เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 609 ประกาศสงคราม

บทที่ 609 ประกาศสงคราม

บทที่ 609 ประกาศสงคราม


บทที่ 609 ประกาศสงคราม

《ตะลึง!!! เมืองไฮฟา ประเทศยิว เกิดวิกฤตซอมบี้ระบาด เมืองไฮฟาเข้าสู่สภาวะฉุกเฉิน ขณะนี้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตนับหมื่นคน》

《สถาบันวิจัยการแพทย์แห่งชาติยิวกำลังวิจัยไวรัสซอมบี้ ทำร้ายผู้อื่นและเป็นภัยต่อตนเอง นี่คืออาชญากรรมที่ไม่อาจให้อภัย》

《นานาประเทศได้ดำเนินมาตรการฉุกเฉิน สั่งห้ามชาวประเทศยิวเดินทางเข้าประเทศ》

《องค์การอนามัยโลกออกประกาศ ประเทศยิวเกิดการแพร่ระบาดของไวรัสชนิดใหม่ ระดับภัยคุกคามทางชีวภาพระดับ 4 ขณะนี้ยังไม่พบวัคซีนหรือวิธีการรักษาที่มีประสิทธิภาพใดๆ》

ท้องฟ้ายัังไม่ทันสว่าง ข่าวคราวเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเมืองไฮฟา ประเทศยิว ก็แพร่กระจายไปทั่วโลก และสร้างความตกตะลึงไปทั่วโลกเช่นกัน

วิดีโอที่เกี่ยวข้องจำนวนมากปรากฏบนอินเทอร์เน็ต แม้ว่าสื่อและแพลตฟอร์มที่ชาวเชื้อสายยิวควบคุมจะพยายามปกปิดอย่างสุดความสามารถ แต่เรื่องนี้ใหญ่เกินไปจนไม่อาจควบคุมได้

เดิมทีประเทศยิวก็เป็นจุดสนใจของคนทั้งโลกอยู่แล้ว จากการที่ถูกบริษัทเจี๋ยเคอกล่าวหาในคณะมนตรีความมั่นคงว่าวิจัยอาวุธทางชีวภาพ และตอนนี้เหตุการณ์นี้ก็เกิดขึ้น เป็นการแสดงให้โลกเห็นว่านี่คือการรับสารภาพโดยไม่ต้องมีการสอบสวน

รัฐบาลประเทศยิวรีบออกมาแถลงการณ์ทันที โดยอธิบายต่อภายนอกว่าสิ่งที่ปรากฏในเมืองไฮฟาไม่ใช่ซอมบี้ และพวกเขาไม่ได้ทำการวิจัยทางชีวภาพใดๆ

แต่สถานที่เกิดเหตุคือสถาบันวิจัยการแพทย์แห่งชาติไฮฟา ส่งผลให้อำอธิบายของประเทศยิวดูอ่อนแอและไร้น้ำหนักมาก แม้จะบอกว่าไม่มีการวิจัยทางชีวภาพ แต่คนอื่นก็ไม่เชื่อ

เมื่อเป็นเช่นนี้ ประเทศยิวจึงทำได้เพียงส่งกองทัพจำนวนมหาศาลเข้าไปกวาดล้างอสุรกายกลายพันธุ์ในเมืองไฮฟาอย่างสุดกำลัง เพื่อแก้ไขปัญหาตรงหน้าให้ได้ก่อน

เมืองไฮฟา!

เนื่องจากมีการนำอาวุธหนัก เช่น ยานยนต์หุ้มเกราะ และเฮลิคอปเตอร์เข้าร่วมในการต่อสู้ อสุรกายกลายพันธุ์จึงไม่อาจต่อกรกับอาวุธความร้อนของมนุษย์ได้โดยตรง หลังจากเพื่อนร่วมเผ่าพันธุ์ถูกกำจัดไปจำนวนมาก อสุรกายที่เหลือรอดจึงเริ่มเรียนรู้ที่จะฉลาดขึ้น

แม้พวกมันจะไม่มีสติสัมปชัญญะและหลงเหลือเพียงสัญชาตญาณสัตว์ป่า แต่สัตว์ป่าก็ย่อมรู้จักการแสวงหาประโยชน์และหลีกเลี่ยงอันตราย

อสุรกายกลายพันธุ์ที่รอดชีวิตจากการต่อสู้ได้หลีกเลี่ยงพื้นที่เปิดโล่ง และเข้าไปซ่อนตัวอยู่ในตึกสูงและอาคารต่างๆ แทน

กองทัพประเทศยิวตกอยู่ในที่นั่งลำบาก พวกเขาไม่อาจใช้ปืนใหญ่ถล่มเมืองของตนเอง เนื่องจากยังมีพลเรือนจำนวนมากที่ยังไม่อพยพออกมา

ประเทศยิวทำได้เพียงส่งทหารเข้าไปคุ้มครองพลเรือนให้อพยพออกจากเมืองไฮฟา ในขณะเดียวกันก็ต้องเข้าไปกวาดล้างซอมบี้กลายพันธุ์ที่หลบซ่อนอยู่

สิ่งเดียวที่น่าดีใจคือ อสุรกายกลายพันธุ์เหล่านี้ดูเหมือนจะไม่มีความสามารถในการติดต่อสื่อสาร ซึ่งช่วยให้ระดับสูงของประเทศยิวรู้สึกผ่อนคลายลงอย่างมาก

ชุมชนนูแลน เมืองไฮฟา ทหารยิวหน่วยหนึ่งกำลังทำการตรวจค้นทีละชั้นในอาคารอย่างระมัดระวัง เพื่อค้นหาร่องรอยของอสุรกายกลายพันธุ์

"มีเลือด!"

เมื่อเดินผ่านห้องหนึ่ง เลือดไหลซึมออกมาจากช่องว่างของประตู ทหารที่ทำการค้นหารีบรายงานสถานการณ์ทันที

ในไม่ช้าทหารจำนวนมากก็มารวมตัวกัน จัดวางตำแหน่งการยิงของปืนกล เตรียมเครื่องยิงจรวด และตรวจสอบให้แน่ใจว่าสามารถระดมยิงอาวุธหนักได้ทันทีที่อสุรกายปรากฏตัว จากนั้นจึงรวบรวมความกล้าพังประตูเข้าไป

ภายในห้อง สิ่งแรกที่ปรากฏแก่สายตาคือศพที่ยังคงมีความร้อนอยู่ ร่างกายถูกฉีกกระชาก ทรวงอกถูกเปิดออก อวัยวะภายในถูกกัดกินจนหมดสิ้น สภาพการตายนั้นน่าอนาถเกินกว่าจะพรรณนาได้

อุ๊บ!

ทหารยิวบางคนมีสีหน้าซีดเผือด

"เคลียร์พื้นที่ ไม่พบอสุรกาย"

ทหารเชื้อสายยิวที่กำลังตึงเครียดเหล่านี้หลังจากทำการตรวจค้นเสร็จสิ้น ก็เดินตามรอยเลือดที่หยุดลงบนพื้นจนไปถึงระเบียง

เมื่อมองขึ้นลงไปรอบๆ ก็ไม่พบเงาร่างของอสุรกาย เห็นได้ชัดว่ามันได้หลบหนีไปแล้ว

อ๊าก!

แต่ก่อนที่ทหารเหล่านี้จะทันได้จากไป เสียงร้องโหยหวนก็ดังมาจากชั้นที่ต่ำกว่า

อสุรกายผิวซีดเผือดที่มีความสูงสามเมตรกำลังคาบทหารยิวคนหนึ่งไว้ในปาก และปีนป่ายอยู่บนผนังด้านนอกอาคาร

ทหารยิวที่ถูกกัดยังไม่เสียชีวิต ร่างกายส่ายไปมาตามการปีนของอสุรกาย เสียงร้องโหยหวนดังระงมไปทั่วชุมชน

ตึง ตึง ตึง!

รถหุ้มเกราะที่จอดอยู่ในพื้นที่ว่างของชุมชนเคลื่อนที่ ปืนใหญ่กลขนาด 20 มม. บนรถเปิดฉากยิง พลังทำลายล้างที่รุนแรงเจาะทะลุคอนกรีตเสริมเหล็ก บีบให้อสุรกายต้องมุดกลับเข้าไปภายในอาคาร

เสียงปืนที่ดุเดือดดังขึ้นทันที อสุรกายพุ่งเข้าใส่ทางเดินที่แคบ กรงเล็บราวกับมีดของเพชฌฆาตตวัดผ่าน ทหารยิวหลายคนถูกตัดขาดและฉีกร่างเป็นชิ้นๆ ในพริบตา

"ยิง! รีบยิง!"

"เครื่องยิงจรวดล่ะ รีบมายิงไอ้สารเลวตัวนี้เร็วเข้า"

"มือปืนกล มือปืนกลอยู่ที่ไหน"

เสียงตะโกนด้วยความหวาดกลัวของเหล่าทหารดังระงมในทางเดินอาคาร พร้อมกับเสียงคำรามของอสุรกาย การห้ำหั่นที่แสนสาหัสเริ่มต้นขึ้นทันที

ทหารยิวเหล่านี้พกพาอาวุธหนักมามากมาย แต่ทางเดินที่แคบได้จำกัดความสามารถของพวกเขา

ประกอบกับพลังชีวิตที่แข็งแกร่งของอสุรกายที่วิ่งพล่านไปทั่วในสภาพแวดล้อมที่ซับซ้อนของอาคาร มันทนทานต่อการระดมยิงจากปืนไรเฟิลจำนวนมาก และสร้างความสูญเสียให้แก่ทหารไปกว่ายี่สิบนาย ก่อนจะถูกสังหารได้สำเร็จ

ภายในชั้นอาคารเต็มไปด้วยเศษเนื้อและชิ้นส่วนร่างกายของมนุษย์ รวมถึงเสียงร้องครวญครางของผู้บาดเจ็บ อสุรกายกลายพันธุ์ตัวนี้ได้สร้างความเสียหายอย่างหนักให้แก่ทหารยิว

ทหารยิวที่รอดชีวิตต่างก็มีแววตาที่หวาดกลัว สิ่งที่เรียกว่าซอมบี้ในภาพยนตร์ไม่อาจนำมาเปรียบเทียบกับอัสุรกายเบื้องหน้านี้ได้เลย

ทหารชาวเชื้อสายยิวหลายคนถึงกับสบถออกมา กล่าวโทษรัฐบาลของตนเองที่สมองมีปัญหา ทำไมถึงต้องวิจัยอาวุธทางชีวภาพที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้

วิจัยไม่ว่าแต่กลับทำงานผิดพลาดจนเกิดการปนเปื้อนในเมืองของตนเอง สุดท้ายยังต้องให้ทหารอย่างพวกเขาต้องเอาชีวิตมาแลกเพื่อเก็บกวาดปัญหา

เหตุการณ์คล้ายคลึงกันนี้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องภายในเมืองไฮฟา

แม้ว่าอสุรกายจะมีพลังการต่อสู้ที่ไม่ธรรมดา แต่จำนวนของพวกมันมีจำกัด ทหารยิวต้องแลกด้วยความสูญเสียไม่น้อย จนกระทั่งช่วงเย็นของวันที่สองจึงสามารถกวาดล้างอสุรกายภายในเมืองได้จนหมดสิ้น

แต่ยังไม่ทันจะได้ดีใจ ก็มีสถานการณ์อื่นเกิดขึ้น

ในเมืองอื่นๆ ของประเทศยิว เริ่มมีการพบร่องรอยของอสุรกายกลายพันธุ์อย่างต่อเนื่อง แม้จำนวนอสุรกายเหล่านั้นจะมีไม่มาก แต่กลับสร้างความตื่นตระหนกมาก

ทหารในเมืองไฮฟาได้ทำการตรวจสอบอย่างเร่งด่วน จนกระทั่งพบร่องรอยการเคลื่อนไหวของอสุรกายในระบบระบายน้ำใต้ดินของเมืองไฮฟา ซึ่งระบบระบายน้ำเหล่านี้เชื่อมต่อไปยังนอกเมือง และยังเชื่อมต่อไปถึงเขตทะเลใกล้ชายฝั่งเมดิเตอร์เรเนียน

เมื่ออสุรกายกลายพันธุ์หนีออกจากเมืองได้สำเร็จ พวกมันจะทำตามสัญชาตญาณสัตว์ป่าในการล่า โดยค้นหาพื้นที่ที่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่หนาแน่น

และเมืองก็คือสถานที่ที่มนุษย์อาศัยอยู่หนาแน่นที่สุด

พื้นที่ของประเทศยิวไม่ได้กว้างใหญ่ บนผืนดินเต็มไปด้วยเมืองขนาดต่างๆ อสุรกายที่หลบหนีออกไปเหล่านี้เปรียบเสมือนหนูที่หลุดเข้าไปในถังข้าวสาร พวกมันเข้าสู่เมืองต่างๆ แล้่วเริ่มทำการล่าของตนเอง ตำรวจธรรมดายากที่จะรับมือกับอสุรกายได้ ทำให้ประเทศยิวต้องตกอยู่ในสภาวะยากลำบาก ทำได้เพียงส่งกองทัพออกไปกวาดล้างอย่างต่อเนื่อง

แต่ในช่วงเวลานี้เอง ในที่สุดก็มีประเทศที่ทนดูต่อไปไม่ได้

2 สิงหาคม พ.ศ. 2573

วันที่สามหลังจากเกิดเหตุการณ์ในเมืองไฮฟา ประเทศยิว ณ เมืองมัณฑะเลย์ ประเทศฉาน อาคารสำนักงานใหญ่สมาพันธ์ภาคใต้ งานแถลงข่าวได้ถูกจัดขึ้นที่นี่

ซูเจี๋ยนั่งอยู่บนเวที เบื้องหน้าคือไมโครโฟน เขามองไปยังเหล่านักข่าวจากนานาประเทศแล้่วค่อยๆ เริ่มกล่าว

"เชื่อว่าทุกคนคงทราบเรื่องที่เกิดขึ้นในเมืองไฮฟา ประเทศยิวเมื่อไม่นานมานี้แล้ว แท้จริงแล้วเมื่อครึ่งเดือนก่อน พวกเราได้กล่าวหาประเทศยิวต่อคณะมนตรีความมั่นคงว่ากำลังมีการวิจัยอาวุธทางชีวภาพขนาดใหญ่ แต่ในตอนนั้นทุกคนกลับไม่ยอมรับข้อเสนอนี้ เรื่องจึงเงียบหายไป

ขณะนี้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเมืองไฮฟาได้พิสูจน์ให้เห็นแล้่วว่าการคาดการณ์ของบริษัทเจี๋ยเคอนั้นถูกต้อง เรื่องนี้ทำให้ข้าเสียใจมาก หากยอมรับคำร้องของพวกเราตั้งแต่ตอนนั้น ย่อมไม่มีเรื่องราวที่น่าสลดใจเช่นนี้เกิดขึ้นในวันนี้"

ใบหน้าของซูเจี๋ยแสดงความเจ็บปวดและเสียใจ ราวกับว่าเขารู้สึกสงสารต่อโศกนาฏกรรมครั้งนี้เสียเต็มประดา

หลิ่วหยิงหยิงที่นั่งอยู่ข้างซูเจี๋ยไหล่สั่นเล็กน้อย นางพยายามกลั้นหัวเราะอย่างสุดความสามารถ

หากนางไม่ได้เป็นหนึ่งในผู้บงการที่อยู่เบื้องหลังการแผนการนี้ นางก็คงจะเชื่อคำลวงของซูเจี๋ยไปแล้ว สำหรับความหน้าหนาของซูเจี๋ยนั้น นางรู้สึกยอมรับนับถือจากใจจริง

เมื่อคิดได้ดังนั้น หลิ่วหยิงหยิงจึงหยิบเอกสารฉบับหนึ่งออกมา บนหน้าจอขนาดใหญ่ด้านหลังแสดงหลักฐานที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก เพื่อให้สื่อมวลชนในที่นั้นได้เห็น "ทุกท่านโปรดดู นี่คือรายงานการสังเกตการณ์วิกฤตซอมบี้ในเมืองไฮฟาของบริษัทเจี๋ยเคอ

ซอมบี้กลายพันธุ์ที่แข็งแกร่งเช่นนี้เห็นได้ชัดว่าเกิดจากการสร้างขึ้นโดยน้ำมือมนุษย์ และสถาบันวิจัยการแพทย์แห่งชาติไฮฟาได้ทำการวิจัยไวรัสและแบคทีเรียมาโดยตลอดอย่างลับๆ รวมถึงมีการพัฒนาอาวุธทางพันธุกรรมที่พุ่งเป้าไปที่ชาวอาหรับโดยเฉพาะ

การปรากฏตัวของซอมบี้ในเมืองไฮฟาในครั้งนี้ สาเหตุมาจากความผิดพลาดในการปฏิบัติงานของประเทศยิว จนส่งผลให้เกิดการรั่วไหลของไวรัส"

เหล่านักข่าวในที่นั้นต่างตาเป็นประกาย ขณะนี้เหตุการณ์ซอมบี้เมืองไฮฟาโด่งดังไปทั่วโลกแล้่ว

แต่เนื่องจากอิทธิพลของชาวเชื้อสายยิวในระดับโลก ประกอบกับเรื่องนี้ยังไม่มีการวิจัยให้ชัดเจน บริษัทเจี๋ยเคอจึงเป็นองค์กรแรกที่กล้าออกมาประกาศเตือนอย่างเปิดเผย และระบุว่าความรับผิดชอบในเหตุการณ์ซอมบี้ครั้งนี้เป็นของทางการประเทศยิวโดยตรง

"นอกจากนี้ยังมีจุดที่ร้ายแรงยิ่งกว่า คือวิธีการแพร่ระบายของไวรัสซอมบี้นี้ในขณะนี้ยังไม่ทราบแน่ชัด แม้ทางการประเทศยิวจะกล่าวว่าซอมบี้นี้ไม่มีความสามารถในการแพร่เชื้อทางเลือด แต่ใครจะทราบได้ว่านี่คือคำลวงเพื่อปกปิดความจริงของทางการประเทศยิวหรือไม่

บริษัทเจี๋ยเคอจะไม่เชื่อถือในทุกคำพูดของประเทศที่วิจัยอาวุธทางชีวภาพเพื่อฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ และนำพาพลเมืองโลกไปสู่ภาวะเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์

ดังนั้น เพื่อป้องกันไม่ให้โลกถูกทำลายและเพื่อปกป้องประชากรแปดพันล้านคนจากการคุกคามของไวรัสซอมบี้ ในนามของประมุขสมาพันธ์ภาคใต้ ข้าขอประกาศส่งกองทัพอย่างเป็นทางการเพื่อเข้ากำจัดภัยคุกคามจากไวรัสซอมบี้ในดินแดนของประเทศยิวให้สิ้นซาก พร้อมทั้งขอประกาศสงครามต่อประเทศยิวที่เป็นตัวการในการผลิตไวรัสทางชีวภาพที่อันตรายนี้ เพื่อกำจัดคนทรยศต่อมวลมนุษยชาติ"

เมื่อคำกล่าวนี้จบลง ทั้งห้องแถลงข่าวก็เกิดความวุ่นวายขึ้นทันที

บริษัทเจี๋ยเคอได้อ้างเหตุผลการกำจัดภัยจากไวรัสเพื่อส่งกองทัพเข้าไปในประเทศยิว ข่าวนี้ย่อมจะสั่นสะเทือนไปทั่วโลก

"ท่านประมุขซู คณะมนตรีความมั่นคงยังไม่ผ่านร่างคำร้องเรื่องการส่งกองทัพของท่าน ท่านไม่อาจข้ามขั้นตอนของคณะมนตรีความมั่นคงได้"

นักข่าวชาวตะวันตกคนหนึ่งยืนขึ้นด้วยความโกรธแล้่วกล่าวโทษว่าการส่งกองทัพของซูเจี๋ยนั้นไม่ถูกต้องตามกฎระเบียบ

สีหน้าของซูเจี๋ยยังคงเรียบเฉย ทั้งยังดูจะมีความดูแคลนอยู่บ้าง "การศึกต้องรวดเร็ว ในฐานะที่เป็นกองกำลังสำคัญในการพิทักษ์ระเบียบและความมั่นคงของมนุษยชาติ บริษัทเจี๋ยเคอไม่อาจทนเห็นไวรัสซอมบี้แพร่ระบาดต่อไปได้ หากจะกล่าวโทษ ก็จงไปโทษการกระทำที่เลวร้ายของประเทศยิวเองที่สวรรค์ไม่อาจให้อภัย"

เรื่องของคณะมนตรีความมั่นคงนั้น ตั้งแต่บริษัทเจี๋ยเคอก่อร่างสร้างตัวมา ก็ไม่เคยเห็นอยู่ในสายตาอยู่แล้ว

นักข่าวคนนั้นโกรธมาก เจ้าคิดว่าตนเองเป็นตำรวจโลกหรืออย่างไร ขนาดสหรัฐอเมริกายังไม่เสนอตัวแล้่วบริษัทเจี๋ยเคอเกี่ยวอะไรด้วย!

แต่ในขณะนี้ซูเจี๋ยกำลังยืนอยู่บนจุดสูงสุดของศีลธรรมและการประกาศว่านี่คือการทำศึกที่ชอบธรรม

"เรื่องนี้ไม่ถึงขั้นต้องทำสงครามกระมัง หากต้องการกำจัดไวรัสซอมบี้ สามารถส่งทีมแพทย์ไปได้ การส่งกองทัพไปนั้นหมายความว่าอย่างไร"

นักข่าวอีกคนอดไม่ได้ที่จะยืนขึ้น กลุ่มสื่อสารมวลชนระดับโลกหลายแห่งต่างก็มีชาวเชื้อสายยิวถือหุ้นอยู่ เช่นเดียวกับบริษัทสื่อที่นักข่าวคนนี้สังกัดอยู่

"บริษัทเจี๋ยเคอมีวิธีการกำจัดไวรัสในแบบของพวกเรา เจ้าคือนักข่าวจากประเทศใด เหตุใดจึงกล่าวแก้ต่างให้แก่คนทรยศต่อมนุษยชาติเช่นนี้ หรือว่าพวกเจ้ายุ่ายังมีส่วนร่วมในการทดสอบไวรัสซอมบี้ด้วย? เป็นเพื่อนร่วมอุดมการณ์ของประเทศยิว?"

ซูเจี๋ยกล่าวหาคู่กรณีกลับไป นักข่าวคนนั้นมีสีหน้าซีดเผือดแล้่วไม่กล้าพูดสอดขึ้นมาอีก เนื่องจากหวาดกลัวจะนำภัยมาสู่ตนเอง

"สรุปคือ สำหรับการที่ประเทศยิววิจัยไวรัสซอมบี้อันเป็นภัยต่อมนุษยชาติเช่นนี้ บริษัทเจี๋ยเคอไม่อาจนิ่งดูดายได้ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ข้าจะส่งกองทัพออกไปพิฆาตไวรัส"

ซูเจี๋ยกล่าวสรุปเป็นคำสุดท้ายแล้่วประกาศสิ้นสุดการแถลงข่าว ในขณะเดียวกัน บริษัทเจี๋ยเคออันเป็นยักษ์ใหญ่ทางการทหารที่ทรงพลังนี้ ก็ได้เริ่มการเคลื่อนไหวอย่างเต็มรูปแบบ

จบบทที่ บทที่ 609 ประกาศสงคราม

คัดลอกลิงก์แล้ว