- หน้าแรก
- ระบบเร่งความเร็วการบ่มเพาะ
- บทที่ 3.วิถีจักรพรรดิเก้าวัฏจักร
บทที่ 3.วิถีจักรพรรดิเก้าวัฏจักร
บทที่ 3.วิถีจักรพรรดิเก้าวัฏจักร
ภายในถ้ำขุนเขามีหมอกขาวลอยละล่องปราณวิญญาณหนาแน่นอย่างผิดปกติ
เย่เฉินที่นั่งขัดสมาธิอยู่พลันลืมตาขึ้นดวงตาปะทุแสงสีทองเจิดจ้า
ฉึก!
ในขณะนั้นเองแรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวระเบิดออกจากร่างของเขาแผ่กระจายไปโดยรอบๆจนป่าเขาสั่นสะเทือนฝูงนกและสัตว์ป่าล้วนตื่นตระหนก
ผ่านไปหลายลมหายใจคลื่นพลังอันบ้าคลั่งจึงค่อยๆสงบลงถ้ำกลับคืนสู่ความเงียบอีกครั้ง
เย่เฉินหลังทะลวงแล้วดูสงบนิ่งเหนือโลกีย์ยิ่งกว่าเดิมบนร่างแผ่กลิ่นอายแห่งเต๋าที่ยากจะอธิบาย
เพียงตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงในร่างกายเล็กน้อยทุกอย่างก็แจ่มชัดในใจเย่เฉินยิ้มออกมา “นี่สินะขอบเขตสร้างรากฐานเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงคุณภาพจริงๆ”
ตอนนี้พลังของเขาพุ่งทะยานขึ้นเพียงใช้มือเดียวก็มั่นใจว่าสามารถเอาชนะตัวเองในอดีตได้สิบคน
【ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่สร้างรากฐานสวรรค์สำเร็จ ได้รับรางวัลวิชาระดับศักดิ์สิทธิ์: วิถีจักรพรรดิเก้าวัฏจักร】
เมื่อได้ยินเสียงแจ้งเตือนของระบบเย่เฉินชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะเผยรอยยิ้มสดใสหากไม่ใช่เพราะระบบแจ้งเตือนเขาคงไม่รู้เลยว่าตัวเองได้สร้างรากฐานสวรรค์สำเร็จแล้ว
รากฐานสวรรค์นั้นหายากยิ่งราวกับขนนกฟีนิกซ์และเขากิเลนแม้แต่ในประวัติศาสตร์ของสำนักชิงอวิ๋นก็แทบไม่เคยปรากฏ
มีคำเล่าลือว่าผู้ที่สร้างรากฐานสวรรค์ล้วนมีศักยภาพไร้ขีดจำกัดทุกคนมีคุณสมบัติเสมือนเซียนที่จุติลงมาหากไม่ตายกลางทางก็ย่อมกลายเป็นยอดฝีมือระดับหนึ่งในภายภาคหน้า
“ด้วยพรสวรรค์เดิมของร่างนี้แค่รากฐานปฐพียังแทบจะไม่ถึงคงเป็นเพราะแสงเซียนจากเก้าชั้นฟ้านั่น” เย่เฉินรับรู้ได้ชัดเจนว่าระบบช่วยเขาอย่างมากทั้งช่วยคลี่คลายวิกฤตและยังช่วยให้เขาสร้างรากฐานสวรรค์ได้
“จริงสิยังมีรางวัลอีก!”
เย่เฉินที่กำลังจมอยู่กับความยินดีพลันตบขาตัวเองนึกขึ้นได้ว่าระบบยังมอบวิชาให้หนึ่งบท
เกี่ยวกับระดับของวิชาความรู้ของเจ้าของร่างเดิมมีจำกัดรู้เพียงว่ามีระดับธรรมดา ระดับวิญญาณ และระดับโบราณ
เย่เฉินเต็มไปด้วยความคาดหวัง “ระดับศักดิ์สิทธิ์…หรือว่าจะอยู่เหนือระดับโบราณ?”
วิชาที่ระบบมอบให้ไม่ได้อยู่ในรูปวัตถุแต่เป็นการถ่ายทอดโดยตรง
ในขณะนี้แสงสีทองก้อนหนึ่งปรากฏขึ้นในทะเลจิตสำนึก
ซ่า...
ในชั่วพริบตาอักษรคัมภีร์อันลึกล้ำปรากฏขึ้นเป็นสายไหลเวียนในจิตใจของเย่เฉินมันลึกซึ้งเข้าใจยากผ่านไปกว่าสิบลมหายใจการถ่ายทอดจึงเสร็จสิ้น
“วิชาระดับศักดิ์สิทธิ์ช่างล้ำลึกจริงๆหากให้ข้าศึกษาเองคงยากยิ่งกว่าขึ้นสวรรค์แต่การถ่ายทอดแบบนี้ทำให้เข้าใจได้ทันที” เย่เฉินยิ้มกว้างอย่างยินดี
วิถีจักรพรรดิเก้าวัฏจักรขึ้นชื่อเรื่องความแข็งแกร่งทุกครั้งที่ฝึกสำเร็จหนึ่งวัฏจักรพลังจะเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณแต่ความยากในการฝึกฝนก็สูงจนเกินกว่าคนทั่วไปจะจินตนาการ
“หืม?”
ในขณะนั้นเย่เฉินขมวดคิ้วรับรู้ถึงคลื่นปราณวิญญาณบางอย่างเขาหันมองออกไปนอกถ้ำทันทีสีหน้าเต็มไปด้วยความระแวดระวัง
“เย่เฉินเจ้าคนทรยศสำนักมีโทษสมควรตาย!”
เสียงตะโกนดังกังวานดุจระฆังใหญ่ระเบิดขึ้นในถ้ำเสียงนั้นแฝงด้วยปราณวิญญาณหากเป็นผู้ที่พลังต่ำเพียงเสียงเดียวก็อาจบาดเจ็บภายใน
“หึ!”
เย่เฉินเข้าใจทันทีว่าผู้มาเป็นคนของสำนักชิงอวิ๋นเขายิ้มเย็น “ทรยศสำนัก? ไอ้สุนัขเฒ่าโจวชิงช่างหน้าด้านนักตัวเองทำเรื่องต่ำช้ายิ่งกว่าสัตว์แต่กลับใส่ร้ายข้า”
ระหว่างพูดเย่เฉินเดินออกจากถ้ำอย่างสง่างาม
ด้านนอกมีผู้ฝึกตนทั้งหมดห้าคนคนที่แข็งแกร่งที่สุดอยู่ในขอบเขตสร้างรากฐานส่วนอีกสี่คนก็อยู่ขอบเขตหลอมลมปราณขั้นเก้าการจัดกำลังเช่นนี้ถือว่าหรูหราทีเดียว
ทั้งห้าคนยืนล้อมเย่เฉินไว้ทุกทิศทาง
ผู้ดูแลหยางสีหน้าเย็นชา “เย่เฉินเจ้ายังกล้าจะเถียงครึ่งเดือนก่อนสมบัติวิเศษถ้วยหลิวหลีของผู้อาวุโสโจวชิงหายไปและกล่าวหาว่าเจ้าขโมยเจ้าได้ทรยศสำนักไปแล้ว”
เย่เฉินเข้าใจทุกอย่างทันที
โจวชิงไม่เพียงโหดเหี้ยมแต่ยังเจ้าเล่ห์เขาฆ่าปิดปากยังไม่พอแถมยังใส่ร้ายเย่เฉินเพื่อสร้างเหตุผลให้การหายตัวไปดูสมเหตุสมผล
แต่คิดคำนวณมามากมายสุดท้ายก็พลาดใครจะไปคิดว่าเย่เฉินจะข้ามมิติกลับมาทำให้คนตายฟื้นคืนชีพ
“ถึงตอนนี้เจ้าหนีไม่พ้นแล้วหากไม่อยากเจ็บตัวก็ยอมกลับไปกับข้ารับโทษตามกฏระเบียบ” ดวงตาเฉียบคมดุจเหยี่ยวของผู้ดูแลหยางจ้องเขม็ง
“หนีไม่พ้น?”
เย่เฉินยิ้มบางๆกวาดตามองทั้งห้าคนก่อนส่ายหัวช้าๆ “แค่พวกเจ้าคงทำอะไรข้าไม่ได้”
“ไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ!”
ผู้ดูแลหยางที่ปกติสุขุมยังอดโกรธไม่ได้จิตสังหารแผ่ออกมา “นี่คือโอกาสสุดท้ายคุกเข่าซะอย่าบังคับให้ข้าลงมือ”
เย่เฉินยืนเอามือไพล่หลังยิ้มเย้ย “จะลงมือก็ลงมือพูดมากไปทำไม”
“เจ้ารนหาที่ตาย!”
ดวงตาผู้ดูแลหยางเย็นเยียบ
ท่าทีของเย่เฉินที่ไม่เกรงกลัวทำให้เขารู้สึกว่าถูกดูหมิ่นอย่างรุนแรง
“ตามกฎของหน่วยผู้คุมกฎผู้ที่ขัดขืนการจับกุมสามารถฆ่าได้ทันที”
พูดจบเขาชักดาบยาวสีดำออกมาสะบัดแขนเบาๆปราณวิญญาณมหาศาลรวมตัวที่คมดาบกลายเป็นคมดาบพลังที่เฉียบคมฟันใส่เย่เฉินจากระยะไกล
ครืน!
ทันใดนั้นพื้นหินแตกกระจายต้นไม้แหลกเป็นผงพร้อมเสียงระเบิดดังสนั่น
“ผู้ดูแลหยางลงมือด้วยโทสะแบบนี้เจ้านั่นคงไม่เหลือแม้แต่ศพสภาพสมบูรณ์”
ศิษย์หน่วยผู้คุมกฏอีกสี่คนต่างยิ้มเย็นชาราวกับเห็นภาพเย่เฉินตายคาที่แล้ว
แต่ในชั่วขณะถัดมาสิ่งที่เหนือความคาดหมายก็เกิดขึ้นเย่เฉินไม่ถอยแต่กลับพุ่งเข้าหา
ตูม!
คมดาบที่รุนแรงกำลังจะฟันถึงตัวเขาทันใดนั้นแรงกดดันอันน่าสะพรึงก็ระเบิดออกมาแสงสีขาวเรืองรองปกคลุมร่างเย่เฉินทำให้คมดาบแตกสลายทีละส่วน
จากนั้นเย่เฉินก้าวเดินอย่างสบายๆมาถึงตรงหน้าผู้ดูแลหยางยกมือฟาดฝ่ามือออก
“เป็นไปได้อย่างไร…”
ผู้ดูแลหยางสีหน้าเปลี่ยนฉับพลันรีบยกดาบขึ้นกันแต่ในพริบตาเดียวเขาถูกแรงมหาศาลซัดปลิวไปหลายสิบเมตรแม้แต่ดาบยังแตกร้าว
“เจ้า…อั่ก!”
ต่อหน้าสายตาตกตะลึงของทุกคนผู้ดูแลหยางกระอักเลือด มองเย่เฉินอย่างไม่อยากเชื่อ “เจ้าทะลวงถึงขอบเขตสร้างรากฐานแล้ว?”
“ไม่ใช่! ต่อให้เป็นเช่นนั้นเจ้าก็ไม่มีทางเอาชนะข้าได้!”
สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปมาก่อนจะนึกบางอย่างออกดวงตาเบิกกว้างราวเห็นผี
“คนที่เพิ่งสร้างรากฐานสวรรค์เมื่อครู่…คือเจ้าหรือ?”
เย่เฉินสีหน้าเรียบเฉยยิ้มเล็กน้อยโดยไม่ตอบ
จากการปะทะเมื่อครู่เขายืนยันได้สองเรื่องรากฐานมนุษย์ช่างอ่อนแอส่วนรากฐานสวรรค์แข็งแกร่งอย่างยิ่ง
ผู้ดูแลหยางที่มีระดับสูงกว่าเขาหนึ่งขั้นย่อยยังไม่อาจต้านได้แม้แต่กระบวนท่าเดียว
“เย่เฉินมีอะไรคุยกันดีๆอย่าหุนหันพลันเเล่น…”
ผู้ดูแลหยางเริ่มหวั่นใจรีบพูดเกลี้ยกล่อมเขารู้ดีว่าพวกตนรวมกันก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้
เย่เฉินอดขำไม่ได้เมื่อครู่ยังคิดจะฆ่าแต่ตอนนี้กลับขอให้เขาอย่าลงมือชัดเจนว่ากำปั้นใหญ่คือความจริง
“จะคุยอะไร?”
เย่เฉินเลิกคิ้วมองอีกฝ่าย
ผู้ดูแลหยางกล่าวเสียงหนัก “หากเจ้ามีความคับแค้นก็กลับไปสำนักกับข้าแจ้งความจริงต่อผู้อาวุโสใหญ่แม้โจวชิงจะเป็นผู้อาวุโสแต่สายนอกไม่ใช่ที่ที่เขาจะปกปิดทุกอย่างได้”
“ต่อให้เจ้ามีความผิดจริงด้วยชื่อเสียงของรากฐานสวรรค์สำนักก็อาจผ่อนปรน”
ตอนนี้เขาไม่มีเจตนาศัตรูแล้วในสายตาเต็มไปด้วยความหวังรากฐานสวรรค์ถูกขนานนามว่าเปรียบเสมือนเซียนหากผูกมิตรไว้ย่อมมีประโยชน์มหาศาลในอนาคต
เย่เฉินพยักหน้า “ข้าก็คิดเช่นนั้น”
การตัดสินใจกลับสำนักไม่ใช่เพราะเชื่อผู้ดูแลหยางแต่เพราะมองสถานการณ์ลึกกว่านั้น
หากถูกตอกย้ำว่าเป็นผู้ทรยศผลลัพธ์จะเลวร้ายเขาจะถูกไล่ล่าไม่สิ้นสุดด้วยพลังระดับสร้างรากฐานของเขายังเล็กดั่งมดต่อหน้าสำนักขนาดใหญ่เช่นนี้
ตอนนี้มีเพียงต้องเอาชีวิตไปเสี่ยงเพื่อเอาชีวิตรอด!
“แต่ก่อนจะไปข้าต้องพาคนคนหนึ่งไปด้วย”