เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 590 คุณเป็นใคร? [1]

บทที่ 590 คุณเป็นใคร? [1]

บทที่ 590 คุณเป็นใคร? [1]


เสียงเครื่องยนต์คำรามต่ำ ๆ ดังคลออยู่เบื้องหลัง ขบวนรถพุ่งฝ่าหมอกหนา

ทิวทัศน์ด้านนอกเปลี่ยนไปตลอดเวลา เงาร่างต่าง ๆ ก่อตัวแล้วสลายไปในหมอก

ฉันนั่งมองเงียบ ๆ

ภายในรถไม่มีใครพูดอะไร ทุกคนนั่งหันหน้าออกหน้าต่าง สายตาเลื่อนลอย

แต่ถึงไม่มองตรง ๆ ฉันก็สัมผัสได้ถึงความเหนื่อยล้าในดวงตาของพวกเขา

ฉันเองก็ไม่ต่างกัน หลังจากทุกอย่างที่เกิดขึ้นจะไม่เหนื่อยก็แปลกแล้ว

ฉันอยากหลับตาพักสักหน่อย

แต่….

ชิบหาย… ชิบหาย…

ความคิดฉันยังวนอยู่ที่ไคล์

ด้านหนึ่ง ฉันดีใจที่เขายังปลอดภัย

แต่อีกด้าน…เขามีสติไหม? เขารู้ว่าเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า? เขารู้เรื่องนั้นไหม?

สมองฉันพยายามหาวิธีรับมือกับสถานการณ์กะทันหันนี้

ไม่ว่าคิดยังไง เขาก็น่าจะสังเกตเห็นอะไรบางอย่างแล้ว

เขาอาจเจอวาทยกรกับตัวอื่น ๆ แล้วหรือเปล่า?

อา… ชิบหายแล้ว

ฉันขยี้ผมตัวเอง พยายามทำใจให้สงบ

แต่พูดง่ายกว่าทำ

ฉันยอมกลับไปลิมโบแล้วเสียสละตัวเองยังจะง่ายกว่าต้องอธิบายทุกอย่างให้ไคล์ฟังอีก เขาจะพูดอะไรบ้างเนี่ย?

ฉันเชื่อใจไคล์

จริง ๆ แล้ว เขาเป็นคนเดียวในโลกนี้ที่ฉันเชื่อใจ

แต่ในขณะเดียวกัน…เรื่องนี้มันหนักเกินไป

โดยเฉพาะความจริงที่ว่าเขาไม่ใช่มนุษย์อีกต่อไปแล้ว

เขาจะโทษฉันไหม?

แต่ตอนนั้น ฉันไม่มีทางเลือกจริง ๆ แล้วก็… ไม่ใช่ฉันโดยตรงที่ทำด้วย

ฉันขยับตัวในที่นั่ง เงยหน้าขึ้น เห็นทุกคนกำลังมองฉัน

แม้ฉันจะพยายามทำตัวนิ่ง แต่ดูเหมือนพวกเขาจะสังเกตเห็นความผิดปกติ

พวกเขาหันหนีหลังจากนั้นไม่นาน

คงคิดว่าฉันกังวลเรื่องไคล์

ซึ่งก็ใช่ แต่คนละเหตุผล…

“หืม?”

ท่ามกลางความคิดวุ่นวาย ฉันเงยหน้ามองหน้าต่างแล้วกะพริบตาอย่างงงงัน

ทิวทัศน์เปลี่ยนไปแล้ว หมอกหายไป ภูมิประเทศที่บิดเบี้ยวหายไป แทนที่ด้วยถนนยาวเรียบ ทอดตรงไปข้างหน้า

สองข้างทางเริ่มมีอาคาร ผุดขึ้นทีละหลัง เหมือนพวกเรา ข้ามมาอีกโลกหนึ่งโดยไม่รู้ตัว

ที่สำคัญ….ท้องฟ้าสีฟ้าสดใส ปรากฏอยู่เหนือศีรษะ

เสียงฮือฮาดังขึ้นในรถ

“อะไรวะเนี่ย…?”

“มาถึงแล้วเหรอ? เป็นไปได้ยังไง?”

“เดี๋ยวนะ อะไรนะ? พวกเราเพิ่งออกมาเองนะ”

ฉันเองก็งงไม่ต่างจากพวกเขาจึงมองไปที่คนขับ

เขาใส่แว่นกันแดดมองพวกเราผ่านกระจกมองหลัง

“อย่าแปลกใจมาก นี่แค่ส่วนปลายของภูเขาน้ำแข็งเท่านั้น สำนักใหญ่ทำอะไรที่น่าทึ่งกว่านี้ได้อีกเยอะ”

เขาหัวเราะเบา ๆ รถเร่งความเร็ว

ฉันมองผ่านกระจกหน้า สนามประลองที่คุ้นเคยเริ่มปรากฏขึ้นไกล ๆ

เราจะกลับไปที่นั่นเหรอ?

ถนนโล่ง รถวิ่งต่อไป เสียงล้อยางครูดกับถนนดังแผ่ว

ไม่นาน เราก็เข้าสู่เส้นทางที่คุ้นเคย เส้นเดียวกับตอนเริ่มต้นการประชุมสภาโลก

เงาของสนามค่อย ๆ ชัดขึ้น ตั้งตระหง่านอยู่ข้างหน้า

รถพาพวกเรากลับไปยังที่เดิมอีกครั้ง

รถหยุด ประตูเปิด

พวกเราลงจากรถ

ทันทีที่ก้าวออกมา ทุกคนก็หยุด

สายตาหันไปยังระยะไกล

เสียงคำรามอู้อี้ดังมาจากที่นั่น หนักแน่น

แรงสั่นสะเทือนเหมือนแผ่ผ่านอากาศลงสู่พื้นใต้เท้า

ชั่วขณะหนึ่งเหมือนทั้งพื้นที่กำลังสั่น

หลายคนมองหน้ากัน สีหน้าตึงขึ้นเล็กน้อย

รถคันอื่นแล่นผ่าน มุ่งลึกเข้าไปในลานจอด

“นั่นมัน…” มีอาพูดตะกุกตะกัก มองไปไกล ๆ

โนร่ายืนข้างเธอ ดันแว่นกันแดดขึ้นแนบหน้า

“หัวหน้าหน่วย…”

เธอพึมพำ…

“ฉันว่าเข้าใจแล้ว”

“…?”

“เข้าใจแล้วว่าทำไมหัวหน้าถึงใส่แว่นกันแดด”

อ้อ

ก็… ไม่เชิงหรอก

แต่เอาเถอะ

“ลองคิดดูสิ… เดินต่อหน้าคนเยอะขนาดนั้นพร้อมแว่นกันแดด โคตรเท่เลย”

“…..”

“ออร่าของฉันจะไร้เทียมทาน”

ยัยนี่กินอะไรเข้าไป?

จากจุดนั้น ฉันตัดสินใจไม่สนใจเธอ

ไม่สิ ที่สำคัญกว่านั้น….

“ฉันไปเข้าห้องน้ำก่อน พวกเธอไปกันก่อนเลย”

ฉันพูดจบก็เดินออกมา ไม่รอให้ใครตอบ

อย่างน้อยนั่นคือแผนเดิม

แต่พอเดินในทางเดินของสนามไปสักพัก

ฉันก็รู้ตัวว่า…หลง

“เอ่อ…”

ฉันหันซ้ายขวา เห็นแต่ทางเดินยาวสุดลูกหูลูกตาทั้งสองด้าน

ฉันเกาหลังหัว

“ชิบหายละ”

แถมยังไม่มีใครให้ถามทางด้วย

จะใช้เข็มทิศดีไหม…?

ความคิดนั้นแวบเข้ามา

แต่ไม่นานฉันก็ส่ายหัว

เดินไปยังประตูที่ใกล้ที่สุดแล้วเปิดเข้าไป

แกร๊ก…!

ฉันปิดประตูด้านหลัง กระทืบเท้าเบา ๆ

ปิดการทำงานของกล้องและอุปกรณ์เทคโนโลยีทั้งหมด

จากนั้นเปิดไฟ แสงสว่างเผยให้เห็นห้องที่ฉันเข้าไป

ห้องเก็บของ?

ชั้นเหล็กหลายตัวเรียงอยู่รอบห้อง แต่ละชั้นเต็มไปด้วยกล่องเก่า ๆ และของกระจัดกระจาย

โปสเตอร์ติดอยู่ตามผนัง บางแผ่นลอกออกตามขอบ สีซีดจาง

โต๊ะไม้ธรรมดาตั้งอยู่กลางห้อง มีเก้าอี้ตัวหนึ่งถูกดันเอียงไว้ข้าง ๆ

ไฟด้านบนกระพริบเบา ๆ แให้แสงสลัว บางมุมของห้องจมอยู่ในความมืด

ฉันกวาดสายตามองช้า ๆ ตรวจทุกมุม เมื่อแน่ใจว่าอยู่คนเดียวจริง ๆ ฉันก็ผ่อนคลายลง

แต่ก็แค่ครู่เดียว ฉันนั่งลงถอนหายใจ

นวดหน้าผากพึมพำ

“งานนี้แย่แน่…”

หลังจากนั้น…ร่างหนึ่งก็ปรากฏตรงหน้าฉัน

“…..”

ความเงียบเข้าปกคลุมทั้งห้องทันทีที่เขาปรากฏ

สายตาฉันยังมองพื้น ขณะที่เขายืนนิ่ง

ความเงียบยืดยาวหลายวินาที

สุดท้ายฉันก็เป็นฝ่ายพูดก่อน

“นายจะไม่พูดอะไรเลยเหรอ?”

ฉันเงยหน้าขึ้นสบตาไคล์

เขายืนเงียบมองฉันด้วยสีหน้าว่างเปล่า

หัวใจฉันบีบแน่นเมื่อเห็นเขา

ริมฝีปากเขาสั่นเหมือนจะพูดอะไร

แต่ก็หยุดแล้วเขาก็ถอยหลังหนึ่งก้าว

“น..นาย…”

หัวใจฉันจมวูบเล็กน้อย

เขาคงเห็นความจริงแล้วสินะ…

ริมฝีปากของไคล์อ้าอีกครั้ง มือของเขาสั่น

เขาส่ายหัวสองสามครั้ง ถอยหลังอีกก้าวแล้วเม้มริมฝีปากแน่น

“น..นาย… อะไร…”

ความตกตะลึงบนใบหน้าเขาชัดเจน

เขามองฉัน สีหน้าเปลี่ยนไปหลายครั้ง

สุดท้ายเขาก็สงบลงเล็กน้อย แต่ถึงจะสงบขึ้นสายตาที่เขามองฉันก็ยังเหมือนเดิม

ไม่… นั่นไม่ถูก มันเปลี่ยนไปยิ่งกว่าเดิม

เมื่อเขาหาคำพูดได้อีกครั้ง

“น…นาย… เป็นใคร?”

คำพูดนั้นกดลงบนโสตประสาทฉันเบา ๆ

“…นายทำอะไรกับ… เซธ? แล้ว… นายทำอะไรกับฉัน?”

จบบทที่ บทที่ 590 คุณเป็นใคร? [1]

คัดลอกลิงก์แล้ว