- หน้าแรก
- ศิษย์พี่ใหญ่คลั่งสังหารสามภพ เปลี่ยนสำนักเซียนเป็นธุลี
- บทที่ 49 ขังคนไว้แล้วก็ฆ่าทิ้งซะ
บทที่ 49 ขังคนไว้แล้วก็ฆ่าทิ้งซะ
บทที่ 49 ขังคนไว้แล้วก็ฆ่าทิ้งซะ
บทที่ 49 ขังคนไว้แล้วก็ฆ่าทิ้งซะ
ภาพเหตุการณ์ชวนสยดสยอง เสียงกรีดร้องและเสียงคำรามที่เปี่ยมไปด้วยเลือดและน้ำตา หลิงเกอกับเยี่ยเซียวยืนนิ่งเฉย เฝ้ามองและรับฟังอย่างเลือดเย็น
ขณะที่กำลังดูอยู่ จู่ๆ ก็มีเงาร่างหนึ่งดิ้นรนหนีออกมาได้
เมื่ออีกฝ่ายหันซ้ายหันขวามาเห็นหลิงเกอ เขาก็สูดหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความตกใจ
วิ่งมาผิดทาง!
ไม่สิ ยังพอมีทางรอด ยังพอมีทาง
ชายคนนั้นชุ่มไปด้วยเลือด ไม่สนใจวิญญาณที่เกาะแกะอยู่ด้านหลัง เขาเตะสลัดพวกมันออกไป แล้วคลานสี่ขาตรงดิ่งมาหาหลิงเกออย่างรวดเร็ว
เมื่อคว้าเยี่ยเซียวไม่ทัน เขาจึงเงยหน้ามองหลิงเกอด้วยแววตาเปี่ยมความหวัง
"แม่นาง นายท่าน แม่คุณทูนหัว โปรดละเว้นข้าด้วยเถิด โปรดละเว้นข้าด้วย ข้ายินดีเป็นวัวเป็นม้ารับใช้ท่าน ท่านชอบเด็กหนุ่มหน้าตาดีอย่างสวินหลิวไม่ใช่หรือ? ข้าจะหามาให้ท่าน ข้าจะหามาให้ท่านทั้งหมดเลย"
ระหว่างที่พูด เขาก็ยื่นมือที่เปื้อนเลือดและคราบสกปรกออกไปหมายจะจับขากางเกงของหลิงเกอ
หลิงเกอขมวดคิ้วเล็กน้อย กำลังจะยกเท้าขึ้นเตะ
"ไสหัวไป!"
แต่เยี่ยเซียวไวกว่า เตะกระเด็นกลับเข้าไปในดงวิญญาณร้ายเสียก่อน
หลิงเกอดึงเท้ากลับ
ถึงเยี่ยเซียวไม่ทำ นางก็ต้องเตะกระเด็นกลับไปก่อนที่มันจะแตะตัวนางอยู่ดี
สกปรกจะตาย
"อ๊ากกกกกก!!!"
เสียงกรีดร้องโหยหวนเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความหวาดกลัว
ในท้ายที่สุด ทั้งความเจ็บปวด ความหวาดกลัว และแม้แต่เสียงร้องก็เลือนหายไป
เยี่ยเซียวจู่ๆ ก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมา หัวเราะจนตัวงอ
ตลกเป็นบ้า
สร้างอาวุธสังหารขึ้นมาเองแท้ๆ พอแนวป้องกันแตกพ่าย ตัวเองก็หาวิธีรับมือไม่ได้ จนกลายเป็นอาวุธที่หันกลับมาสังหารตัวเองเสียเอง
เยี่ยเซียวหัวเราะไปหัวเราะมา แววตาก็เปลี่ยนเป็นโศกเศร้าและเย้ยหยัน
"หลิงเกอ ข้าไม่เคยรู้เลยนะเนี่ยว่าเจ้าชอบเด็กหนุ่มหน้าตาดี? จะให้ข้าช่วยหามาให้ไหมล่ะ?" เยี่ยเซียวกดความเศร้าไว้ในดวงตา เอ่ยถามหลิงเกอด้วยน้ำเสียงหยอกล้อ
หลิงเกอรู้ว่าเขาคงนึกถึงเรื่องราวในอดีต จึงตบบ่าเขาเบาๆ
"เจ้ากับคนพวกนั้นไม่เหมือนกัน"
ดวงตาของเยี่ยเซียวหม่นลง เมื่อช้อนตาขึ้นมองหลิงเกออีกครั้ง แววตาเศร้าหมองก็อันตรธานหายไปจนหมดสิ้น
"หายากนะเนี่ย ที่เจ้าจะปลอบใจข้า" ความรู้สึกแบบนี้ก็ไม่เลวเหมือนกัน
ตอนที่ยังมีชีวิตอยู่และเป็นผู้บำเพ็ญสายมาร เขาไม่เคยได้ยินคำพูดแบบนี้เลย
หลิงเกอส่ายหน้า "ก็พูดความจริงนี่นา"
เยี่ยเซียวหน้าผากกระตุก "หมายความว่ายังไง?"
เขาพอจะเดาออกว่านางหมายถึงอะไร
"วิญญาณของพวกมันโดนแทะจนเกลี้ยง วิญญาณร้ายพวกนี้เดี๋ยวก็คงกระจัดกระจายกันไป ส่วนเจ้าน่ะ ถึงจะตายไปแล้ว แต่ตอนนี้ก็ยังมีเจิ้นหุนคอยดึงรั้งไว้อยู่ไม่ใช่หรือ" หลิงเกอพูดจบก็กางมือออก
ตอนนี้เจิ้นหุนอยู่ในมือนาง แต่ก็เป็นเขาที่ใช้งานมัน
พวกนั้นจะเอาอะไรมาสู้เขาได้ล่ะ?
เยี่ยเซียวหลับตาอย่างจนใจ กัดฟันกรอด
รู้แบบนี้ไม่น่าถามเลย ในปากหลิงเกอไม่มีคำพูดดีๆ หรอก
ไม่น่าหลุดปากถามเลยจริงๆ
รอยยิ้มจางๆ วูบผ่านดวงตาของหลิงเกอ ก่อนที่นางจะเอ่ยเสียงเรียบ "ของสนุกๆ ที่เจ้าว่าน่ะ อยู่ไหนล่ะ?"
เยี่ยเซียวลืมตาขึ้น ถอนหายใจพลางชี้ไปอีกทิศทาง "ไปดูกันเถอะ น่าดูตื่นเต้นกว่านี้เยอะ"
หลิงเกอเลิกคิ้ว มองดูความโกลาหลสีเลือดตรงทางออก แล้วตัดสินใจรออีกหน่อย
"ผู้บำเพ็ญสายมารในตึกจัดการหมดแล้วใช่ไหม?" ปล่อยเขาออกไป ก็เพื่อให้จัดการเรื่องพวกนี้แหละ
"ข้าเป็นคนลงมือ เจ้ายังไม่ไว้ใจอีกหรือ?" เรื่องฆ่าคนน่ะ
อีกอย่าง เขาก็ไม่ได้ทำไปเปล่าๆ หรอกนะ
ตบะตั้งมากมาย วิญญาณผู้บำเพ็ญสายมารตั้งหลายดวง เขาได้ประโยชน์ไปไม่น้อยเลย
"ปัง!"
จู่ๆ ก็มีเสียงดังมาจากทางออก
หลิงเกอหันไปมองด้วยความสงสัย
ตำหนักหมื่นมารส่งคนมาอีกแล้วหรือ?
เห็นเพียงร่างที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายมารร้ายตะเกียกตะกายฝ่าดงวิญญาณออกมา เป็นผู้บำเพ็ญสายมารชายที่ตายไปแล้วนั่นเอง เขาเลียนแบบผู้หญิงที่ถูกพวกตนฆ่า ด้วยการกลืนกินวิญญาณของผู้บำเพ็ญสายมารคนอื่นๆ เพื่อดิ้นรนหาทางรอดให้ตัวเอง
ก็ไม่ใช่ทางรอดหรอก
ก็เขาตายไปแล้วนี่นา
"ไม่นึกเลยแฮะ ว่าจะมีเซอร์ไพรส์ด้วย" เยี่ยเซียวหรี่ตายิ้ม
พริบตาเดียว เยี่ยเซียวก็กางร่มพุ่งไปอยู่ตรงหน้าผู้บำเพ็ญสายมารคนนั้น แล้วคว้าคอเสื้อจับลากตัวมา
ของดีเลยนะเนี่ย
ผู้บำเพ็ญสายมารที่เพิ่งคิดว่าตัวเองหนีรอดมาได้ จู่ๆ ก็ถูกคว้าตัวไป พอเงยหน้าขึ้นมาเห็นเยี่ยเซียว ก็ตกใจจนขวัญหนีดีฝ่อ
"จะ... เจ้า... เจ้า..."
เยี่ยเซียวไม่สนคำพูดไร้สาระของเขา อ้าปากกลืนกินเข้าไปรวดเดียว
หนวกหูจริง
เมื่อผู้บำเพ็ญสายมารโดนแทะกินจนหมดเกลี้ยง เสียงอึกทึกตรงปากทางหุบเขาก็ค่อยๆ เบาลง วิญญาณร้ายพวกนั้นต่างพากันแห่ทะลักออกไปสู่โลกกว้าง
พวกนางถูกขังมานานเกินไปแล้ว
พวกนางอยากออกไปจากที่นี่
เยี่ยเซียวมองดูวิญญาณร้ายเหล่านั้น พลางเลียริมฝีปากสีแดงสด
ถ้าได้กลืนพวกนางเข้าไป คงจะอร่อยกว่าพวกผู้บำเพ็ญสายมารพวกนั้นแน่ๆ
แต่... เยี่ยเซียวก็รู้ดีว่าหลิงเกอไม่ยอมให้เขากลืนพวกนางหรอก ไม่อย่างนั้นนางคงไม่ให้เขาปล่อยพวกนางออกมาเข่นฆ่าแบบนี้
เรื่องที่หลิงเกอไม่อนุญาต เขาจะไม่ทำเด็ดขาด
ไม่อย่างนั้น เขาคงได้วิญญาณแตกซ่านแน่
ผู้หญิงคนนี้ดูภายนอกเย็นชา เย่อหยิ่ง เหมือนแค่เป็นคนเข้าถึงยาก แต่ลึกๆ แล้วใจดำอำมหิต ทำได้ทุกอย่าง
เขาแอบกลัวนางอยู่นะเนี่ย
หลิงเกอเดินมาหยุดอยู่ข้างๆ เยี่ยเซียว มองดูวิญญาณที่บินหนีไป น้ำเสียงเย็นชาเอ่ยขึ้นอย่างเลือดเย็น "ปิดเมืองนี้ซะ อย่าให้พวกมันหนีออกไปได้"
เยี่ยเซียวหันมามอง "ทำไมล่ะ กลัวว่าพวกมันจะไปทำร้ายคนธรรมดางั้นหรือ?"
พวกคนธรรมดาข้างนอกนั่นตายไปก็ช่างปะไร พวกเขาไม่ได้บริสุทธิ์สักหน่อย
หลิงเกอตอบเสียงเย็น "ข้าบอกให้ปิดเมือง"
การสังหารหมู่ในเมืองเกาเซวียนจะไม่จบลงเพียงเพราะผู้บำเพ็ญสายมารตายไปหรอก
ต้นเหตุที่ทำให้พวกนางต้องพบกับโศกนาฏกรรมก็ไม่ได้มีแค่ผู้บำเพ็ญสายมารไม่กี่คนนี้
ในเมื่อพวกคนข้างนอกเป็นคนก่อเหตุ ก็ต้องรับผลกรรมที่ตัวเองก่อไว้ด้วย
ที่นางไม่ยอมให้วิญญาณร้ายเหล่านี้ออกจากเมืองเกาเซวียน ก็เพราะขืนปล่อยพวกนางไป พวกนางต้องไปดึงดูดผู้บำเพ็ญเซียนมาสร้างความเดือดร้อนให้นางแน่ๆ
อย่าลืมสิว่า ตอนนี้ทวีปตอนล่างไม่ได้มีแค่ผู้บำเพ็ญเซียน แต่ยังมีเทพเซียนลงมาถึงเก้าองค์ด้วย
เยี่ยเซียวพยักหน้าอย่างเข้าใจ "เข้าใจแล้ว"
เขาถือร่มเหาะออกไปที่หน้าตึกสูง ก่อนจะทิ้งท้ายไว้ประโยคหนึ่ง "บางทีข้าก็รู้สึกว่าเจ้าเหมือนผู้บำเพ็ญสายมารยิ่งกว่าข้าเสียอีกนะ"
ขังคนไว้แล้วฆ่าทิ้ง
อยากหนีก็หนีไม่ได้
เหี้ยมจริงๆ โคตรเหี้ยม
หลังจากเยี่ยเซียวบินไปแล้ว หลิงเกอก็เดินไปหยุดอยู่ที่หน้าประตูหิน
แสงสลัวๆ สาดส่องเข้าไปในถ้ำที่มืดมิด หลิงเกอมองเห็นซากศพที่ทับถมกันเป็นชั้นๆ มือกำหมัดแน่นโดยไม่รู้ตัว
"มีแต่ผู้หญิงทั้งนั้นเลย" หลีซุ่ยถอนหายใจ
กระดูกผู้หญิงกองพะเนินแทบจะล้นถ้ำอยู่แล้ว
น่าสงสารจริงๆ
"โฮกๆ~"
กลิ่นอายความตายในถ้ำรุนแรงมาก ชือเวยที่อยู่ในกระเป๋าสะพายไม่ชอบเอาเสียเลย จึงเริ่มส่งเสียงร้องงอแง
หลิงเกอหยิบยันต์สีเหลืองออกมาปึกหนึ่ง แล้วโยนเข้าไปในถ้ำ
จากนั้นก็เสกไฟเผาทั้งยันต์และซากศพทั้งหมด
ภายใต้เปลวเพลิงที่ลุกโชน หลิงเกอหันหลังเดินจากไป
หลิงเกอเดินหน้าต่อไปโดยไม่หันกลับมามอง เปลวเพลิงสาดแสงสะท้อนบนแผ่นหลังอันสง่างามของนาง นางส่งกระแสจิตบอกเยี่ยเซียวอย่างเลือดเย็น "ทำให้พวกมันตายอย่างทรมานที่สุด"
เยี่ยเซียวหันขวับมามองทางนี้ พึมพำเสียงเบา "หายากนะเนี่ย ที่นางจะโกรธขนาดนี้"
เยี่ยเซียวตอบกลับหลิงเกอด้วยรอยยิ้ม "ไม่มีปัญหา"
ตอนที่หลิงเกอเดินออกจากหุบเขาแห่งนี้ ม่านพลังสีเทาหม่นก็กางคลุมเมืองเกาเซวียนเอาไว้ทั้งเมือง
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง เสียงร้องด้วยความหวาดผวาก็ดังระงมขึ้นที่หน้าตึกสูงของผู้บำเพ็ญสายมาร
"พะ... พวกมันหลุดออกมาได้ยังไง?"
"ใต้เท้าผู้บำเพ็ญสายมาร ช่วยพวกเราด้วย ช่วยด้วย!"
"ม่ายยย พวกเจ้าอย่าเข้ามานะ!"
"คนที่ฆ่าเจ้าไม่ใช่พวกข้านะ!"
"อ๊ากกก!!!"
...
เสียงร้องขอความช่วยเหลือแปรเปลี่ยนเป็นเสียงกรีดร้องโหยหวนอย่างรวดเร็ว!
เลือดสีแดงฉานอาบย้อมเมืองเกาเซวียนไปทั่วทุกหย่อมหญ้า!
ท่ามกลางเสียงกรีดร้องโหยหวน หลิงเกอเดินมาถึงสถานที่ที่เยี่ยเซียวบอกไว้ข้างๆ ภาพนองเลือดปรากฏแก่สายตา นางชะงักไปครู่หนึ่ง ในหัวพลันนึกถึงคำสี่คำ——
นรกนองเลือด!