

วิชาชุดที่หนึ่ง

วิชาชุดที่สอง

วิชาชุดที่สาม

และวิชาอื่นๆ อีกมากมาย...

หลินเอินดูเหมือนเครื่องจักรที่ทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบ เขาสูบซับความรู้และเคล็ดวิชาต่างๆ จากหลิงอีได้อย่างมั่นคงและมีประสิทธิภาพสูงสุด

ทว่าสิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือ ความเร็วในการทำความเข้าใจของเขามันรวดเร็วเกินไปจริงๆ

และทุกครั้งที่ได้ฟังเพียงรอบเดียวและทดลองเพียงสองครั้ง เขาก็สามารถบรรลุวิชานั้นจนถึงระดับที่เรียกได้ว่าเชี่ยวชาญขั้นสุดยอดได้เลยทีเดียว

ทว่าสิ่งที่ทำให้เธอแทบจะขาดใจก็คือ เพื่อที่จะทดสอบกระบวนท่ากระบี่ที่เพิ่งเรียนรู้มาใหม่ หลินเอินจึงบังคับให้เธอกดระดับพลังให้เท่ากันเพื่อมาเป็นคู่ซ้อมให้เขา

ในตอนแรก หลิงอียังรู้สึกปลาบปลื้มใจมาก

แต่สองชั่วโมงหลังจากนั้น มือของหลิงอีเริ่มสั่นเทา

"ยอด... ยอดเยี่ยมมาก..." มือของหลิงอีเริ่มมีอาการชา เหงื่อหยดหนึ่งหยดลงมาจากหน้าผากของเธอเสียงดังแปะ

เธอพยายามปั้นยิ้มแห้งๆ แล้วพูดว่า "หลินเอิน พรสวรรค์ของเจ้านี่มันสุดยอดจริงๆ ข้านึกไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะสามารถบรรลุวิชากระบี่ทั้งหนึ่งร้อยชุดที่ข้าเตรียมมาให้ได้ภายในเวลาแค่สองชั่วโมง ในเมื่อเป็นอย่างนั้น... เรามาพักผ่อนกันหน่อย..."

เธอยังพูดไม่ทันจบ หลินเอินก็ค่อยๆ ชักกระบี่ออกมา แสงกระบี่สะท้อนอยู่ในดวงตาของเขา

"ไม่จำเป็นต้องพัก วิชากระบี่หนึ่งร้อยชุดนี้ข้ายยังหลอมรวมให้เข้ากันไม่ได้ ฝึกต่อเถอะ"

"ดะ... เดี๋ยวก่อน!!"

ฉัวะ—

...

สามชั่วโมงผ่านไป

เหงื่อบนหน้าผากของหลิงอีไหลโซมกายราวกับฝนตก ใบหน้าของเธอเริ่มซีดขาวและแววตาก็เริ่มมีความตื่นตระหนกปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน

เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!

ประกายไฟแลบแปลบปลาบดุจสายฟ้าฟาด ท่ามกลางความชุลมุน กระบี่ในมือของหลิงอีก็ถูกฟันจนกระเด็นหลุดมือไปอีกครั้ง

นี่เป็นกระบี่เล่มที่หนึ่งร้อยพอดีที่ถูกเขาฟันจนหลุดมือ

"หลินเอิน!" เมื่อเห็นเขาเตรียมจะบุกเข้ามาอีกรอบ หลิงอีก็รีบยื่นมือออกไปห้ามด้วยความลนลาน

"ดะ... เดี๋ยวก่อน!"

คมกระบี่ของหลินเอินหยุดนิ่งอยู่ห่างจากลำคอของเธอเพียงสองเซนติเมตร

เขาใช้สายตาสื่อสารให้เธอบอกสิ่งที่ต้องการจะพูดออกมา

หลิงอีหอบหายใจรัวพลางหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาปาดเหงื่อบนหน้าผากแล้วพูดด้วยความลนลานว่า

"ข้าว่าพอเถอะหลินเอิน อย่างน้อยในวิถีกระบี่ตอนนี้ เจ้าก็ก้าวข้ามขีดจำกัดของผู้บำเพ็ญขอบเขตงดอาหารทั่วไปไปไกลมากแล้ว เรามาพักผ่อนกันหน่อยเถอะนะ"

หลินเอินพูดเรียบๆ "ข้าไม่เหนื่อย"

ดวงตาของหลิงอีสั่นระริกพลางบอกว่า "แต่ข้าเหนื่อยนะ..."

หลินเอินชายตามองเธอแวบหนึ่งแล้วถามว่า "ข้ายังไม่เหนื่อย แล้วท่านจะเหนื่อยได้ยังไง? เอาใหม่!"

"เดี๋ยวก่อนสิ!"

ฉัวะ—

...

ห้าชั่วโมงผ่านไป

เสียงเคร้งดังสนั่น

ประกายไฟพุ่งกระจายไปทั่ว

หลิงอีถอยหลังกรูดติดๆ กันหลายก้าวพลางใช้กระบี่ปักลงบนพื้นเพื่อต้านแรงปะทะจากเจตจำนงกระบี่นั้น

"หยุดก่อน! หยุดเดี๋ยวนี้!"

หลิงอีรีบยื่นมือออกไปหาเขา ร่างกายของเธอเริ่มโงนเงนจนขาทั้งสองข้างอ่อนแรงและทรุดตัวลงนั่งบนพื้นทันที

"มีอะไรอีก?" หลินเอินถามด้วยน้ำเสียงรำคาญ

หลิงอีที่นั่งอยู่บนพื้นมีแววตาที่ดูว้าวุ่น เหงื่อไหลโทรมกายจนเปียกโชกและหอบหายใจรัว

หยดเหงื่อเล็กๆ ผุดพรายอยู่บนผิวขาวเนียนของเธอ และชายเสื้อทั่วร่างก็เปียกปอนไปด้วยหยาดเหงื่อ

ถ้าใครไม่รู้เรื่องมาเห็นเข้า คงนึกว่าเธอเพิ่งจะอาบน้ำเสร็จมาหมาดๆ

"หลินเอิน..." แววตาของเธอเริ่มมีความอ้อนวอนปรากฏให้เห็น เธอเงยหน้าขึ้นพนมมือไหว้แล้วพูดว่า

"เราฝึกกันมาสิบชั่วโมงติดต่อกันแล้วนะ ตอนนี้ฟ้าสว่างแล้ว เรามาหาอะไรกินกันก่อนแล้วนอนพักสักครู่เถอะนะ ได้ไหม?"

หากเป็นการฝึกฝนตามปกติ สิบชั่วโมงสำหรับหลิงอีนั้นย่อมไม่ใช่ปัญหาใหญ่

แต่การฝึกสิบชั่วโมงในครั้งนี้มันไม่ใช่การฝึกแบบปกติเลยสักนิด!

หลินเอินคนนี้ดูเหมือนเครื่องจักรที่ไม่มีวันหยุดนิ่ง ทุกครั้งที่เขาโจมตี เขาจะกดดันจนถึงขีดสุดของพลังจิตและความสามารถในการควบคุม

เธอต้องกดระดับพลังไว้ที่ขอบเขตงดอาหารตลอดเวลา ภายใต้การฝึกที่เข้มข้นขนาดนี้ ร่างกายของเธอจึงเริ่มจะทนไม่ไหว

ทว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือความเหนื่อยล้าทางจิตใจ!

การปะทะกันเพียงสองนาทีกลับต้องสูญเสียพลังจิตใจไปราวกับผ่านไปนานถึงสองเดือน

ทุกครั้งล้วนเป็นการต่อสู้ถึงขีดสุด ขีดสุด และขีดสุด ต่อให้เป็นเหล็กกล้าก็ยังต้องพังทลายลง!

ในตอนเริ่มฝึก หลิงอียังพอจะใช้ประสบการณ์อันโชกโชนรับมือและโต้ตอบกับเขาได้บ้าง แต่เมื่อการฝึกดำเนินต่อไปเธอก็พบความจริงที่น่ากลัวว่า ประสบการณ์การต่อสู้ของเธอกำลังถูกหลินเอินสูบซับและย่อยสลายไปอย่างรวดเร็ว

จนกระทั่งในตอนท้าย เธอเริ่มที่จะสู้ไม่ได้

จากนั้นมันก็กลายเป็นสถานการณ์ที่เธอถูกเขากดข่มอยู่ฝ่ายเดียว

เธอถูกเขาฟันจนล้มลงนับร้อยนับพันครั้ง และเขาก็ไม่ยอมให้เวลาพักเลยแม้แต่นิดเดียว เมื่อเธอลุกขึ้นมาเขาก็จะบุกเข้ามาฝึกต่อทันที...

หลิงอีเคยคิดว่าตัวเองเป็นคนขยันฝึกฝนมากแล้ว แต่ตอนนี้เธอพบว่าเธอคิดผิดไปถนัด

คนคนนี้ไม่ได้ขยันธรรมดา แต่มันอยู่ในระดับที่เรียกได้ว่าคลุ้มคลั่งไปแล้ว!!

เมื่อเห็นหลินเอินนิ่งเงียบไม่ยอมพูดจา

หลิงอีก็อ้อนวอนต่อว่า "ขอพักแค่ชั่วโมงเดียว ไปกินขนมกันหน่อยเถอะนะ พี่สาวไม่ไหวแล้วจริงๆ..."

"อย่างที่เขาว่ากันว่าต้องรู้จักทำงานและพักผ่อนให้สมดุล การบำเพ็ญเพียรไม่ใช่เรื่องที่จะทำสำเร็จได้ในวันเดียว ต้องค่อยเป็นค่อยไปสิ หลังจากนี้เรายังมีเวลาอีกตั้งเยอะ..."

หลินเอินค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองเธอด้วยสายตาเย็นชาแล้วพูดว่า

"ท่านไม่อยากฝึกกระบี่แล้วงั้นเหรอ?"

หลิงอีตาโตขึ้นมาทันที เธอส่ายหัวรัวๆ จนผมปลิว

ไม่อยากแล้ว! จะอ้วกอยู่แล้ว!

ให้ข้าพักได้หรือยัง?

หลินเอินเงยหน้าขึ้นแล้วพูดว่า "งั้นมาฝึกหมัดกันเถอะ เรามาสู้กันอีกสักสามหมื่นกระบวนท่า"

หลิงอี "!!!!"

หลิงอียังไม่ทันจะได้มีปฏิกิริยาโต้ตอบ สายตาของหลินเอินก็ดุดันขึ้นมาในทันที และในวินาทีต่อมา หมัดขนาดเท่าหัวเด็กก็พุ่งตรงมาหาเธออย่างรวดเร็ว

"เดี๋ยวก่อนนน!!!"

เปรี้ยง—

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 340 - ผลลัพธ์ของการเคี่ยวเข็ญจนเกินพอดี

คัดลอกลิงก์แล้ว