เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 491 แล้วความจริงคืออะไร?

บทที่ 491 แล้วความจริงคืออะไร?

บทที่ 491 แล้วความจริงคืออะไร?


บทที่ 491 แล้วความจริงคืออะไร?

แมตต์ เดมอนเห็นสีหน้าของฮาร์วีย์แล้วก็ไม่แน่ใจว่าเขาพูดความจริงหรือเปล่า ดังนั้นเพื่อเห็นแก่อาชีพการงานของตัวเอง เขาจึงตัดสินใจที่จะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับความขัดแย้งระหว่างลิงก์และฮาร์วีย์อีกต่อไป

“ฮาร์วีย์ ฉันสืบมาได้แล้ว”

ระหว่างที่พวกเขากำลังคุยกัน บ็อบ ไวน์สตีนและจอน กอร์ดอน หัวหน้าแผนกประชาสัมพันธ์ก็เดินเข้ามา

“สถานการณ์เป็นยังไงบ้าง?”

ฮาร์วีย์แอ่นพุงออกแล้วรีบถาม

บ็อบทักทายแมตต์ เดมอน ก่อนจะเริ่มอธิบายสาเหตุของปัญหา

ปัญหาอยู่ที่พนักงานประชาสัมพันธ์สองคนที่บริษัทไวน์สตีนส่งไป พวกเขาแอบอ้างใช้ชื่อบริษัทและอีเมลของบริษัทไวน์สตีนโดยพลการในระหว่างการทำพีอาร์ โดยส่งอีเมลไปหาคณะกรรมการหลายคนเพื่อโน้มน้าวให้พวกเขาสนับสนุนการชนะของเจนนิเฟอร์ และสร้างกระแสให้กับเมอรีล แถมยังมีการแจกของขวัญเล็ก ๆ น้อย ๆ มากมายอีกด้วย

คณะกรรมการเหล่านั้นที่ไม่รู้ความจริงก็คิดว่าฮาร์วีย์เปลี่ยนใจแล้ว จึงเทคะแนนให้กับเจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์

“เป็นแบบนี้ไปได้ยังไงกัน?”

ฮาร์วีย์ถึงกับพูดไม่ออก ยืนอึ้งไปสองวินาที ก่อนจะระเบิดความโกรธออกมาอย่างกะทันหัน เขาทุบโต๊ะแล้วคำรามลั่น “ไอ้พวกพีอาร์สองคนนั้นมันอยู่ไหน ไอ้พวกบ้าเอ๊ย พวกแกทำแบบนี้ได้ยังไง? นี่มันการฉ้อโกงทางธุรกิจชัด ๆ! ฉันจะฟ้องพวกมันแล้วก็ฟ้องลิงก์ด้วย! ฉันจะทำให้พวกมันต้องติดคุกให้ได้”

“ฮาร์วีย์ ใจเย็น ๆ ก่อน นี่ไม่ใช่การฉ้อโกงทางธุรกิจหรอก พนักงานสองคนนั้นเป็นคนที่เราส่งไปช่วยงานพีอาร์ออสการ์ของไลออนส์เกตฟิล์มส์ พวกเขาก็แค่ทำตามหน้าที่และไม่ได้ทำอะไรผิด”

บ็อบพยายามเกลี้ยกล่อม

“จะไม่ผิดได้ยังไง? พวกมันแอบอ้างใช้ชื่อบริษัทส่งข้อความไปหากรรมการ เพื่อช่วยให้เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ได้รางวัล นั่นแหละการฉ้อโกงทางธุรกิจ!”

ฮาร์วีย์คำราม

“ฮาร์วีย์ อย่าลืมสิว่าเราก็เป็นผู้ร่วมสร้าง ‘ซิลเวอร์ไลนิงส์เพลย์บุ๊ก’ เหมือนกันนะ การที่เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ได้รางวัลก็เป็นผลดีกับเราด้วย และหน้าที่ของพนักงานพีอาร์สองคนนั้นก็คือการช่วยโปรโมต ‘ซิลเวอร์ไลนิงส์เพลย์บุ๊ก’ พวกเขาทำตามคำสั่ง จะถือว่าทำผิดได้ยังไง”

“ยิ่งไปกว่านั้น เรื่องนี้มันกลายเป็นความจริงไปแล้ว ต่อให้กรรมการหลายคนจะถูกหลอกจนโหวตผิดไป ก็ไม่มีทางกลับไปแก้ไขอะไรได้แล้ว ถ้าเราขืนทำเรื่องนี้ให้เป็นเรื่องใหญ่ มันจะทำให้เราดูโง่ และยังเป็นการเปิดเผยให้เห็นถึงอิทธิพลอันมหาศาลของเราที่มีต่อคณะกรรมการด้วย แสดงให้เห็นว่าเรามีอำนาจในการกำหนดผลรางวัล ข้อกล่าวหาแบบนั้นจะเป็นผลเสียต่อเราอย่างมากเลยนะ”

บ็อบกล่าว

ฮาร์วีย์อยากจะเถียง แต่ก็ตระหนักได้ว่ามันเป็นความจริงแต่เดิมทีการวิ่งเต้นล็อบบี้ออสการ์ก็เป็นกฎที่ไม่ได้เขียนไว้เป็นลายลักษณ์อักษร และยังเป็นกฎที่ไม่ยุติธรรมด้วย หากตอนนี้เรื่องแดงขึ้นมาว่าพวกเขามีอำนาจโน้มน้าวการตัดสินใจของคณะกรรมการบางคนได้ มันจะส่งผลเสียอย่างรุนแรงต่อการวิ่งเต้นล็อบบี้ออสการ์ของพวกเขาในอนาคตแน่ ๆ

“อีกอย่างนะ หลังจากที่เจนนิเฟอร์ชนะแบบพลิกล็อก เมอรีลก็จะได้รับความเห็นอกเห็นใจและการสนับสนุนจากกรรมการหลายคนอย่างท่วมท้นเลยล่ะ ครั้งหน้าตอนที่เราไปล็อบบี้ออสการ์ เราก็ไม่ต้องเปลืองเงินมากนักเพื่อช่วยให้เมอรีลคว้ารางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมมาได้ แต่ถ้าเราทำเรื่องนี้ให้เป็นเรื่องใหญ่ สาธารณชนและกรรมการก็จะเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อเมอรีลไปเลยนะ”

บ็อบอธิบายต่อ

“สรุปว่าเรื่องนี้ เราต้องแกล้งทำเป็นว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นงั้นสิ?! แล้วปล่อยให้ไอ้ลิงก์มันได้รางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมไปฟรี ๆ งั้นเหรอ?! แล้วหน้าฉันในงานออสการ์จะเอาไปไว้ที่ไหนล่ะ?!”

ฮาร์วีย์เท้าแขนกับโต๊ะ กัดฟันกรอดพลางตะโกนลั่น

“ฮาร์วีย์ หนังของเราได้มาตั้งเจ็ดรางวัล แถมสามรางวัลในนั้นยังเป็นรางวัลใหญ่ที่สุดอีกต่างหาก เราคือผู้ชนะตัวจริงของงานออสการ์ปีนี้อย่างไม่ต้องสงสัย สื่อยังคงเรียกนายว่ามือทองแห่งออสการ์อยู่นะ นายไม่ได้เสียหน้าเลยสักนิด”

บ็อบเอ่ย

“ไร้สาระ! เป้าหมายของฉันคือกวาดทั้งภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ผู้กำกับยอดเยี่ยม นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม และนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมต่างหาก และรางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมนี่แหละที่เป็นรางวัลสำคัญที่เราต้องแข่งกับไอ้ลิงก์มัน แล้วตอนนี้ไอ้สารเลวลิงก์นั่นก็ใช้แผนสกปรกแย่งรางวัลนี้ไปได้ แถมเรายังทำอะไรมันไม่ได้อีก นี่มันคือความพ่ายแพ้ชัด ๆ ความพ่ายแพ้ครั้งใหญ่ที่สุดด้วย และฉันก็รับไม่ได้เด็ดขาด!”

ฮาร์วีย์ตะโกน

“แล้วนายจะจัดการกับเขายังไงล่ะ?”

บ็อบถามพลางผายมือออก

เมื่อได้ยินคำถามนี้ ฮาร์วีย์ก็รู้สึกเหมือนโดนน้ำเย็นสาดเข้าหน้า เขาสงบสติอารมณ์ลงได้ในพริบตา เขาเคยคิดหาวิธีจัดการกับลิงก์มาแล้วนับไม่ถ้วน และก็เคยลองใช้มาแล้วหลายวิธี แต่ก็ไม่ได้ผลเลยสักวิธีเดียว

บางครั้งเขาถึงกับคิดจะจ้างนักฆ่าไปเก็บลิงก์ซะ แต่พอคิดถึงผลที่ตามมาหากแผนการล้มเหลวแล้วตำรวจเข้ามาสืบสวน ทุกสิ่งทุกอย่างที่เขามีอยู่ในตอนนี้ก็คงมลายหายไป ชื่อเสียงที่สั่งสมมานานปีก็คงพังทลายลง หรือต่อให้ทำสำเร็จ ผลกระทบจากการที่ครอบครัวของลิงก์ตามสืบเรื่องนี้ก็คงจะรุนแรงมหาศาลไม่แพ้กัน

นี่มันเป็นวิธีแบบทำลายล้างกันและกันชัด ๆ เสี่ยงเกินกว่าจะนำมาใช้ และไม่คุ้มค่าเอาเสียเลย

แต่ถ้าไม่ใช้วิธีนี้ แล้วเขาจะไปจัดการกับไอ้เศรษฐีหน้าด้านอย่างลิงก์ได้ยังไงล่ะ? จะทำยังไงให้ลิงก์มันไสหัวออกไปจากฮอลลีวูดได้?

ฮาร์วีย์หมดหนทาง เขาได้แต่คิดว่าตอนนี้ลิงก์อาจจะกำลังจัดปาร์ตี้ฉลองชัยชนะให้กับหนังของตัวเองอยู่ โดยมีพวกผู้หญิงในวงการที่อยากได้รางวัลคอยประจบประแจงเอาใจ แค่คิดหัวใจเขาก็เจ็บปวดราวกับถูกมีดกรีดแล้ว

“ฮาร์วีย์ ตอนนี้หลายคนเชื่อว่าเรากำลังร่วมมือกับไลออนส์เกตฟิล์มส์นะ ทำไมไม่ใช้โอกาสนี้ละทิ้งอคติและความบาดหมางในอดีต แล้วหันมาร่วมมือกับไลออนส์เกตฟิล์มส์อย่างจริงจังดูล่ะ? ไลออนส์เกตเป็นค่ายหนังใหญ่อันดับเจ็ด ส่วนเราก็เป็นอันดับแปด การจับมือกันแบบแข็งแกร่งย่อมเป็นผลดีกับทั้งสองฝ่ายนะ”

บ็อบพยายามเกลี้ยกล่อมต่อไป

“หุบปาก! แกคิดว่าฉันไม่เคยคิดเรื่องนี้หรือไง? แกคิดว่าคนอย่างลิงก์จะยอมร่วมมือกับเราด้วยความจริงใจงั้นเหรอ? ไม่หรอก ลิงก์มันแค่อยากจะกลืนกินพวกเรา อยากจะครอบงำฮอลลีวูด แล้วก็อยากจะก้าวข้ามฉันไปเป็นผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในวงการบันเทิงต่างหาก นี่มันคือการแย่งชิงอำนาจ และฉันจะไม่มีวันยอมแพ้ง่าย ๆ เด็ดขาด ไม่มีวัน!”

ฮาร์วีย์กล่าวอย่างขมขื่น

บ็อบได้แต่เช็ดน้ำลายที่กระเด็นมาโดนหน้าอย่างจนใจ แล้วถามฮาร์วีย์ว่าเขาวางแผนจะทำยังไง จะเอาคืนแบบไหน? ไม่ว่าเขาจะตัดสินใจยังไง บ็อบก็พร้อมจะให้ความร่วมมือ

ฮาร์วีย์สงบสติอารมณ์ลงอีกครั้ง ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็สั่งให้บ็อบกับจอน กอร์ดอนไปปั่นกระแสเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างลิงก์กับเจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ต่อไป และให้ปั่นกระแสเรื่องคำกล่าวรับรางวัลของเจนนิเฟอร์บนเวทีด้วย เขาอยากให้ทุกคนรู้ว่าถ้วยรางวัลออสการ์ก็เป็นแค่ลูกไม้ตื้น ๆ ที่ลิงก์ใช้จีบสาวเท่านั้น และอยากจะทำให้พวกกรรมการเกิดอคติกับลิงก์ด้วย

ครั้งหน้าถ้าเจอหนังของไลออนส์เกตฟิล์มส์ พวกกรรมการก็จะได้ลังเล โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับรางวัลนักแสดงนำหญิงและนักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม

ถึงแม้ครั้งนี้ลิงก์จะชนะ แต่เขาก็ทิ้งระเบิดเวลาลูกใหญ่เอาไว้แล้ว

“หึหึ ลิงก์นี่มันใจร้อนเกินไปแล้ว มันกำลังตัดขาดตัวเองจากรางวัลออสการ์ชัด ๆ”

ฮาร์วีย์กำหมัดแน่นแล้วทุบลงบนโต๊ะพลางแค่นหัวเราะเยาะ

บ็อบพยักหน้าเห็นด้วยว่าเป็นความคิดที่ดี จากนั้นก็พาจอน กอร์ดอนออกไปลุยงานต่อ

ฮาร์วีย์หันไปมองแมตต์ เดมอนที่กำลังนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่บนโซฟาฝั่งตรงข้าม เขาเช็ดเหงื่อมันย่องบนใบหน้าแล้วเอ่ยขึ้น “แมตต์ นายก็ได้ยินแล้วนี่ เรื่องนี้ลูกน้องฉันมันทำไปเองโดยพลการ ฉันไม่รู้เรื่องอะไรด้วยเลย”

แมตต์ เดมอนไม่รู้ว่าจะเชื่อฮาร์วีย์ดีไหม

จากบทสนทนาระหว่างฮาร์วีย์กับบ็อบเมื่อครู่นี้ ดูเหมือนว่าความสัมพันธ์ระหว่างฮาร์วีย์กับลิงก์จะยังคงย่ำแย่เหมือนเดิม และการชนะของเจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ก็ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับฮาร์วีย์จริง ๆ

แต่จะบอกว่าพนักงานแค่สองคนสามารถเปลี่ยนใจกรรมการได้นั้น เขาไม่ค่อยอยากจะเชื่อเท่าไหร่ เขารู้สึกว่ามันมีเบื้องลึกเบื้องหลังอะไรที่ไม่ชอบมาพากลอยู่

เมื่อพิจารณาจากสถานการณ์นี้แล้ว เขาจึงตัดสินใจที่จะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องของฮาร์วีย์และลิงก์อีกต่อไป บางทีเขาอาจจะมีโอกาสได้ร่วมงานกับไลออนส์เกตฟิล์มส์แบบเบน แอฟเฟล็กบ้างก็ได้

...

ติ๊งต่อง!

บริเวณโถงทางเดินหน้าสำนักงานบริษัทไวน์สตีน เสียงโทรศัพท์ในกระเป๋าของบ็อบก็ดังขึ้น เขาหยิบมันออกมาดู ก็พบว่าเป็นการแจ้งเตือนการโอนเงินจากธนาคารสวิตเซอร์แลนด์ และมีเงินจำนวน 1.2 ล้านยูโรโอนเข้าบัญชีธนาคารสวิตเซอร์แลนด์ของเขา

จากนั้นเขาก็เก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋าอย่างใจเย็น และหันไปปรึกษากับจอน กอร์ดอนต่อว่าจะปั่นกระแสข่าวฉาวระหว่างลิงก์กับเจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ยังไงดี

...

ภายในห้องทำงาน หลังจากที่ฮาร์วีย์เดินไปส่งแมตต์ เดมอนแล้ว เขาก็ด่าทอลิงก์ด้วยถ้อยคำหยาบคายอยู่สองสามคำ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาอาวิ เนอร์ ผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทไวน์สตีน

อาวิ เนอร์เป็นชาวอเมริกันเชื้อสายอิสราเอล เขาเป็นนักลงทุนรายบุคคลที่ใหญ่ที่สุดในกลุ่มโกลด์แมนแซคส์ เป็นผู้ถือหุ้นรายบุคคลที่ใหญ่ที่สุดในกลุ่มไทม์วอร์เนอร์ และยังถือหุ้นในนิวส์คอร์ปอเรชัน, อีเบย์, ไมโครซอฟท์, เวียคอม และบริษัทอื่น ๆ อีกมากมาย เขาเป็นพ่อทูนหัวของลูกชายคนโตของเมอร์ด็อก และได้รับการขนานนามว่าเป็น ‘พ่อมดแห่งวงการสื่อ’

แถมเขายังเคยเป็นแฟนเก่าของจาง จื่ออี๋ และเป็นพระเอกในรูปถ่ายริมชายหาดอันโด่งดังนั่นด้วย

หลังจากที่ฮาร์วีย์ออกจากดิสนีย์ในปี 2007 ด้วยการสนับสนุนของอาวิ เนอร์ เขาจึงได้ก่อตั้งบริษัทไวน์สตีนขึ้นมา อาวิ เนอร์ยังได้กลายเป็นผู้ถือหุ้นรายบุคคลที่ใหญ่ที่สุดของบริษัทไวน์สตีน โดยถือหุ้นอยู่ประมาณ 32% ในขณะที่ฮาร์วีย์และบ็อบถือหุ้นรวมกันเพียง 25% เท่านั้น

ฮาร์วีย์โทรหาอาวิเพื่อเล่าเรื่องที่โดนลิงก์เล่นงานจนชวดรางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมให้ฟัง เพราะก่อนหน้านี้อาวิ เนอร์เคยโทรมาหาเขาเพื่อถามเรื่องนี้โดยเฉพาะ

อาวิ เนอร์บอกว่าเขารู้เรื่องแล้วและไม่ได้แสดงความคิดเห็นอะไรเพิ่มเติม

ฮาร์วีย์บอกว่าไลออนส์เกตฟิล์มส์ซึ่งนำโดยลิงก์ กำลังส่งผลกระทบต่อการเติบโตของบริษัทไวน์สตีน และถามว่าอาวิพอจะช่วยจัดการกับลิงก์ให้หน่อยได้ไหม

อาวิเป็นคนที่เก็บตัวเงียบมากในแวดวงมหาเศรษฐี และทรัพย์สินหลายอย่างของเขาก็ถูกปิดเป็นความลับ ฟอบส์ไม่สามารถระบุความมั่งคั่งสุทธิที่แน่นอนของเขาได้ แต่ประเมินว่าน่าจะอยู่ที่ราว ๆ ห้าพันล้านดอลลาร์ ทว่าเครือข่ายคอนเน็กชันของเขานั้นกว้างขวางมาก เขามีความสัมพันธ์อันดีกับทั้งบิล เกตส์, เมอร์ด็อก, เจอร์รี หยาง และประธานสตูดิโอยักษ์ใหญ่ทั้งหกแห่ง เขาเป็นคนที่มีเส้นสายแข็งแกร่งสุด ๆ

ถ้าเขายอมออกหน้าช่วยกดดันลิงก์ล่ะก็ รับรองว่าลิงก์ต้องเจอปัญหาหนักแน่ ๆ

อาวิ เนอร์ตอบปฏิเสธ เขาบอกว่าตัวเองเป็นแค่นักลงทุน และจะไม่เข้าไปก้าวก่ายการบริหารงานของบริษัทที่เขาถือหุ้นอยู่ ยิ่งไปกว่านั้น ปรัชญาในการใช้ชีวิตของเขาก็คือการผูกมิตรให้มากขึ้น ไม่ใช่การสร้างศัตรูให้ตัวเอง ยิ่งเป็นคนที่มีความสามารถรอบด้านอย่างลิงก์ด้วยแล้ว เขายิ่งไม่อยากเข้าไปยุ่งด้วยเลย

ฮาร์วีย์ได้แต่ฟังอย่างจนใจ และไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องยอมแพ้

พอวางสาย เขาก็เห็นสายที่ไม่ได้รับจากเบอร์ของคูนาส

ฮาร์วีย์ขมวดคิ้ว ความจริงเขาไม่อยากจะเสวนากับคนอย่างคูนาสเท่าไหร่นัก เพราะหมอนี่ไม่ค่อยมีความสามารถอะไร แถมยังชอบแกว่งเท้าหาเสี้ยนอยู่เรื่อย แต่ถึงอย่างนั้น ตระกูลคูนาสก็ยังมีอิทธิพลอย่างมากในนิวเจอร์ซีย์และนิวยอร์ก การรู้จักคนแบบนี้เอาไว้ก็อาจจะมีประโยชน์ในวันข้างหน้าก็ได้

กริ๊ง! กริ๊ง!

ยังไม่ทันที่เขาจะโทรกลับ โทรศัพท์ของคูนาสก็ดังขึ้นมาอีกรอบ

ฮาร์วีย์ทนฟังอย่างใจเย็น และก็เป็นไปตามคาด คูนาสโทรมาถามเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างไลออนส์เกตฟิล์มส์กับบริษัทไวน์สตีน ว่าข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ที่บอกว่าทั้งสองบริษัทนี้ทำเป็นทะเลาะกันบังหน้าแต่แอบร่วมมือกันอย่างลับ ๆ นั้นเป็นความจริงหรือเปล่า

ฮาร์วีย์ตอบปฏิเสธ ในใจก็คิดว่าคูนาสนี่ช่างไร้เดียงสาเสียจริง ต่อให้มันเป็นเรื่องจริง ใครเขาจะไปยอมรับตรง ๆ กันล่ะ?

คูนาสไม่เชื่อ เขาบอกว่าถ้ามันไม่จริง แล้วทำไมไลออนส์เกตฟิล์มส์กับบริษัทไวน์สตีนถึงยังร่วมสร้าง ‘เดอะมาสเตอร์’ ต่อจาก ‘ซิลเวอร์ไลนิงส์เพลย์บุ๊ก’ อีกล่ะ? แถมเขายังบอกอีกว่า ถ้าไม่มีบริษัทไวน์สตีนคอยช่วยเหลือ หนังของลิงก์ก็คงไม่มีทางได้รางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมมาหรอก

ฮาร์วีย์พยายามอธิบายอย่างใจเย็น เล่าเรื่องที่เขาโดนลิงก์เล่นงานให้ฟัง

แต่คูนาสก็ยังไม่เชื่ออยู่ดี

ฮาร์วีย์ไม่อยากจะพูดอะไรให้มากความอีก เขาจึงแค่พูดปัด ๆ ไปแล้วก็วางสาย แต่พอเหลือบไปเห็นรูปถ่ายของลิงก์กับเจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์บนโต๊ะ ความโกรธของเขาก็พลุ่งพล่านขึ้นมาอีกครั้ง

ครั้งนี้ เขาจะไม่ยอมปล่อยลิงก์ไปง่าย ๆ แน่

...

ที่นิวยอร์ก คูนาสวางสายโทรศัพท์แล้วก็สบถออกมาอย่างหัวเสีย

เขาไม่เชื่อคำอธิบายของฮาร์วีย์เลยแม้แต่คำเดียว ไม่ใช่แค่เพราะข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์เรื่องไลออนส์เกตฟิล์มส์กับไวน์สตีนจับมือกันเขย่าเวทีออสการ์เท่านั้น แต่ยังเป็นเพราะก่อนหน้านี้เขาเคยไปขอร้องฮาร์วีย์หลายครั้ง ให้ฮาร์วีย์ช่วยจัดหาดาราสาว ๆ สักสองสามคนมาวางแผนแบล็กเมล์ลิงก์

ด้วยสถานะและเส้นสายของฮาร์วีย์ในฮอลลีวูด การทำเรื่องแบบนี้ไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลย

แต่ฮาร์วีย์กลับไม่ยอมตกลง โดยให้เหตุผลว่าวิธีแบบนั้นใช้กับลิงก์ไม่ได้ผลหรอก

เขาถามฮาร์วีย์ว่ามีแผนจะจัดการกับลิงก์ยังไง

แต่ฮาร์วีย์ก็ไม่มีวิธีอะไรเลย

ตั้งแต่นั้นมา เขาก็รู้สึกว่าฮาร์วีย์ไม่ใช่เพื่อนร่วมงานที่เหมาะสมเอาเสียเลย และยิ่งตอนนี้สื่อออกมาแฉเรื่องที่ลิงก์กับฮาร์วีย์จับมือกันฮุบรางวัลออสการ์ เขาก็ยิ่งมั่นใจในการตัดสินใจครั้งก่อนของตัวเองมากขึ้นไปอีก

คูนาสรู้สึกผิดหวังกับเรื่องนี้มาก เดิมทีเขาคิดว่าในเมื่อพวกเขาก็เป็นชาวยิวเหมือนกัน การร่วมมือกันจัดการกับลิงก์จะต้องทำให้ชื่อเสียงของลิงก์ป่นปี้ได้อย่างแน่นอน

แต่เวลาผ่านไปกว่าหนึ่งปีแล้ว ลิงก์ก็ยังคงหยัดยืนอยู่ในวงการบันเทิงได้อย่างมั่นคง แถมทรัพย์สินของเขาก็ยังเพิ่มพูนขึ้นเรื่อย ๆ อิทธิพลของเขาก็แผ่ขยายกว้างไกลขึ้นทุกที ส่วนอีวานกาก็ดันท้องป่องจนเห็นได้ชัดไปซะแล้ว

ทุกครั้งที่เขาเห็นรูปถ่ายของอีวานกาที่โพสต์ลงโซเชียลมีเดีย เห็นรูปที่เธอกำลังลูบหน้าท้องด้วยใบหน้าเปี่ยมสุข เขาก็แทบจะเกลียดลิงก์จนเข้ากระดูกดำ

ถ้าไม่ใช่เพราะลิงก์ ทั้งหมดนี้มันควรจะเป็นของเขาแท้ ๆ

แต่ไอ้สารเลวลิงก์นั่น แค่มีอีวานกาก็ยังไม่พอใจ มันยังไปพัวพันกับเจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์, แดดดาริโอ และดาราสาวคนอื่น ๆ อีก

ที่น่าโมโหกว่านั้นก็คือ อีวานกากลับไม่แคร์เรื่องพวกนี้เลยแม้แต่น้อย สื่อถึงกับรายงานข่าวซ้ำแล้วซ้ำเล่าเรื่องที่อีวานกาเป็นฝ่ายเอ่ยปากเชิญแดดดาริโอและเจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์มาเป็นแขกที่คฤหาสน์ฮาล์ฟเมาน์เทนด้วยตัวเอง

นี่มันยิ่งทำให้เขาโมโหหนักเข้าไปอีก ทำไมอีวานกาถึงได้แสนดีและทนลิงก์ได้ขนาดนี้? สิ่งที่เธอทำอยู่มันช่างไม่คุ้มค่าเอาเสียเลย

คูนาสจ้องมองรูปถ่ายบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ด้วยความโกรธแค้น เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วโทรหาเอปสตีน, พัฟฟ์ แดดดี้ และเจย์-ซี เพื่อปรึกษาหารือ ครั้งนี้ พวกเขาจะต้องหาวิธีจัดการกับลิงก์ให้เด็ดขาดไปเลย

โปรดติดตามตอนต่อไปฝากติดตามเพจ Ipe นิยายแปล

จบตอน

จบบทที่ บทที่ 491 แล้วความจริงคืออะไร?

คัดลอกลิงก์แล้ว