- หน้าแรก
- พลิกชะตาสู่ความยิ่งใหญ่ ด้วยระบบตั้งแผงลอย
- บทที่ 65 - ตกใจจนช็อกกันเป็นแถบ!
บทที่ 65 - ตกใจจนช็อกกันเป็นแถบ!
บทที่ 65 - ตกใจจนช็อกกันเป็นแถบ!
บทที่ 65 - ตกใจจนช็อกกันเป็นแถบ!
สิ้นเสียงของเขา ผู้คนรอบข้างก็ตะโกนเยาะเย้ยออกมาทันที
"ลู่เหิง แกแม่งรู้อยู่แล้วใช่ไหมว่าผู้จัดการเฉินไม่กล้าพูดชื่อเจ้านายออกมา ถึงได้กล้าถามแบบนี้น่ะ!"
"เขาก็บอกอยู่ว่าเป็นความลับทางธุรกิจ แกยังจะดันทุรังให้เขาพูดออกมาอีก นี่มันจงใจพูดจาเหลวไหลชัดๆ!"
"ฉันบอกแล้วไง ถ้ามันซื้อโรงแรมนี้ไว้จริงๆ มันยังจะต้องออกไปตั้งแผงลอยขายของทุกวันอีกหรอ!"
"ทุกคนเงียบก่อน ฉันว่าไอ้หมอนี่มันคงไปแอบได้ยินข่าวเรื่องโรงแรมตี้หาวเปลี่ยนมือมาจากไหนสักแห่ง ก็เลยมาทำเป็นเนียนแอบอ้างว่าตัวเองเป็นเจ้านายคนใหม่ นึกว่าพวกเราโง่กันหมดหรือไง!"
ไม่รู้ว่าใครเป็นคนตะโกนขึ้นมา แต่ทุกคนก็พากันพยักหน้าเห็นด้วยอย่างเงียบๆ
ดูจากท่าทางของลู่เหิงเมื่อกี้ เขาก็คงรู้อยู่แล้วแหละว่าโรงแรมนี้ไม่ได้เป็นของตระกูลเซวีย
ถ้าอย่างนั้น ก็เป็นไปได้สูงมากที่เขาจะรู้ข่าวการโอนกรรมสิทธิ์โรงแรมล่วงหน้า เลยมาสวมรอยเป็นเจ้านายซะเลย
คนที่พูดเมื่อกี้พอเห็นคนเห็นด้วยเยอะแยะ ก็หัวเราะอย่างกระหยิ่มใจ "ความจริงก็คือ ไอ้หมอนี่มันสวมรอยเป็นเจ้านายคนใหม่ของโรงแรมตี้หาว แถมยังเปิดไลฟ์สดกะจะกอบโกยเงินในเน็ตอีก สมแล้วที่พวกทำสตรีมเมอร์มันไม่มีดีสักคน!"
สิ้นเสียงของเขา เสียงก่นด่าในห้องโถงก็ยิ่งดังขึ้นไปอีก
หลายคนที่เคยเป็นแฟนคลับตัวยงของลู่เหิง พอมาเห็นสภาพเขาในวันนี้ ก็รู้สึกเหมือนโดนหลอกเข้าเต็มเปา พากันตะโกนด่าทอเขาเป็นการใหญ่
ทว่า ผู้คนกลับไม่ได้สังเกตเลยว่า ใบหน้าที่เคยเรียบเฉยไร้คลื่นอารมณ์ของเฉินเฉียน ในตอนนี้กลับแข็งทื่อเป็นรูปปั้นไปแล้ว!
ถึงแม้ตอนนี้เขาจะยังไม่ได้เปิดดูเอกสารโอนกรรมสิทธิ์ของบริษัท แต่เขาก็จำชื่อเจ้านายคนใหม่ได้แม่นยำชัดเจน
ชื่อนั้นคือ ลู่เหิง!
สองพยางค์นี้ ตั้งแต่วันที่เอกสารส่งมาถึงมือ เขาจำมันได้ขึ้นใจเลยทีเดียว
เพียงแต่ว่า เมื่อกี้เขาไม่รู้เลยจริงๆ ว่าไอ้เด็กมัธยมปลายที่นั่งอยู่ตรงหน้าเขาคนนี้ ก็คือลู่เหิง!
แต่ท่าทีของเฉินเฉียน กลับทำให้ผู้คนเข้าใจผิดคิดว่า เจ้านายคนใหม่ไม่ใช่ลู่เหิง เขาถึงไม่จำเป็นต้องไปเปิดเอกสารดูเลยด้วยซ้ำ!
เมื่อได้ยินเสียงก่นด่าของผู้คนนับไม่ถ้วนที่ดังจนแทบจะทะลุเพดาน ต่อให้เฉินเฉียนจะเป็นเสือเฒ่าที่ผ่านสมรภูมิธุรกิจมาอย่างโชกโชน ตอนนี้เหงื่อก็ยังไหลซึมลงมาตามหน้าผากเป็นสายๆ
โชคดีนะที่เมื่อกี้เขาไม่ได้เผลอไปผสมโรงเยาะเย้ยลู่เหิงเหมือนคนอื่นๆ ไม่งั้นตำแหน่งผู้จัดการของเขาคงได้ปลิวหายไปแน่ๆ!
ลู่เหิงที่มีปัญญาซื้อโรงแรมตี้หาวได้ จะต้องมีอิทธิพลมหาศาลขนาดไหนกันล่ะ แค่เขาสั่งคำเดียว จะบีบให้เขาตายก็ยังเป็นไปได้เลย!
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ หัวใจของเฉินเฉียนก็เต้นรัวอย่างบ้าคลั่ง สมองเร่งประมวลผลหาวิธีรับมือ
ความผิดพลาดเมื่อกี้เกิดขึ้นไปแล้ว ตอนนี้ต้องรีบกอบกู้สถานการณ์ด่วน จะปล่อยให้คนอื่นมาหัวเราะเยาะลู่เหิงต่อไปไม่ได้เด็ดขาด!
"พอได้แล้ว!"
เฉินเฉียนตวาดลั่น เส้นเลือดบนใบหน้าปูดโปนขึ้นมาเลยทีเดียว!
ในฐานะผู้จัดการของโรงแรมใหญ่โตขนาดนี้ พลังของเขาก็อยู่ถึงระดับเงินขั้นเจ็ด เสียงตวาดนี้แฝงไปด้วยอานุภาพอันน่าเกรงขาม ทำให้ทุกคนเงียบกริบลงในพริบตา
กลุ่มอาจารย์ที่อยู่ไม่ไกล ซึ่งตอนแรกนึกว่าเรื่องราวคงจบลงแล้ว และกำลังคุยกันอย่างสนุกสนาน ตอนนี้ก็ถูกดึงดูดความสนใจด้วยเสียงตวาดลั่นนี้เช่นกัน
ส่วนลู่เหิงพอเห็นท่าทางของเฉินเฉียน ในใจก็เดาเรื่องราวได้แปดเก้าส่วนแล้ว จึงเผยรอยยิ้มบางๆ ออกมา
เฉินเฉียนกวาดสายตามองทุกคน สีหน้าของเขาเย็นชาจนดูน่ากลัว
เขาชูเอกสารขึ้นมา แล้วแค่นหัวเราะเยือกเย็น "ทุกท่าน ผมจะบอกพวกคุณให้เอาบุญนะ เจ้านายคนใหม่ของโรงแรมตี้หาว ก็คือ — ลู่เหิง!"
"อะไรนะ!"
"เป็นไปไม่ได้!"
"ลู่เหิง? ลูกพี่เหิงจริงๆ หรอ!"
"แม่เจ้าโว้ย? นี่มันพล็อตในความฝันฉันชัดๆ!"
"เป็นไปไม่ได้! ตีให้ตายฉันก็ไม่เชื่อ!"
"นายต้องเข้าใจอะไรผิดแน่ๆ ถ้าเป็นไอ้ลู่เหิงจริงๆ นะ กูยอมหกสูงแดกขี้เลยเอ้า!"
เฉินเฉียนเลิกคิ้วขึ้น
ตอนนี้ในสายตาของเขา ลู่เหิงก็คือเจ้านายคนใหม่ของตัวเองแล้ว
เขาจะยอมให้ใครมาดูหมิ่นเจ้านายไม่ได้เด็ดขาด!
หันไปมองคนที่พูดเมื่อกี้ เฉินเฉียนก็แค่นเสียงเยาะเย้ย "ห้องน้ำอยู่ทางโน้น ไปแดกได้เลย กองที่คุณชายเซวียทิ้งไว้น่าจะยังอุ่นๆ อยู่นะ"
"ตอแหล!"
ยังไม่ทันที่คนนั้นจะได้อ้าปาก เซวียเยว่ก็ชิงแหกปากขึ้นมาก่อน
เห็นได้ชัดว่าใบหน้าของเซวียเยว่แดงก่ำไปหมด ดวงตายิ่งลุกโชนไปด้วยไฟแค้น "วันนี้ต่อให้เป็นใคร ก็ไม่มีทางเป็นไอ้ลู่เหิงเด็ดขาด! ไม่ต้องพูดถึงหรอกว่ามันมีปัญญาอะไร ในกระเป๋ามีเงินกี่บาท แต่คนตระกูลเซวียทั้งตระกูล ใครบ้างที่ไม่รู้ว่าฉันกับมันมีเรื่องบาดหมางกัน คุณปู่ไม่มีทางโอนให้มันเด็ดขาด!"
พอได้ยินคำพูดนั้น ลู่เหิงก็อดหัวเราะไม่ได้
ก็จริงอยู่ เขาไม่ได้ตีคุณปู่จนตายนี่นา แค่แจกมะกอกเล็กๆ ไปสองทีเอง
แต่ลู่เหิงก็ขี้เกียจจะต่อความยาวสาวความยืดกับเขา จึงหันไปหาเฉินเฉียน "ผู้จัดการเฉิน เท่าที่ฉันรู้ ด้านหลังเอกสารน่าจะมีสำเนาบัตรประชาชนแนบมาด้วยนะ เอาออกมาดูเดี๋ยวก็รู้แล้ว"
เฉินเฉียนถึงบางอ้อทันที รีบดึงเอกสารการโอนกรรมสิทธิ์หน้าที่สองออกมา
พอเอาออกมาดู เขาก็ฉีกยิ้มกว้างทันที
"ฮ่าๆๆๆ พวกคุณดูสิ นี่ไม่ใช่เถ้าแก่ลู่แล้วจะเป็นใครล่ะ!"
พูดจบ เฉินเฉียนก็ชูหน้ากระดาษ A4 ที่มีสำเนาบัตรประชาชนของลู่เหิงขึ้นสูงๆ แล้วหันโชว์ให้ทุกคนดูไปรอบห้อง!
"เชี่ย! ลู่เหิงจริงๆ ด้วย!"
"ลูกพี่เหิงซื้อโรงแรมตี้หาวไว้จริงๆ หรอวะเนี่ย?"
"หรือว่าแท้จริงแล้วลูกพี่เหิงจะเป็นคุณชายเศรษฐีร้อยล้านพันล้าน!!"
"เป็นไปไม่ได้! ตาฉันต้องฝาดไปแล้วแน่ๆ!"
"สวรรค์... ทำไมเมื่อก่อนฉันถึงไม่ตีสนิทเป็นเพื่อนกับลูกพี่เหิงไว้บ้างนะ!"
ห้องโถงระเบิดความฮือฮาขึ้นมาทันที!
บนกระดาษขาวแผ่นนั้น พิมพ์ใบหน้าของลู่เหิงไว้อย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง!
ทุกคนพากันขยี้หัวตัวเอง แทบไม่อยากจะเชื่อสายตา!
เสียงร้องตะโกนอย่างบ้าคลั่งที่ดังออกมาจากโรงแรมตี้หาว ดังไกลออกไปข้างนอกเป็นร้อยเมตรก็ยังได้ยิน!
เซวียเยว่ที่ยืนอยู่ตรงข้ามเฉินเฉียน ยิ่งเห็นชัดเจนเต็มสองตา!
เขารู้สึกเหมือนสมองขาวโพลนไปหมด ขาทั้งสองข้างสั่นพั่บๆ ไม่หยุด "นี่... นี่มันเป็นไปไม่ได้ คุณปู่... คุณปู่ไม่มีทาง... เป็นไปไม่ได้!"
ไม่นานก็ไม่มีใครสนใจเซวียเยว่ที่กำลังพึมพำกับตัวเองอยู่ ทุกคนต่างดำดิ่งอยู่ในห้วงแห่งความตกตะลึง!
ผู้คนมองดูตึกระฟ้าอันหรูหราโอ่อ่า ซึ่งมีตั้งยี่สิบกว่าชั้น แถมยังตั้งอยู่ในย่านที่เจริญที่สุดใจกลางเมืองจินไห่
นี่แม่งไม่ปาเข้าไปหลายร้อยล้านหรอกหรอ!!
จ้าวเหมิงยิ่งตื่นเต้นจนแทบจะจับมือถือไม่อยู่แล้ว ปากก็พร่ำพูดอะไรไม่รู้เรื่อง ได้แต่บีบไหล่ลู่เหิงแน่นๆ แล้วพูดซ้ำไปซ้ำมาว่า "ลูกพี่เหิงสุดยอด! ลูกพี่เหิงสุดยอด!"
แม้แต่อวี๋หลิงเวยที่เคยผ่านเรื่องราวใหญ่โตมานักต่อนัก ตอนนี้ก็ยังอดไม่ได้ที่ร่างกายจะสั่นสะท้านด้วยความตื่นเต้น
ตีให้ตายเธอก็คิดไม่ถึงว่า แฟนหนุ่มของตัวเอง ที่นอกจากจะหล่อ พลังต่อสู้สูง อารมณ์ขัน แฟนคลับเพียบ แถมยังหาเงินเก่งเป็นบ้าเป็นหลัง นอกนั้นก็ไม่มีอะไรดีเลยคนนี้ จะกลายเป็นเศรษฐีพันล้านที่ซ่อนรูปอยู่!
เธอผุดลุกขึ้นยืนพรวด แทบไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง จ้องมองลู่เหิงตาค้าง "นาย... นาย..."
"อย่าเพิ่งตื่นเต้นสิ เมื่อกี้ฉันก็บอกเธอไปแล้วไง"
ลู่เหิงยิ้มเจ้าเล่ห์พลางยักคิ้ว "ทำไมหายใจหอบขนาดนั้นล่ะ จะขึ้นไปข้างบนไหม ให้ฉันนวดแผนไทยผ่อนคลายให้แบบฟูลคอร์สเอาไหมจ๊ะ?"
อวี๋หลิงเวยรีบสูดลมหายใจเข้าลึก กลืนน้ำลายเอื้อกใหญ่ ผ่านไปพักใหญ่ถึงค่อยๆ นั่งลงบนเก้าอี้อีกครั้ง
เธอไม่มีกะจิตกะใจมาสนใจมุกตลกของลู่เหิง เธอกำหมัดน้อยๆ แน่น ตอนนี้ยังรู้สึกเหมือนกำลังฝันไป "ลู่เหิง... วันนี้นายทำให้ฉันตกใจแทบตายเลยนะ"
"ฮ่าๆๆๆ ฉันว่าคนที่ตกใจแทบตายน่ะ ไม่ได้มีแค่เธอคนเดียวหรอกนะ"
ลู่เหิงยิ้มอย่างมีเลศนัย หันไปมองผู้คนในห้องโถง
จ้าวเหมิงก็รีบยื่นมือถือใส่มือลู่เหิงอย่างรวดเร็ว หอบหายใจแฮ่กๆ "ลูกพี่... ลูกพี่เหิง! โต่วอินเปิดเซิร์ฟเวอร์สำรองฉุกเฉินแล้วนะ ไลฟ์สดของพวกเราคนจะทะลักจนห้องจะแตกอยู่แล้ว!!"
(จบแล้ว)