- หน้าแรก
- วันพีซ จากทหารเรือสู่กัปตันกลุ่มโจรสลัดร็อคส์
- บทที่ 271 หมู่บ้านอามิงาสะ
บทที่ 271 หมู่บ้านอามิงาสะ
บทที่ 271 หมู่บ้านอามิงาสะ
บทที่ 271 หมู่บ้านอามิงาสะ
หลังคามุงจากบางเบาปกคลุมอยู่ด้านบน ตัวบ้านที่สร้างจากการนำไม้มาตอกตะปูซ้อนทับกันอย่างลวก ๆ ดูผุพังทรุดโทรมจนน่าใจหาย ร่องรอยความเสียหายที่ไม่ได้รับการซ่อมแซมมาอย่างยาวนานปรากฏให้เห็นทั่วทุกจุด... รูโหว่ขนาดใหญ่และช่องประตูที่ถูกอุดไว้ด้วยเพียงเศษผ้าขี้ริ้ว... อดสงสัยไม่ได้ว่าบ้านสภาพนี้จะสามารถต้านทานลมหนาวได้จริงหรือ
หมู่บ้านอามิงาสะ
หมู่บ้านเล็ก ๆ ที่ทรุดโทรมถึงขีดสุด
คิ้วของโรลดี้ขมวดมุ่นทันทีที่ก้าวเข้าสู่เขตหมู่บ้าน... วาโนคุนิ ดินแดนที่อุดมไปด้วย หินไคโร ไม่ควรจะแร้นแค้นถึงเพียงนี้ ทว่าภาพตรงหน้ากลับไม่ต่างอะไรกับสลัมในอาณาจักรที่ยากจนที่สุดใน ทะเลทั้งสี่ เลยแม้แต่น้อย
แน่นอนว่าโรลดี้เคยพบเห็นสิ่งที่น่าเวทนากว่านี้มาแล้ว แม้ความเมตตาจะก่อตัวขึ้นในใจ แต่เขาก็ตระหนักดีว่าสถานที่เช่นนี้ย่อมมีอยู่เสมอ... และต่อให้เป็นเขา ก็ไม่อาจกอบกู้ได้ทุกคน
“ลูกพี่... ชาวบ้านพวกนั้น...”
ฮิเอ็นเดินเข้ามาขนาบข้างโรลดี้และกระซิบเสียงเบา ภายในหมู่บ้านพอจะมีคนอาศัยอยู่บ้าง แต่ก็น้อยเหลือเกิน... อย่างมากก็ไม่เกินสิบกว่าคน ทั้งหมดล้วนเป็นคนชราผมขาวโพลน ร่างกายผอมโซหลังค่อม แอบซ่อนตัวอยู่ในบ้านและลอบมองกลุ่มของโรลดี้ผ่านรูผนังแตก ๆ ด้วยความหวาดระแวง
โรลดี้สังเกตเห็นตั้งแต่แรกแล้วโดยไม่ต้องให้ฮิเอ็นบอก... เขาเห็นความหวาดกลัวในแววตาของชาวบ้าน และที่ซ่อนลึกอยู่ภายในนั้นคือ... ความโลภ
แปลกมาก... ทำไมถึงแสดงออกถึงความโลภ?
ไม่ว่าจะมองมุมไหน กลุ่มของโรลดี้ก็ไม่ใช่คนที่ชาวบ้านตาดำ ๆ พวกนี้จะกล้าตอแยได้เลย นอกเหนือจากโรลดี้และสองผู้บริหารระดับสูง เขายังพาไพร่พลมาด้วยอีกหลายสิบคน... และต่อให้ทิ้งลูกน้องไว้เฝ้าเรือ เพียงแค่ส่วนสูงกว่า 8 เมตรของโรลดี้ก็น่าจะข่มขวัญพวกเขาได้จนหัวหดแล้ว
ทันใดนั้น การปรากฏตัวของหญิงชราคนหนึ่งก็ช่วยคลายความสงสัยในใจของโรลดี้
“พว... พวกคุณ... มาจากโลกภายนอก... อย่างนั้นรึ?”
หญิงชราเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ มือเหี่ยวย่นพยุงร่างด้วยไม้เท้าเก่าคร่ำครึ... โรลดี้พยักหน้ารับ แต่ทว่าหางตาของเขากลับเหลือบไปเห็นเงาหัวเล็ก ๆ แอบซุ่มมองอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ในซากปรักหักพังนั้น
“ท่านผู้เฒ่า... เกิดอะไรขึ้นกับพวกคุณ? ทำไมถึงได้ใช้ชีวิตอย่างยากลำบากขนาดนี้?”
โรลดี้ย่อตัวลงถามด้วยความอดทน แต่ทว่าอาจเป็นเพราะความชราภาพ หรือเพราะแรงกดดันมหาศาลจากร่างกายอันใหญ่โตของโรลดี้ หญิงชราจึงสั่นเทาด้วยความกลัวจนพูดไม่เป็นประโยคอยู่นานสองนาน
วินาทีนั้นเอง เจ้าของหัวเล็ก ๆ ที่ซ่อนอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ก็ก้าวออกมา
“สวัสดีค่ะท่าน... โปรดให้หนูเป็นคนตอบคำถามเถอะค่ะ!”
เด็กหญิงตัวน้อยดูอายุไม่น่าเกินหกหรือเจ็ดขวบ ผมมวยทรงแปลกตา ใบหน้าจิ้มลิ้มน่ารักพอสมควร... แต่ทว่าเธอกลับดูบอบบางเหลือเกิน ร่างกายผอมแห้งจนดูเหมือนว่าแค่ลมพัดแรง ๆ ก็อาจปลิวได้ เส้นผมดูแห้งเสีย ซึ่งน่าจะเป็นผลจากการขาดสารอาหารมาเป็นเวลานาน
“ตกลง!”
โรลดี้ล้วงเอาข้าวกล่องเบนโตะออกจากกระเป๋าเสื้อแล้ววางลงบนพื้นข้าง ๆ... ด้วยขนาดตัวของโรลดี้ ข้าวกล่องกล่องเดียวนี้ก็มีปริมาณมากพอให้คนธรรมดากินได้ทั้งเดือน!
เมื่อฝากล่องถูกเปิดออก กลิ่นหอมฉุยของข้าวสวยก็ลอยฟุ้ง... เด็กน้อยกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ชาวบ้านคนอื่น ๆ ก็เริ่มทยอยออกมาจากบ้านเรือน และจากแววตาที่จ้องมองตาเป็นมัน บอกได้ชัดเจนว่าพวกเขาไม่ได้กินอิ่มท้องมานานมากแล้ว
“กินให้อิ่มท้องก่อนเถอะ... ขืนปล่อยไว้แบบนี้ ฉันกลัวว่าพวกคุณจะเป็นลมไปซะก่อน!”
“ขอบ... ขอบคุณครับท่าน!”
ความยั่วยวนของอาหารทำให้ชาวบ้านลืมความน่าสะพรึงกลัวของโรลดี้ไปจนหมดสิ้น พวกเขากรูเข้ามา แย่งกันใช้มือโกยอาหารยัดใส่ปากอย่างตะกละตะกลามโดยไม่สนเลยว่ามันคืออะไร
“เกอ-ฮี-ฮี-ฮี! จะเวอร์กันไปหน่อยมั้ยเนี่ย! แค่ข้าวกล่องเดียวเองนะ!”
โมเรียเกาหัวแกรก ๆ เขาคือวีรบุรุษที่มาจาก เวสต์บลู แม้จะไม่ได้ร่ำรวยล้นฟ้า แต่ก็ไม่เคยขาดแคลนเงินทอง และตอนนี้ในฐานะลูกน้องของโรลดี้ เรื่องเงินแทบไม่อยู่ในสายตาเขาเลย... ความหิวน่ะเหรอ? นั่นเป็นสิ่งที่เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อนในชีวิต
“ฮึ่ม! ลองให้แกอดข้าวสักสองวัน แล้วแกจะเข้าใจเอง!”
ฮิเอ็นดูเหมือนจะถูกสะกิดความทรงจำอันเลวร้ายบางอย่าง เขาหยิบข้าวกล่องของตัวเองออกมา แล้วยื่นส่งให้กับเด็กหญิงตัวน้อย... เพราะร่างกายที่บอบบางเกินไป เธอจึงไม่อาจเข้าไปแย่งชิงกับชาวบ้านที่กำลังหิวโหยพวกนั้นได้
มือขยาดใหญ่ที่มีพังผืดของฮิเอ็น เปรียบเสมือนแสงสว่างที่สาดส่องลงมา... น้ำตาเอ่อล้นในดวงตาของเด็กหญิง เธอมองข้าวกล่องสลับกับใบหน้าของเขาอย่างเหม่อลอย ก่อนจะก้มหัวขอบคุณอย่างสุดซึ้ง แล้วเริ่มลงมือกินอย่างมูมมาม
“ค่อย ๆ กิน! ช้า ๆ หน่อย... ทั้งหมดนั่นเป็นของเธอคนเดียว ไม่มีใครมาแย่งหรอก!”
ฮิเอ็นวางมือใหญ่ลงบนหัวของเด็กน้อย พูดด้วยน้ำเสียงที่พยายามดัดให้อ่อนโยนที่สุด... สักพักเขาก็ลุกขึ้นเดินดุ่ม ๆ ไปหาโมเรีย แล้วกระชากข้าวกล่องจากมืออีกฝ่ายมาหน้าตาเฉยโดยไม่รอให้อนุญาต
“ถ้าไม่พอยังมีอีกนะ!”
เด็กหญิงเงยหน้ามองฮิเอ็นที่กำลังพยายามฉีกยิ้มใจดี (ซึ่งดูสยองนิด ๆ) ไม่รู้ทำไม ใบหน้าดุร้ายของมนุษย์เงือกฉลามตนนี้ กลับดูอ่อนโยนเหลือเกินในสายตาของเธอ
“ขอบคุณค่ะ... แต่หนูกินแค่นิดเดียวก็พอแล้ว!”
เมื่อมองดูเด็กน้อยที่กำลังกินข้าวขาวอย่างเอาเป็นเอาตาย... บางสิ่งบางอย่างในหัวใจของฮิเอ็นดูเหมือนจะสั่นไหวขึ้นมา
เมื่อเด็กหญิงอิ่มแล้ว เธอก็ก้มหัวขอบคุณอีกครั้ง
“ขอบพระคุณสำหรับอาหารค่ะ! หนูชื่อ โอทามะ... สักวันหนึ่งหนูจะตอบแทนบุญคุณนี้ให้ได้เลยค่ะ!”
“เป็นเด็กที่มีมารยาทดีจังนะ! ว่าแต่... เจ้าตัวเล็ก ทำไมชีวิตความเป็นอยู่ของพวกเธอถึงได้ยากลำบากขนาดนี้ล่ะ?”
เมื่อเจอกับคำถามของโรลดี้ โอทามะไม่ได้ลังเล เธอกัดฟันแน่น ราวกับหวนนึกถึงความทรงจำอันเจ็บปวด
“มัน... มันเป็นฝีมือของ ไคโด กับ โอโรจิ ค่ะ!”
โรงงานผลิตอาวุธ... คือต้นตอของความทุกข์ทรมานทั้งปวงในวาโนคุนิ
โรลดี้ยืนฟังอย่างใจเย็น พูดตามตรง ในบรรดาจักรพรรดิแห่งท้องทะเล ประชาชนภายใต้การปกครองของไคโดมีชีวิตที่น่าเวทนาที่สุด... หนวดขาวนั้นมีเมตตาไม่ต้องพูดถึง... ราชสีห์ทองคำ แม้จะโหดเหี้ยมและหยิ่งยโส แต่ก็ไม่ชายตามองมดปลวกอย่างชาวบ้านธรรมดา... ส่วนบิ๊กมัม เธอก็แค่เรียกเก็บอายุขัยบ้าง แลกกับการคุ้มครอง ซึ่งถือว่าเมตตาที่สุดแล้วในบรรดาจักรพรรดิสายมาร
มีเพียงไคโดเท่านั้น
“อย่างงั้นรึ? โรงงานอาวุธขนาดยักษ์... ความทะเยอทะยานของไคโดไม่ธรรมดาเลยจริง ๆ!”
ทำไมต้องสร้างโรงงานอาวุธมโหฬารขนาดนี้? เร่งระดมทุนและเกณฑ์ไพร่พลไปเพื่ออะไร? ไคโดต้องการอะไร? ...มันต้องการสงครามครั้งใหญ่ที่ครอบคลุมไปทั่วโลก! มันต้องการทำให้โลกทั้งใบจมดิ่งสู่ความโกลาหล!
ในแง่หนึ่ง ความทะเยอทะยานของมันก็คล้ายคลึงกับโรลดี้...ทั้งคู่ต้องการก่อสงครามและทำลายกฎเกณฑ์ของโลก...เพียงแต่ไคโดนั้นป่าเถื่อนกว่ามาก
“เข้าใจแล้ว... ขอบใจมากที่บอกพวกเรา!”
โรลดี้ยืนขึ้น... ไม่มีประโยชน์ที่จะรั้งรออยู่ในหมู่บ้านร้างแห่งนี้อีก เป้าหมายต่อไปคือ นครหลวงบุปผา และตามด้วย เกาะโอนิงาชิมะ
“เจ้าตัวเล็ก... แล้วเจอกันใหม่นะ!”
ฮิเอ็นย่อตัวลงแล้วลูบหัวโอทามะเบา ๆ... หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็ล้วงเอากระดาษแผ่นเล็ก ๆ ออกมาจากกระเป๋า
เขาฉีกแบ่งออกมาส่วนหนึ่ง แล้วยื่นใส่มือของโอทามะ
ไม่มีใครรู้ว่าเขาตั้งใจจะทำอะไรกันแน่...
โปรดติดตามตอนต่อไปฝากติดตามเพจ Ipe นิยายแปล จบตอน By. charcoal gray silver gold maya เพจ Ipe นิยายแปล ═❀═❀═❀═❀═❀═❀═