- หน้าแรก
- นางเซียนผู้เย็นชา ระบบเอาชะตานางมา
- ตอนที่ 71 ลั่วจื่ออินทำตามสัญญา
ตอนที่ 71 ลั่วจื่ออินทำตามสัญญา
ตอนที่ 71 ลั่วจื่ออินทำตามสัญญา
เวลาผ่านไปไม่ถึงหนึ่งก้านธูป อาหารบนโต๊ะก็ถูกหนานกงชูซีกวาดเรียบจนหมดเกลี้ยง
ฉู่โม่ไม่มีทางเลือกจึงต้องทำเพิ่มอีกไม่น้อย สุดท้ายหนานกงชูซีจัดการอาหารสำหรับเจ็ดแปดคนไปเพียงลำพัง
นางใช้มือลูบท้อง หรี่ดวงตางดงามลง เรอออกมาด้วยความอิ่มหนำสำราญอย่างไม่แยแสภาพลักษณ์แม้แต่น้อย
"เอิ๊ก"
นางลุกขึ้นยืน เดินตรงไปยังเตียงนอนของฉู่โม่
"ข้าขอหลับสักงีบก่อนนะ"
นางเดินไปถึงข้างเตียงของฉู่โม่ ทิ้งตัวลงนอนอย่างหมดมาดแล้วหลับตาลง
"นี่ ท่านอาจารย์ นั่นมันเตียงของข้านะ"
ฉู่โม่เอ่ยเตือน
"ขอโทษที พออิ่มแล้วข้ามักจะง่วงง่าย... ถือเสียว่าเป็นข้อเสียเพียงไม่กี่อย่างของข้าก็แล้วกัน"
ก่อนจะหลับสนิท นางชูนิ้วขึ้นมาหนึ่งนิ้วพลางกล่าวเช่นนั้น น้ำเสียงแผ่วลงเรื่อย ๆ จนในที่สุดมือก็ตกลงบนเตียงดัง แปะ
มองดูเตียงที่ถูกยึดครอง ฉู่โม่ส่ายหน้า
ช่างเถอะ
ถือเสียว่าเลี้ยงโปเกมอนไว้สักตัวก็แล้วกัน
ถึงเวลาคับขันเดี๋ยวมันก็คงมีประโยชน์ของมันเอง
เขาหันหลังเดินออกจากถ้ำพำนัก ตั้งใจจะไปหาลั่วจื่ออินเพื่อดูว่านางทะลวงสู่ขอบเขตแก่นทองคำหรือยัง
หากทะลวงสู่ขอบเขตแก่นทองคำแล้ว ก็ถึงเวลาให้นางทำตามสัญญาเสียที...
......
ภายนอกถ้ำพำนักของลั่วจื่ออิน
ทันทีที่ฉู่โม่เข้าใกล้ เขาก็สัมผัสได้ถึงแรงกดดันอันเป็นเอกลักษณ์ของผู้ฝึกตนขอบเขตแก่นทองคำ ซึ่งแตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง
เขาผลักประตูเข้าไปโดยไม่บอกกล่าว
ภาพที่เห็นคือลั่วจื่ออินกำลังหลับตาทำสมาธิอยู่บนเบาะรองนั่ง รอบกายมีแสงสีฟ้าน้ำแข็งไหลเวียน กลิ่นอายพลังทอดยาวลึกล้ำ
ใบหน้าหมดจดงดงามไร้ที่ติของนางในยามนี้ ยิ่งเพิ่มพูนกลิ่นอายเซียนอันเหนือโลกีย์จนมิอาจละสายตา
นาง... ทะลวงระดับแล้ว
"ยินดีด้วยนะทาสอิน หนทางสู่วิถีเซียนอยู่ไม่ไกลแล้ว"
ฉู่โม่หัวเราะหึ ๆ พลางเอื้อมมือไปปิดประตู
"แก่นทองคำขั้นไหนล่ะ?"
ลั่วจื่ออินลืมตาขึ้น สีหน้าแฝงความซับซ้อนเล็กน้อย ริมฝีปากแดงระเรื่อขยับเอื้อนเอ่ย
"เรียนนายท่าน ขั้นหนึ่งเจ้าค่ะ"
"ไม่เลว ไม่เสียแรงที่ข้าทุ่มเทปลุกปั้นเจ้า"
ด้วยเคล็ดวิชาระดับฟ้าที่เข้ากับลั่วจื่ออินมากที่สุด ผนวกกับผลึกน้ำแข็งหมื่นปีที่มีประโยชน์ต่อรากฐานของผู้ฝึกเซียนธาตุน้ำแข็งอย่างยิ่ง
การบรรลุแก่นทองคำขั้นหนึ่งย่อมอยู่ในความคาดหมาย
เพียงแต่ฉู่โม่รู้สึกว่าแก่นทองคำขั้นหนึ่งนี้ อาจจะยังไม่ใช่ขีดจำกัดสูงสุด
เพราะถึงอย่างไร รากฐานพลังของเขาก็หนาแน่นกว่าลั่วจื่ออินมากนัก
เพียงแต่ไม่รู้ว่า เหนือกว่าแก่นทองคำขั้นหนึ่ง ยังมีการแบ่งระดับแก่นทองคำอีกหรือไม่?
ฉู่โม่เดินตรงไปที่เตียงนอนของลั่วจื่ออินอย่างไม่เกรงใจ แล้วนั่งกางขาอย่างโอ่อ่า
ลั่วจื่ออินขบริมฝีปาก เอ่ยถาม
"ที่นายท่านมาครานี้ คือ..."
นางย่อมรู้ดีว่าฉู่โม่มาทำไม แต่สตรีมักจะสงวนท่าที บางครั้งก็ชอบแกล้งถามทั้งที่รู้คำตอบอยู่แล้ว
โดยเฉพาะคนที่มีนิสัยเย็นชาแถมยังปากไม่ตรงกับใจอย่างลั่วจื่ออิน
"เจ้าคิดว่าอย่างไรล่ะ?"
ฉู่โม่ยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่แฝงความหยอกเย้าและรุกราน
"ข้อตกลงระหว่างเจ้ากับข้า ผ่านไปไม่ทันถึงครึ่งเดือน เจ้าคงไม่ได้ลืมไปแล้วกระมัง?"
สีหน้าของลั่วจื่ออินแปรเปลี่ยน ใบหน้าแดงซ่าน
"ทาสอินไม่ได้ลืม เพียงแต่..."
ฉู่โม่มองนางด้วยความสนใจใคร่รู้ น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงด้วยคำสั่งอันไม่อาจขัดขืน
"เช่นนั้นก็จงทำตามสัญญาของเจ้าเสียที เริ่มแรกก็ต้องมีพิธีรีตองกันหน่อย"
"ในเมื่อเรื่องดำเนินมาถึงขั้นนี้แล้ว คงไม่ต้องให้ข้าสอนเจ้าหรอกนะ?"
พิธีรีตอง...
คนผู้นี้ยังคงเหมือนเมื่อก่อน ชอบย่ำยีให้ข้าอับอาย
ข้าเชื่อฟังถึงเพียงนี้แล้ว เขาจะไม่ยอมเปลี่ยนนิสัยสักนิดเลยหรือ?
ลั่วจื่ออินลอบอับอายและเคียดแค้น นางค่อย ๆ ลุกขึ้น เดินไปหยุดอยู่เบื้องหน้าฉู่โม่ จากนั้นก็คุกเข่าลง... อย่างเชื่องช้า... ด้วยความอัปยศอดสู
นางก้มศีรษะอันเย่อหยิ่งลง โก่งบั้นท้าย วางมือทั้งสองข้างทาบพื้นขนานกับศีรษะ น้ำเสียงสั่นพร่า ทว่ากลับแฝงเสน่ห์เย้ายวนอย่างน่าประหลาด
"ขอนายท่าน... โปรดลิ้มลองทาสอินเถิดเจ้าค่ะ..."
ชายใดเล่าที่เห็นภาพนี้แล้วจะไม่พึงพอใจ?
ฉู่โม่ถึงกับ ลำต้น ลุกชูชันด้วยความเคารพ
เขากระดิกนิ้วเรียกลั่วจื่ออิน
"คลานเข้ามาสิ"
เขากล่าวพลาง นำท่อนเนื้อออกมารอคอยข่าวดี
ลั่วจื่ออินขบริมฝีปาก ส่ายบั้นท้ายไปมา ค่อย ๆ... คลานเข้าไปหาที่เตียง...
......
ดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า
แสงสาดส่องยามเย็นที่ถูกย้อมด้วยสีแดงของสายัณห์ สาดลอดผ่านบานหน้าต่างเข้ามาภายในถ้ำพำนัก
ฉู่โม่สัมผัสได้ถึงขุมพลังอันเดือดพล่านและรุนแรงอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนในร่างกาย
ขอบเขตสร้างรากฐานชั้น 2!
โล่งสบาย!
เป็นความโล่งสบายที่ยากจะพรรณนา!
แก่นทองคำขั้นหนึ่ง ซ้ำยังเป็นวิญญาณแรกกำเนิดที่บริสุทธิ์ของชีพจรไท่อินเสวียน ผลลัพธ์ที่ได้มันช่างดีเยี่ยมจนเกินจินตนาการ!
วิถีผสานอินหยางโคจรอย่างบ้าคลั่ง เส้นลมปราณและทะเลปราณของเขาได้รับการขยับขยายและชำระล้างอย่างใหญ่หลวงอีกครั้ง มันกลายเป็นเหนียวแน่นและกว้างใหญ่ยิ่งขึ้น!
พลังวิญญาณในร่างของเขา ไม่ว่าจะเป็นในแง่ของคุณภาพหรือปริมาณ ก็ล้วนยกระดับขึ้นไปอีกขั้น
ตัวเขาในตอนนี้ หากอยู่ในสภาวะปกติ ก็สามารถยืนหยัดไร้พ่ายเมื่อต้องเผชิญหน้ากับผู้ฝึกตนขอบเขตแก่นทองคำขั้นกลางทั่ว ๆ ไปได้แล้ว
"ตามความเร็วระดับนี้ ไม่เกินครึ่งปี ข้าก็คงจะทะลวงถึงขอบเขตสร้างรากฐานขั้นกลางได้"
ฉู่โม่ครุ่นคิดในใจ
เขาได้แลกเปลี่ยนเคล็ดวิชาหงเหมิงอวี้เทียนบทสร้างรากฐานมาแล้ว ต่อจากนี้ก็เพียงแค่ฝึกฝนไปตามขั้นตอนเท่านั้น
ใช้เวลาหนึ่งปีจากขอบเขตกลั่นลมปราณทะลวงสู่สร้างรากฐาน เขาคาดเดาว่าตนเองคงหยุดอยู่ที่ขอบเขตสร้างรากฐานอย่างมากก็เจ็ดแปดปี จากนั้นก็คือขอบเขตแก่นทองคำ
เมื่อถึงขอบเขตแก่นทองคำ เขาก็จะสามารถปลดล็อกวิถีอวี้เทียนขั้นที่สอง นอกเหนือจากวิถีผสานอินหยางได้!
ขนาดวิถีผสานอินหยางยังทรงพลังดุดันถึงเพียงนี้ วิถีอวี้เทียนขั้นที่สองจะเป็นเช่นไร เขาตั้งหน้าตั้งตารอคอยเป็นอย่างยิ่ง
ดึงสติกลับมา ฉู่โม่หันหน้าไปมองข้างกาย
เรือนร่างอันเย็นชาของลั่วจื่ออินอาบไล้ไปด้วยสีชมพูระเรื่อดั่งแสงสายัณห์ บนผิวพรรณขาวผ่องดุจหิมะเต็มไปด้วยร่องรอยการถูกย่ำยี ชวนให้ลุ่มหลงจนตาพร่ามัว
นางมีน้ำตาเอ่อคลอนัยน์ตาใสกระจ่าง แววตาเหม่อลอยไร้จุดโฟกัส ร่างกายอ่อนระทวยปวกเปียก ซบพิงอยู่บนท่อนแขนของฉู่โม่อย่างเลื่อนลอย
ไม่หลงเหลือความดุดันเกรี้ยวกราดดั่งวันวานแม้แต่น้อย
"ตอนนี้ ตำแหน่งศิษย์ถ่ายทอดโดยตรงของเจ้า น่าจะมั่นคงแล้วสินะ?"
ฉู่โม่ยื่นมือออกไป ลูบไล้หยอกเย้าปอยผมของนาง
ลั่วจื่ออินได้สติกลับมาเล็กน้อย
นางซุกแก้มถูไถกับแผงอกของฉู่โม่โดยสัญชาตญาณ น้ำเสียงแผ่วเบาราวกับยุงบิน แฝงความแหบพร่าเกียจคร้าน
"อืม"
นางกล่าวต่อ
"โม่อยู่ตายแล้ว ตอนนี้ข้ายังควบแน่นแก่นทองคำขั้นหนึ่งได้อีก ตำแหน่งนั้น…ย่อมตกเป็นของข้าอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง"
"ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นเพราะข้าประทานให้ เจ้าสมควรขอบคุณข้าหรือไม่?"
ฉู่โม่ยิ้มกริ่มอย่างเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก
ลั่วจื่ออินขยับกายเล็กน้อย เอ่ยเสียงเบา
"ขอบคุณนายท่านเจ้าค่ะ"
"ดี..แต่แค่คำพูดไม่ได้หรอกนะ"
ปลายนิ้วของฉู่โม่ลากไล้แผ่วเบาไปตามแผ่นหลังเนียนนุ่มของนาง
"ต้องแสดงออกให้เห็นถึงการกระทำจริง ๆ เสียหน่อย"
ลั่วจื่ออินลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ท้ายที่สุดนางก็เงยหน้าขึ้น ใบหน้างดงามหยดย้อยที่อาบไล้ด้วยสีแดงระเรื่อค่อย ๆ ยื่นเข้าไปใกล้ ริมฝีปากอวบอิ่มสีชมพูเป็นฝ่ายประทับจูบลงบนริมฝีปากของฉู่โม่ก่อน
ทว่า ในชั่ววินาทีที่ริมฝีปากทั้งสองกำลังจะสัมผัสกัน
ฉู่โม่กลับใช้นิ้วมือขวางริมฝีปากของนางเอาไว้
ลั่วจื่ออินชะงักงันไปทั้งร่าง
ได้ยินเพียงฉู่โม่เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย
"เสือร้ายย่อมไม่กินลูก ไปบ้วนปากก่อนค่อยว่ากัน"
(เห้อ…..สุดจริงๆ)
ลั่วจื่ออินทั้งอับอายทั้งเดือดดาล
ไอ้สารเลวนี่ รังเกียจกันขึ้นมาหรือไง!
ทั้ง ๆ ที่ก็เป็นฝีมือของเขาทั้งนั้นแท้ ๆ!