เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 634 สิ่งมหัศจรรย์วังหยินหยางสยบสมุทร

บทที่ 634 สิ่งมหัศจรรย์วังหยินหยางสยบสมุทร

บทที่ 634 สิ่งมหัศจรรย์วังหยินหยางสยบสมุทร


บทที่ 634 สิ่งมหัศจรรย์วังหยินหยางสยบสมุทร

เนื่องจากร่างกายของปางโกลาหลนั้นไม่ใช่ร่างกายเนื้อหนังตามความหมายปกติ ส่วนหนึ่งของร่างกายประกอบขึ้นจากเปลวเพลิง บางส่วนกลั่นตัวมาจากกระแสน้ำ และบางส่วนเป็นร่างกายเนื้อหนัง รูปกายของมันถูกสร้างขึ้นจากกลิ่นอายแห่งมรคา สสาร และพลังงาน

ดังนั้นสิ่งที่เห็น จึงราวกับว่าศิลาจารึกสูงร้อยจั่งนี้ถูกปางโกลาหลกลืนกินหายเข้าไปภายในปางโกลาหล

แท้จริงแล้ว ศิลาจารึกสูงร้อยจั่งนี้คือศัตราวุธจิตวิญญาณที่เป็นจุดศูนย์กลางของค่ายกลในวังหยินหยางสยบสมุทร และยังเป็นตัวแทนของการแสดงออกถึงการเปลี่ยนแปลงขั้นสูงสุดของปราณหยินหยาง อักขระรันต์นับหมื่นที่ปรากฏอยู่บนนั้นล้วนเกี่ยวข้องกับหยินหยางทั้งสิ้น

ในยามนี้เมื่อถูกคุกคาม ภายใต้สภาวะที่ซูเจี๋ยปล่อยวางการควบคุม ค่ายกลป้องกันของวังหยินหยางสยบสมุทรจึงทำงานโดยอัตโนมัติ เพื่อสยบปางโกลาหลของซูเจี๋ย แน่นอนว่าซูเจี๋ยสามารถควบคุมได้ แต่เขากลับไม่ได้ทำเช่นนั้น และปล่อยให้วังหยินหยางสยบสมุทรทำงานต่อไป

แม้ว่าวังหยินหยางสยบสมุทรจะยังสร้างไม่เสร็จสมบูรณ์ แต่หน้าที่หลักส่วนใหญ่ก็พรอ้มใช้งานแล้ว

ศิลาจารึกสูงร้อยจั่งได้ระเบิดแสงเรืองรองของปราณสีดำและสีขาวออกมา รูปภาพ ขนาดใหญ่ได้แผ่ขยายออกไป และพุ่งเข้าปะทะกับปางโกลาหลอย่างรุนแรง

ปางโกลาหลสั่นเทาร่างกายเพียงเล็กน้อย ดวงตาเพียงข้างเดียวกะพริบวูบหนึ่ง รูปภาพแทจึกก็พังทลายลงทันที แต่ในไม่ช้ามันก็กลับมาขยายตัวอีกครั้ง พร้อมกับการวิวัฒนาการของปราณหยินหยางที่ตามมา

หยินหยางบรรจบ หมื่นสิ่งก่อกำเนิด กระแสน้ำที่เชี่ยวกรากพุ่งทะยานเข้ามา แต่นี่ไม่ใช่กระแสน้ำจากภูเขาธรรมดา แต่มันคือกระแสน้ำที่โอบล้อมไปด้วยแม่น้ำหยินสายน้ำปรโลก ราวกับงูยักษ์สีดำที่กำลังแผดร้องคำราม สถานที่ที่มันพาดผ่าน น้ำทะเลที่ลึกที่สุดถูกย้อมจนกลายเป็นสีดำดั่งน้ำหมึก และพื้นท้องทะเลก็ถูกกัดเซาะจนกลายเป็นหลุมเป็นบ่อ ก่อเกิดเป็นถ้ำปีศาจที่เป็นรังผึ้งนับไม่ถ้วน

นอกจากนี้ยังมีอัคคีที่ร้อนระอุพุ่งออกมาจากใต้ดิน ราวกับลาวาจากเส้นโลหิตปฐพีที่สั่งสมมานับแสนนับล้านปี และเทียบได้กับการระเบิดของภูเขาไฟใต้ทะเล น้ำทะเลถูกต้มจนเดือดและระเหยไป แรงกระแทกอันมหาศาลกระทั่งทำให้เกิดระลอกคลื่นบนผิวน้ำ และก่อเกิดเป็นสึนามิขนาดเล็ก

สายฟ้าสีน้ำเงินเข้มปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่า มังกรสายฟ้านับหมื่นอาละวาดไปทั่วทุกพื้นที่เหนือวังหยินหยางสยบสมุทร พลังทำลายล้างของมันไม่ได้ด้อยไปกว่าสายฟ้าม่วงเมฆา ของตัวซูเจี๋ยเองเลยแม้แต่น้อย สายฟ้าที่เจิดจ้าพุ่งตกลงมาที่ปางโกลาหลอย่างต่อเนื่อง ทำให้พื้นที่ทะเลลึกแห่งนี้กลายเป็นทะเลแห่งสายฟ้า

ในทุกการปะทะ เสียงกัมปนาทกึกก้องไปทั่วทะเลลึก วังหยินหยางสยบสมุทรทั้งหมดสั่นไหวอย่างรุนแรง

สมกับที่เป็นสิ่งมหัศจรรย์ระดับมนุษย์ ที่ติดอันดับต้นๆ พลังทำลายล้างที่น่าหวาดกลัวของมันทำให้พื้นผิวของปางโกลาหลปรากฏรอยร้าวขึ้นไม่น้อย

ที่สำคัญยิ่งกว่านั้นคือ การหมุนวนของปราณสีดำและสีขาวของวังหยินหยางสยบสมุทร ได้โอบล้อมไปด้วยพลังแห่งการสยบอันน่าอัศจรรย์ และกลายเป็นโซ่ตรวนอักขระรันต์ศักดิ์สิทธิ์นับพันนับหมื่นเส้นที่เข้าพันธนาการปางโกลาหลไว้

แม้จะเป็นปางโกลาหลของซูเจี๋ย ก็ยังรู้สึกว่าการเคลื่อนไหวเป็นไปด้วยความยากลำบาก ราวกับตกอยู่ในปลักโคลน พลังถูกพันธนาการอย่างต่อเนื่อง และดูเหมือนต้องการจะสยบปางโกลาหลไว้ที่นี่อย่างถาวร

แน่นอนว่าสิ่งที่ต้องแลกมาก็คือ หินปราณระดับสูงที่สั่งสมไว้ในค่ายกลของวังหยินหยางสยบสมุทรถูกใช้ออกไปอย่างรวดเร็ว

เนื่องจากดาวเคราะห์สีน้ำเงินเป็นสภาพแวดล้อมที่ไร้พลังปราณ วังหยินหยางสยบสมุทรจึงไม่อาจดูดซับพลังปราณที่ลอยคว้างอยู่ในสวรรค์และโลกได้ พลังงานทั้งหมดจึงมาจากหินปราณที่คอยหล่อเลี้ยงไว้เท่านั้น

หากเปลี่ยนเป็นผู้อาวุโสระดับขอบเขตด่านจำยอมคนอื่นๆ อย่าว่าแต่จะกระตุ้นค่ายกลหลักของวังหยินหยางสยบสมุทรเพื่อโจมตีอย่างเต็มที่เลย ภายใต้สภาวะที่ไม่อาจดูดซับพลังปราณภายนอกได้ เพียงแค่การรักษาการทำงานขั้นพื้นฐานของวังหยินหยางสยบสมุทรในแต่ละวัน ก็ต้องใช้หินปราณระดับสูงนับสิบก้อนแล้ว ไม่อาจจะรักษาดูแลสิ่งมหัศจรรย์ระดับรุกข์เช่นวังหยินหยางสยบสมุทรนี้ไว้ได้เลย แม้จะสร้างได้ก็อาจจะเลี้ยงดูมันไม่ไหว

ซูเจี๋ยเคยปะทะกับวังเซียนชื่อเหยาซึ่งเป็นสิ่งมหัศจรรย์ระดับปฐพีมาก่อน เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว วังหยินหยางสยบสมุทรในด้านพลังโจมตีเพียงอย่างเดียวนั้นยังด้อยกว่าอยู่มาก

แต่พลังแห่งการสยบนั้นกลับมีเอกลักษณ์ที่วิเศษยิ่งนัก ซึ่งเป็นสิ่งที่วังเซียนชื่อเหยาไม่มี

หากตกลงไปภายในวังหยินหยางสยบสมุทร ผู้ที่อยู่ในขอบเขตด่านจำยอมส่วนใหญ่ย่อมยากที่จะหลบหนีไปจากการสยบและพันธนาการนี้ได้ และจะถูกสยบไว้ใต้ศิลาจารึกสูงร้อยจั่งและถูกกุมขังไว้ที่นี่ตลอดกาล

ปางโกลาหลยอมรับการโจมตีจากค่ายกลของวังหยินหยางสยบสมุทรอย่างเงียบๆ โดยไม่มีการตอบโต้ใดๆ และบนใบหน้าของซูเจี๋ย นอกจากความรู้สึกเสียดายหินปราณเพียงเล็กน้อยแล้ว นอกเหนือจากนั้นก็เต็มไปด้วยความยินดี

"เป็นดังที่คิดไว้อย่างแน่นอน นี่คือการแสดงออกของการหมุนวนแห่งหยินหยาง เคหาสน์เซียนเสวียนเทียนไม่ได้หลอกข้าจริงๆ สิ่งนี้สามารถช่วยในการฝึกฝนจุติหยางได้จริง!"

มุมปากของซูเจี๋ยขยับยิ้ม เขาทำความเข้าใจถึงความมหัศจรรย์ของการเปลี่ยนแปลงแห่งหยินหยางในยามที่วังหยินหยางสยบสมุทรระเบิดพลังออกมาอย่างเงียบๆ และเฝ้าศึกษากฎเกณฑ์การทำงานของอักขระรันต์หยินหยางที่ปรากฏขึ้นในความว่างเปล่า

จิตวิญญาณของผู้ฝึกตน ไม่ว่าจะอยู่ในขั้นตอนของจิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ที่หวาดกลัวต่อแสงแดดและสายฟ้า หรือจะถึงขั้นตอนการสร้างรูปกายของวิญญาณขั้นหยวนเสิน ที่สามารถแยกตัวออกจากร่างได้ หรือแม้แต่ขอบเขตด่านเหอเสิน ของซูเจี๋ยในยามนี้ ล้วนจัดอยู่ในคุณลักษณะธาตุหยินทั้งสิ้น

แต่จุติหยางนั้นแตกต่างออกไป เมื่อหยินถึงขีดสุดจะเปลี่ยนเป็นหยาง เมื่อวิญญาณขั้นเดิมได้รับการยกระดับจนถึงขีดสุดจนกลายเป็นจุติหยาง นั่นคือกระบวนการจากการเปลี่ยนหยินเป็นหยาง

จุติหยางนั้นมีความแข็งแกร่งและเป็นหยางถึงขีดสุด สิ่งชั่วร้ายทั้งปวงไม่อาจกล้ำกราย ราวกับมหาสุริยะที่สยบความว่างเปล่า ดูดซับพลังเทพแห่งฟ้าดินจนสิ้น และมีอายุขัยยืนยาวนับพันปี

เบื้องบนสามารถทำให้ดวงอาทิตย์และดวงจันทร์สูญสิ้นหนทาง และทำให้หมู่ดาวหลุดจากตำแหน่ง

เบื้องล่างสามารถทำให้น้ำในมหาสมุทรเหือดแห้ง และทำให้หมื่นสิ่งสูญเสียพละกำลังในการดำรงชีวิต

วิญญาณขั้นเดิมในดินแดนแห่งจุติหยาง ไม่เพียงแต่จะสามารถใช้ร่างปางมาเป็นการโจมตีแบบธรรมดาได้เท่านั้น อีกทั้งวิญญาณขั้นเดิมยังสามารถแยกออกจากร่างกายเนื้อหนัง และใช้ชีวิตอยู่อย่างโดดเดี่ยวได้เป็นระยะเวลานาน

คำว่าจุติหยาง หมายถึงจิตวิญญาณที่สามารถใช้ชีวิตภายใต้แสงแดดที่แผดเผาได้อย่างอิสระ

เพราะวิญญาณขั้นเดิมที่ถึงระดับนั้นแล้ว ตัวมันเองก็จะมีคุณลักษณะธาตุหยางถึงขีดสุด แสงแดดเพียงเล็กน้อยย่อมไม่ทำให้รู้สึกเกรงกลัว แต่กลับกลายเป็นพลังเสริมให้แก่มันได้ และสามารถดูดซับพลังงานภายใต้แสงอาทิตย์ได้ ตราบเท่าที่วิญญาณขั้นเดิมยังไม่เสื่อมสลายลง ก็จะสามารถมีชีวิตอยู่ต่อไปได้เรื่อยๆ เพียงแต่การจะพัฒนาความก้าวหน้าในการฝึกฝนต่อไปนั้นเป็นเรื่องที่ยากลำบากมาก

ดังนั้น เมื่อต้องเผชิญหน้ากับผู้ยิ่งใหญ่ในระดับจุติหยาง การทำลายร่างกายเนื้อหนังจึงไม่ใช่เรื่องที่ปลอดภัยเลย เพราะวิญญาณขั้นเดิมของฝ่ายตรงข้ามสามารถมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ และทันทีที่พบร่างกายที่เหมาะสม ก็จะสามารถเข้าสิงสู่เพื่อเกิดใหม่ และก้าวเดินไปบนเส้นทางการฝึกตนได้อีกครั้ง

หากต้องการฝึกฝนให้กลายเป็นจุติหยาง จำต้องมีวิชาความรู้ในมรคาแห่งหยินหยางที่ลึกซึ้งพอ มิเช่นนั้นเจ้าก็จะไม่สามารถทำกระบวนการเปลี่ยนจากหยินเป็นหยางได้ และไม่อาจบรรลุการยกระดับขั้นสูงสุดนี้ได้

ผู้แข็งแกร่งในระดับก่อรูปวิญญาณจำนวนมาก แม้จะยืนอยู่บนจุดสูงสุดของระดับก่อรูปวิญญาณแล้ว แต่เพียงเพราะวิชาความรู้ด้านหยินหยางยังไม่เพียงพอ จนกระทั่งตายลงก็ไม่อาจทำให้วิญญาณขั้นเดิมเกิดการเปลี่ยนแปลง และก้าวเข้าสู่ขอบเขตจุติหยางได้เลย

เดิมทีซูเจี๋ยตั้งใจจะทำความเข้าใจด้วยตนเอง แต่เขาก็ได้มาพบกับหลักฐานเกี่ยวกับวังหยินหยางสยบสมุทรภายในเคหาสน์เซียนเสวียนเทียนเสียก่อน

วังหยินหยางสยบสมุทรคือสิ่งมหัศจรรย์ที่แฝงไว้ด้วยการเปลี่ยนแปลงแห่งหยินหยางถึงขีดสุด และเป็นตัวแทนของกฎเกณฑ์การทำงานของพลังหยินหยางในสวรรค์และโลกบางส่วน

ในเคหาสน์เซียนเสวียนเทียนได้เคยบันทึกไว้ว่า มีผู้แข็งแกร่งเคยสร้างวังหยินหยางสยบสมุทรขึ้นมา ไม่ใช่เพื่อสิ่งอื่นใด แต่เพื่อใช้เป็นอาคารเสริมในการทำความเข้าใจมรคาแห่งหยินหยาง และเพื่อใช้ในการบรรลุขอบเขตจุติหยาง

หากจะอธิบายอย่างง่ายๆ วังหยินหยางสยบสมุทรก็เปรียบเสมือนอาคารพิเศษในเกมที่ช่วยเพิ่มความเร็วในการฝึกฝนระดับจุติหยางขึ้น 50%

หลังจากความยินดีผ่านพ้นไป ซูเจี๋ยจึงเริ่มทำจิตใจให้สงบลง และเฝ้าศึกษาถึงการเปลี่ยนแปลงอันอัศจรรย์ของวังหยินหยางสยบสมุทรต่อไป

วันเวลาผ่านไปทีละนิด โดยผ่านทางปางโกลาหล ซูเจี๋ยได้อาศัยสิ่งนี้ในการทำความเข้าใจมรคาแห่งหยินหยาง และมีความเข้าใจถึงการเปลี่ยนแปลงแห่งหยินหยางที่ก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว

หนึ่งวัน!

สามวัน!

สิบวัน!

สามเดือน!

เพียงชั่วพริบตา สามเดือนก็ผ่านพ้นไป ซูเจี๋ยลืมตาขึ้นจากการฝึกฝนอย่างช้าๆ ปางโกลาหลที่อยู่เหนือศีรษะ ดวงตาเพียงข้างเดียวนั้นกลับกลายเป็นสีดำและสีขาวอย่างชัดเจน ราวกับรูปภาพ ที่มีรูปปลาหยินหยางปรากฏอยู่

"เส้นทางสู่จุติหยาง ได้ปรากฏแสงสว่างออกมาแล้ว ในยามนี้ขาดเพียงพลังแห่งศรัทธาที่จะมาช่วยยกระดับความแข็งแกร่งของวิญญาณขั้นเดิมของข้า หากสามารถบรรลุถึงจุดสูงสุดของระดับก่อรูปวิญญาณแล้ว ข้าก็มีความมั่นใจว่าจะสามารถเลื่อนระดับเข้าสู่จุติหยางได้โดยไม่มีอุปสรรค"

ซูเจี๋ยพึมพำกับตนเอง รอยยิ้มที่มุมปากของเขาไม่อาจหยุดยั้งได้เลย

ส่วนการที่ว่าจะยกระดับความแข็งแกร่งของวิญญาณขั้นเดิมให้รวดเร็วที่สุดได้อย่างไรนั้น อย่าลืมว่าหน้าที่หลักในการสร้างสิ่งมหัศจรรย์เหล่านี้ในเคหาสน์เซียนเสวียนเทียน คือการดูดซับอารมณ์ความรู้สึกแง่บวกอย่างเช่นความตกตะลึง ความเลื่อมใส หรือความเคารพบูชาที่มีต่อสิ่งมหัศจรรย์เหล่านี้ เพื่อก่อเกิดเป็นพลังแห่งศรัทธาออกมา

โดยการฝากส่วนหนึ่งของวิญญาณขั้นเดิมไว้ภายในนั้น พลังแห่งศรัทธาเหล่านี้จะถูกดูดซับโดยวิญญาณขั้นเดิมโดยตรง ซึ่งจะช่วยเพิ่มความเร็วในการเติบโตและการควบแน่นของวิญญาณขั้นเดิม ถือเป็นเคล็ดวิชาที่อัศจรรย์ในการฝึกฝนวิญญาณขั้นเดิมจากภายนอกรูปแบบหนึ่ง

และนี่คือแผนการเริ่มแรกของซูเจี๋ยในการสร้างสิ่งมหัศจรรย์เหล่านี้ เพื่อให้สามารถเร่งการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของวิญญาณขั้นเดิมให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

สำหรับดาวเคราะห์สีน้ำเงินแล้ว อย่าว่าแต่เรื่องอื่นเลย ประชากรในที่แห่งนี้คือขุมทรัพย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด พลังแห่งศรัทธานั้นมีมากมายมหาศาลเหลือเกิน เมื่อวังหยินหยางสยบสมุทรปรากฏตัวขึ้นแก่สายตาชาวโลก ถึงเวลานั้นพลังแห่งศรัทธาย่อมจะหลั่งไหลเข้ามาราวกับสายน้ำ

ซูเจี๋ยกวาดสายตาไปมองรอบๆ ในช่วงที่เขาเก็บตัวฝึกฝนอยู่นั้น ตะขาบพันมือก็ได้สร้างสิ่งมหัศจรรย์ต่อไปอย่างต่อเนื่อง อีกไม่นานวังหยินหยางสยบสมุทรแห่งนี้ก็จะสร้างเสร็จสมบูรณ์อย่างแท้จริงแล้ว

จี๊ดๆ!

เมื่อเห็นซูเจี๋ยสิ้นสุดการเก็บตัวฝึกฝน ตะขาบพันมือจึงวิ่งมาอยู่ข้างกายซูเจี๋ย และส่งเสียงร้องออกมา

"หืม? ในน้ำทะเลมีสารพิษที่ทำลายวังหยินหยางสยบสมุทรงั้นหรือ?"

เมื่อได้ยินคำพูดของตะขาบพันมือ ซูเจี๋ยจึงหันมองไปยังทิศทางที่ตะขาบพันมือชี้นิ้วบอก

เขาเห็นว่าในพื้นที่ของคุณลักษณะธาตุหยางบนเกาะนั้น มีพืชจิตวิญญาณและต้นไม้จิตวิญญาณธาตุหยางปลูกไว้ไม่น้อย ซึ่งล้วนแต่เป็นประเภทที่สามารถเติบโตในน้ำทะเลได้ทั้งสิ้น

นี่คือสิ่งที่ซูเจี๋ยนำมาจากโลกเทียนหยวน มีทั้งระดับสูงและระดับต่ำ พืชเหล่านี้จะคอยดูดซับพลังปราณที่แผ่กระจายออกมาจากวังหยินหยางสยบสมุทร และเปลี่ยนให้เป็นพลังปราณคุณลักษณะธาตุหยาง เพื่อรักษาดูแลหน้าที่การทำงานของวังหยินหยางสยบสมุทรไว้

ในยามนี้ บนพืชจิตวิญญาณระดับต่ำบางชนิด พวกมันดูเหี่ยวเฉาลงเล็กน้อย ราวกับกำลังเจ็บไข้ได้ป่วย แต่สิ่งนี้ก็ไม่มีอุปสรรคใดๆ เพียงแค่วังหยินหยางสยบสมุทรเพิ่มการจ่ายพลังปราณให้มากขึ้นเล็กน้อย ก็จะสามารถฟื้นฟูกลับมาได้ในไม่ช้า เพียงแต่อาจจะทำให้การใช้หินปราณเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเท่านั้น

ซูเจี๋ยขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะเดินมาที่นี่ เขาไม่ทันได้พบว่าพืชจิตวิญญาณเหล่านี้กำลังมีอาการป่วย

ด้วยเหตุนี้ ซูเจี๋ยจึงแผ่ขยายสัมผัสสวรรค์ออกไป และทำการตรวจสอบเพียงเล็กน้อย ทันใดนั้นเขาก็สัมผัสได้ถึงสสารบางอย่างภายใต้น้ำทะเล

และสสารนี้ เขาก็ไม่ได้รู้สึกแปลกหน้าแม้แต่นิดเดียว ในช่วงที่อยู่บนเกาะร้างขณะทำการทดสอบระเบิดนิวเคลียร์ ซูเจี๋ยเคยได้สัมผัสกับสสารชนิดนี้มาแล้ว

"มลพิษทางนิวเคลียร์"

มุมปากของซูเจี๋ยกระตุกวูบหนึ่ง การที่มีมลพิษทางนิวเคลียร์ปรากฏขึ้นในน้ำทะเลเช่นนี้ หากตัดเรื่องสงครามนิวเคลียร์ออกไป ในสมองของซูเจี๋ยจึงปรากฏคำตอบหนึ่งขึ้นมาทันที

ไอ้ชิบหาย ประเทศญี่ปุ่นแอบปล่อยน้ำเสียปนเปื้อนนิวเคลียร์อีกแล้วใช่ไหม

จบบทที่ บทที่ 634 สิ่งมหัศจรรย์วังหยินหยางสยบสมุทร

คัดลอกลิงก์แล้ว