- หน้าแรก
- ฉันสร้างสถาบันควบคุมสิ่งผิดปกติ
- ตอนที่ 14 โอกาส
ตอนที่ 14 โอกาส
ตอนที่ 14 โอกาส
ตอนที่ 14 โอกาส
ห้องทำงานส่วนตัวของสวี่เหวินจัดว่าสะอาดสะอ้านเป็นระเบียบเรียบร้อยมาก ในระยะสายตาของหม่าเอินไม่มีขยะสักชิ้น ริมหน้าต่างยังมีกระถางดอกไม้สดวางประดับอยู่หลายกระถาง
ตู้ไม้ขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้าเขา หรือก็คือด้านหลังเก้าอี้ทำงาน และตรงตำแหน่งที่สูงจากพื้นประมาณสองเมตร มีตู้เซฟล็อกกุญแจซ่อนอยู่ เมื่อดูจากข้าวของที่อัดแน่นอยู่ภายใน ก็น่าจะเป็นสมบัติเก่าของหมอหลี่ทั้งนั้น
ไม่มีใครมาเก็บกวาดไปเลยเหรอ?
แกร๊ก
สวี่เหวินเอื้อมมือไปปิดเครื่องบันทึกเสียงที่กำลังทำงานอยู่ เงยหน้ามองชายหนุ่มที่ถูกมัดอยู่บนเก้าอี้พันธนาการ
"คุณนี่นะ หม่าเอิน" เขาถามด้วยน้ำเสียงกึ่งสมน้ำหน้า "ทำไมคุณต้องไปหาเขาก่อนจะลงมือด้วยล่ะ อยากให้ทุกคนสงสัยว่าคุณมีปัญหาหรือไง?"
หม่าเอินที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ตอบกลับ:
"แค่ยืนอยู่ตรงระเบียงผมก็ทำให้เขายิงตัวตายได้ แล้วผมก็ยังใช้สายตาบิดหัวคุณหลุดจากบ่าได้เหมือนกันนะ ระวังตัวไว้หน่อยก็ดี"
สวี่เหวินรีบยืดตัวขึ้นเพื่อกลบเกลื่อน
"ผมหมายถึงว่า การทำแบบนี้มันจะทำให้เรื่องขอออกจากโรงพยาบาลของคุณยุ่งยากขึ้นต่างหาก..."
และนี่ก็เป็นหนึ่งในเหตุผลที่หม่าเอินลงมือฆ่าหลี่อี้เต๋อ
มาตรการรอง—แสดงความแข็งแกร่ง
ส่วนเหตุผลที่เขาไปโผล่หน้าให้หลี่อี้เต๋อเห็น ก็เพื่อทำให้เรื่องนี้ดูสมเหตุสมผลในสายตาของคนบางกลุ่ม—คนที่สวี่เหวินไม่จำเป็นต้องรู้
"เรื่องออกจากโรงพยาบาลเป็นยังไงบ้างล่ะ?" หม่าเอินถามกลับราวกับเป็นฝ่ายซักฟอกเสียเอง
สวี่เหวินยกมือขึ้นเกาหัว
"ผมกำลังจัดการอยู่ แต่ถึงตอนเขาตายคุณจะไม่ได้อยู่ในห้องด้วย พวกเขาก็ต้องใส่ชื่อคุณไว้ในบัญชีผู้ต้องสงสัยอยู่ดี ตามหลักแล้ว ผมควรจะมีอำนาจตัดสินใจเรื่องของคุณทั้งหมด แต่เพราะผมเป็นหมอใหม่ เรื่องมันเลยไม่ง่ายขนาดนั้น
"และดูท่าแล้ว การตกลงระหว่างคุณกับอาจารย์ผมคงเป็นเรื่องลับๆ สินะ เพราะพนักงานคนอื่นในโรงพยาบาลคิดว่าคุณเป็นแค่คนไม่มีหัวนอนปลายเท้า รองผู้อำนวยการถึงกับสั่งให้ผมโยนความผิดให้คุณเลยด้วยซ้ำ"
"อาจารย์เหรอ?" หม่าเอินทำหน้างง
สวี่เหวินถอยไปนั่งพิงขอบโต๊ะทำงาน:
"ก่อนที่หมอหลี่จะมาทำงานที่นี่ เขาเคยเป็นศาสตราจารย์อยู่ที่มหาวิทยาลัยของผม ถึงตอนนั้นเขาจะไม่ได้ทำเงินเป็นกอบเป็นกำเหมือนตอนนี้ แต่ก็มีธุรกิจสีเทาหลายอย่าง หนึ่งในนั้นคือการแอบรับนักศึกษาเข้าเรียนแบบลับๆ ถ้าใครยอมจ่าย ก็ได้เรียนต่อจนจบปริญญาเอกภายใต้การดูแลของเขาเลย
"ถึงเขาจะลาออกไปก่อนที่ผมจะเข้าเรียนป.โท แต่จริงๆ แล้วสิ่งที่ผมต้องการไม่ใช่เส้นสาย แต่เป็นความรู้ต่างหาก
"ศาสตราจารย์ที่เอาแต่หาผลประโยชน์ใส่ตัวคนนี้แหละ คือนักวิชาการที่เก่งกาจที่สุดเท่าที่ผมเคยเจอมาเลย"
น้ำเสียงที่หมอหนุ่มใช้พูดถึงอาจารย์คนนี้ไม่มีความเคารพเจือปนอยู่เลยแม้แต่น้อย
"เขาเป็นคู่ค้าทางธุรกิจที่ไม่เลวเลยทีเดียว" หม่าเอินบอก
อย่างน้อยตัวเขาในอดีตก็เลือกที่จะร่วมมือกับหมอคนนี้
สวี่เหวินเห็นด้วย:
"พูดตามตรง เขาก็เป็นอาจารย์ที่ดีคนหนึ่งเลยล่ะ แต่น่าเสียดายที่พอเขาตายไป ก็ไม่มีใครคิดถึงเขาสักคน ผมไปงานศพเขามา ไม่มีใครไปร่วมไว้อาลัยเขาจากใจจริงเลยสักคน
"ผมได้ยินมาว่าเขามีอดีตภรรยากับลูกสาวที่เขาไม่เคยเจอหน้าอยู่ด้วย แต่พวกเธอไม่สนใจใยดีความเป็นตายของตาแก่คนนี้เลย ในพินัยกรรมที่เขาทำไว้ก็ไม่ได้เอ่ยถึงพวกเธอ ทรัพย์สินบนดินของเขาถูกบริจาคไปจนหมด เกลี้ยง ดูเหมือนจะหวังซื้อชื่อเสียงทิ้งทวน
"ส่วนเงินสกปรกพวกนั้น ก็คงถูกแช่แข็งอยู่ในธนาคารไปตลอดกาล"
ในระหว่างที่เขาพูด ความสนใจของหม่าเอินก็ถูกดึงดูดไปที่กุญแจรหัสแบบกลไก
เขารู้สึกได้ลางๆ เป็นสัญชาตญาณที่ดูไร้เหตุผลแต่น่าเชื่อถือ
หม่าเอินรู้สึกว่าเขารู้วิธีใช้พลังจิตปลดล็อกกุญแจรหัสพวกนี้ ราวกับว่า...
เขาเคยทำแบบนี้มาก่อน
"แต่มีเรื่องหนึ่งที่ผมไม่ค่อยเข้าใจ ไม่ใช่ว่าผมสนใจเรื่องความเป็นตายของเขานะ" เสียงของสวี่เหวินดึงเขากลับสู่โลกความจริง "แต่ผมแอบสงสัยว่าเขาฆ่าตัวตายจริงๆ หรือเปล่า
"ผมรู้ว่าตำรวจสรุปคดีไปแล้ว แต่บางทีสาเหตุการตายของเขาอาจจะไม่ได้เรียบง่ายขนาดนั้น เพราะว่า...
"ที่นี่ไม่ได้มีแค่คุณกับผมหรอกนะ"
หม่าเอินตอบด้วยท่าทีสงบนิ่ง:
"ผมไม่สนคุณ หรือใครหน้าไหนทั้งนั้นแหละ เหมือนที่ผมไม่สนหลี่อี้เต๋อนั่นแหละ ถ้าหมอนั่นไม่บังเอิญมาขวางทางออกของผม ผมก็ไม่มีอารมณ์ไปยุ่งกับมันหรอก"
ความหมายของหม่าเอินนั้นชัดเจนมาก
ขอแค่เขาได้ออกจากโรงพยาบาล เขาก็จะไม่เป็นภัยคุกคามต่อใครทั้งสิ้น
ในทางกลับกัน ถ้ามีใครพยายามขัดขวางไม่ให้เขาไปล่ะก็...
"แน่นอน เรื่องนี้ผมกำลังดำเนินการให้อยู่ ขอเวลาสักหนึ่งสัปดาห์นะ ผมต้องใช้เวลาเกลี้ยกล่อมเบื้องบนหน่อย" สวี่เหวินรีบรับปาก "ถึงตอนนั้นผมจะให้คำตอบที่คุณพอใจแน่นอน
"และคุณไม่ต้องจ่ายเงินผมด้วย แต่ถ้าเป็นไปได้ ผมอยากขอให้คุณช่วยเรื่องเล็กๆ น้อยๆ สักเรื่อง"
หม่าเอินมองเขา
เขาพูดต่อ:
"มีคนบางกลุ่มกำลังพยายามจะเล่นงานผมอยู่ แต่คุณก็รู้กฎของที่นี่ดี พวกเขายังลงมือตอนนี้ไม่ได้หรอก แต่ถ้าคุณสังเกตเห็นพวกเขาล่ะก็ ช่วยบอกผมทีนะ
"ผมจะตอบแทนคุณอย่างงามเลย"
หม่าเอินพูดว่า:
"ถ้าการทำแบบนั้นไม่ได้ทำให้ผมตกอยู่ในอันตราย ผมจะบอกคุณ แต่หมอสวี่ครับ ตอนนี้ผมเลือกที่จะเป็นกลาง ถ้าผมต้องเข้าไปพัวพันกับเรื่องนี้ล่ะก็
"ผมจะเลือกอยู่ฝั่งที่จะชนะ เพราะฉะนั้นบางทีคุณอาจจะอยากเห็นผมเป็นกลางต่อไปมากกว่านะ"
สวี่เหวินยิ้มอย่างมั่นใจ
"ไม่ต้องห่วง ผมแข็งแกร่งกว่าพวกมันเยอะ"
หม่าเอินพูดอย่างไม่ยี่หระ:
"งั้นผมจะคอยดู หรือถ้าคุณช่วยให้ผมออกไปได้ราบรื่น ผมอาจจะแถมความช่วยเหลือพิเศษให้คุณนิดหน่อยก็ได้"
สวี่เหวินตอบกลับ:
"ตกลงครับ งั้นผมจะจัดการเรื่องนี้ให้จบเอง"
เขาไม่เชื่อคำสัญญาของหม่าเอินเลยสักนิด ถ้าหมอนี่หลุดออกไปได้ คงลืมเขาและเรื่องราวทั้งหมดไว้เบื้องหลัง ไม่มีทางหันกลับมาช่วยเขาแน่นอน
หม่าเอินพูดขึ้น
"ถ้างั้น..."
สวี่เหวินมองไปที่เครื่องบันทึกเสียง
"เดี๋ยวผมจะให้กระดาษคุณแผ่นหนึ่ง คุณแค่อ่านตามนั้นก็พอ"
หม่าเอินยิ้ม
"ยินดีที่ได้ร่วมงานกันครับ?"
สวี่เหวินยิ้มตอบ:
"ยินดีที่ได้ร่วมงานกันครับ"
ตอนนี้เขาพอจะเข้าใจเรื่องทั้งหมดแล้ว
นี่มันกับดักที่เตรียมไว้เล่นงานเขาชัดๆ
ตอนที่เขาตัดสินใจรับงานนี้ ก็เพราะอยากใช้ปรากฏการณ์ชื่อดังของศูนย์บำบัดวิกเตอร์มาเป็นโล่กำบังพวกนักฆ่าชั่วคราว แต่ตอนนี้ที่นี่กำลังกลายเป็นคุกคุมขังเขาเสียเอง
ลองคิดดูให้ดี การที่หลี่อู่มาตายในจังหวะนี้ มันประจวบเหมาะเกินไปจนน่าสงสัย
นี่ต้องเป็นแผนที่บริษัทวางไว้แน่ๆ และเขาก็กลายเป็นหนูติดจั่นไปแล้ว
แต่โชคดีนะ ที่เขายอมรับงานนี้ไม่ใช่แค่เพราะคุณสมบัติพิเศษของโรงพยาบาลเพียงอย่างเดียว
สวี่เหวินเตรียมใจรับมือกับความเสี่ยงต่างๆ ไว้แต่แรกแล้ว และสิ่งที่ทำให้เขาตัดสินใจเด็ดขาดก็คือทรัพยากรของที่นี่—พวกคนบ้า
คนบ้าที่สติครึ่งดีครึ่งร้ายพวกนี้ มีพลังทางจิตที่เหนือมนุษย์มนาทั่วไป และในศูนย์บำบัดจิตเวชวิกเตอร์ พวกเขาก็เหมือนฝูงปลาในบ่อน้ำตื้น แค่กวาดอวนลงไปก็จับขึ้นมาได้เป็นสิบๆ ตัวแล้ว
และหม่าเอิน หนิงฉางคง รวมไปถึงเฉาเยี่ยน ก็คือปลาเกรดพรีเมียมที่เขาคัดสรรมาอย่างดี
ขอแค่มีพวกเขา งานวิจัยของเขาก็จะสำเร็จลุล่วง และเมื่อถึงเวลานั้น ไม่ว่าบริษัทหรือตัวตนหน้าไหน ก็จะกลายเป็นแค่เศษธุลีเมื่ออยู่ต่อหน้าเขา
โอกาสนั้นผ่านเข้ามาแล้วก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว