เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 160 - ม้าเร็วแปดร้อยลี้ด่วนจี๋! ถูเจี๋ยและเป่ยหมั่งบุกโจมตี

บทที่ 160 - ม้าเร็วแปดร้อยลี้ด่วนจี๋! ถูเจี๋ยและเป่ยหมั่งบุกโจมตี

บทที่ 160 - ม้าเร็วแปดร้อยลี้ด่วนจี๋! ถูเจี๋ยและเป่ยหมั่งบุกโจมตี


บทที่ 160 - ม้าเร็วแปดร้อยลี้ด่วนจี๋! ถูเจี๋ยและเป่ยหมั่งบุกโจมตี

มหาปราชญ์ฟ้าดินจูฉางหลิน!

หลี่เยี่ยจ้องมองคนตรงหน้า ชะงักไปเล็กน้อย รู้สึกประหลาดใจอยู่บ้าง

ไม่นาน หลี่เยี่ยก็ดึงสติกลับมา โบกมือไล่ 'สามหงส์' ออกไป

เรื่องบางเรื่อง คนนอกไม่สมควรได้ยิน

หญิงงามเย้ายวนที่สวมเสื้อผ้าน้อยชิ้นทั้งสามคนก้มหน้าถอยออกไป ท่าทางดูต่ำต้อยยิ่งนัก

"องค์ชาย ช่วงหลายวันมานี้ต้าโจวกำลังจะมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้น ท่านปราชญ์จูคือมหาปราชญ์ฟ้าดิน มีฐานะสูงส่งในสายท่านปราชญ์จู หากมีท่านปราชญ์จูคอยช่วยเหลือ กิจการใหญ่ย่อมสำเร็จอย่างแน่นอน"

มู่หรงป๋อหรี่ตามองหลี่เยี่ย เอ่ยปากกล่าว

มหาปราชญ์ฟ้าดิน ฝีปากคมกล้าดุจหอกกระบี่ หากก้าวหน้าไปอีกขั้น ก็คือปราชญ์เอกขั้นหนึ่ง

บุคคลเช่นนี้ มีความแข็งแกร่งไม่ธรรมดา!

ต่อให้เป็นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสองระดับสูงสุด เมื่อเผชิญหน้ากับมหาปราชญ์ฟ้าดิน ก็ยังรู้สึกรับมือได้ยาก

ปราณเที่ยงธรรมของสำนักหรูเจีย ช่างลึกล้ำพิสดารนัก

วิถีปราชญ์ ในช่วงแรกก็เหมือนไก่อ่อน ทนการทรมานไม่ได้

ทว่ายิ่งถึงช่วงหลัง มหาปราชญ์พลิกมือเป็นเมฆคว่ำมือเป็นฝน ปราณเที่ยงธรรมเต็มเปี่ยมไปทั่วฟ้าดิน ความได้เปรียบของพวกเขาก็ค่อยๆ โดดเด่นขึ้นมา

โดยทั่วไปแล้ว ภายใต้ระดับพลังเดียวกัน ย่อมเหนือกว่าผู้ฝึกยุทธ์อยู่ครึ่งก้าว

นอกเหนือจากนี้ ตาเฒ่าพวกนี้ยังเจ้าเล่ห์เพทุบาย เชี่ยวชาญการใช้เล่ห์เหลี่ยม เล่นตุกติก... หรือที่เรียกกันว่า จิ้งจอกเฒ่าเจ้าเล่ห์!

จิ้งจอกเฒ่าเจ้าเล่ห์ลงมือ ก็คือเอาให้ตายไปข้างหนึ่ง

มหาปราชญ์ฟ้าดินจะเต็มใจช่วยข้าหรือ

หลี่เยี่ยพิจารณาจูฉางหลิน ไม่ได้ถูกความช่วยเหลือที่โผล่มาอย่างกะทันหันทำให้สับสนจนขาดสติ นับว่ามีไหวพริบขึ้นมาได้ยากยิ่ง

"ข้ากับท่านปราชญ์จูไม่เคยรู้จักกันมาก่อน เหตุใดท่านปราชญ์จูจึงคิดช่วยข้า"

หลี่เยี่ยสีหน้าไร้ความรู้สึก เอ่ยปากสอบถาม เผื่อใจระแวดระวังไว้บ้าง

ท้องฟ้าไม่มีทางที่ขนมเปี๊ยะจะตกลงมาหรอกนะ

จูฉางหลินหรี่ตาลง ยิ้มเอ่ยว่า "องค์ชายสามและจูโหมวมีศัตรูร่วมกัน"

"โอ้?" หลี่เยี่ยสายตาประหลาดใจ รู้สึกใคร่รู้ขึ้นมาบ้าง

จูฉางหลินอธิบายว่า "ตามกฎมณเฑียรบาลแห่งต้าโจว ตำแหน่งรัชทายาทต้องแต่งตั้งโอรสองค์โต ซึ่งก็คือองค์ชายใหญ่หลี่มู่ เขาจะต้องกลายเป็นรัชทายาทแห่งต้าโจว"

"องค์ชายสามต้องการแก่งแย่งตำแหน่งรัชทายาท เช่นนั้นหลี่มู่ก็คือศัตรูตัวฉกาจที่สุด มีเพียงหลี่มู่ตกสู่ห้วงหายนะ องค์ชายสามจึงจะมีโอกาส"

"และก่อนหน้านี้ หลี่มู่ตวาดด่าทอข้าที่หน้าตำหนักต้าเต๋อ ใช้เจตจำนงปราชญ์ทำร้ายข้า ซ้ำยังลบหลู่ท่านปราชญ์จู ทั้งยังจารึกปณิธานที่สำนักศึกษาหรูเจีย ข่มรัศมีสายท่านปราชญ์จูจนมิด"

"หลี่มู่ คือศัตรูตัวฉกาจของสายท่านปราชญ์จู!"

"สายท่านปราชญ์จูและองค์ชายสามมีศัตรูคนเดียวกัน!"

เมื่อพูดถึงหลี่มู่ ภายในดวงตาอันลึกล้ำของจูฉางหลินก็แผ่ซ่านรังสีอำมหิตอันหนาวเหน็บ ราวกับกลายเป็นน้ำแข็ง

หลี่มู่ ไม่ตาย! จูฉางหลินก็ยากจะคลายความเคียดแค้นในใจลงได้

รู้อยู่แล้วว่าตาเฒ่าผู้นี้ไม่มีทางช่วยข้าโดยไร้สาเหตุ หลี่เยี่ยดวงตาสว่างวาบ จ้องมองจูฉางหลิน พยักหน้าเอ่ยว่า "ท่านปราชญ์จูวางแผนจะช่วยข้าอย่างไร หรือจะพูดอีกอย่างก็คือ จะทำอย่างไรให้หลี่มู่ตกสู่ห้วงหายนะ"

หลี่เยี่ยใบหน้าไร้ความรู้สึก

เกิดในราชสกุล ความผูกพันทางสายเลือดคือสิ่งฟุ่มเฟือย ไม่มีทางเลือก อำนาจช่างหอมหวนยั่วยวนใจเหลือเกิน ผู้ใดเล่าจะไม่อยากเป็นกษัตริย์ปกครองแผ่นดิน

จูฉางหลินปรายตามองมู่หรงป๋อแวบหนึ่ง จากนั้นจึงหันไปมองหลี่เยี่ย ยิ้มเอ่ยว่า "โอรสสวรรค์ประชวรหนัก โอกาสกำลังจะมาถึง ฉางอันกำลังจะพลิกผัน วันที่องค์ชายกลายร่างเป็นมังกร รอคอยได้ในอีกไม่ช้า!"

"เปิ่นหรูและท่านมู่หรงจะทุ่มเทแรงกายแรงใจทั้งหมดที่มี ช่วยให้องค์ชายกลายเป็นเจ้าแห่งตำหนักบูรพา เป็นกษัตริย์ปกครองแผ่นดิน"

เขาแกล้งทำเป็นอมพะนำ ไม่ยอมบอกแผนการออกมา

ตาเฒ่าเจ้าเล่ห์พวกนี้ ช่างเก็บงำเก่งจริงๆ... เมื่อเห็นจูฉางหลินไม่ยอมบอก หลี่เยี่ยก็อดบ่นในใจไม่ได้

"หากเปิ่นเตี้ยนได้เป็นกษัตริย์ปกครองแผ่นดินจริง ท่านมู่หรงก็คือราชครูแห่งต้าโจว ท่านปราชญ์จูคือขุนนางปราชญ์ขั้นหนึ่ง สายท่านปราชญ์จูจะกดข่มอีกแปดสายที่เหลือในสำนักศึกษาหรูเจียได้อย่างมั่นคง"

ทว่า แม้ในใจจะเต็มไปด้วยคำบ่น แต่ปากกลับกล่าวอีกอย่างหนึ่ง หากไม่วาดวิมานในอากาศ ผู้ใดจะยอมทุ่มเททำงานให้

"ขอบพระทัยองค์ชาย" จูฉางหลินและมู่หรงป๋อประสานมือขอบคุณ

หลี่เยี่ยยิ้มพยักหน้า ภายในดวงตาฉายแววคาดหวัง มุมปากยกขึ้น... เจ้าแห่งตำหนักบูรพา เป็นกษัตริย์ปกครองแผ่นดิน!

...

จวนชานเมืองฝั่งตะวันตก

ภายในห้องอันเรียบง่าย อากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นสมุนไพร

"ผู้อาวุโสหมอเทวดา อาหมัวนาง..." หลี่มู่มองชายชราผมขาวหนวดขาวในชุดคลุมขาวที่อยู่ตรงหน้า เอ่ยปากถาม

เบื้องหน้าหลี่มู่ ชายชราชุดขาวผู้หนึ่งกำลังตำยาอยู่ ท่าทางสง่างามเป็นกันเอง เขาคือเซียนหมอหุบเขาผีเสื้อ จ้าวชิงหนิว

"โรคเสียสติที่เป็นมาหลายปี จะหายเร็วถึงเพียงนั้นได้อย่างไร ยังต้องใช้เวลาอีกสักระยะ" จ้าวชิงหนิวไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมากล่าว

"ขอผู้อาวุโสหมอเทวดาโปรดรักษาโรคเสียสติของอาหมัวให้จงได้" หลี่มู่มีท่าทีจริงใจ

สำหรับผู้อาวุโสอายุมากเช่นนี้ หลี่มู่มักจะวางตัวเป็นผู้เยาว์เสมอ คนบางคนมีนิสัยแปลกประหลาด หากดื้อรั้นขึ้นมาก็ไม่เกรงกลัวผู้ใด ยิ่งไม่กลัวตาย

หลี่มู่เป็นห่วงโรคเสียสติของอาหมัวมาโดยตลอด หนึ่งคือเป็นห่วงสุขภาพของอาหมัว สองคือเพื่อต้องการรู้ว่าเจ็ดปีก่อนเกิดเรื่องอันใดขึ้นที่ตำหนักเฟิ่งหลวนกันแน่

"วางใจเถอะ! ก็แค่ต้องใช้เวลาอีกสักหน่อยเท่านั้น" จ้าวชิงหนิวเอ่ยด้วยความมั่นใจ

สิ้นเสียง เขาก็เงยหน้าขึ้นมา มองหลี่มู่ สีหน้าเคร่งเครียด เอ่ยอีกว่า "ห่วงคนอื่น เจ้าห่วงตัวเองก่อนเถอะ พิษเย็นของเจ้าหากไม่ถอนออกไปวันใด เจ้าก็ไม่อาจอยู่อย่างสงบสุขได้เลยแม้วันเดียว"

ถอนพิษเย็นหรือ ข้าไม่อยากถอนหรือไร ประเด็นคือมันไม่มียาถอนพิษน่ะสิ! สิบสามปีมานี้ ทดลองยาไปแล้วไม่ถึงพันก็ต้องแปดร้อยชนิด ทว่าล้วนแต่เหมือนหินจมก้นทะเล ร่างกายไม่มีปฏิกิริยาใดๆ เลย

หลี่มู่ลอบโอดครวญในใจ

"เรื่องถอนพิษ คงต้องรบกวนผู้อาวุโสหมอเทวดาแล้ว" หลี่มู่ประสานมือคารวะจ้าวชิงหนิว ยิ้มขื่นเอ่ย

จ้าวชิงหนิววางครกตำยาในมือลง หยิบกล่องไม้ใบหนึ่งออกมาจากหีบยาข้างมือ ยื่นให้หลี่มู่

"นี่คือ..." หลี่มู่รับกล่องไม้มา รู้สึกแปลกใจเล็กน้อย

จ้าวชิงหนิวเอ่ยว่า "นี่คือยาที่ข้าเพิ่งปรุงขึ้นมาใหม่ สกัดมาจากของที่มีพลังหยางบริสุทธิ์สิบชนิด เช่น รากพยัคฆ์ขาว รากวัวเขียว รากมังกรเจียว เป็นต้น สรรพคุณยาเป็นหยาง บางทีอาจจะมีประโยชน์"

หลี่มู่: "......"

รากพยัคฆ์ขาว รากวัวเขียว รากมังกรเจียว... แน่ใจนะว่านี่ไม่ใช่ยาโด๊ปสิบประการ หากกินเข้าไป คงไม่ได้ปวดร้าวทรมานไปทั้งคืนหรอกนะ... หลี่มู่มองกล่องไม้ในมือ ชะงักไปเล็กน้อย

หลี่มู่อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเย็นวาบที่เบื้องล่าง

ข้าเป็นถึงชายชาตรีร่างสูงเจ็ดฉื่อ เทพสงครามแห่งชายแดนเหนือ จำเป็นต้องใช้ของพรรค์นี้ด้วยหรือ

หลี่มู่แอบบ่นในใจ ก่อนจะพลิกมือเก็บกล่องไม้ไป

"ขอบคุณผู้อาวุโสหมอเทวดา" หลี่มู่ยิ้มเอ่ย

"ไม่ต้องขอบคุณข้า หากรักษาพิษเย็นของเจ้าไม่หาย ก็เสียชื่อหมอเทวดาหมด" จ้าวชิงหนิวก้มหน้าลง ตำยาต่อไป

เมื่อเห็นจ้าวชิงหนิวตำยา หลี่มู่ก็ไม่รบกวนอีก หันหลังเดินจากไป

...

พริบตาเดียว สิบวันก็ผ่านไป

รัตติกาลมาเยือน

ประตูเมืองฉางอันค่อยๆ ปิดลง

ทว่าในขณะที่ทหารกำลังปิดประตูเมืองนั้น ก็มีเสียงร้อนรนดังแว่วมา

"ม้าเร็วแปดร้อยลี้ด่วนจี๋จากชายแดนเหนือ!"

"กองทัพใหญ่ถูเจี๋ยและเป่ยหมั่งบุกโจมตี รีบเปิดประตูเมือง"

ขุนพลเซี่ยวเว่ยบนกำแพงเมืองได้ยินเสียง ทอดสายตามองออกไปไกล เห็นทหารสวมชุดเกราะสองนายกำลังควบม้าตะบึงมาอย่างรวดเร็ว เสียงฝีเท้าม้าดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

"เปิดประตูเมือง!" เซี่ยวเว่ยสายตาเคร่งเครียด ชะโงกหน้าออกไปนอกกำแพงเมือง ตะโกนสั่งการลงไปเบื้องล่าง

ทหารที่กำลังปิดประตูเมืองหยุดมือทันที เปลี่ยนเป็นผลักประตูให้เปิดกว้างขึ้นเล็กน้อย

ทหารสองนายควบม้าเข้าเมืองไป

มุ่งตรงไปยังกรมกลาโหม

ไม่นานนัก ทั้งสองคนก็มาถึงกรมกลาโหม กระโดดลงจากหลังม้า สองมือประคองจดหมายด่วนจี๋

วิ่งเข้าไปในกรมกลาโหมพลาง ร้องตะโกนพลาง

"ม้าเร็วแปดร้อยลี้ด่วนจี๋จากชายแดนเหนือ กองทัพใหญ่นับล้านจากถูเจี๋ยและเป่ยหมั่งบุกโจมตี"

"กำลังจะข้ามทุ่งหญ้าอ้างว้าง มุ่งตรงไปยังด่านเป่ยหาน"

...

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 160 - ม้าเร็วแปดร้อยลี้ด่วนจี๋! ถูเจี๋ยและเป่ยหมั่งบุกโจมตี

คัดลอกลิงก์แล้ว