เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 511 ที่เจ็ดของฮอลลีวูด

บทที่ 511 ที่เจ็ดของฮอลลีวูด

บทที่ 511 ที่เจ็ดของฮอลลีวูด


บทที่ 511 ที่เจ็ดของฮอลลีวูด

ตอนที่เจรจาซื้อกิจการ ซัมมิต เอนเตอร์เทนเมนต์ เดิมที ลิงก์ ตั้งใจจะแยกคำนวณหุ้น 11.37% ของ เน็ตฟลิกซ์ ออกมาต่างหาก

ปัจจุบัน เน็ตฟลิกซ์ มีมูลค่าตลาดอยู่ที่ 3.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ใช่แล้ว... ตอนที่เขาเข้าซื้อ เน็ตฟลิกซ์ เมื่อปีก่อน มูลค่าตลาดของมันร่วงจากกว่า 1.2 หมื่นล้าน เหลือเพียง 3.2 พันล้าน

ต้นปีที่ผ่านมา ราคาหุ้นของ เน็ตฟลิกซ์ ดีดกลับขึ้นมาแตะ 4.5 พันล้านได้ช่วงสั้น ๆ แต่เพราะพิษเศรษฐกิจในตลาดหุ้นและการแข่งขันจากเว็บวิดีโอสตรีมมิงเจ้าอื่น ราคาหุ้นจึงร่วงกลับลงมาต่ำกว่า 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในเดือนกันยายน

เมื่อพิจารณาว่ามูลค่าตลาดของ เน็ตฟลิกซ์ ยังไม่สูงนักในขณะนี้ แถมเขายังมีเงินก้อนโตอยู่ในมือ หากคิดจะลงทุนใน เน็ตฟลิกซ์ เขาก็สามารถกว้านซื้อหุ้นเพิ่มได้ เพื่อขยับสัดส่วนการถือครองเดิม 5.3% ของ คิม เบเกอร์ อินเวสต์เมนต์ ใน เน็ตฟลิกซ์ ให้กลายเป็น 10%

ไม่จำเป็นต้องแยก เน็ตฟลิกซ์ ออกจาก ไลออนส์เกต เพื่อไม่ให้กระทบต่อกลยุทธ์ภาพรวมของบริษัท

กรณีนี้ต่างจาก สปอติฟาย

มูลค่าตลาดของ สปอติฟาย เติบโตค่อนข้างเร็ว จนตอนนี้แซงหน้า แพนโดรา มีเดีย ไปแล้ว โดยแตะที่ 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

หุ้น 16.8% ของ ลิงก์ มิวสิก มีมูลค่าตีเป็นเงิน 840 ล้าน และมูลค่าในอนาคตยังจะสูงกว่านี้อีก การแยกบริหารจึงคุ้มค่ากว่า

ในขณะเดียวกัน หลังจากเจรจากับ ยูนิเวอร์แซล มิวสิก กรุ๊ป อยู่หลายรอบ ลิงก์ มิวสิก ก็ตกลงขายหุ้น 33.5% ในราคา 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งทำให้มูลค่าของ ลิงก์ มิวสิก อยู่ที่ 1.5 พันล้าน

หลังจาก ยูนิเวอร์แซล มิวสิก เข้ามาร่วมลงทุน คณะกรรมการบริหารของ ลิงก์ มิวสิก ก็มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ลิงก์ ยังคงเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุดของ ลิงก์ มิวสิก ด้วยสัดส่วน 45.8% ส่วน ยูนิเวอร์แซล มิวสิก เป็นอันดับสองที่ 33.5% และ อิวานกา เป็นอันดับสามที่ 13.7%

บริษัท เอสบี โปรเจกต์ เอนเตอร์เทนเมนต์ ถืออยู่ 3.2% ส่วนที่เหลืออีก 3.8% ถือครองโดยผู้บริหาร ลิงก์ มิวสิก หลายคน รวมถึงนักร้องอย่าง ลานา เดล เรย์ และ มาร์ส

เพราะการเข้ามาของ ยูนิเวอร์แซล มิวสิก มูลค่าตลาดของ ลิงก์ มิวสิก จึงขยับขึ้นเล็กน้อย โดยถูกประเมินไว้สูงถึง 1.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

ลิงก์ และ อิวานกา ยังได้เข้าไปเป็นผู้ถือหุ้นของ ยูนิเวอร์แซล มิวสิก กรุ๊ป ด้วย โดยถือหุ้นรวมกัน 2.2% ของ ยูนิเวอร์แซล มิวสิก

หลังจากเคาะราคาซื้อขาย ซัมมิต เป็นที่เรียบร้อย และผ่านการเจรจาอีกหลายรอบ ในที่สุด ซัมมิต เอนเตอร์เทนเมนต์ ก็ตกลงควบรวมกิจการกับ ไลออนส์เกต ฟิล์มส์ แลกกับหุ้น 10% ของ ไลออนส์เกต บวกกับเงินสดอีก 270 ล้าน

แม้ ฮาร์วีย์ จะพยายามเข้ามาแทรกแซงการเจรจาซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยแสดงเจตนาพร้อมอัปราคาซื้อขาย จากตอนแรกเสนอมา 430 ล้าน จนสุดท้ายดันไปถึง 500 ล้าน หวังให้ ซัมมิต เอนเตอร์เทนเมนต์ เปลี่ยนใจมาจับมือกับพวกเขา

ทว่า... หลังจาก ซัมมิต เอนเตอร์เทนเมนต์ เห็นไมตรีจิตที่ ไลออนส์เกต ฟิล์มส์ หยิบยื่นให้ พวกเขาก็ไม่สนใจ ไวน์สตีน คอมพานี อีกเลย

นั่นทำให้การเจรจาระหว่าง ไลออนส์เกต ฟิล์มส์ กับ ซัมมิต เอนเตอร์เทนเมนต์ ดำเนินไปอย่างราบรื่นมาก

ตามกฎระเบียบ หลังการควบรวมกิจการ ทั้งสองบริษัทจะยังคงปล่อยและผลิตภาพยนตร์ภายใต้สองแบรนด์แยกกัน เพื่อรักษาความเป็นอิสระของ ซัมมิต เอนเตอร์เทนเมนต์ เอาไว้

ไลออนส์เกต ฟิล์มส์ จะยังคงบริหารโดยผู้บริหารระดับสูงชุดเดิมของ ไลออนส์เกต ส่วนแผนกผลิตและจัดจำหน่ายของ ซัมมิต เอนเตอร์เทนเมนต์ จะยังคงไว้ตามเดิมชั่วคราว ในขณะที่ ไลออนส์เกต สามารถเข้าไปดูแลแผนกการเงิน ประชาสัมพันธ์ กฎหมาย และแผนกอื่น ๆ ของ ซัมมิต เอนเตอร์เทนเมนต์ ได้

นอกจากนี้ ยังมีการเปลี่ยนแปลงในบอร์ดบริหารของ ไลออนส์เกต ฟิล์มส์

โรเบิร์ต แบรดแมน ประธานของ ซัมมิต เอนเตอร์เทนเมนต์ เข้ามาร่วมบอร์ดบริหารในฐานะรองประธานบริษัท

อิวานกา ยังคงดำรงตำแหน่งประธานของ ไลออนส์เกต ฟิล์มส์ โดยถือหุ้น 5% ของ ไลออนส์เกต

จอน เฟลต์ไฮเมอร์ อดีตประธาน ไลออนส์เกต ฟิล์มส์ พอเห็นว่า ไลออนส์เกต คงไม่เจ๊งในเร็ว ๆ นี้แน่ ก็ควักเงิน 75 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซื้อหุ้น 5% ของ ไลออนส์เกต กลับคืนมา และเข้าร่วมเป็นบอร์ดบริหารด้วย

อีกทั้ง สตีเวน บีกส์, ไมเคิล เบิร์นส์, ไบรอัน โกลด์สมิธ และผู้บริหารคนอื่น ๆ ก็ไม่ได้เทขายหุ้นตอนที่ ไลออนส์เกต ออกจากตลาดหลักทรัพย์ โดยยังถือหุ้น ไลออนส์เกต รวมกันประมาณ 4.7%

ส่วนอีก 75.3% ที่เหลือถือครองโดย ลิงก์ ซึ่งควบตำแหน่งประธานบอร์ดบริหารของ ไลออนส์เกต ฟิล์มส์ อีกด้วย

“ฮ่า ๆ โรเบิร์ต ยินดีต้อนรับสู่ ไลออนส์เกต ฟิล์มส์”

หลังเซ็นสัญญา ลิงก์ จับมือกับ โรเบิร์ต แบรดแมน ประธาน ซัมมิต เอนเตอร์เทนเมนต์

“ขอบคุณครับ! คุณเบเกอร์ เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ทำงานภายใต้การนำของคุณ”

แบรดแมน กล่าวพร้อมรอยยิ้มขณะกุมมือเขา

“โรเบิร์ต คุณก็พูดเกินไป ในวงการหนัง คุณถือเป็นรุ่นใหญ่ วันหน้าต้องขอคำชี้แนะด้วยนะครับ”

ลิงก์ หัวเราะร่า

แบรดแมน ในวัยหกสิบกว่า ก่อตั้ง ซัมมิต เอนเตอร์เทนเมนต์ ขึ้นในปี 1997 ผลิตและจัดจำหน่ายภาพยนตร์อย่างซีรีส์ แวมไพร์ ทไวไลท์, สเต็ป อัพ, นายและนางคู่พิฆาต, วานิลลา สกาย, สี่เลือดบ้า ล่าแม่มด และ หน่วยระห่ำ ปลดล็อกระเบิดโลก เขาคนนี้ถือเป็นเสือปืนไวคนหนึ่งของวงการเลยทีเดียว

เหตุผลที่เขาเลือกขาย ซัมมิต เอนเตอร์เทนเมนต์ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการแข่งขันในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ที่ดุเดือดขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วงปีหลังมานี้

ก่อนยุค 90 แปดค่ายยักษ์ใหญ่ อยู่ร่วมกับบริษัทผลิตหนังอิสระมากมาย พวกค่ายอิสระถึงขั้นรวมตัวกันต่อกรกับแปดค่ายใหญ่ได้ด้วยซ้ำ ทำให้วงการหนังดูคึกคักและเฟื่องฟูสุดขีด

แต่หลังปี 2000 เป็นต้นมา... เอ็มจีเอ็ม ล้มละลายและถูกแบ่งเค้ก โคลัมเบีย พิคเจอร์ส ถูก โซนี่ พิคเจอร์ส ซื้อไป นิวไลน์ ซีนีมา โดน วอร์เนอร์ บราเธอร์ส กลืน มิราแมกซ์ โดน ดิสนีย์ เขมือบ โฟกัส โดน ยูนิเวอร์แซล ซื้อ ดรีมเวิร์กส์ โดน พาราเมาต์ ซื้อ และอื่น ๆ อีกเพียบ

วงการหนังจึงเหลือเพียง หกค่ายยักษ์ใหญ่ กับบรรดาบริษัทลูกที่อยู่ภายใต้การควบคุมของหกค่ายนั้น รายได้บ็อกซ์ออฟฟิศรวมทั้งปีของค่ายหนังอิสระแท้ ๆ อย่าง ไลออนส์เกต ฟิล์มส์, เรลาทิวิตี มีเดีย, ซัมมิต เอนเตอร์เทนเมนต์, ไวน์สตีน คอมพานี ฯลฯ บ่อยครั้งยังเทียบไม่ได้กับรายได้ปีเดียวของหนึ่งในหกค่ายยักษ์ใหญ่เลยด้วยซ้ำ

การแข่งขันที่สูงขึ้นและการอยู่รอดที่ยากลำบากของค่ายหนังอิสระ ซึ่งกำไรหดหายไปมาก ก็เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ ซัมมิต เอนเตอร์เทนเมนต์ ยอมจับมือกับ ไลออนส์เกต ฟิล์มส์

เหตุผลข้อสองคือ โรเบิร์ต แบรดแมน เริ่มแก่ตัวลง และหวังจะหาบ้านดี ๆ ให้ ซัมมิต เอนเตอร์เทนเมนต์ ก่อนวางมือ

ส่วนทำไมถึงเลือก ไลออนส์เกต ฟิล์มส์, เรลาทิวิตี มีเดีย หรือแม้แต่ ไวน์สตีน คอมพานี แทนที่จะไปซุกปีกหกค่ายยักษ์ใหญ่...

เหตุผลหลักก็คือ ‘ความเป็นอิสระ’ ของบริษัท

ในยุค 80 และ 90 นิวไลน์ ซีนีมา, แคสเซิล ร็อก เอนเตอร์เทนเมนต์, โซนี่ พิคเจอร์ส คลาสสิกส์, มิราแมกซ์ ฟิล์มส์, โฟกัส ฟีเจอร์ส, สกรีน เจมส์, ฮอลลีวูด พิคเจอร์ส, โร้ก พิคเจอร์ส ฯลฯ ล้วนเคยเป็นค่ายหนังอิสระมาก่อน

ทว่าหลังจากถูกหกค่ายยักษ์ใหญ่ซื้อไป บริษัทเหล่านี้ก็ค่อย ๆ ถูกควบคุมและสูญเสียความเป็นอิสระในฐานะค่ายหนังอินดี้ไปจนหมด

ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือ นิวไลน์ ซีนีมา ก่อตั้งในปี 1967 แรกเริ่มสร้างชื่อจากการจัดจำหน่ายหนังสยองขวัญทุนต่ำ จนปี 1990 ประสบความสำเร็จจากการจัดจำหน่าย เต่านินจา จนก้าวขึ้นเป็นค่ายหนังอิสระแถวหน้าของฮอลลีวูด

ด้วยเหตุนี้เอง ไทม์ วอร์เนอร์ จึงจับตามองและเข้าซื้อ นิวไลน์ ในปี 1993 ต่อมาก็ได้เป็นผู้นำในวงการหนังอิสระจากการผลิตและจัดจำหน่ายซีรีส์ เดอะ ลอร์ด ออฟ เดอะ ริงส์

แต่แล้วในปี 2007 ความล้มเหลวจากการจัดจำหน่าย อภินิหารเข็มทิศทองคำ สร้างความไม่พอใจให้กับ ไทม์ วอร์เนอร์ อย่างหนัก

นิวไลน์ ซีนีมา ถูกยุบรวมเข้ากับ วอร์เนอร์ บราเธอร์ส ปิดฉากประวัติศาสตร์ 40 ปีลง นับแต่นั้น นิวไลน์ ก็ไม่ได้จัดจำหน่ายหนังเองอีก ทำได้แค่ผลิตหนังตามใบสั่งของ วอร์เนอร์ บราเธอร์ส และโลโก้ค่ายก็ไม่ปรากฏที่ต้นเรื่องอีกต่อไป

มิราแมกซ์ ก็เคยงัดข้อกับบริษัทแม่อย่าง วอลต์ ดิสนีย์ จนถูกขายทิ้งในเวลาต่อมา ดรีมเวิร์กส์ และ โฟกัส เองก็เจอชะตากรรมไม่ต่างกัน

หาก แบรดแมน ขาย ซัมมิต เอนเตอร์เทนเมนต์ ให้หนึ่งในหกค่ายยักษ์ใหญ่ ไม่กี่ปีชื่อของ ซัมมิต เอนเตอร์เทนเมนต์ คงเลือนหายไปแน่

อีกอย่าง ในเวลานี้หกค่ายยักษ์ใหญ่ต่างก็มีค่ายหนังอิสระในมือกันคนละ 3-4 แห่งแล้ว พวกเขาจึงแทบไม่สนใจจะซื้อค่ายเล็ก ๆ เพิ่ม และราคาที่เสนอก็คงไม่สูงนัก

นี่จึงเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ ซัมมิต เอนเตอร์เทนเมนต์ เลือกควบรวมกับ ไลออนส์เกต สตูดิโออันดับเจ็ดของฮอลลีวูดมากกว่า

“เฮ้ ลิงก์ ยินดีด้วยนะ ตอนนี้ ไลออนส์เกต เป็นอันดับเจ็ดของวงการหนังเต็มตัวแล้ว สุดยอดไปเลย”

ในงานเลี้ยงรับรองหลังเซ็นสัญญา เดวิด เอลลิสัน กับน้องสาวเดินถือแก้วแชมเปญเข้ามาทักทายพร้อมรอยยิ้ม

“ฟังดูดีนะ แต่ยิ่งบริษัทใหญ่ แรงกดดันก็ยิ่งเยอะ ถ้าวันหน้ามีโปรเจกต์หนังดี ๆ อย่าลืมมาคุยกันล่ะ”

“ไม่มีปัญหา ตอนนี้ ไลออนส์เกต ฟิล์มส์ เป็นพี่ใหญ่ของค่ายหนังอินดี้แล้ว ถ้ามีโปรเจกต์ไหนต้องหาพาร์ตเนอร์ เราต้องนึกถึงคุณก่อนแน่นอน”

เมแกน เอลลิสัน กล่าวพร้อมรอยยิ้ม

“ยินดีเสมอ!”

ลิงก์ ยิ้มบาง ๆ ก่อนจะชวน เมแกน คุยเรื่อง ยุทธการถล่มบินลาเดน ที่กำลังจะมาถึง หนังเรื่องนี้เป็นการร่วมทุนสร้างระหว่าง ไลออนส์เกต ฟิล์มส์ กับ แอนนาปูร์นา พิคเจอร์ส โดย ไลออนส์เกต รับหน้าที่จัดจำหน่าย และเป็นตัวเต็งสำคัญสำหรับเวทีออสการ์ปีหน้า

“เฮ้ ลิงก์ ยินดีด้วย นายกับ ซัมมิต เอนเตอร์เทนเมนต์ ปิดดีลได้สวยเลยนะ”

ลีออน คาวานอ จาก เรลาทิวิตี มีเดีย ก็เดินเข้ามาแสดงความยินดี ข้างกายควงคู่ควงคนใหม่ไม่ซ้ำหน้า

“ฮ่า ๆ ลีออน หวังว่าจะเป็นอย่างนั้นนะ”

ลิงก์ ตอบรับ

เดิมที ไลออนส์เกต วางแผนจะคุยเรื่องซื้อ ซัมมิต เอนเตอร์เทนเมนต์ หรือบริษัทอื่นในอีก 2-3 ปีข้างหน้า แต่ ไลออนส์เกต ฟิล์มส์ เติบโตเร็วมากในปีที่แล้วและปีนี้ จากมูลค่า 800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อช่วงกรกฎาคม-สิงหาคมปีก่อน พุ่งมาแตะเกือบ 2 พันล้าน การเข้าซื้อ ซัมมิต เอนเตอร์เทนเมนต์ จึงไม่ใช่เรื่องหนักหนาอะไร ดีลนี้เลยถูกขยับให้เร็วขึ้น

“ลิงก์ นายยังใช้โมเดลบิ๊กดาต้าประเมินความคุ้มค่าในการลงทุนหนังอยู่หรือเปล่า?”

ลีออน คาวานอ หัวเราะถาม

“ใช่ บางครั้งนะ”

“บอกเคล็ดลับการประเมินหนังของนายหน่อยได้ไหม? ฉันอยากแลกเปลี่ยนไอเดีย เผื่อจะได้ก้าวหน้าไปด้วยกัน”

ลีออน คาวานอ เอ่ยยิ้ม ๆ

ลิงก์ อ่านความคิดของ คาวานอ ออกทะลุปรุโปร่ง

ไลออนส์เกต ฟิล์มส์ มือขึ้นมากกับการลงทุนหนังทุนต่ำ คาวานอ เลยพยายามจะมาครูพักลักจำ

เขาก็ไม่ได้ปิดบังอะไร เล่าถึงความเข้าใจและการใช้งานบิ๊กดาต้าในการลงทุนหนังให้ฟัง แต่ก็ออกตัวชัดเจนว่าภารกิจรัดตัว จนแทบไม่ได้ลงไปล้วงลูกเรื่องการลงทุนหนังเจาะจงพวกนี้แล้ว ส่วนใหญ่ปล่อยให้แผนกผลิตตัดสินใจกันเอง

คาวานอ ดูผิดหวังเล็กน้อยที่ไม่ได้ยิน ‘เคล็ดลับ’ อะไร

อันที่จริง หลังจากหนังของ ปาล์มบีช พิคเจอร์ส และ ไลออนส์เกต ฟิล์มส์ ประสบความสำเร็จต่อเนื่อง เขาและทีมนักวิเคราะห์ก็เจาะลึกหนังดังอย่าง แก๊งเพื่อนสาว แสบรั่วตัวแม่, อีนี่...แร็งงงส์, คุณนายตัวดี สาวใช้ตัวดำ, ลุกขึ้นใหม่ หัวใจมีเธอ และ คนเป็นฝังทั้งเป็น จนพรุนไปหมดแล้ว

น่าเสียดายที่พวกเขาหาแพตเทิร์นไม่เจอเลย

นั่นยิ่งทำให้เขาสงสัยในวิธีลงทุนของ ลิงก์ เข้าไปใหญ่

ลิงก์ หรือ ปาล์มบีช พิคเจอร์ส มีวิธีเลือกลงทุนหนังยังไงกันแน่?

ถ้าเขารู้เทคนิคหัวใจสำคัญ สร้างหนังม้ามืดออกมาได้ติด ๆ กัน บวกกับสกิลโม้และปั่นกระแสของเขา มูลค่าตลาดของ เรลาทิวิตี มีเดีย ต้องทะลุ 1 พันล้าน หรือเผลอ ๆ แซงหน้า ไลออนส์เกต ได้แน่

น่าเสียดายจริง ๆ

คาวานอ มอง ลิงก์ กับภรรยาที่รายล้อมไปด้วยผู้คน พลางกัดริมฝีปากด้วยความอิจฉา

เดิมที ไลออนส์เกต ฟิล์มส์ ก็ถูกยกให้เป็นค่ายหนังอันดับเจ็ดของฮอลลีวูดอยู่แล้ว ส่วน ซัมมิต เอนเตอร์เทนเมนต์ ก็ได้อานิสงส์จากซีรีส์ แวมไพร์ ทไวไลท์ ในช่วงปีหลัง ๆ จนบางปีรายได้รวมแซงหน้า ไลออนส์เกต ฟิล์มส์ ไปด้วยซ้ำ เลยถูกยกให้เป็นอันดับแปดของฮอลลีวูด

ตอนนี้ อันดับเจ็ดกับอันดับแปดมารวมร่างกันเป็นบริษัทเดียว

ข่าวนี้ที่ตีพิมพ์โดย ลอสแอนเจลิส ไทมส์ เรียกความสนใจจากคนในวงการหนังได้อย่างล้นหลาม สื่อหลายสำนักพากันตีข่าวและวิเคราะห์ จนเกิดบทสนทนาวงกว้าง

ประเด็นแรกที่ถูกหยิบมาถกกันคือผลกระทบจากการควบรวมกิจการของทั้งสองบริษัท

หลังจาก ไลออนส์เกต ฟิล์มส์ ซื้อ ซัมมิต เอนเตอร์เทนเมนต์ ทั้งศักยภาพการผลิตและจัดจำหน่ายจะยกระดับขึ้นมาก จากเดิมผลิตหนังปีละประมาณ 20 เรื่อง ตอนนี้อาจเพิ่มได้อีก 4-5 เรื่องต่อปี เทียบชั้นกับหกค่ายยักษ์ใหญ่ได้สบาย ๆ กลายเป็นอันดับเจ็ดของฮอลลีวูดอย่างแท้จริง

ผลกระทบด้านลบก็คือ ต้นไม้สูงย่อมปะทะลมแรง หลังจาก ไลออนส์เกต ฟิล์มส์ ผงาดขึ้นเป็นที่เจ็ด ก็เท่ากับเป็นหัวหอกของวงการหนังอิสระ ต้องเผชิญแรงกดดันจากการแข่งขันกับหกค่ายยักษ์ใหญ่ที่หนักหน่วงกว่าเดิม

ถ้าบริหารไม่ดีแล้วเกิดเจ๊งกับโปรเจกต์ยักษ์ขึ้นมา ไลออนส์เกต ฟิล์มส์ ก็อาจมีจุดจบเหมือน เอ็มจีเอ็ม ที่จมกองหนี้และถูกหกค่ายยักษ์ใหญ่รุมทึ้งแบ่งชิ้นปลามันในที่สุด

แต่ถ้า ไลออนส์เกต ฟิล์มส์ ต้านทานวงล้อมของหกค่ายยักษ์ใหญ่ได้และพัฒนาต่อไปเรื่อย ๆ สุดท้ายอาจกลายเป็นบริษัทหนังยักษ์ใหญ่ที่ทัดเทียมกับ ‘หกค่ายใหญ่’ ได้เลย

ประเด็นที่สองที่ถูกพูดถึงคือ เรลาทิวิตี มีเดีย และ ไวน์สตีน คอมพานี ต่างก็เคยเสนอซื้อ ซัมมิต เอนเตอร์เทนเมนต์ มาแล้ว แต่สุดท้ายคนที่คว้าพุงปลาไปกินกลับเป็น ไลออนส์เกต ฟิล์มส์

ลือกันว่า ฮาร์วีย์ ไวน์สตีน โกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง ถึงขั้นประกาศลั่นว่าจะฆ่า ลิงก์ ให้ตาย แสดงให้เห็นเลยว่าตอนนั้น ฮาร์วีย์ เดือดดาลแค่ไหน

สื่อบางสำนักคาดเดาว่าความสัมพันธ์ของ ฮาร์วีย์ กับ ลิงก์ คงแย่ลงกว่าเดิมเพราะเรื่องนี้ และการแข่งขันระหว่างทั้งคู่คงดุเดือดขึ้นอีก

แต่บางคนก็เถียงว่า ลิงก์ กับ ฮาร์วีย์ แค่ทำเป็นทะเลาะกันบังหน้า เบื้องหลังแอบจับมือกันอยู่ และความขัดแย้งพวกนั้นก็แค่การสร้างกระแส

ลิงก์ ไม่ออกมาชี้แจงข้อครหาพวกนี้แต่อย่างใด

ทว่าเมื่อถูกถามกลางรายการสัมภาษณ์ของ ซีบีเอส เขาก็ประกาศชัดเจนว่าเหตุผลที่เข้าวงการหนังเพราะใจรัก และเป้าหมายที่ซื้อ ไลออนส์เกต ฟิล์มส์ กับ ซัมมิต เอนเตอร์เทนเมนต์ ก็เพื่อสร้างหนังอินดี้ดี ๆ และมีเอกลักษณ์ให้มากขึ้น ไม่ใช่เพื่อดันใครหรือหาเรื่องใคร ซึ่งเขามองว่ามันเด็กน้อยเกินไป

ส่วนเรื่อง ฮาร์วีย์ เขาแสดงความชื่นชมอยู่บ้าง โดยมองว่าอีกฝ่ายอาจไม่ใช่พาร์ตเนอร์ที่ดี แต่เป็นคนทำหนังที่เก่งคนหนึ่ง

“หึ! ใครต้องการคำชมจากแกวะ? ลิงก์ เบเกอร์ อย่าเพิ่งได้ใจไป เรื่องนี้ยังไม่จบหรอกนะ”

ฮาร์วีย์ สบถอย่างหัวเสีย จ้องเขม็งไปที่ ลิงก์ ในทีวี

บ็อบ ส่ายหน้า พลางถอนหายใจด้วยความโล่งอก

ตอนที่ ไลออนส์เกต ฟิล์มส์ ซื้อ ซัมมิต เอนเตอร์เทนเมนต์ สำเร็จ ในวงการกีฬาก็มีข่าวใหญ่เช่นกัน

ไดนาสตี้ สปอร์ตส์ ระดมทุน 540 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อซื้อหุ้น 58.8% ของ คลิปเปอร์ส จากเจ้าของทีมอย่าง สเตอร์ลิง ขึ้นแท่นเป็นเจ้าของใหม่ของ ลอสแอนเจลิส คลิปเปอร์ส และ ลิงก์ ก็ได้กลายเป็นหนึ่งในเจ้าของทีม คลิปเปอร์ส ด้วยเช่นกัน

โปรดติดตามตอนต่อไปฝากติดตามเพจ Ipe นิยายแปล จบตอน

จบบทที่ บทที่ 511 ที่เจ็ดของฮอลลีวูด

คัดลอกลิงก์แล้ว