- หน้าแรก
- กลับบ้านไปทำไร่ไถนา ฉันจะรวยทะลุฟ้าด้วยระบบสาวสวยรวยทรัพย์
- บทที่ 26 ทำไมถึงรีบไปรีบมาขนาดนี้
บทที่ 26 ทำไมถึงรีบไปรีบมาขนาดนี้
บทที่ 26 ทำไมถึงรีบไปรีบมาขนาดนี้
เมืองจิ่งเฉิงที่ลุงใหญ่อาศัยอยู่ตั้งอยู่ติดกับเมืองอันเฉิง ทั้งสองเมืองต่างก็ขึ้นตรงกับมณฑลฉินหนาน การเดินทางจากเมืองจิ่งเฉิงกลับมายังบ้านเกิดใช้เวลาขับรถเพียงสองชั่วโมงกว่าๆ เท่านั้น ดังนั้น หลังจากที่หลินอันซูเก็บผักป่าบนเขาเสร็จและกลับถึงบ้านในช่วงบ่าย เธอจึงได้เห็นลุงใหญ่นั่งคุยกับคุณย่าหลินอยู่ที่บ้านเรียบร้อยแล้ว
“ลุงใหญ่คะ ทำไมกลับมาเร็วจังเลยคะ?”
“อยู่ที่นู่นก็ไม่มีอะไรทำน่ะสิ ลุงเลยรีบขับรถกลับมาเลย อันอัน หลานคิดดีแล้วจริงๆ หรือลูก?” ลุงใหญ่ถามย้ำอีกครั้งด้วยความเป็นห่วง
หลินอันซูพยักหน้าพลางยิ้มตอบอย่างอารมณ์ดี “คิดดีแล้วค่ะ หนูเอาจริงแน่นอนค่ะลุงใหญ่”
“ถ้าอย่างนั้นก็เอาตามที่ป้าใหญ่ของหลานบอกแล้วกันนะ ค่าเช่าหมู่ละ 600 หยวนต่อปี ส่วนบ่อปลาลุงให้หลานใช้ฟรีๆ เลย” ลุงใหญ่เอ่ยสรุป
“ลุงใหญ่รอหนูสักครู่นะคะ หนูขอไปล้างมือก่อน แล้วเดี๋ยวจะเปิดคอมพิวเตอร์ร่างสัญญาค่ะ”
“เดี๋ยวลุงจัดการเองดีกว่า” ลุงใหญ่พูดจบก็เดินตรงไปที่คอมพิวเตอร์ของเธอทันที
ผ่านไปประมาณยี่สิบนาที ลุงใหญ่ก็เรียกเธอ
“อันอัน มาลองดูสิว่ามีตรงไหนติดขัดไหม?”
เมื่อลุงใหญ่ลุกขึ้น หลินอันซูก็นั่งลงหน้าจอคอมพิวเตอร์แล้วเริ่มอ่านรายละเอียดอย่างถี่ถ้วน สัญญาที่ลุงใหญ่ร่างให้เธอนั้นดูผ่อนปรนกว่าสัญญาที่เซ็นกับจางกุ้ยมาก แถมยังดูเหมือนจะคิดเผื่อเธอในหลายๆ ด้าน
อย่างแรกคือราคาค่าเช่าที่ถูกกว่าของจางกุ้ย และลุงใหญ่ยังคำนึงถึงเรื่องที่เธออาจจะมีเงินทุนไม่มากนัก จึงระบุให้จ่ายค่าเช่าเป็นรายปีแทน ส่วนระยะเวลาในสัญญาสามารถเซ็นได้ทั้งแบบห้าปี สิบปี หรือนานกว่านั้น แต่หลินอันซูเพียงแค่ต้องจ่ายเงินปีละครั้ง หากผ่านไปหนึ่งปีแล้วเธอไม่อยากทำต่อ สัญญาก็จะถือเป็นโมฆะไปโดยปริยาย
หลังจากอ่านสัญญาจนจบ หลินอันซูก็รู้สึกตื้นตันใจจนพูดไม่ออก นี่แหละนะลุงใหญ่แท้ๆ ของเธอ ช่างดูแลเอาใจใส่หลานสาวคนนี้ดีจริงๆ แม้แต่เรื่องบ่อปลาที่ไม่คิดเงินก็ยังระบุไว้ในสัญญาให้ชัดเจนเพื่อความสบายใจของเธอด้วย
“ลุงใหญ่คะ หนูว่าคิดราคาหมู่ละ 1,000 หยวนเท่าเดิมเถอะค่ะ ไม่อย่างนั้นหนูจะรู้สึกเหมือนกำลังเอาเปรียบญาติพี่น้องยังไงก็ไม่รู้ เพราะตอนที่หนูเช่าที่ดินของอาจางกุ้ย หนูก็จ่ายราคาหนึ่งพันหยวนเหมือนกันค่ะ”
“หลินอันซู ทำไมดื้อแบบนี้เนี่ย? ถ้าหลานยังจะมาต่อรองราคาอีกล่ะก็ ลุงจะไม่ให้เช่าแล้วนะ” ลุงใหญ่แกล้งทำเสียงดุใส่
“ก็ได้ค่ะๆ 600 ก็ 600 ค่ะลุงใหญ่”
เมื่อตกลงรายละเอียดสัญญาได้รวดเร็วทันใจ ลุงใหญ่ก็โทรศัพท์แจ้งผู้ใหญ่บ้านให้รับทราบ ไม่นานนักผู้ใหญ่บ้านก็เดินทางมาที่บ้านด้วยตัวเอง ภายใต้การเป็นพยานของผู้ใหญ่บ้าน ทั้งคู่ก็ได้ลงนามและประทับลายนิ้วมือด้วยหมึกสีแดงกำกับไว้เป็นหลักฐาน นับตั้งแต่นี้เป็นต้นไป หลินอันซูก็มีที่ดินในครอบครองเพิ่มขึ้นเป็น 5+8 หมู่ รวมเป็นสิบสามหมู่ที่พร้อมจะลงมือทำกิน
และสิ่งที่ทำให้เธอดีใจที่สุดก็คือ ในที่ดินแปดหมู่ของลุงใหญ่นั้น มีอยู่สามหมู่ที่เป็นนาข้าว ซึ่งเธอสามารถปลูกข้าวเจ้าได้โดยตรง ต่อไปที่บ้านก็ไม่ต้องควักเงินซื้อข้าวสารกินแล้ว
หลังจากจัดการเรื่องที่ดินเสร็จ หลินอันซูก็กลับมาวุ่นอยู่กับการจัดการผักป่าต่อ แต่เธอก็ไม่ลืมที่จะแบ่งผักป่าที่เก็บมาได้ส่วนหนึ่งให้ลุงใหญ่ติดมือกลับไปด้วย ในเมื่อลุงใหญ่ได้ไปแล้ว เธอก็ต้องส่งไปให้บ้านลุงรองด้วยเช่นกัน
และเมื่อให้ทางฝั่งลุงๆ แล้ว ญาติทางฝั่งแม่ก็ต้องมีส่วนแบ่งด้วยเหมือนกัน ส่วนเรื่องจะไปส่งเมื่อไหร่นั้นก็ต้องดูเวลาอีกที
บ่ายวันนี้หลินอันซูจึงเข้าป่าไปสองรอบ ทำให้ได้ผักป่ามามากกว่าวันก่อนๆ เล็กน้อย
เมื่อจัดการมัดผักป่าจนเรียบร้อย เธอก็ขี่รถสามล้อคันเล็กออกไปขายของตามความเคยชิน ยังคงเป็นสถานที่เดิมและกลุ่มคุณลุงคุณป้าขาประจำกลุ่มเดิม
ถึงแม้ผักป่าที่เธอขนมาจะเยอะกว่าวันก่อนๆ แต่ก็ยังคงขายหมดเกลี้ยงในเวลาอันรวดเร็ว หลังจากเก็บข้าวของและตะกร้าเสร็จ หลินอันซูก็ขนผักป่าที่เหลือมุ่งหน้าไปยังบ้านของลุงรองทันที
ไม่ใช่แค่ลุงใหญ่ที่ใจดีกับเธอ ลุงรองเองก็ดีกับเธอไม่แพ้กัน สมัยที่เธอและน้องชายยังต้องไปเรียนกวดวิชาและฝึกเขียนพู่กันในตัวอำเภอ พวกเธอมักจะแวะไปทานมื้อเที่ยงที่บ้านลุงรองอยู่บ่อยๆ บางครั้งพ่อกับแม่ยุ่งจนมารับไม่ทัน ลุงรองก็จะอาสามารับพวกเธอเอง แถมยังชอบซื้อโร่วเจียหมัว (เบอร์เกอร์จีน) กับมันเทศเผาให้กิน และขับรถไปส่งพวกเธอถึงบ้านด้วย ดังนั้นหลินอันซูจึงมีความทรงจำที่ดีต่อลุงรองมาก
เมื่อไปถึงแฟลตสวัสดิการพนักงานที่ลุงรองอาศัยอยู่ หลินอันซูก็จอดรถสามล้อคันเล็กไว้ข้างล่าง แล้วหิ้วถุงผักป่าเดินขึ้นไปหา เพราะเธอโทรศัพท์บอกไว้ล่วงหน้าแล้ว
ตอนที่เคาะประตู ป้าสะใภ้รองจึงเป็นคนมาเปิดประตูให้ ส่วนลุงรองน่าจะยังติดงานอยู่จึงยังไม่กลับบ้าน
“อันอันมาแล้วหรอจ๊ะ? มาๆ เข้ามานั่งข้างในก่อนลูก”
ป้าสะใภ้รองต้อนรับเธออย่างกระตือรือร้นพลางเชื้อเชิญให้เข้ามานั่งในบ้าน พร้อมกับขนขนมขบเคี้ยวและนมกล่องออกมาวางให้เต็มโต๊ะ
“จะดูทีวีไหมลูก? เดี๋ยวป้าเปิดให้”
“ไม่เป็นไรค่ะป้าสะใภ้ หนูแค่เอาผักป่ามาส่งให้เฉยๆ ค่ะ เดี๋ยวส่งเสร็จหนูก็ต้องรีบกลับแล้ว มีงานอื่นต้องไปทำต่อค่ะ”
หลังจากพูดคุยกันสั้นๆ หลินอันซูก็ขอตัวลากลับ เมื่อเห็นว่าเวลายังพอมีเหลือ เธอจึงแวะไปที่บ้านน้าชายต่อ บ้านน้าชายอยู่ไม่ไกลจากบ้านเธอเท่าไหร่นัก อาศัยอยู่ในตัวตำบลของหมู่บ้านถัดไป น้าชายทำธุรกิจขายเครื่องใช้ไฟฟ้า ทั้งเครื่องทำน้ำอุ่นและเครื่องปรับอากาศ ตอนที่หลินอันซูหิ้วผักป่าไปส่ง ครอบครัวน้าชายต่างก็พากันตกตะลึง
“อันอัน แค่ผักป่าพวกนี้ ถึงกับต้องลำบากขับรถมาส่งเองเลยหรอ?”
“น้าชายคะ หนูไม่ได้มาเพราะผักป่าพวกนี้หรอกค่ะ หนูตั้งใจมาเยี่ยมทุกคนต่างหาก แล้วช่วงนี้คุณตาคุณยายสุขภาพแข็งแรงดีไหมคะ?”
“แข็งแรงดีจ้ะ นี่ไง พากันออกไปข้างนอกทั้งคู่เลย”
“คนหนึ่งไปเล่นไพ่ ส่วนอีกคนไม่รู้ไปนั่งเม้าท์มอยอยู่ที่ไหนแล้ว”
น้าสะใภ้หยิบผลไม้และเมล็ดทานตะวันออกมาต้อนรับเธอ
“ท่านแข็งแรงดีหนูก็เบาใจค่ะ งั้นหนูไม่รบกวนแล้วนะคะ ขอตัวกลับก่อนค่ะ”
“ยัยหนูคนนี้ ทำไมถึงรีบไปรีบมาประหนึ่งพายุพัดขนาดนี้เนี่ย”
น้าสะใภ้มองตามหลังหลินอันซูที่ขี่รถสามล้อคันเล็กจากไป ก่อนจะเพิ่งนึกขึ้นได้แล้วถามออกมา
“เอ๊ะ วันนี้ไม่ใช่เสาร์อาทิตย์นี่นา ทำไมอันอันถึงกลับมาบ้านได้ล่ะ?”
“สงสัยจะลางานมาพักผ่อนมั้ง”
“คุณ มาดูนี่เร็ว ผักจี้ไช่ที่อันอันเอามาส่งให้นี่สดจริงๆ เลยนะ เย็นนี้เรามาห่อเกี๊ยวกินกันดีไหม?”
“กินๆๆ วันๆ รู้จักแต่เรื่องกินจริงๆ เลยนะคุณเนี่ย!” น้าสะใภ้บ่นพึมพำอย่างไม่จริงจังนัก
“โธ่คุณ ยังไงมื้อเย็นเราก็ต้องกินข้าวอยู่แล้วนี่นา”
“ก็ได้ๆ งั้นห่อเกี๊ยวก็ได้ ดูจากปริมาณที่อันอันเอามาให้เนี่ย น่าจะหนักสักห้าหกจินได้เลยนะ จะห่อได้กี่ลูกกันเนี่ย?”
“ฮ่าๆ จะเยอะแค่ไหนก็ไม่เห็นเป็นไรเลย ถ้ากินไม่หมดก็แช่แข็งไว้สิ อยากกินเมื่อไหร่ค่อยเอาออกมาต้ม” น้าชายตอบอย่างไม่ใส่ใจ
“ห่อเยอะขนาดนั้น ฉันไม่ต้องเหนื่อยตายเลยหรอ?”
“ไม่เป็นไร เดี๋ยวผมช่วยคุณเอง!”
“อืม แบบนี้ค่อยน่าฟังหน่อย”
ระหว่างทางกลับบ้านหลังจากออกจากบ้านน้าชาย หลินอันซูก็บังเอิญไปเจอคนตั้งแผงขายน้ำผึ้งอยู่ริมทาง ตอนแรกเธอก็ไม่ได้คิดจะซื้ออะไรหรอก แต่พอเห็นคุณตาคนขายดูท่าน่าสงสาร เธอจึงเกิดความรู้สึกเห็นใจและหยุดรถเข้าไปถามราคา
“แม่หนูจ๊ะ นี่เป็นน้ำผึ้งแท้ๆ จากรังที่บ้านตาเลี้ยงเองเลยนะ ของแท้แน่นอนจ้ะ”
“จินละสองร้อยหกสิบหยวนจ้ะ”
“นี่ก็ใกล้จะมืดแล้ว ตาจะลดให้เหลือจินละสองร้อยสี่สิบเก้าหยวน เป็นยังไงจ๊ะ?”
จินละสองร้อยสี่สิบเก้าหยวนหรอ?
หลินอันซูจอดรถสามล้อคันเล็กแล้วเดินเข้าไปดู น้ำผึ้งนั่นจะว่ายังไงดีล่ะ ดูแล้วก็ถือว่าคุณภาพดีใช้ได้เลยทีเดียว เพียงแต่ปริมาณมันน้อยไปหน่อย
หรือว่าเธอควรจะซื้อผึ้งกลับไปเลี้ยงเองดีนะ? ยังไงบ้านเธอก็มีภูเขาอยู่แล้วนี่นา แถมยังมีสวนผลไม้อีกด้วย ถ้าปล่อยผึ้งออกไปหาอาหารในสวนผลไม้ที่บ้าน ผึ้งพวกนั้นก็จะได้ช่วยผสมเกสรไปในตัว และเธอก็จะมีน้ำผึ้งให้ดื่มได้ตลอดแบบไม่ขาดสาย ยิ่งคิด หลินอันซูก็ยิ่งรู้สึกสนใจขึ้นมาจริงๆ