เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 3.วิถีจักรพรรดิเก้าวัฏจักร

บทที่ 3.วิถีจักรพรรดิเก้าวัฏจักร

บทที่ 3.วิถีจักรพรรดิเก้าวัฏจักร


ภายในถ้ำขุนเขามีหมอกขาวลอยละล่องปราณวิญญาณหนาแน่นอย่างผิดปกติ

เย่เฉินที่นั่งขัดสมาธิอยู่พลันลืมตาขึ้นดวงตาปะทุแสงสีทองเจิดจ้า

ฉึก!

ในขณะนั้นเองแรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวระเบิดออกจากร่างของเขาแผ่กระจายไปโดยรอบๆจนป่าเขาสั่นสะเทือนฝูงนกและสัตว์ป่าล้วนตื่นตระหนก

ผ่านไปหลายลมหายใจคลื่นพลังอันบ้าคลั่งจึงค่อยๆสงบลงถ้ำกลับคืนสู่ความเงียบอีกครั้ง

เย่เฉินหลังทะลวงแล้วดูสงบนิ่งเหนือโลกีย์ยิ่งกว่าเดิมบนร่างแผ่กลิ่นอายแห่งเต๋าที่ยากจะอธิบาย

เพียงตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงในร่างกายเล็กน้อยทุกอย่างก็แจ่มชัดในใจเย่เฉินยิ้มออกมา “นี่สินะขอบเขตสร้างรากฐานเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงคุณภาพจริงๆ”

ตอนนี้พลังของเขาพุ่งทะยานขึ้นเพียงใช้มือเดียวก็มั่นใจว่าสามารถเอาชนะตัวเองในอดีตได้สิบคน

【ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่สร้างรากฐานสวรรค์สำเร็จ ได้รับรางวัลวิชาระดับศักดิ์สิทธิ์: วิถีจักรพรรดิเก้าวัฏจักร】

เมื่อได้ยินเสียงแจ้งเตือนของระบบเย่เฉินชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะเผยรอยยิ้มสดใสหากไม่ใช่เพราะระบบแจ้งเตือนเขาคงไม่รู้เลยว่าตัวเองได้สร้างรากฐานสวรรค์สำเร็จแล้ว

รากฐานสวรรค์นั้นหายากยิ่งราวกับขนนกฟีนิกซ์และเขากิเลนแม้แต่ในประวัติศาสตร์ของสำนักชิงอวิ๋นก็แทบไม่เคยปรากฏ

มีคำเล่าลือว่าผู้ที่สร้างรากฐานสวรรค์ล้วนมีศักยภาพไร้ขีดจำกัดทุกคนมีคุณสมบัติเสมือนเซียนที่จุติลงมาหากไม่ตายกลางทางก็ย่อมกลายเป็นยอดฝีมือระดับหนึ่งในภายภาคหน้า

“ด้วยพรสวรรค์เดิมของร่างนี้แค่รากฐานปฐพียังแทบจะไม่ถึงคงเป็นเพราะแสงเซียนจากเก้าชั้นฟ้านั่น” เย่เฉินรับรู้ได้ชัดเจนว่าระบบช่วยเขาอย่างมากทั้งช่วยคลี่คลายวิกฤตและยังช่วยให้เขาสร้างรากฐานสวรรค์ได้

“จริงสิยังมีรางวัลอีก!”

เย่เฉินที่กำลังจมอยู่กับความยินดีพลันตบขาตัวเองนึกขึ้นได้ว่าระบบยังมอบวิชาให้หนึ่งบท

เกี่ยวกับระดับของวิชาความรู้ของเจ้าของร่างเดิมมีจำกัดรู้เพียงว่ามีระดับธรรมดา ระดับวิญญาณ และระดับโบราณ

เย่เฉินเต็มไปด้วยความคาดหวัง “ระดับศักดิ์สิทธิ์…หรือว่าจะอยู่เหนือระดับโบราณ?”

วิชาที่ระบบมอบให้ไม่ได้อยู่ในรูปวัตถุแต่เป็นการถ่ายทอดโดยตรง

ในขณะนี้แสงสีทองก้อนหนึ่งปรากฏขึ้นในทะเลจิตสำนึก

ซ่า...

ในชั่วพริบตาอักษรคัมภีร์อันลึกล้ำปรากฏขึ้นเป็นสายไหลเวียนในจิตใจของเย่เฉินมันลึกซึ้งเข้าใจยากผ่านไปกว่าสิบลมหายใจการถ่ายทอดจึงเสร็จสิ้น

“วิชาระดับศักดิ์สิทธิ์ช่างล้ำลึกจริงๆหากให้ข้าศึกษาเองคงยากยิ่งกว่าขึ้นสวรรค์แต่การถ่ายทอดแบบนี้ทำให้เข้าใจได้ทันที” เย่เฉินยิ้มกว้างอย่างยินดี

วิถีจักรพรรดิเก้าวัฏจักรขึ้นชื่อเรื่องความแข็งแกร่งทุกครั้งที่ฝึกสำเร็จหนึ่งวัฏจักรพลังจะเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณแต่ความยากในการฝึกฝนก็สูงจนเกินกว่าคนทั่วไปจะจินตนาการ

“หืม?”

ในขณะนั้นเย่เฉินขมวดคิ้วรับรู้ถึงคลื่นปราณวิญญาณบางอย่างเขาหันมองออกไปนอกถ้ำทันทีสีหน้าเต็มไปด้วยความระแวดระวัง

“เย่เฉินเจ้าคนทรยศสำนักมีโทษสมควรตาย!”

เสียงตะโกนดังกังวานดุจระฆังใหญ่ระเบิดขึ้นในถ้ำเสียงนั้นแฝงด้วยปราณวิญญาณหากเป็นผู้ที่พลังต่ำเพียงเสียงเดียวก็อาจบาดเจ็บภายใน

“หึ!”

เย่เฉินเข้าใจทันทีว่าผู้มาเป็นคนของสำนักชิงอวิ๋นเขายิ้มเย็น “ทรยศสำนัก? ไอ้สุนัขเฒ่าโจวชิงช่างหน้าด้านนักตัวเองทำเรื่องต่ำช้ายิ่งกว่าสัตว์แต่กลับใส่ร้ายข้า”

ระหว่างพูดเย่เฉินเดินออกจากถ้ำอย่างสง่างาม

ด้านนอกมีผู้ฝึกตนทั้งหมดห้าคนคนที่แข็งแกร่งที่สุดอยู่ในขอบเขตสร้างรากฐานส่วนอีกสี่คนก็อยู่ขอบเขตหลอมลมปราณขั้นเก้าการจัดกำลังเช่นนี้ถือว่าหรูหราทีเดียว

ทั้งห้าคนยืนล้อมเย่เฉินไว้ทุกทิศทาง

ผู้ดูแลหยางสีหน้าเย็นชา “เย่เฉินเจ้ายังกล้าจะเถียงครึ่งเดือนก่อนสมบัติวิเศษถ้วยหลิวหลีของผู้อาวุโสโจวชิงหายไปและกล่าวหาว่าเจ้าขโมยเจ้าได้ทรยศสำนักไปแล้ว”

เย่เฉินเข้าใจทุกอย่างทันที

โจวชิงไม่เพียงโหดเหี้ยมแต่ยังเจ้าเล่ห์เขาฆ่าปิดปากยังไม่พอแถมยังใส่ร้ายเย่เฉินเพื่อสร้างเหตุผลให้การหายตัวไปดูสมเหตุสมผล

แต่คิดคำนวณมามากมายสุดท้ายก็พลาดใครจะไปคิดว่าเย่เฉินจะข้ามมิติกลับมาทำให้คนตายฟื้นคืนชีพ

“ถึงตอนนี้เจ้าหนีไม่พ้นแล้วหากไม่อยากเจ็บตัวก็ยอมกลับไปกับข้ารับโทษตามกฏระเบียบ” ดวงตาเฉียบคมดุจเหยี่ยวของผู้ดูแลหยางจ้องเขม็ง

“หนีไม่พ้น?”

เย่เฉินยิ้มบางๆกวาดตามองทั้งห้าคนก่อนส่ายหัวช้าๆ “แค่พวกเจ้าคงทำอะไรข้าไม่ได้”

“ไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ!”

ผู้ดูแลหยางที่ปกติสุขุมยังอดโกรธไม่ได้จิตสังหารแผ่ออกมา “นี่คือโอกาสสุดท้ายคุกเข่าซะอย่าบังคับให้ข้าลงมือ”

เย่เฉินยืนเอามือไพล่หลังยิ้มเย้ย “จะลงมือก็ลงมือพูดมากไปทำไม”

“เจ้ารนหาที่ตาย!”

ดวงตาผู้ดูแลหยางเย็นเยียบ

ท่าทีของเย่เฉินที่ไม่เกรงกลัวทำให้เขารู้สึกว่าถูกดูหมิ่นอย่างรุนแรง

“ตามกฎของหน่วยผู้คุมกฎผู้ที่ขัดขืนการจับกุมสามารถฆ่าได้ทันที”

พูดจบเขาชักดาบยาวสีดำออกมาสะบัดแขนเบาๆปราณวิญญาณมหาศาลรวมตัวที่คมดาบกลายเป็นคมดาบพลังที่เฉียบคมฟันใส่เย่เฉินจากระยะไกล

ครืน!

ทันใดนั้นพื้นหินแตกกระจายต้นไม้แหลกเป็นผงพร้อมเสียงระเบิดดังสนั่น

“ผู้ดูแลหยางลงมือด้วยโทสะแบบนี้เจ้านั่นคงไม่เหลือแม้แต่ศพสภาพสมบูรณ์”

ศิษย์หน่วยผู้คุมกฏอีกสี่คนต่างยิ้มเย็นชาราวกับเห็นภาพเย่เฉินตายคาที่แล้ว

แต่ในชั่วขณะถัดมาสิ่งที่เหนือความคาดหมายก็เกิดขึ้นเย่เฉินไม่ถอยแต่กลับพุ่งเข้าหา

ตูม!

คมดาบที่รุนแรงกำลังจะฟันถึงตัวเขาทันใดนั้นแรงกดดันอันน่าสะพรึงก็ระเบิดออกมาแสงสีขาวเรืองรองปกคลุมร่างเย่เฉินทำให้คมดาบแตกสลายทีละส่วน

จากนั้นเย่เฉินก้าวเดินอย่างสบายๆมาถึงตรงหน้าผู้ดูแลหยางยกมือฟาดฝ่ามือออก

“เป็นไปได้อย่างไร…”

ผู้ดูแลหยางสีหน้าเปลี่ยนฉับพลันรีบยกดาบขึ้นกันแต่ในพริบตาเดียวเขาถูกแรงมหาศาลซัดปลิวไปหลายสิบเมตรแม้แต่ดาบยังแตกร้าว

“เจ้า…อั่ก!”

ต่อหน้าสายตาตกตะลึงของทุกคนผู้ดูแลหยางกระอักเลือด มองเย่เฉินอย่างไม่อยากเชื่อ “เจ้าทะลวงถึงขอบเขตสร้างรากฐานแล้ว?”

“ไม่ใช่! ต่อให้เป็นเช่นนั้นเจ้าก็ไม่มีทางเอาชนะข้าได้!”

สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปมาก่อนจะนึกบางอย่างออกดวงตาเบิกกว้างราวเห็นผี

“คนที่เพิ่งสร้างรากฐานสวรรค์เมื่อครู่…คือเจ้าหรือ?”

เย่เฉินสีหน้าเรียบเฉยยิ้มเล็กน้อยโดยไม่ตอบ

จากการปะทะเมื่อครู่เขายืนยันได้สองเรื่องรากฐานมนุษย์ช่างอ่อนแอส่วนรากฐานสวรรค์แข็งแกร่งอย่างยิ่ง

ผู้ดูแลหยางที่มีระดับสูงกว่าเขาหนึ่งขั้นย่อยยังไม่อาจต้านได้แม้แต่กระบวนท่าเดียว

“เย่เฉินมีอะไรคุยกันดีๆอย่าหุนหันพลันเเล่น…”

ผู้ดูแลหยางเริ่มหวั่นใจรีบพูดเกลี้ยกล่อมเขารู้ดีว่าพวกตนรวมกันก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้

เย่เฉินอดขำไม่ได้เมื่อครู่ยังคิดจะฆ่าแต่ตอนนี้กลับขอให้เขาอย่าลงมือชัดเจนว่ากำปั้นใหญ่คือความจริง

“จะคุยอะไร?”

เย่เฉินเลิกคิ้วมองอีกฝ่าย

ผู้ดูแลหยางกล่าวเสียงหนัก “หากเจ้ามีความคับแค้นก็กลับไปสำนักกับข้าแจ้งความจริงต่อผู้อาวุโสใหญ่แม้โจวชิงจะเป็นผู้อาวุโสแต่สายนอกไม่ใช่ที่ที่เขาจะปกปิดทุกอย่างได้”

“ต่อให้เจ้ามีความผิดจริงด้วยชื่อเสียงของรากฐานสวรรค์สำนักก็อาจผ่อนปรน”

ตอนนี้เขาไม่มีเจตนาศัตรูแล้วในสายตาเต็มไปด้วยความหวังรากฐานสวรรค์ถูกขนานนามว่าเปรียบเสมือนเซียนหากผูกมิตรไว้ย่อมมีประโยชน์มหาศาลในอนาคต

เย่เฉินพยักหน้า “ข้าก็คิดเช่นนั้น”

การตัดสินใจกลับสำนักไม่ใช่เพราะเชื่อผู้ดูแลหยางแต่เพราะมองสถานการณ์ลึกกว่านั้น

หากถูกตอกย้ำว่าเป็นผู้ทรยศผลลัพธ์จะเลวร้ายเขาจะถูกไล่ล่าไม่สิ้นสุดด้วยพลังระดับสร้างรากฐานของเขายังเล็กดั่งมดต่อหน้าสำนักขนาดใหญ่เช่นนี้

ตอนนี้มีเพียงต้องเอาชีวิตไปเสี่ยงเพื่อเอาชีวิตรอด!

“แต่ก่อนจะไปข้าต้องพาคนคนหนึ่งไปด้วย”

จบบทที่ บทที่ 3.วิถีจักรพรรดิเก้าวัฏจักร

คัดลอกลิงก์แล้ว