- หน้าแรก
- เส้นทางลัด สู่บัลลังก์ดาว
- บทที่ 48 - เริ่มต้นการถ่ายทำ
บทที่ 48 - เริ่มต้นการถ่ายทำ
บทที่ 48 - เริ่มต้นการถ่ายทำ
บทที่ 48 - เริ่มต้นการถ่ายทำ
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
ตรงสุดทางเดินเชื่อมสู่เวที สมาชิกเคทีมสองสามคนกำลังยืนคุยกับสองสาววงเอพิงก์ ฮงยูคยองไม่ค่อยพูดอะไรดูมีท่าทีขัดเขิน ส่วนจองอึนจีนั้นร่าเริงและดูมีมนุษยสัมพันธ์ดีมาก ตอนที่คุยกันเธอก็เอาแต่หัวเราะร่วน รอยยิ้มตาสระอิแทบจะไม่เคยหุบเลย แป๊บเดียวเธอก็ตีสนิทกับทุกคนได้แล้ว
ทว่าจีคยองวอนที่ยืนพิงกำแพงเอียงคอดูเวทีอยู่รั้งท้ายสุดกลับรู้สึกได้ว่า สองสาวจากเอพิงก์แอบชำเลืองมองเขาอยู่บ่อยๆ
มองก็มองไปเถอะ เขาชินซะแล้ว
โชว์คัฟเวอร์ไม่ได้ยาวมากนัก ใช้เวลาแค่หนึ่งนาทีกว่าๆ แป๊บเดียวสมาชิกวงเอพิงก์คนอื่นๆ ก็ซ้อมเสร็จและเดินเรียงแถวลงมา
พอเห็นแบบนั้นเอ็กซ์โซเคก็รีบเตรียมตัว คิมจุนมยอนกับจองอึนจีกล่าวให้กำลังใจกันเสร็จก็พาสมาชิกเดินสวนขึ้นไปบนเวที
สมาชิกของทั้งสองวงเดินเรียงแถวสวนกัน พวกเขาต่างโค้งคำนับทักทายโดยไม่ได้พูดคุยอะไรกันอีก
โอฮายองที่เดินอยู่ลำดับที่สองของวง ตอนที่โค้งทักทายแล้วเห็นว่าเป็นวงเอ็กซ์โซเค ดวงตาของเธอก็เบิกกว้างขึ้นทันที สายตาพุ่งตรงไปยังจีคยองวอนที่เดินอยู่รั้งท้ายสุด พร้อมกับใช้มือขวาตีหลังซนนาอึนเบาๆ
สมาชิกวงเอพิงก์คนอื่นๆ ก็สังเกตเห็นจีคยองวอนเช่นกัน ตอนที่โค้งทักทายพวกเธอก็อดไม่ได้ที่จะใช้หางตาแอบมองเขา
เมื่อทั้งสองวงเดินสวนกันไปแล้ว จีคยองวอนที่เดินอยู่คนสุดท้ายก็ยังรู้สึกว่ามีคนแอบจ้องเขาจากข้างหลังอยู่ดี
ความรู้สึกแปลกๆ นี้ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะหันกลับไปมอง
แต่ก็เห็นแค่สมาชิกเอพิงก์ทุกคนกำลังเดินกลับไปที่ห้องพักด้วยท่าทีเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เขาไม่ได้คิดอะไรมาก รีบก้าวเดินไปประจำตำแหน่งของตัวเอง จากนั้นดนตรีเพลงมาม่าก็ดังขึ้นและพวกเขาก็เริ่มซ้อม
การซ้อมเวทีนี้ไม่ต้องร้องสด แค่มาซ้อมตำแหน่งยืน บล็อกกิ้งการเต้น และคิวการเคลื่อนไหวต่างๆ บนเวที
ปกติแล้วการซ้อมในรายการเพลงทั่วไปไม่ต้องใส่ชุดสเตจก็ได้ ส่วนใหญ่ก็ไม่ต้องแต่งหน้าด้วยซ้ำ แค่ใส่ชุดไปรเวตขึ้นมาซ้อมได้เลย
แต่ครั้งนี้คืองานดรีมคอนเสิร์ต กฎระเบียบจึงต่างจากปกติอยู่บ้าง
...
"ฉันเข้าใจแล้วล่ะว่าทำไมโปรดิวเซอร์ถึงพูดแบบนั้น"
ระหว่างทางเดินกลับห้องพัก ซนนาอึนที่เดินอยู่ตรงกลางนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์ตอนที่เดินสวนกับฝั่งเคทีมเมื่อครู่ แล้วก็เอ่ยปากขึ้นมาด้วยความเห็นด้วย
"นี่ พอได้แล้วน่า"
"ถึงเขาจะหล่อมาก หล่อจริงๆ ออร่าก็ดีสุดๆ แต่ก็ไม่น่าจะต่างกันขนาดนั้นซะหน่อย"
จองอึนจีขมวดคิ้ว ลึกๆ แล้วเธอก็แอบเห็นด้วยอยู่บ้าง แต่ขืนยอมรับออกไปตรงๆ มันก็เสียฟอร์มแย่
เธอหันไปสบตาพัคโชรงที่เดินอยู่ข้างหน้าพร้อมกับพยักหน้าเบาๆ ราวกับจะขอความช่วยเหลือ "พี่โชรง พี่ว่าไงคะ"
"..." พัคโชรงที่โดนเรียกตัวกะทันหันชะงักไปนิดหนึ่ง เธอหันกลับมาเม้มริมฝีปาก ส่งสายตาใสซื่อบริสุทธิ์พร้อมกับชูกำปั้นให้จองอึนจี
"สู้ๆ นะ!"
…………
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว เมื่อผู้ชมทยอยเข้าสู่สนามจนเต็ม งานดรีมคอนเสิร์ตก็เริ่มเปิดฉากขึ้นอย่างเป็นทางการ
พิธีกรของงานในครั้งนี้คือไอดอลชื่อดังสามคน ได้แก่ อกแทคยอนวงทูพีเอ็ม ฮันซึงยอนวงคาร่า และอิมชีวานวงเจอา
คิวแสดงของเอ็กซ์โซเคอยู่ในช่วงครึ่งแรก เพลงมาม่าได้เล่นเป็นคิวที่สามต่อจากโชว์ของเอพิงก์
ตอนที่ขึ้นเวทีพวกเขาได้รับเสียงเชียร์ดังกระหึ่ม ผู้ชมที่เข้ามาในงานต่างก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี เสียงแฟนชานต์ของทุกวงดังสนั่นหวั่นไหว
จีคยองวอนมองเห็นกลุ่มแฟนคลับของวงตัวเองด้วย
ตรงอัฒจันทร์ชั้นสามที่หันหน้าเข้าหาเวที มีป้ายชื่อวงเอ็กซ์โซเค โซนยอชิแด เอสเอ็มทาวน์ และทงบังชินกิ เรียงต่อกันเป็นแถวยาว แฟนคลับของศิลปินค่ายเอสเอ็มทั้งหมดมารวมตัวนั่งอยู่ตรงนั้นอย่างเป็นระเบียบ
ความรู้สึกที่มีคนคอยสนับสนุนมันดีมากจริงๆ แม้ว่าเมื่อเทียบกับกองทัพแฟนคลับของรุ่นพี่วงข้างๆ แล้ว จำนวนคนของพวกเขาจะดูน้อยนิดไปถนัดตาก็ตาม
หลังจากโชว์เพลงมาม่าจบ พวกเขาก็รีบลงมาเปลี่ยนชุดสเตจเป็นชุดสูทเต็มยศ สามคนผูกหูกระต่าย อีกสามคนผูกเนกไท แล้วก็ไปยืนรอสแตนด์บายข้างเวที
เอาจริงๆ จีคยองวอนรู้สึกว่าชุดสูทหล่อเนี้ยบแบบนี้มันดูดีกว่าชุดประหลาดๆ ของเพลงมาม่าไม่รู้ตั้งกี่เท่า
เมื่อโชว์คัฟเวอร์ของเอพิงก์จบลง ทีมงานก็ส่งสัญญาณให้พวกเขาก้าวขึ้นเวที เมื่อทุกคนยืนประจำตำแหน่งตรงกลางเวที ดนตรีเพลงซอรีซอรีก็กระหึ่มขึ้น
เสียงตอบรับและเสียงเชียร์ของโชว์นี้ดังกระหึ่มกว่าเพลงมาม่าหลายเท่าตัว โชว์คัฟเวอร์เพลงฮิตระดับตำนานมักจะเรียกกระแสและดึงดูดความสนใจจากผู้ชมได้ดีเสมอ
หลังจากการแสดงจบก็ไม่มีคิวอะไรให้พวกเขาทำอีก พอกลับมาที่ห้องพักก็ทำได้แค่นั่งรอเวลา เพราะตอนท้ายสุดยังมีโชว์รวมศิลปินอีกหนึ่งคิว
เมื่อทุกการแสดงสิ้นสุดลง ศิลปินทุกคนที่มาร่วมงานจะทยอยขึ้นไปบนเวทีเพื่อร่วมร้องเพลงบัตเตอร์ฟลาย เป็นการปิดท้าย
เพลงนี้ถือเป็นเพลงจบงานดรีมคอนเสิร์ตสุดคลาสสิก
สมาชิกในวงหลายคนร้องเพลงนี้ไม่เป็น ก่อนหน้านี้พวกเขาต้องไปนั่งท่องเนื้อและหัดร้องมาล่วงหน้า จีคยองวอนก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วย
แต่พอถึงเวลาแสดงจริง ตอนที่ทุกคนขึ้นไปรวมตัวกันบนเวที เขากลับพบว่าตัวเองเสียแรงเปล่า
ศิลปินรุ่นพี่ที่โด่งดังจะทยอยขึ้นเวทีไปก่อนและยึดพื้นที่แถวหน้าสุดไปจนหมด ส่วนวงเอ็กซ์โซเคที่เพิ่งขึ้นไปถึงทีหลังก็พบว่าพื้นที่ด้านหน้าเต็มแน่นจนไม่มีช่องว่างให้แทรกตัวเลย
พวกเขาทำได้แค่ไปยืนเกาะกลุ่มกันอยู่แถวที่สองแถวที่สาม โดนกำแพงมนุษย์ข้างหน้าบังจนมิด เหมือนกับตอนที่ไปยืนรอประกาศรางวัลในรายการเพลงไม่มีผิด
ส่วนเรื่องการร่วมร้องเพลงยิ่งแล้วใหญ่ ถึงจะบอกว่าเป็นการร้องเพลงหมู่ แต่คนข้างหลังอย่างพวกเขากลับไม่มีไมโครโฟนให้ถือด้วยซ้ำ นอกจากยืนปรบมือแล้วก็ทำอะไรไม่ได้เลย
ท่ามกลางเสียงปรบมืออันจริงใจและกระตือรือร้นของพวกเขา พร้อมกับพลุไฟสว่างไสวที่พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า งานคอนเสิร์ตก็จบลงอย่างเป็นทางการ
…………
"คัต!"
"ดีมาก พักกองได้" ผู้กำกับชินวอนโฮตะโกนสั่ง
เขาสวมเสื้อยืดกางเกงขาสั้น สวมรองเท้าผ้าใบ สวมหมวกผู้กำกับและแว่นตากรอบดำ บนใบหน้าอวบอิ่มเผยให้เห็นรอยยิ้มพึงพอใจ
เมื่อสิ้นเสียงคำสั่ง บรรยากาศเงียบกริบในกองถ่ายก็กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ทุกคนเริ่มจับกลุ่มคุยกัน
ชินวอนโฮหันมายกนิ้วโป้งให้จีคยองวอน แววตาเต็มไปด้วยความชื่นชมอย่างปิดไม่มิด
จีคยองวอนโค้งคำนับทีมงานหลักและนักแสดงรุ่นพี่ ก่อนจะเดินกลับมาที่เก้าอี้ของตัวเอง เขารับพัดลมมือถือจากพัคแจฮยอนมาเป่าใส่หน้าจ่อๆ พร้อมกับหอบหายใจถี่ๆ
ร้อนชะมัดเลย
ตอนนี้เข้าสู่ช่วงปลายเดือนมิถุนายนแล้ว ผ่านจากงานดรีมคอนเสิร์ตมาเกือบหนึ่งเดือน
เมื่อครึ่งเดือนก่อนกองถ่าย รีพลาย 1997 ก็ตั้งไข่สำเร็จ พวกเขาจัดการอ่านบทกันรอบแรกเพื่อให้นักแสดงหลักได้ทำความรู้จักกัน
และจีคยองวอนก็เริ่มต้นเข้ากองถ่ายทำในเวลาไล่เลี่ยกัน
[จบแล้ว]