- หน้าแรก
- ฟุตบอล ช่วงชิงทักษะครึ่งหนึ่งของบอสเมสซีตั้งแต่เริ่มเกม
- บทที่ 251 ศึกตัดสินที่สนามมังกร
บทที่ 251 ศึกตัดสินที่สนามมังกร
บทที่ 251 ศึกตัดสินที่สนามมังกร
บทที่ 251 ศึกตัดสินที่สนามมังกร
คู่ต่อสู้ด่านสุดท้ายของปาร์มา คือ “สิงห์บลูส์” เชลซี
เชลซีมีผลงานในครึ่งฤดูกาลแรกที่ค่อนข้างธรรมดา แต่หลังจาก โทมัส ทูเคิ่ล เข้ามารับงานและติดตั้งระบบ 3-4-3 พวกเขาก็กลายร่างเป็นเครื่องจักรสังหาร อาละวาดปราบคู่แข่งในแชมเปียนส์ลีกจนทะลุมาถึงรอบชิงชนะเลิศ
อย่างไรก็ตาม ในสายตาของกูรูลูกหนังหลายสำนัก ศักยภาพโดยรวมของเชลซียังเป็นรองปาร์มา ทำให้ปาร์มาถูกยกให้เป็นเต็งแชมป์ในนัดนี้
แต่เด แซร์บีรู้ดีว่า ในเกมนัดเดียวรู้ผลแบบนี้ อะไรก็เกิดขึ้นได้ และความประมาทคือหนทางสู่หายนะ
ยิ่งไปกว่านั้น นี่คือนัดชิงครั้งแรกของปาร์มาชุดนี้ ประสบการณ์ในเวทีใหญ่ระดับนี้ถือเป็นรอง และโดยปกติ นัดชิงแชมเปียนส์ลีกมักไม่ค่อยปรานีน้องใหม่
นัดนี้ปาร์มายังคงยึดระบบ 4-2-3-1: วิคาริโอ, ดิ ลอเรนโซ่, ด็อตตี้, บาราต้า, คัมเบียโซ่, รอสซี่, โตนาลี่, คูลูเซฟสกี้, แม็ค อัลลิสเตอร์, โชต้า และ มัตเตโอ
ส่วนเชลซีมาในระบบเก่ง 3-4-3: เอดูอาร์ เมนดี้ เฝ้าเสา, 3 เซ็นเตอร์แบ็ก อัซปิกวยต้า, ติอาโก้ ซิลวา, รูดิเกอร์, วิงแบ็ก รีซ เจมส์ กับ ชิลเวลล์, คู่กลาง ก็องเต้ กับ จอร์จินโญ่, และ 3 ประสานแนวรุก ฮาแวร์ตซ์, เม้าท์, แวร์เนอร์
เด แซร์บีศึกษาแทคติกของทูเคิ่ลมาอย่างละเอียด เขาฟันธงว่าเชลซีจะมาเน้นรับแล้วรอสวนกลับเร็ว
การอัดผู้เล่นตรงกลางแน่นเอี๊ยดของเชลซี ทำให้พวกเขามีความได้เปรียบทั้งรุกและรับในพื้นที่ไข่แดง
ดังนั้น เด แซร์บีจึงสั่งให้ปาร์มาเน้นโจมตีทางริมเส้น เป็นหลัก!
เขากำชับฟูลแบ็กทั้งสองข้างให้เติมเกมรุกแบบสุดซอย และเตรียมแผนเปลี่ยนตัวปีกไว้ตลอดเวลา เพื่อใช้ความสดบดขยี้แนวรับคู่แข่งไม่ให้ได้พักหายใจ
มัตเตโอเองก็ระมัดระวังเป็นพิเศษ เขารู้ดีว่าเกมรับของเชลซีในระบบนี้เหนียวแน่นระดับท็อปของโลก
แนวรับ 3 คน บวกกับกลางรับอีก 2 คน ไม่ใช่งานง่ายที่จะเจาะเข้าไป
ถ้าปาร์มาบุกเพลินแล้วโดนสวนกลับตูมเดียว อาจถึงขั้นแพ้ได้เลย เหมือนในประวัติศาสตร์จริงที่เชลซีเคยน็อกแมนฯ ซิตี ด้วยลูกหลุดเดี่ยวลูกเดียว
ในฐานะกองหน้า สิ่งที่มัตเตโอต้องโฟกัสคือการดวลกับ 3 เซ็นเตอร์แบ็กของเชลซี
อัซปิกวยต้าและติอาโก้ ซิลวา แม้จะเก๋าเกมแต่มีจุดอ่อนเรื่องส่วนสูง นี่คือจุดที่เขาจ้องจะเล่นงาน
เขาตั้งใจจะเลี่ยงการปะทะกับรูดิเกอร์ที่สูงใหญ่และดุดัน แล้วหันไปป้วนเปี้ยนแถว ๆ อัซปิกวยต้ากับซิลวาเพื่อชิงจังหวะลูกกลางอากาศแทน
เวลา 10 นาทีก่อนเริ่มเกม
นักเตะทั้งสองทีมเดินออกจากอุโมงค์ลงสู่สนาม เอสตาดิโอ โด ดราเกา (สนามมังกร)
ในห้องส่งทั่วโลก เสียงผู้บรรยายเริ่มทำหน้าที่
ในฝั่งเอเชียตะวันออก คู่หูขาประจำอย่าง จ้านจวิน และ จางลู่ รับหน้าที่บรรยาย
จ้านจวินเริ่มแนะนำรายชื่อผู้เล่น ส่วนจางลู่คอยวิเคราะห์แทคติก
จางลู่มองว่ากุญแจสำคัญอยู่ที่เกมรุกของปาร์มาว่าจะเจาะเกมรับเชลซีเข้าหรือไม่ และเกมรุกของเชลซีที่ดู "ผีเข้าผีออก" จะฉกฉวยโอกาสที่มีน้อยนิดได้ไหม
แต่ลึก ๆ แล้ว จางลู่เชื่อมือปาร์มามากกว่า
เพราะจากการพากย์มาหลายนัด เขาประเมินค่ามัตเตโอไว้สูงมาก
ในสายตาเขา มัตเตโอคือนักเตะประเภท "Game Changer" ผู้สามารถเปลี่ยนผลการแข่งขันได้ด้วยตัวคนเดียว
และในนัดชิงที่ตึงเครียดแบบนี้ คุณสมบัตินี้คือสิ่งชี้ขาด!
ตัดภาพไปที่เมืองปาร์มา ครอบครัวลูคาเรลลี่นั่งเฝ้าหน้าจอทีวีกันพร้อมหน้า
ทั้ง อเลสซานโดร, คริสเตียโน่ (พี่ชาย) และ มัตเตีย (หลานชาย) ต่างมารวมตัวกันที่บ้าน
ทุกคนส่งแรงใจเชียร์มัตเตโอสุดตัว!
นอกจากครอบครัวลูคาเรลลี่แล้ว ณ วิลล่าหรูใจกลางกรุงโรม หญิงสาวคนหนึ่งก็นั่งจ้องหน้าจอตาไม่กะพริบ
เธอคือ ไดวา คัสเซล
เธอรู้ว่าวันนี้คือวันสำคัญที่สุดของมัตเตโอ จึงมานั่งรอหน้าทีวีก่อนเวลา
ข้าง ๆ เธอคือ โมนิก้า เบลลุชชี่ คุณแม่คนสวยที่นั่งจิบไวน์แดงด้วยแววตาที่อ่านยาก
ในฐานะคนที่ผ่านโลกมามาก เธอดูออกว่าลูกสาวมี "ความรู้สึกพิเศษ" กับมัตเตโอ
แต่เมื่อเห็นชื่อเสียงและความสำเร็จของมัตเตโอที่พุ่งทยานขึ้นเรื่อย ๆ เธอก็เริ่มรู้สึกว่าเด็กหนุ่มคนนี้มีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะยืนเคียงข้างลูกสาวของเธอ
เธอจึงไม่ได้กีดกันอะไร ปล่อยให้เป็นเรื่องของอนาคต
ทันใดนั้น กล้องจับภาพไปที่มัตเตโอในสนาม ไดวาเผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว
เธอหวังเพียงให้มัตเตโอโชว์ฟอร์มเก่งและคว้าถ้วยแชมป์กลับมาให้ได้!
ท่ามกลางสายตาที่เปี่ยมด้วยความหวังของคนนับล้าน ผู้ตัดสินก้มมองนาฬิกา...
และเป่านกหวีดเริ่มเกม!
จบตอน By. charcoal gray silver gold maya เพจ Ipe นิยายแปล ═❀═❀═❀═❀═❀═❀═