- หน้าแรก
- ศิษย์พี่ใหญ่คลั่งสังหารสามภพ เปลี่ยนสำนักเซียนเป็นธุลี
- บทที่ 20 ข้านี่แหละคืออัจฉริยะ
บทที่ 20 ข้านี่แหละคืออัจฉริยะ
บทที่ 20 ข้านี่แหละคืออัจฉริยะ
บทที่ 20 ข้านี่แหละคืออัจฉริยะ!
"ปัง ปัง ปัง!!!"
ปราณกระบี่กวาดล้างไปทั่ว พื้นดินและต้นไม้ในรัศมีสิบกว่าจั้งแตกกระจายเป็นผุยผง
ศิษย์สำนักเสวี่ยฉยงที่ตามผู้อาวุโสมาอย่างฮึกเหิม ต่างรีบถอยกรูดหรือกางการป้องกันภายใต้แรงระเบิดที่รุนแรงราวกับคลื่นยักษ์
"ตุ้บ!"
ศพของผู้อาวุโสกระแทกพื้น เลือดพุ่งออกจากบาดแผลที่คอราวน้ำพุ ไหลนองไปทั่วบริเวณ
ป่าทั้งป่าเงียบกริบ ศิษย์สำนักเสวี่ยฉยงทุกคนเบิกตากว้างด้วยความไม่อยากเชื่อ จ้องมองร่างของผู้อาวุโสระดับจินตานที่ถูกฆ่าตายภายในกระบี่เดียวอย่างยอมรับไม่ได้
ในชั่วขณะนั้น เวลาดูเหมือนจะหยุดนิ่ง
หลิงเกอกวาดสายตามองผู้คนที่กำลังตะลึงพรึงเพริด มุมปากยกยิ้มอย่างกระหายเลือด ตวัดกระบี่เฟิ่งเกอทันที
ในพริบตา ปราณกระบี่สีดำแผ่ซ่าน เสียงกระบี่ดั่งพญาหงส์กู่ร้องแสบแก้วหู จิตสังหารกดดันเข้ามาอย่างหนักหน่วง พวกเขาได้สติรีบป้องกันตามสัญชาตญาณเมื่อคมกระบี่พุ่งเข้าประชิดตัว
"ตูม——"
พลังแห่งคมกระบี่ฟันลงมา!
"เพล้ง!!!"
การป้องกันของทุกคนแหลกสลายไม่มีชิ้นดี
หลิงเกอจ้องมองใบหน้าที่หวาดผวาของศิษย์สำนักเสวี่ยฉยง พุ่งตัวเข้าไปหา พลังปราณมหาศาลปะทุออกจากตัวนางเป็นจุดศูนย์กลาง ความหนาวเย็นกลืนกินพื้นที่รัศมีสิบกว่าลี้
"หนีเร็ว!"
เสียงตะโกนดังขึ้น ทุกคนรีบหนีสุดชีวิต
ศิษย์ที่อยู่ใกล้หลิงเกอที่สุดหันหลังจะวิ่ง แต่หลิงเกอก็ไปปรากฏตัวตรงหน้าพวกเขาแล้ว แววตาไร้ความรู้สึกจ้องมองพร้อมตวัดกระบี่สังหาร พวกเขารู้สึกเพียงความหนาวเหน็บเข้าขั้วหัวใจ ก่อนที่ทุกอย่างจะมืดดับไป
หลิงเกอปรายตามองร่างไร้วิญญาณเหล่านั้น ริมฝีปากแดงขยับเอ่ยถ้อยคำเย็นชาดั่งเสียงเพรียกจากนรก ตามไล่หลังผู้คนที่กำลังหนีไป
"ถ้าพวกเจ้าอยากเล่นเกมไล่จับล่ะก็ อย่าให้ข้าตามทันก็แล้วกัน"
น้ำเสียงเย็นยะเยือกนั้นทิ่มแทงเข้าสู่ก้นบึ้งของหัวใจ ทำเอาเหล่าศิษย์ขาอ่อนจนแทบก้าวไม่ออก แต่ก็ไม่มีใครกล้าหยุดเดิน
เพราะถ้าหยุด ก็หมายถึงความตาย
บ้าไปแล้ว! บ้าไปแล้ว!
ไหนบอกว่าเป็นแค่แดนฝึกฝนธรรมดา ไม่มีอันตรายถึงชีวิตไง
แล้วนี่มันคืออะไรกัน!
ทุกคนก่นด่าในใจขณะวิ่งหนีสุดชีวิต พยายามเร่งความเร็วให้มากที่สุด ไม่กล้าช้าลงเลยแม้แต่นิดเดียว
ศิษย์พวกนี้จำหลิงเกอไม่ได้
เพราะพวกเขาเข้าสู่เขาอวี้หลิงก่อนที่เฟิ่งเกอจิ่วเทียนจะปรากฏบนโลก เรื่องของหลิงเกอที่พวกเขารู้มีเพียงการทรยศสำนัก แต่ไม่รู้เลยว่านางคือเจ้าของกระบี่เทพเล่มนี้
หลีซุ่ยเห็นพลังปราณที่รั่วไหลออกจากตัวหลิงเกอก็ถอนหายใจ "นายท่าน พลังที่อุตส่าห์ฝึกมาแทบตาย..."
ตอนนี้หมดเกลี้ยงอีกแล้ว
หลิงเกอเหลือบมองพลังที่เสียไป ก้าวเท้าไปข้างหน้า เพียงพริบตาร่างของนางก็ไปปรากฏอยู่ไกลออกไปร้อยเมตร
"ไม่มีอะไรน่าเสียดายหรอก"
หือ?
หลีซุ่ยนิ่งไป
ช่วงที่ผ่านมาอุตส่าห์ฝึกฝนจนได้พลังกลับมาบ้าง ทำไมถึงไม่เสียดายล่ะ?
ทันใดนั้นหลิงเกอตวัดกระบี่ฟันใส่พุ่มไม้รกชัฏ
ศิษย์ที่แอบอยู่ในนั้นนึกว่าหลิงเกอมองไม่เห็น กำลังดีใจว่าตนเองฉลาดที่รอให้คนไปก่อนแล้วค่อยหนี แต่แล้วคมกระบี่ก็ฟันลงมา
วินาทีที่เขาล้มลง บนใบหน้ายังคงค้างแววตาแห่งความดีใจนั้นอยู่เลย
"เร็วเข้า ทุกคนบีบป้ายหยกในมือซะ ให้ผู้อาวุโสบนเขามาช่วยรับพวกเราออกไป!"
เด็กชายตัวน้อยที่ดูสุขุมรอบคอบเกินวัยตะโกนสั่งการขณะวิ่งหนี เขาคอยกำกับศิษย์คนอื่นๆ อย่างใจเย็น
เขาสั่งให้ทุกคนแยกย้ายหนีไปคนละทิศทาง เพื่อให้ศัตรูตามล่าพวกเขาทั้งหมดไม่ได้ง่ายๆ
พวกเขาคิดว่าหลิงเกอคือผู้บำเพ็ญสายมารที่ฆ่าคนเป็นผักปลาเพื่อดูดกลืนพลังตบะ
ตามความเข้าใจของพวกเขา สำนักเสวี่ยฉยงคืออันดับหนึ่ง อย่าว่าแต่พวกพเนจรเลย แม้แต่สำนักอื่นก็ไม่มีใครกล้ามาอวดดีในถิ่นเสวี่ยฉยงขนาดนี้
พวกเขาคิดว่าแค่โดนขังชั่วคราว พอคนมาช่วย ไอ้คนร้ายนี่ก็ต้องตายแน่
ทุกที่ที่หลิงเกอเดินผ่านล้วนอาบไปด้วยเลือด เป็นเส้นทางสีแดงที่เด่นชัดบาดตา
เมื่อได้ยินเสียงทางนี้ หลิงเกอก็ยกมุมปากขึ้นแล้วเดินเข้าไปหา
"เร็วเข้า ทางนี้"
เด็กชายตัวน้อยกวักมือเรียกคนข้างหลัง
ทว่าคนที่วิ่งตามเขามากลับเบรกกะทันหันจนตัวโก่ง แล้วเปลี่ยนทิศหนีไปทางอื่นทันที
คนกลุ่มนั้นแตกกระเจิงไปคนละทิศละทาง เหลือเพียงเด็กชายตัวน้อยที่ต้องเผชิญหน้ากับดวงตาที่ยิ้มแต่ไม่ยิ้มของหลิงเกอเพียงลำพัง จนเขารู้สึกสันหลังวาบและร่างแข็งทื่อ
แม้จะหวาดกลัวแต่เด็กชายก็ยังทำใจดีสู้เสือ ชี้หน้าหลิงเกอ "ไม่ว่าเจ้าจะเป็นปีศาจจากไหน วางกระบี่ลงเดี๋ยวนี้ สำนักเสวี่ยฉยงอาจจะไว้ชีวิตเจ้าให้ตายแบบศพสวยๆ"
หลิงเกอมองเด็กชายที่ทำตัวเป็นผู้ใหญ่ "เจ้าคือที่หนึ่งของการสอบเข้าศิษย์ใหม่รอบนี้สินะ?"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เด็กชายที่ดูสุขุมเมื่อครู่ก็เชิดหน้าขึ้นด้วยความภูมิใจ
"ในเมื่อเจ้ารู้แล้ว ยังไม่รีบไสหัวไปอีก!"
หลิงเกอพยักหน้าพลางยิ้ม "ข้าก็ว่าอยู่ แค่ตำหนักหมื่นอสูร จะปั้นคนให้ได้ที่หนึ่งได้ยังไง"
ซูจิ้นเฟิงเอาแต่บอกว่าตนจะได้ที่หนึ่ง ทั้งที่ฝีมือยังสู้อาสื่อไม่ได้ หลิงเกอเลยนึกว่าเจียงสื่อเหยียนคือที่หนึ่งเสียอีก และกำลังคิดว่าศิษย์รุ่นนี้ช่างอ่อนแอนัก
เด็กชายเห็นหลิงเกอไม่ยอมถอย ซ้ำยังพูดถึงเจียงสื่อเหยียน เขาจึงกลอกตาไปมา "เจ้าคงเคยได้ยินชื่อหลิงเกอสินะ นางคือศิษย์ที่โดดเด่นที่สุดของเสวี่ยฉยงในรอบหลายปี ตอนนี้นางอยู่ระดับฮว่าเสินแล้ว ส่วนข้าน่ะ จะเก่งกว่านาง และเข้าสู่ระดับฮว่าเสินได้เร็วกว่านางเสียอีก"
พรสวรรค์ของเขา เหนือกว่าหลิงเกอที่กำลังมีชื่อเสียงที่สุดในทวีปเสียอีก
"ชมแค่นิดเดียวก็ลอยเสียแล้วนะ"
เด็กชายขมวดคิ้วไม่พอใจ "ข้าน่ะเก่งจริงๆ นะ!"
"หลิงเกออยู่ระดับตู้เจี๋ยแล้ว ส่วนเจ้าเพิ่งจะอยู่แค่จู้จีขั้น 12 สูงสุด ถ้านางจะฆ่าเจ้า เจ้าไม่มีทางรอดแน่" น้ำเสียงยิ้มๆ ของหลิงเกอแฝงไปด้วยอันตราย
ความหมายแฝงคือนางจะฆ่าเขา และเขาต้องตายแน่นอน
เด็กชายจิ๊ปากอย่างไม่ยี่หระ "หลิงเกอเป็นศิษย์เสวี่ยฉยง ข้าก็เป็นศิษย์เสวี่ยฉยง นางจะฆ่าข้าทำไม? ตอนนี้คนที่จ้องจะฆ่าข้าคือเจ้าน่ะสิ"
รีบมาสิ รีบมาช่วยพวกเราเร็วๆ ไม่งั้นพวกเราคงตายกันหมดแน่
เด็กชายเห็นชัดว่ายังจำไม่ได้ว่าคนตรงหน้าคือหลิงเกอที่เขาพูดถึง
ก็นะ เพราะไม่เคยเห็นหน้านี่นา
หลิงเกอเห็นท่าทางโอหังของเด็กชายก็แค่นหัวเราะ "เจ้าคิดว่าถ่วงเวลาแบบนี้แล้วจะมีคนมาช่วยงั้นหรือ?"
สีหน้าของเด็กชายชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะแสร้งทำเป็นปกติ "เจ้าพูดเรื่องอะไร ข้าไม่เห็นเข้าใจ ข้าเป็นอัจฉริยะ การยอมรับว่าตัวเองเก่งมันก็เป็นเรื่องธรรมดาไม่ใช่หรือ"
"เจ้าพูดถูก ข้านี่แหละคืออัจฉริยะ แค่ฆ่าคนไม่กี่คน สำนักเสวี่ยฉยงจะทำอะไรข้าได้?" สิ้นคำพูดอันเย็นชา ทั่วทั้งป่าก็ถูกปกคลุมด้วยปราณกระบี่สีดำสนิท!
แสงสีดำนั่นทิ่มแทงตาจนเจ็บ เด็กชายร่างแข็งทื่อไปทันที
นางจะทำอะไร?
หลิงเกอเปลี่ยนการประสานอินกลางอากาศ พริบตานั้น ปราณกระบี่นับหมื่นเล่มก่อตัวเป็นค่ายกลขนาดใหญ่หมุนวนอยู่เหนือป่า
"ฆ่า!"
หลิงเกอออกคำสั่งเด็ดขาด
ปราณกระบี่นับไม่ถ้วนพุ่งลงมาอย่างไร้ความปราณี ผู้บำเพ็ญเซียนสำนักเสวี่ยฉยงที่พยายามหนีไปในป่า ต่างถูกคมกระบี่ฟันจนล้มระเนระนาดทีละคน
"ป้องกัน!"
"ไม่ได้... กันไม่อยู่"
"ต้านไม่ไหวแล้ว"
"ช่วยด้วย!"
"ช่วยด้วย! รีบมาช่วยพวกเราที!"
ท่ามกลางเสียงร้องขอความช่วยเหลืออันเจ็บปวด เลือดสดๆ ย้อมแผ่นดินจนแดงฉาน กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วเขาอวี้หลิง
เมื่อได้ยินเสียงร้องโหยหวนเหล่านั้น เด็กชายตัวน้อยก็พลันเสียสติ
"หยุดนะ! หยุดเดี๋ยวนี้!"
"หยุดค่ายกลสังหารเดี๋ยวนี้! หยุดนะ!"
ไม่! ไม่จริง! มันไม่ควรเป็นแบบนี้!!!
หลิงเกอมองดูท่าทางที่ตื่นตระหนกทำอะไรไม่ถูกของเด็กชาย นางเอียงคอเล็กน้อย แววตาอันเย็นชาเผยให้เห็นรอยยิ้มที่โหดเหี้ยมที่สุด