- หน้าแรก
- ศิษย์พี่ใหญ่คลั่งสังหารสามภพ เปลี่ยนสำนักเซียนเป็นธุลี
- บทที่ 36 เขาต่างหากที่สมควรตาย
บทที่ 36 เขาต่างหากที่สมควรตาย
บทที่ 36 เขาต่างหากที่สมควรตาย
บทที่ 36 เขาต่างหากที่สมควรตาย!
เสียงฝีเท้าเร่งรีบดังมาจากด้านหลัง เป็นเหล่าผู้บำเพ็ญเซียนในป่าที่กำลังมุ่งหน้ามาทางนี้
หลิงเกอสูดลมหายใจเข้าลึก "ข้ามีหลักฐาน ถุงเก็บของของป่ายหลี่ซี ผู้บำเพ็ญเซียนแห่งหุบเขาเซียนยิน อยู่ในมือพวกมัน"
ในสายตาคนนอก นางดูเหมือนรวบรวมความกล้าอย่างมากถึงจะกล้าพูดความจริงออกมา
สิ้นคำพูดนี้ มือของเหรินเชียนจั้งก็สั่นสะท้านอย่างรุนแรง
ถุงเก็บของที่เพิ่งแย่งมาหมาดๆ กลับกลายเป็นเผือกร้อนลวกมือในพริบตา ต่อหน้าเทพเซียน จะทิ้งก็ไม่ได้ จะไม่ทิ้งก็ไม่ได้ ร้อนจนเหรินเชียนจั้งตัวสั่นงันงก
ผู้คุ้มกฎที่อยู่ด้านหลังเหรินเชียนจั้งแต่ละคนเบิกตากว้างเท่าไข่ห่าน
เพิ่งเคยรู้เป็นครั้งแรกว่าถุงเก็บของมันเอามาใช้ประโยชน์แบบนี้ได้ด้วย
แม่นางน้อยคนนี้ ช่างร้ายกาจเสียจริง
หลิงเกอยังคงมีรอยยิ้มประดับใบหน้า
ของพรรค์นั้นคิดจะแย่งก็แย่งไปง่ายๆ หรือไง
ผู้บำเพ็ญเซียนที่วิ่งเข้ามาได้ยินประโยคที่หลิงเกอพูดพอดี ผู้บำเพ็ญเซียนแห่งหุบเขาเซียนยินก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟทันที
กำลังจะพุ่งเข้าไปฆ่าพวกผู้บำเพ็ญสายมาร ก็ถูกหลี่เสียและคนของสำนักอวี่ซานขวางไว้
กลิ่นหอมอบอวลในอากาศ ช่างดูเบาบางและพลิ้วไหว
เป็นกลิ่นของดอกเซียนหลิงพันปีตามที่บันทึกไว้ในตำราโบราณ แถมยังมีโคมไฟหลิวเซียนเจ็ดดวงอีก
พลังเซียน นี่คือเทพเซียนจริงๆ ใช่ไหม?
เพราะเคยโดนหลอกมาแล้วครั้งหนึ่ง ผู้บำเพ็ญเซียนจึงมั่นใจไปแล้วเก้าส่วนว่าเบื้องหน้าคือเทพเซียนของจริง แต่ก็ไม่ได้พุ่งเข้าไปทันที พวกเขามองหลิงเกอที่ยืนอยู่หน้าเกี้ยวด้วยความสงสัย
นางไม่ใช่คนธรรมดาที่ไม่มีตบะบารมีหรอกหรือ?
พวกผู้บำเพ็ญสายมารแห่งตำหนักหมื่นมารก็มากันเยอะไม่ใช่หรือไง? ทำไมถึงเหลืออยู่แค่นี้? เสียงร้องโหยหวนเมื่อกี้คือพวกมันใช่ไหม?
ศิษย์สำนักบำเพ็ญเซียนมีคำถามมากมายผุดขึ้นในหัวกับภาพตรงหน้า
หลี่เสียและจางจ๋ายเป็นฝ่ายเดินเข้าไปใกล้เกี้ยว สังเกตอย่างละเอียด ซ้ำยังหยิบตำราออกมาเปิดเทียบดูด้วย
ในที่สุด พวกเขาก็ได้ข้อสรุป——
"คารวะท่านเซียน"
เพราะเคยทักคนผิดมาแล้วครั้งหนึ่ง พอจะคารวะอีกครั้ง ผู้บำเพ็ญเซียนที่อยู่ด้านหลังก็รู้สึกลังเล
จะไม่หน้าแตกอีกใช่ไหมเนี่ย?
"พวกเขาเหมือนกับภาพเทพเซียนจุติที่บันทึกไว้ในตำราไม่มีผิดเพี้ยน"
พอหลี่เสียพูดแบบนี้ ทุกคนก็รีบยกมือขึ้นประสานคารวะทันที
"คารวะท่านเซียน"
ผู้บำเพ็ญเซียนนับร้อยรวมตัวกันโค้งคำนับให้เกี้ยว
"ท่านเซียน เมื่อครู่พวกเราเสียมารยาท เป็นเพราะมีปีศาจบังอาจแอบอ้างเป็นเทพเซียน ทำให้พวกเราเสียหน้า..."
หลี่เสียพูดพลางถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก้มหน้าลงด้วยความละอายใจ
หลิงเกอหมุนป้ายในมือเล่น พอนึกถึงฉากในป่า ก็อดหัวเราะพรวดออกมาไม่ได้
"ขวับ" สายตาทุกคู่หันมามองหลิงเกอเป็นตาเดียว
นาง!
หลานถิงเอ๋อร์ที่ยืนอยู่แถวหลังก้มหน้าลงเงียบๆ นางรู้ว่าหลิงเกอหัวเราะอะไร
ตอนนั้นทุกคนต่างพากันกราบไหว้เทพธิดา มีเพียงแม่นางคนนี้ที่ไม่ยอมไหว้
หรือว่านางจะรู้ตั้งแต่แรกแล้วว่านั่นคือปีศาจ?
หลานถิงเอ๋อร์ตกใจ มองไปที่หลิงเกอ สังเกตเห็นว่าบนตัวนางไม่มีพลังปราณเลย ก็ส่ายหน้าปฏิเสธความคิดตัวเอง
เป็นไปไม่ได้ เป็นไปไม่ได้หรอก
หลิงเกอปล่อยให้พวกเขามองตามสบาย ตลอดหลายปีที่ผ่านมายืนอยู่บนจุดสูงสุด นางชินกับสายตาหลากหลายรูปแบบที่จับจ้องมาแล้ว
"เทพเซียนไม่เคยปรากฏตัวบนโลกมนุษย์ การที่พวกท่านจะสงสัยก็ไม่ใช่เรื่องแปลก สหายร่วมวิถีทุกท่านไม่ต้องมากพิธีหรอก"
เสียงอันไพเราะสง่างามดังมาจากในเกี้ยวอย่างถูกจังหวะ ชวนให้รู้สึกสดชื่น
เห็นเพียงเวทมนตร์เซียนถูกร่ายออกมาจากในเกี้ยว กลีบดอกไม้ปลิวว่อนออกมาจากด้านหลังเกี้ยว พลิ้วไหวผ่านผู้คนไปอย่างงดงาม ในชั่วพริบตานั้น สายตาของทุกคนก็สว่างไสวขึ้น รู้สึกถึงความหงุดหงิดในใจที่เบาบางลงไปมาก
ทีนี้ พวกเขาก็ยิ่งมั่นใจว่าคนในเกี้ยวคือเทพเซียน
แถมยังเป็นถึงเทพธิดาสวรรค์อีกด้วย
เหรินเชียนจั้งเห็นผู้บำเพ็ญเซียนนับร้อยมารวมตัวกัน เบื้องหน้าก็มีเทพเซียนอยู่ เขาจึงตัดสินใจทุบหม้อข้าวตัวเอง "ผู้หญิงคนนี้แหละคือผู้บำเพ็ญสายมาร! นางเป็นคนฆ่าป่ายหลี่ซี!"
จะตายก็ต้องตายด้วยกัน!
สายตาของทุกคนที่มองหลิงเกอก็เปลี่ยนเป็นดุดันขึ้นมาทันที
นาง!
ผู้บำเพ็ญสายมาร!
หญิงสาวในชุดรัดกุมของหุบเขาเซียนยินเดินออกมายืนข้างหน้า "แม่นาง ตกลงใครเป็นคนฆ่าศิษย์พี่ของข้ากันแน่?"
"ไป๋หลี่ซิงชาน นางเพิ่งจะบอกว่าจะเข้าร่วมตำหนักหมื่นมารของข้าอยู่เลย!" เหรินเชียนจั้งแค่นเสียงเย็น
ใช้เข็มคร่าวิญญาณเป็น ก็เห็นชัดๆ ว่าเป็นผู้บำเพ็ญสายมาร ยังจะมาแกล้งทำเป็นผู้บำเพ็ญเซียนอีก!
เข้าร่วมตำหนักหมื่นมารงั้นหรือ?
สายตาของผู้บำเพ็ญเซียนที่มองหลิงเกอแฝงไปด้วยอันตรายและจิตสังหาร
มุมปากของหลิงเกอยกยิ้มบางๆ "พวกเจ้าจะเชื่อคำพูดของผู้บำเพ็ญสายมารงั้นหรือ?"
เจอคำถามย้อนกลับไปแบบนี้ ผู้บำเพ็ญเซียนทุกคนก็ชะงักไป ได้สติกลับมาทันที แล้วหันไปถลึงตาใส่เหรินเชียนจั้ง
"แต่พวกเราก็เชื่อเจ้าไม่ได้เหมือนกัน" ศิษย์หุบเขาเซียนยินเอ่ยขึ้น
ในตอนนั้นเอง แสงสว่างจ้าก็สาดส่องลงมาจากเกี้ยวตรงมาที่หลิงเกอ นางหยุดหมุนป้ายหยกในมือ เมื่อแน่ใจว่าแสงนั้นไม่มีอันตราย จึงเล่นป้ายหยกต่อไป
ภายใต้แสงสว่างนั้น พลังปราณธาตุน้ำแข็งของหลิงเกอก็ดูบริสุทธิ์และสว่างไสว
นางคือผู้บำเพ็ญเซียนจริงๆ ด้วย
เหรินเชียนจั้งและผู้บำเพ็ญสายมารทุกคนถึงกับอ้าปากค้าง
บัดซบเอ๊ย!
นางเป็นผู้บำเพ็ญเซียนจริงๆ ด้วย!
เสียงอันไพเราะสง่างามจากในเกี้ยวดังขึ้นอีกครั้ง
"ทุกท่านก็เห็นแล้ว ผู้บำเพ็ญสายมารเหล่านี้ช่างชั่วช้านัก ฆ่าผู้บำเพ็ญเซียนด้วยกัน แล้วยังมาใส่ร้ายสหายผู้บำเพ็ญเพียรอิสระท่านนี้อีก
ตอนที่ข้ามาถึง ข้าได้จัดการกำจัดพวกมารนอกรีตไปบ้างแล้ว ส่วนที่เหลือนี้ ก็แล้วแต่พวกท่านจะจัดการเถอะ"
คำพูดนี้ช่างดูมีคุณธรรมและเปี่ยมไปด้วยความยุติธรรม เมื่อพูดถึงการฆ่า 'ผู้บำเพ็ญเซียน' ก็มีน้ำเสียงโกรธเกรี้ยวเจือปนอยู่ด้วย แต่ก็ยังคงความไพเราะสง่างามไว้ดังเดิม
เมื่อเห็นหลิงเกออยู่ภายใต้แสงสว่าง ผู้บำเพ็ญเซียนทุกคนก็ขมวดคิ้วพร้อมกัน
ดูคนผิดไปเสียแล้ว!
"เหรินเชียนจั้ง!"
ไป๋หลี่ซิงชานกระโดดออกมา ถือดาบยาวฟันเข้าใส่เหรินเชียนจั้ง
เหรินเชียนจั้งรีบตั้งรับ
"ไป๋หลี่ซิงชาน คนที่ฆ่าป่ายหลี่ซีคือนาง คือนางนั่นแหละ!" เหรินเชียนจั้งต้านรับดาบที่ฟันลงมา พลางชี้ไปที่หลิงเกอ เขาอธิบายอย่างร้อนรนจนหน้าดำหน้าแดง
ในฐานะผู้บำเพ็ญสายมารที่สร้างตำหนักหมื่นมารมานานขนาดนี้ นี่เป็นครั้งแรกเลยที่เหรินเชียนจั้งรีบร้อนจะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเองขนาดนี้
ตอนแรกพวกเขายังกะจะรอเป็นตาอยู่แท้ๆ ไม่คิดเลยว่าจะกลายเป็นเหยื่อล่อไปเสียได้
ศิษย์หุบเขาเซียนยินไม่สนคำพูดของเหรินเชียนจั้ง พากันพุ่งออกมาจากฝูงชน เสียงดนตรีบรรเลงขึ้น ในป่าก็เต็มไปด้วยจิตสังหารทันที
หลิงเกอเงียบไม่พูดอะไร ทำหน้าตาใสซื่อบริสุทธิ์
"พลังปราณของนางอ่อนแอขนาดนั้น เป็นแค่ระดับจู้จีแท้ๆ เหรินเชียนจั้ง เจ้ายังคิดจะโยนความผิดให้คนอื่นอีก" ไป๋หลี่ซิงชานฟันดาบใส่ไม่ยั้ง
ระดับจู้จีจะไปฆ่าศิษย์พี่ระดับจินตานของนางได้ยังไง?
"ใช่แล้ว" หลิงเกอส่งเสียงสนับสนุน
วินาทีต่อมา เสียงดนตรีในป่าก็ทวีความดุดันและเต็มไปด้วยจิตสังหารมากยิ่งขึ้น
เหรินเชียนจั้งและผู้คุ้มกฎของเขาหันมาถลึงตาใส่อย่างดุร้าย
รู้งี้ตอนจะฆ่านางไม่น่าลังเลเลย!
หลิงเกอสบตากับสายตาอันดุร้ายของพวกเขา พร้อมรอยยิ้มยั่วยุที่ส่งไปทางสายตา
เหรินเชียนจั้งกับพวกแทบอยากจะพ่นเลือดสีดำออกมาให้รู้แล้วรู้รอด
เมื่อถูกรบกวนด้วยเสียงดนตรี แม้ตบะของเหรินเชียนจั้งและผู้คุ้มกฎจะสูงกว่าคนของหุบเขาเซียนยิน แต่พวกเขากลับต้องถอยร่นอย่างต่อเนื่อง จนไม่มีเวลาไปสนใจหลิงเกออีก ทำได้เพียงตั้งรับชั่วคราว
หลิงเกอพิจารณาของวิเศษที่คนของหุบเขาเซียนยินถืออยู่
ผู้บำเพ็ญสายดนตรี
ใครๆ ก็บอกว่าผู้บำเพ็ญสายดนตรีมีกลิ่นอายแห่งเซียนรุนแรง แม้ยังไม่ได้เป็นเซียน แต่พวกเขากลับมีกลิ่นอายแห่งเซียนล่องลอยอยู่รอบตัว ดูสง่างามและมีเสน่ห์ แต่ละคนมีบุคลิกโดดเด่นไม่ซ้ำใคร เป็นอย่างนั้นจริงๆ ด้วย
สำหรับการชี้เป้าของเหรินเชียนจั้ง ผู้บำเพ็ญเซียนคนอื่นๆ ก็โกรธมากเช่นกัน
"เหรินเชียนจั้ง หน้าไม่อายจริงๆ ฆ่าก็ฆ่าไปแล้ว ยังมาใส่ร้ายแม่นางน้อยอีก"
"แม่นางคนนั้นถือป้ายประจำตัวของผู้บำเพ็ญเพียรอิสระอยู่ นางจะไปเป็นคนฆ่าได้ยังไง?"
"ผู้บำเพ็ญเซียนแม้จะต่างสำนัก แต่ก็ถือว่ามาจากรากเหง้าเดียวกัน พวกเราไม่มีทางฆ่าฟันกันเองหรอก พวกผู้บำเพ็ญสายมารอย่างเจ้า ทำผิดแล้วยังไม่กล้ายอมรับอีก"
"นางรอดชีวิตจากความวุ่นวายมาได้ก็ดีแค่ไหนแล้ว พวกเจ้ายังจะมาสาดน้ำโคลนใส่นางอีก"
"ผู้บำเพ็ญสายมารไม่สมควรมีตัวตนอยู่บนโลกใบนี้ด้วยซ้ำ เจ้ายังกล้ามาตั้งตำหนักหมื่นมารอะไรนั่นอีก"
...
ผู้บำเพ็ญเซียนนับร้อยชี้หน้าด่าเหรินเชียนจั้ง แทบจะใช้น้ำลายพ่นใส่เหรินเชียนจั้งกับผู้คุ้มกฎที่เหลือจนตายคาที่
หลิงเกอหลุบตาลง พยายามควบคุมรอยยิ้มที่มุมปาก
ความจริงแล้ว ขอเพียงยืนยันได้ว่าหลิงเกอเป็นผู้บำเพ็ญเซียน ผู้บำเพ็ญเซียนที่อยู่ที่นั่นก็ไม่มีใครเชื่อคำพูดของเหรินเชียนจั้งหรอก
ในสายตาของฝ่ายธรรมะ ผู้บำเพ็ญสายมารคือพวกบาปหนาที่ไม่น่าให้อภัย วันๆ เอาแต่มุ่งหวังจะบำเพ็ญเพียรด้วยวิชามารนอกรีต ฆ่าคนบริสุทธิ์ไปตั้งเท่าไหร่ พวกเขาควรจะหายไปจากโลกใบนี้ให้หมด
การที่เหรินเชียนจั้งปรักปรำหลิงเกอ ในสายตาของผู้บำเพ็ญเซียน มันก็แค่พวกผู้บำเพ็ญสายมารที่กล้าทำแต่ไม่กล้ารับ แถมยังลากเอาฝั่งธรรมะอย่างพวกเขาไปเกี่ยวด้วย สาดโคลนใส่ฝั่งธรรมะของพวกเขาต่างหาก
เขาต่างหากที่สมควรตาย!
เหรินเชียนจั้งโกรธจนแทบคลั่ง อายมารสีดำระเบิดออกจากตัว พลังของผู้บำเพ็ญสายมารแผ่ขยายออกไปอย่างดุร้าย กวาดล้างไปทั่วบริเวณ
"ก็บอกแล้วไงว่าไม่ใช่ข้า ไม่ใช่ข้า!"
พลังอันน่าสะพรึงกลัวระเบิดออกมาจากตัวเหรินเชียนจั้ง ทำลายค่ายกลดนตรีของหุบเขาเซียนยินจนแตกกระจาย
คลื่นเสียงสะท้อนกลับ ศิษย์หุบเขาเซียนยินต่างพากันก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว ไป๋หลี่ซิงชานก็ถูกกระแทกจนถอยหลังไปเช่นกัน
เหรินเชียนจั้งหันขวับมาจ้องหลิงเกอตาเขม็ง
"นังหนูตัวเหม็น! นังตัวแสบ! ข้าจะฆ่าเจ้า!"