- หน้าแรก
- ราชันย์หมื่นอสูร
- บทที่ 330 - อายัดผลึกแสงราชันย์ของมันเสีย
บทที่ 330 - อายัดผลึกแสงราชันย์ของมันเสีย
บทที่ 330 - อายัดผลึกแสงราชันย์ของมันเสีย
บทที่ 330 - อายัดผลึกแสงราชันย์ของมันเสีย
หลางอีสั่วได้สติกลับมา จู่ๆ เขาก็หน้าแดงก่ำพลางร้องตะโกนขึ้นมา
"ศิษย์น้องซือคง ข้ารู้สึกสะใจไปทั้งตัวเลย มารดามันเถอะ แต่ละคนล้วนเห็นข้าเป็นไอ้โง่ ข้าจะตบพวกมันให้หน้าหงายเลย"
ซือคงจิ้งหัวเราะร่วน เขารู้สึกยินดีกับหลางอีสั่วจากก้นบึ้งของหัวใจ
ท้ายที่สุดแล้ว การลงมือตบสตรีที่ตนเองชอบพออย่างโหดเหี้ยม ย่อมไม่ใช่เรื่องง่ายดายอันใด
และในตอนนั้นเอง ซือคงจิ้งก็เปลี่ยนเรื่องสนทนา "ศิษย์พี่หลาง คิดไม่ถึงเลยว่าท่านจะซ่อนตัวตนได้ลึกซึ้งถึงเพียงนี้ เช่นนี้ข้าก็ถือว่ามีที่พึ่งพิงแล้วใช่หรือไม่ ท่านพอจะหาป้ายคริสตัลสมาชิกมาให้พวกเราสักสองสามป้ายได้หรือไม่?"
สิ้นคำ แววตาของนิงจิงจิงก็ทอประกายแห่งความหวัง นางไม่จำเป็นต้องพึ่งพาตระกูลนิงก็สามารถมีป้ายคริสตัลสมาชิกได้แล้ว
"ไม่มีปัญหา ข้าจะมอบป้ายคริสตัลสมาชิกระดับแขกผู้มีเกียรติให้พวกเจ้าคนละป้ายเลย"
กล่าวจบ หลางอีสั่วก็หันไปมองท่านเจ้าหอซ้าย
ท่านเจ้าหอซ้ายตอบรับอย่างไม่ลังเล "คุณชายรอง ข้าน้อยจะรีบส่งคนไปจัดการเดี๋ยวนี้ขอรับ"
มองตามแผ่นหลังของท่านเจ้าหอซ้ายที่เดินจากไป หลางอีสั่วก็ถอนหายใจพลางเอ่ย "ศิษย์น้องซือคง น่าเสียดายที่ข้าไม่อาจมอบโลหิตสัตว์อสูรตัวกระดูกให้เจ้าได้โดยตรง งานประมูลจำเป็นต้องดำเนินไปตามขั้นตอน มิฉะนั้นจะไม่สามารถทำให้ผู้คนยอมรับได้ ต้องขออภัยด้วย"
ซือคงจิ้งส่ายหน้ายิ้มรับ "ขอเพียงท่านให้ข้ายืมผลึกแสงราชันย์มากพอ มีสิ่งใดบ้างที่จะประมูลมาไม่ได้?"
หลางอีสั่วได้ยินดังนั้นก็หัวเราะออกมา
ศิษย์น้องซือคงช่างแตกต่างจากผู้อื่นจริงๆ เขาไม่ได้ตำหนิติเตียนที่ตนให้น้อยเกินไป เพียงเพราะรู้สถานะที่แท้จริงของตนเอง
จากนั้น เขาก็ให้คำมั่นอย่างหนักแน่นว่าไม่ใช่การให้ยืมผลึกแสงราชันย์ แต่เป็นการให้เปล่าต่างหาก
หลังจากนั้น ทั้งกลุ่มก็เดินเข้าไปในหอหมื่นสมบัติภายใต้การนำของหลางอีสั่ว และเข้าไปยังห้องวีไอพีหมายเลข 10 ซึ่งสามารถมองเห็นลานประมูลทั้งหมดได้อย่างชัดเจน
และแน่นอนว่าหลางอีสั่วก็อยู่ร่วมในห้องวีไอพีด้วย ไม่ได้จากไปไหน
เวลานี้ งานประมูลก็ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ
...
ภายนอกหอหมื่นสมบัติ เถาเยวี่ยและเถาหวยประคองกันและกัน พวกเขาเฝ้ามองไปทางหอหมื่นสมบัติด้วยสายตาละห้อย
ยามนี้ เถาเยวี่ยรู้สึกอยากตายเสียให้รู้แล้วรู้รอด นางด่าทอซือคงจิ้ง นิงจิงจิง และหลางอีสั่วในใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า
นางถูกรังแกอย่างหนักหน่วง รู้สึกว่าโชคชะตาช่างไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย
"ท่านพี่ จะทำเช่นไรดี? หากพวกเรากลับบ้านไป จะอธิบายให้คนในตระกูลเถาฟังได้อย่างไร?"
ใบหน้าของเถาหวยซีดเผือดไร้สีเลือด เป็นเพราะพวกเขาสองคนแท้ๆ ที่ทำให้หอหมื่นสมบัติตัดขาดการค้ากับตระกูลเถา
การค้ากับหอหมื่นสมบัติ ถือเป็นหนึ่งในเส้นเลือดใหญ่ที่สำคัญที่สุดของตระกูลเถาเชียวนะ
คราวนี้ จบสิ้นแล้วจริงๆ
เถาเยวี่ยได้ยินดังนั้น ใบหน้าก็ซีดเผือดลงไปอีก นางทำอะไรไม่ถูก
ทันใดนั้น รถมังกรที่ลากด้วยอสรพิษมังกรปีกอสนีสองตัวก็มาหยุดอยู่ข้างกายพวกเขา บุรุษผู้แผ่กลิ่นอายแสงสีม่วงทั่วร่างค่อยๆ เลิกม่านหน้าต่างรถขึ้นพลางเอ่ยถาม "เถาเยวี่ย พวกเจ้ามาทำอันใดที่นี่?"
เมื่อหันกลับไปมอง เถาเยวี่ยก็แผดเสียงร้องไห้โฮพุ่งเข้าไปหาบุรุษผู้นั้น "ศิษย์พี่เหลย ข้าน่าสงสารเหลือเกินเจ้าค่ะ!"
ผู้ที่อยู่บนรถมังกร ก็คือเหลยจื่อเจิ้นนั่นเอง
จากนั้น เถาเยวี่ยก็เริ่มใส่สีตีไข่เล่าเรื่องราวที่เพิ่งเกิดขึ้นให้ฟัง บรรยายให้ซือคงจิ้งและหลางอีสั่วกลายเป็นคนเลวทรามต่ำช้า
"ข้าอ้างชื่อของท่าน บอกว่าข้าคือสตรีของศิษย์พี่เหลย"
"ผลก็คือหลางอีสั่วกับศิษย์ฝึกหัดนั่นต่างก็เย้ยหยันอย่างโอหัง ว่าพวกมันตั้งใจจะเล่นสนุกกับสตรีของศิษย์พี่เหลยนี่แหละเจ้าค่ะ!"
หลังจากกล่าวจบ เถาเยวี่ยก็ลอบสังเกตสีหน้าของเหลยจื่อเจิ้น หวังให้เขาพุ่งพรวดเข้าไปในหอหมื่นสมบัติ แล้วจัดการฆ่าหลางอีสั่วกับศิษย์ฝึกหัดผู้นั้นเสีย
เพื่อหญิงงามอย่างนาง เหลยจื่อเจิ้นสมควรจะเดือดดาลจนผมชี้ชันสิ
ทว่าในตอนนั้นเอง เสียงแค่นหัวเราะอย่างประหลาดก็ดังออกมาจากภายในรถมังกร
"หลางอีสั่วไม่มีทางพูดจาเช่นนั้นหรอก นิสัยซื่อบื้ออย่างมัน จะไปทำเรื่องเลวทรามได้อย่างไรกัน?"
เถาเยวี่ยโกรธเกรี้ยวสุดขีด ไอ้สารเลวหน้าไหนกล้ามาขัดขวางเรื่องดีๆ ของนางอีก?
เวลานี้ เหลยจื่อเจิ้นค่อยๆ หันไปพูดกับคนในรถมังกร "คุณชายสามหลาง คิดไม่ถึงเลยว่าหลางอีสั่วแห่งเขาสุวรรณมังกร จะเป็นพี่รองของท่าน"
ม่านประตูรถมังกรถูกเลิกขึ้นช้าๆ
บุรุษผู้หนึ่งที่มีใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงกับหลางอีสั่วอยู่หลายส่วน ทว่าหว่างคิ้วกลับเต็มไปด้วยความอำมหิต ค่อยๆ ก้าวออกมา เขายิ้มพลางเอ่ย "สหายเหลย ข้าเดินทางมายังเมืองหลวงฉางเยี่ยครั้งนี้ ก็เพื่อจะดูว่าพี่รองของข้ากำลังทำสิ่งใดอยู่"
"คิดไม่ถึงเลยว่านิสัยใจคอของมันจะเปลี่ยนแปลงไปบ้าง ถึงกับกล้ามาตรวจสอบหอหมื่นสมบัติสาขาเมืองหลวงฉางเยี่ยอย่างลับๆ ด้วย"
"ก็ดีเหมือนกัน จะได้เป็นโอกาสให้ข้ากำจัดมันเสีย"
กล่าวถึงตรงนี้ คุณชายสามหลางก็ปรายตามองเถาเยวี่ยแวบหนึ่ง ก่อนจะหันไปเอ่ยกับเหลยจื่อเจิ้นเสียงเรียบ "นางคือสตรีของท่านสินะ? ไม่สำคัญหรอกว่าสิ่งที่นางพูดเมื่อครู่จะจริงหรือเท็จ ล้วนไม่มีปัญหา"
"พานางไปด้วย พวกเราจะเข้าไปในหอหมื่นสมบัติ ไปเล่นสนุกกับหลางอีสั่วสักหน่อย"
บทสนทนาระหว่างคุณชายสามหลางกับเหลยจื่อเจิ้น ทำเอาเถาเยวี่ยเบิกตากว้างด้วยความดีใจอย่างล้นเหลือ
คุณชายสามหลางผู้นี้กลับกลายเป็นน้องชายของหลางอีสั่ว ซ้ำดูจากท่าทางของเขาแล้วช่างแข็งกร้าวดุดันกว่าหลางอีสั่วมากนัก
พริบตาเดียว ปัญหาทุกอย่างก็สามารถคลี่คลายได้แล้ว
ช่างเป็นเรื่องที่พลิกผันราวกับปาฏิหาริย์ เถาเยวี่ยอดไม่ได้ที่จะยิ้มกริ่ม
เหลยจื่อเจิ้นยังมอบความประหลาดใจครั้งใหญ่ให้นางอีกด้วย เขาถึงกับรู้จักมักจี่กับคุณชายสามแห่งหอหมื่นสมบัติ ซ้ำยังดูสนิทสนมกันมากเสียด้วย
ทางด้านเหลยจื่อเจิ้นหัวเราะพลางเอ่ย "ได้สิ เช่นนั้นข้าก็จะเข้าไปเล่นสนุกเป็นเพื่อนคุณชายสามหลาง ทว่าข้ายังต้องการจะสังหารศิษย์ฝึกหัดผู้นั้นด้วย ทว่ามันกลับเป็นคนที่ไป๋หลี่เชวี่ยศิษย์สายในอันดับหนึ่งแห่งเขามังกรทมิฬคุ้มครองอยู่ เกรงว่า..."
คุณชายสามหลางส่ายหน้าขัดจังหวะ "ไป๋หลี่เชวี่ยอย่างนั้นหรือ? ข้าชักจะสนใจอยากจะประมือกับนางดูสักคราแล้วสิ"
"ส่วนศิษย์ฝึกหัดนั่น สหายเหลยอยากจะฆ่าก็ฆ่าเลย หากท่านรู้สึกลำบากใจ ก็บอกไปว่าเป็นฝีมือข้าก็แล้วกัน"
เพียงประโยคเดียว ก็ทำให้เหลยจื่อเจิ้นหัวเราะออกมาได้อีกครั้ง ทว่าในแววตากลับแฝงไปด้วยรังสีฆ่าฟันระลอกแล้วระลอกเล่า
จากนั้น คนทั้งกลุ่มก็ก้าวเข้าไปในหอหมื่นสมบัติ
ต่อมา เมื่อคุณชายสามหลางพบหน้าท่านเจ้าหอซ้าย เขาก็เอ่ยเสียงเรียบ "เรื่องของตระกูลเถากับตระกูลถง จงยกเลิกคำสั่งเสีย!"
ท่านเจ้าหอซ้ายอ้าปากค้าง ก่อนจะท้วง "แต่ว่าคุณชายสาม ทางด้านคุณชายรอง..."
เพียะ!
จู่ๆ คุณชายสามหลางก็ตวัดฝ่ามือตบหน้าท่านเจ้าหอซ้ายฉาดใหญ่ เขาเอ่ยเสียงเย็น "เจ้าคิดว่าคำสั่งของข้าสำคัญ หรือคำสั่งของพี่รองข้าสำคัญ เจ้าจงไตร่ตรองดูให้ดีอีกครั้งเถิด"
ท่านเจ้าหอซ้ายอ้าปากพะงาบๆ ท้ายที่สุดก็จำต้องพยักหน้ารับ
ในฐานะท่านเจ้าหอสาขาเมืองหลวงฉางเยี่ย ย่อมรู้ตื้นลึกหนาบางในครอบครัวของนายใหญ่แห่งหอหมื่นสมบัติเป็นอย่างดี
นายใหญ่มีบุตรชายทั้งหมดสามคน ซึ่งเกิดจากสตรีสามคน
คุณชายใหญ่หลางอีเหวย เป็นคนสุขุมเยือกเย็น มีสง่าราศี เป็นผู้ที่นายใหญ่และผู้บริหารระดับสูงของหอหมื่นสมบัติให้ความสำคัญมากที่สุด
คุณชายสามหลางอีจ่าน เป็นคนโหดเหี้ยมอำมหิต แม้นายใหญ่จะไม่ค่อยโปรดปรานเขานัก ทว่าพรสวรรค์ด้านวิถียุทธ์ของเขากลับสูงส่งยิ่งนัก บัดนี้เริ่มก้าวเข้าสู่ตำแหน่งสำคัญในหอหมื่นสมบัติ และรับผิดชอบกิจการหลายอย่าง
ส่วนคนที่ไม่ได้เรื่องที่สุดก็คือคุณชายรองหลางอีสั่ว จับจดทำสิ่งใดก็ไม่เป็นชิ้นเป็นอัน
กระทั่งถูกส่งมาที่เมืองหลวงฉางเยี่ย เพื่อเข้าเป็นศิษย์สำนักศึกษาเซิ่งหลง ก็ยังถูกสั่งห้ามไม่ให้เปิดเผยฐานะ เพื่อป้องกันไม่ให้เสียหน้า
ระหว่างคนไม่ได้เรื่องกับคนโหดเหี้ยมอำมหิต ท่านเจ้าหอซ้ายย่อมรู้ดีว่าควรจะเลือกข้างผู้ใด
เมื่อหลางอีจ่านเห็นท่านเจ้าหอซ้ายยอมจำนน เขาก็เอ่ยถามอย่างเกียจคร้าน "คืนนี้หลางอีสั่วมาที่นี่เพื่อทำสิ่งใด?"
ท่านเจ้าหอซ้ายได้ยินดังนั้น ก็รีบตอบกลับ "เขาต้องการประมูลโลหิตสัตว์อสูรตัวกระดูกให้แก่ศิษย์ฝึกหัดใหม่ของสำนักศึกษาเซิ่งหลงที่ชื่อซือคงจิ้ง ซ้ำยังต้องการมอบผลึกแสงราชันย์ให้เขาอีกหนึ่งแสนก้อน เรื่องนี้ข้าเคยตักเตือนไปแล้ว ทว่าคุณชายรองกล่าวว่านี่คือการตอบแทนบุญคุณ"
สิ้นคำ หลางอีจ่านก็ยืดเส้นยืดสาย พลางแสยะยิ้มเย็น "อายัดป้ายคริสตัลของหลางอีสั่วเสีย"
...
ภายในห้องวีไอพีหมายเลข 10 หลางอีสั่วไม่ได้สนใจงานประมูลที่กำลังดำเนินไปอย่างดุเดือดเลยแม้แต่น้อย เขากำลังสนทนากับซือคงจิ้ง
"บิดาของข้าจัดแจงให้ข้ามาที่เมืองหลวงฉางเยี่ย ก็เพราะหวังให้ข้าได้รับการขัดเกลา เพื่อที่ต่อไปจะได้ดูแลกิจการทางฝั่งจักรวรรดิฉางเยี่ย แต่ก่อนที่จะบรรลุเป้าหมายตามที่เขากำหนด ข้าไม่ได้รับอนุญาตให้เปิดเผยฐานะ"
สาเหตุที่เขาปิดบังตัวตนมาอย่างยาวนาน ก็เป็นเพราะคำสั่งของบิดานั่นเอง
(จบแล้ว)