- หน้าแรก
- เลิกแก้ตัวได้แล้ว ใครๆก็บอกว่านายเป็นเจ้าพ่อ
- บทที่ 710 ไหวตัวทัน
บทที่ 710 ไหวตัวทัน
บทที่ 710 ไหวตัวทัน
เซี่ยงเยว่มองดูถงเจาที่ร้องไห้ขี้มูกโป่งน้ำตาไหลพราก ชั่วขณะหนึ่งเขาก็ทำตัวไม่ถูกเหมือนกัน
เขาย่อตัวลง ตบไหล่ถงเจาเบาๆ แล้วพูดเสียงนุ่มนวลว่า:
"โตป่านนี้แล้วยังจะมาร้องไห้ขี้มูกโป่งอีก เดี๋ยวพวกพี่น้องเห็นก็หัวเราะเยาะเอาหรอก"
ถงเจาถอดแว่นตาออก เอาแขนเสื้อเช็ดหน้าลวกๆ สองสามที แล้วเถียงกลับด้วยเสียงขึ้นจมูก:
"จะหัวเราะก็หัวเราะไปสิ! ถึงจะหัวเราะก็ต้องเรียกฉันว่าพี่เจาอยู่ดี!"
เซี่ยงเยว่ถูกท่าทางของเขาทำให้หลุดขำออกมา: "ได้ๆๆ นายคือพี่เจา เป็นหัวหน้าเบอร์สองของหงซิงเรา ไม่มีใครกล้าหัวเราะเยาะนายหรอกน่า"
พูดจบ เขาก็ยื่นมือไปดึงถงเจาให้ลุกขึ้น
เป็นถึงหัวหน้าเบอร์สองของหงซิง จะมานั่งแหมะอยู่บนพื้นตลอดเวลาได้ยังไง!
พวกพี่น้องรอบๆ แอบเหล่มามองเป็นระยะๆ กลั้นขำจนหน้าดำหน้าแดง สุดท้ายไอ้เด็กแสบคนหนึ่งก็ทนไม่ไหวจริงๆ
"ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า พี่เจา ทำไมหน้าพี่ดำหยั่งกับคนขายถ่านเลยอะ ฮ่าฮ่าฮ่า ขำจะตายอยู่แล้ว กลั้นไม่ไหวจริงๆ ว่ะ"
ไอ้เด็กแสบหัวเราะจนตัวงอ
เรื่องหัวเราะเนี่ย ทุกคนก็รู้กันดีว่ามันติดต่อกันได้
พี่น้องอีกหลายคนก็เริ่มหัวเราะตาม เสียงหัวเราะล้อมรอบถงเจาเป็นวงกลม
คราวนี้ถงเจาอายจริงๆ แล้ว: "หัวเราะอะไรนักหนา ลมพัดทรายเข้าตาไม่เห็นหรือไงวะเนี่ย! แต่ละคน รบกันอยู่นะโว้ย ยังจะมาหัวเราะอีก! กลับหยางซื่อเมื่อไหร่สั่งซ่อมเพิ่มทั้งทีมหนึ่งอาทิตย์! ไม่สิ ครึ่งเดือนไปเลย!"
เอาล่ะสิ รอยยิ้มไม่ได้หายไปไหน แค่ย้ายที่เท่านั้นแหละ ตอนนี้รอยยิ้มก็ย้ายมาอยู่บนหน้าถงเจาแทนแล้วไง
พวกพี่น้องทำหน้ามุ่ยบ่นกระปอดกระแปด: "โหย พี่เจา พี่จะไม่มีเหตุผลแบบนี้ไม่ได้นะ! คนเราก็ต้องมีอารมณ์ความรู้สึกกันบ้างสิ ตัดสินโทษหนักไปแล้ว กฎข้อนี้ไม่มีระบุไว้นะพี่!"
ถงเจาทำหน้าตึง จะมาอ้างกฎหมายกับเขาเหรอ? นี่มันแกว่งเท้าหาเสี้ยนชัดๆ
เขากลับมาสวมมาดเสนาบดีกรมอาญาอีกครั้ง พูดอย่างไม่รีบร้อนว่า
"ตาม 'กฎระเบียบการจัดการภายในของหงซิง' มาตรา 37 การล้อเลียนผู้บังคับบัญชาในระดับที่สูงกว่า ถือเป็นการละเมิดวินัยร้ายแรง ฉันแค่ลงโทษให้พวกนายซ้อมเพิ่ม ถือว่าปรานีมากแล้ว ท้ายที่สุด ศาลนี้ไม่รับอุทธรณ์ ปิดศาล!"
พวกพี่น้องเบิกตากว้าง ทำหน้าเหมือนเพิ่งโดนหมาหลอกฟัน
เชี่ย! มีกฎข้อนี้ด้วยเหรอ? กฎระเบียบของหงซิงมันมีแค่ 36 ข้อไม่ใช่รึไง!
พลาดอย่างแรง ลืมไปได้ยังไงว่าพี่เจาเป็นคนร่างกฎ เหอะๆ อัปเกรดแล้วสิเนี่ย เมื่อก่อนแค่บ่นๆ ตอนนี้ถึงขั้นแต่งกฎขึ้นมาเองสดๆ ร้อนๆ ได้แล้ว
รู้งี้เมื่อกี้หยิบมือถือขึ้นมาถ่ายคลิปเก็บไว้ก็ดีหรอก ตอนนี้ติดคุกไปแล้ว จะพูดอะไรก็สายเกินแก้
เซี่ยงเยว่มองดูพวกเขากระเซ้าเย้าแหย่กัน ใบหน้าเปื้อนยิ้ม แต่ในใจกลับทอดถอนหายใจ
ถ้าพูดถึงความรู้ใจ เขาเข้าใจถงเจาดีที่สุด เขารู้ว่าเด็กคนนี้ร้องไห้เพราะอะไร
นับตั้งแต่เขากลับมาเกิดใหม่ พี่น้องกลุ่มนี้ที่อยู่เบื้องหลังเขา เพื่อที่จะก้าวตามให้ทัน ต่างก็ใช้วิธีที่แทบจะเรียกได้ว่าทรมานตัวเอง เพื่อบีบบังคับให้ตัวเองเติบโต
และคนที่เหนื่อยที่สุด รับความกดดันมากที่สุด ก็คือถงเจา
เด็กนักเรียนที่วันๆ เอาแต่ท่องตัวบทกฎหมาย กลับถูกเขาบีบให้กลายเป็นกุนซือที่ต้องมานั่งคำนวณความเป็นความตายทุกวัน
เมื่อก่อนถงเจาคำนวณอะไร? ร้านตัดผมต้องจ่ายค่าคุ้มครองเท่าไหร่ มีดยาวแค่ไหนถึงจะไม่เข้าข่ายอาวุธควบคุม แต่ตอนนี้ตื่นมาทุกวัน สิ่งที่ต้องคำนวณคือชีวิตคน!
เด็กหนุ่มอายุ 21 ปี ใครมันจะไปแบกรับไหว?
เซี่ยงเยว่มักจะคิดเสมอในยามค่ำคืน ว่าเขารู้สึกผิดต่อพี่น้องกลุ่มนี้จริงๆ
กลับมาเกิดใหม่ พาพี่น้องเปลี่ยนเส้นทางเดิน แต่เส้นทางสายนี้ กลับอันตรายและยากลำบากยิ่งกว่าชาติที่แล้วเสียอีก
ท้ายที่สุดแล้ว ทั้งหมดนี้มันถูกหรือผิดกันแน่? พวกเขาจะเดินไปถึงจุดหมายปลายทางได้จริงๆ หรือเปล่า?
เซี่ยงเยว่ส่ายหัว เดินมาถึงขั้นนี้แล้ว หันหลังกลับไม่ได้อีกแล้ว เขามองดูพี่น้องแต่ละคนที่อยู่ข้างกาย แล้วลอบสาบานในใจ
ในเมื่อเลือกเส้นทางนี้แล้ว ก็ต้องเดินให้ดี! เขาจะแข็งแกร่งขึ้น และพวกพี่น้องก็จะแข็งแกร่งขึ้นเช่นกัน จนกว่าจะไม่มีใครหน้าไหนมากดหัวพวกเราได้อีก!
ถงเจาไม่มีทางรู้หรอกว่าเซี่ยงเยว่กำลังคิดอะไรอยู่ คนเราเวลาเขินอายก็มักจะทำตัวยุ่งๆ เข้าไว้
เห็นเขาทำท่าทางขึงขังพาคนเข้าไปในเต็นท์ใหญ่ทันที
ในเต็นท์ไม่ได้จุดไฟ มืดสนิท กลิ่นเหม็นเปรี้ยวของเหงื่อผสมกับกลิ่นคาวเลือด ฉุนกึกจนชวนจาม
ถงเจาเอาไฟฉายส่องดูรอบๆ ไม่เห็นมีใครเลย เห็นแค่กล่องไม้ใบใหญ่ตั้งซ้อนกันอยู่ตรงมุมห้อง กับเตียงสนามหนึ่งหลัง บนกล่องมีกระดาษสองสามแผ่นกับขวดเหล้าเปล่าวางระเกะระกะ
"ค้น" ถงเจาสั่งการ
พวกพี่น้องเดินเข้าไปหน้ากล่อง พอไฟฉายส่องไปก็เห็นเงาดำๆ ขดตัวอยู่ตรงมุมอับหลังกล่อง
เป็นคน
ผู้ชายคนนั้นยกมือปิดหัว ตัวสั่นงันงก โก่งก้นขึ้นเหมือนนกกระจอกเทศ
"ออกมา!"
ผู้ชายคนนั้นไม่ขยับ มีเพียงอาการสั่นที่รุนแรงขึ้น
พวกพี่น้องไม่มีความอดทนจะมาเล่นซ่อนแอบด้วยหรอก เตะกล่องไม้ล้มโครม คว้าคอเสื้อผู้ชายคนนั้น หิ้วคอออกมาหยั่งกับหิ้วลูกไก่ แล้วออกแรงเหวี่ยงร่างหมอนั่นลงไปกองบนพื้นโล่ง
"เงยหน้าขึ้น" ถงเจาสั่งเป็นภาษาพม่า
ผู้ชายคนนั้นตัวสั่นสะดุ้ง เงยหน้าขึ้นมา แววตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
ถงเจามองประเมินตั้งแต่หัวจรดเท้า ผู้ชายคนนี้ใส่ชุดนายทหาร กระดุมปริจนแทบจะรัดรูป ดูไม่ค่อยพอดีตัวเท่าไหร่ ดูท่าทางคงไม่ใช่เสื้อผ้าของหมอนี่แน่ๆ
พอมองลงไปที่กางเกง หึ แค่แป๊บเดียวกางเกงก็เปียกแฉะซะแล้ว
คิ้วของเขาขมวดมุ่นยิ่งกว่าเดิม เขาจำได้แม่นว่าลูกพี่เยว่เคยบอกว่า ที่ตีนเขามีผู้บัญชาการอยู่ แถมตำแหน่งยังไม่ธรรมดาด้วย
คนคนนี้ไม่มีมาดของผู้บัญชาการเลยสักนิด สถานการณ์แบบนี้ มันไม่สมเหตุสมผลเอาซะเลย!
ถงเจาถาม: "แกเป็นใคร? มีหน้าที่อะไร?"
ผู้ชายคนนั้นรัวภาษาพม่าออกมาเป็นชุด ใจความคร่าวๆ คือเขาเป็นแค่คนดูแลเสบียง เขาไม่รู้เรื่องอะไรเลยจริงๆ ขอแค่ปล่อยเขาไปอย่าฆ่าเขาก็พอ
"แล้วผู้บัญชาการของพวกแกล่ะ?"
ผู้ชายคนนั้นอึ้งไปนิดนึง กว่าจะนึกขึ้นได้ว่าถงเจาหมายถึงอาจาน ก็รีบส่ายหน้าพัลวัน
"ผมไม่รู้ครับ เมื่อกี้ ตอนที่เพิ่งเริ่มยิงกัน กุนซืออาจานเรียกผมเข้ามาในเต็นท์ บอกให้ผมรออยู่ข้างในห้ามออกไปไหนเด็ดขาด สั่งเสร็จเขาก็ออกไปเลยครับ"
แววตาเย็นเยียบวาบขึ้นหลังเลนส์แว่นตา ถงเจาแค่นเสียงหึ
กุนซือ? ระดับไหนกันวะ กล้ามามีตำแหน่งเดียวกับเขา?
แม่งเอ๊ย ยิ่งคิดยิ่งหงุดหงิด กุนซือฝั่งศัตรูหนีรอดไปได้จากน้ำมือเขาเนี่ยนะ แบบนี้มันก็พิสูจน์สิว่าเขาสู้คนอื่นไม่ได้?
ป่าดงดิบกว้างใหญ่ไพศาลขนาดนี้ จะไปตามหาที่ไหนล่ะ? คงต้องไปรายงานสถานการณ์การรบกับลูกพี่เยว่ก่อนแล้วกัน
ถงเจาโบกมือให้พวกพี่น้อง: "มัดมันไว้ก่อน ค่อยเอากลับไปสอบสวนทีหลัง"
สองคนล้วงเชือกออกมามัดผู้ชายคนนั้น แล้วคุมตัวเดินออกไปจากเต็นท์
ข้างนอก การต่อสู้สิ้นสุดลงแล้ว พวกพี่น้องกำลังเคลียร์พื้นที่
ถงเจาเงยหน้าขึ้น ยกมือบังแดดเล็กน้อย ตอนนี้ฟ้าสว่างเต็มที่แล้ว แสงแดดส่องกระทบเลนส์แว่นตา รู้สึกแสบตาอยู่บ้าง
เขาสาวเท้าเร็วๆ เข้าไปหาเซี่ยงเยว่ รายงานสถานการณ์ของก่งซากับเหลียนหู่ให้ฟัง แล้วพูดต่อว่า:
"ลูกพี่เยว่ ในเต็นท์จับได้แต่ลูกกระจ๊อก ตัวการใหญ่น่าจะหนีไปแล้วพี่"
เซี่ยงเยว่นั่งอยู่บนกล่องไม้ เคาะนิ้วลงบนต้นขาเบาๆ นี่คือท่าทางติดเป็นนิสัยเวลาที่เขากำลังใช้ความคิด
ตัวการใหญ่? น่าจะเป็นคนที่ถูกเขายิงหูขาดนั่นแหละ
เมื่อวานตอนส่องกล้องทางไกลยังเห็นมันอยู่เลย นี่หนีไปแล้วเหรอเนี่ย ไหวตัวทันแฮะ ถือว่ามีฝีมืออยู่บ้างเหมือนกัน
เขานึกไปถึงกระสุนที่พุ่งเป้าไปที่ถงเจาเมื่อครู่นี้ ทิศทางของกระสุนมาจาก...?
พุ่มไม้ที่สั่นไหวนั่น!
หึ ใจเด็ดซะด้วย!
เซี่ยงเยว่เหลือบมองไปทางพุ่มไม้นั้น ด้านหลังพุ่มไม้คือป่าทึบ ต้นไม้ขึ้นเบียดเสียดกันแน่นขนัด ถัดไปด้านหลังก็เป็นภูเขาอีกตลบ
ภูมิประเทศแบบนี้ ถ้าใครมุดเข้าไปซ่อนตัว การจะงมเข็มในมหาสมุทรตามหาตัวก็เป็นเรื่องยากแล้ว ตอนนี้ยังมีเรื่องต้องจัดการอีกเยอะแยะ จะไปเสียเวลาค้นภูเขาทั้งลูกเพื่อตามหาคนคนเดียวมันไม่คุ้มหรอก
"ช่างเถอะ หนีไปได้ก็ปล่อยมันไป จัดการเรื่องตรงหน้าให้เรียบร้อยก่อน คุนฟูก็โดนรวบตัวแล้ว ที่เหลือหนีไปได้ก็คงทำอะไรไม่ได้แล้วล่ะ"
ถงเจาพยักหน้ารับคำ แล้วหันไปจัดการเรื่องเคลียร์พื้นที่ต่อ