- หน้าแรก
- ระบบจ๋า ปล่อยข้ากลับไปเถอะ
- บทที่ 480: ตอนพิเศษ - หลินชิงเสวี่ยกับฮั่นลั่ว (ภาค 2)
บทที่ 480: ตอนพิเศษ - หลินชิงเสวี่ยกับฮั่นลั่ว (ภาค 2)
บทที่ 480: ตอนพิเศษ - หลินชิงเสวี่ยกับฮั่นลั่ว (ภาค 2)
บทที่ 480: ตอนพิเศษ - หลินชิงเสวี่ยกับฮั่นลั่ว (ภาค 2)
หลินชิงเสวี่ยนั่งเล่นอย่างเกียจคร้านอยู่บนดาดฟ้า เรียวขาขาวเนียนบอบบางของเธอแกว่งไกวไปมา
เธอทอดสายตามองดวงอาทิตย์อัสดงบนฟากฟ้าพลางพึมพำ "ทำไมท่านอาจารย์ถึงยังไม่มาหาฉันอีกนะ..."
เธอพลัดหลงเข้าไปในรอยแยกมิติโดยบังเอิญจนมาโผล่ในโลกใบนี้ แต่ท่านอาจารย์ของเธอได้บรรลุถึงแก่นแท้ของมหาเต๋าแห่งมิติแล้ว หลังจากที่พบว่าเธอหายตัวไป เขาควรจะตามกลิ่นอายของรอยแยกมิติและตามหาเธอพบได้อย่างรวดเร็วสิ
หางตาของหลินชิงเสวี่ยเหลือบไปเห็นหลินอวี่ที่กำลังพรางตัวอยู่ไม่ไกลนัก แต่เธอก็ไม่ได้เปิดโปงออกมา พลังของโลกใบนี้ช่างอ่อนแอจนน่าสมเพชสำหรับเธอ
วิชาพรางตัวของหลินอวี่จะรอดพ้นสายตาของเธอไปได้อย่างไร
...
วสันต์ผ่านพ้น สารทฤดูมาเยือน วันเวลาล่วงเลยผ่านไป
หลินชิงเสวี่ยจ้องมองฮั่นลั่ว นัยน์ตาของเธอฉายแววสับสนเล็กน้อย
ทำไมยิ่งฮั่นลั่วเติบโตขึ้น... ถึงยิ่งให้ความรู้สึกเหมือนกับท่านอาจารย์ของเธอมากขึ้นเรื่อยๆ นะ?
...
ปีนี้ ฮั่นลั่วในวัยสิบแปดปีได้เข้าร่วมกับกองทัพ
เขาค้นพบวัตถุอาถรรพ์หมายเลข 00000 หลังจากหลอมรวมเข้ากับมัน เขาไม่ได้รับความสามารถพิเศษใดๆ แต่สมรรถภาพทางร่างกายของเขากลับได้รับการยกระดับขึ้นอย่างรอบด้าน
เมื่อเทียบกับผู้บำเพ็ญเพียรคนอื่นๆ เขาย่อมอ่อนแอกว่ามากอย่างไม่ต้องสงสัย ดังนั้นเขาจึงต้องหาเส้นทางอื่น และทำได้เพียงฝึกฝนทักษะการต่อสู้อย่างหนักหน่วงเท่านั้น
ฮั่นลั่วนอนแผ่หราอยู่บนพื้น เหงื่อไคลไหลย้อยจนชุ่มโชกไปทั่วผืนดิน
เขาเคยคิดจะยอมแพ้มาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน แต่ทุกครั้งที่นึกถึงหลินชิงเสวี่ย พละกำลังมหาศาลก็จะพลุ่งพล่านขึ้นมาในร่างกาย เป็นแรงผลักดันให้เขายืนหยัดต่อไปได้
เขาต้องการจะแข็งแกร่งขึ้น...
ปีนี้ ฮั่นลั่วในวัยยี่สิบแปดปียืนตัวตรงสง่าผ่าเผยในชุดเครื่องแบบทหารอยู่เบื้องหน้าหลินชิงเสวี่ย
"ชิงเสวี่ย แต่งงานกับผมเถอะนะ"
"ไม่"
"ท-ทำไมล่ะ"
"เพราะนายอ่อนแอเกินไป"
"ตอนนี้ผมแข็งแกร่งพอแล้วนะ ต่อให้เป็นผู้บำเพ็ญเพียรระดับ 10 ก็ยังไม่ใช่คู่มือของผมเลย"
และก็เป็นเพราะการฝึกฝนอย่างหนักมาตลอดหลายปีนี่เอง ที่ทำให้ฮั่นลั่วตระหนักได้ว่า วัตถุอาถรรพ์หมายเลข 00000 ไม่ได้มอบเพียงแค่การยกระดับทางร่างกายเท่านั้น แต่มันยังมอบศักยภาพที่สามารถขุดขึ้นมาใช้ได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุดอีกด้วย
น่าเสียดายที่หลังจากเขา ก็ไม่มีใครค้นพบวัตถุอาถรรพ์หมายเลข 00000 อีกเลย
หลินชิงเสวี่ยมองหน้าฮั่นลั่วพลางทอดถอนใจแผ่วเบา "นายไม่เข้าใจเลยสักนิดว่าความแข็งแกร่งที่แท้จริงคืออะไร..."
เธอเพียงแค่ยกมือขึ้น แม่น้ำที่อยู่ใกล้ๆ ก็เหือดแห้งไปในพริบตา กุ้งหอยปูปลาลอยเคว้งอยู่กลางอากาศ ทุกสิ่งทุกอย่างดูราวกับปาฏิหาริย์
ดวงตาของฮั่นลั่วเบิกกว้าง พลังระดับนี้มีอยู่บนโลกใบนี้ได้อย่างไรกัน?
"ตอนนี้นายเข้าใจหรือยังล่ะ"
"นายกับฉันไม่มีทางอยู่ด้วยกันได้หรอก"
ฝ่ามือของหลินชิงเสวี่ยลดระดับลง สายน้ำในแม่น้ำก็ปรากฏขึ้นมาจากความว่างเปล่า พร้อมกับกุ้งหอยปูปลาที่ร่วงหล่นกลับคืนสู่ผืนน้ำ
เธอหันหลังแล้วเดินจากไป
โชคชะตาของเธอไม่ได้อยู่ที่นี่ ด้วยพลังของเธอ เธอไม่มีทางลดตัวลงมาสนใจสิ่งมีชีวิตในโลกใบนี้ได้เลย
ฮั่นลั่วจ้องมองแผ่นหลังของหลินชิงเสวี่ยที่ค่อยๆ ห่างออกไปอย่างห่อเหี่ยวใจ เขาค่อยๆ ทรุดตัวลงนั่งริมแม่น้ำ เหม่อมองกระแสน้ำที่ไหลรินโดยไม่ไหวติง
เขาไม่มีวันก้าวไปถึงระดับของหลินชิงเสวี่ยได้เลย
...
กลางดึกสงัด จู่ๆ หลินชิงเสวี่ยก็ลืมตาขึ้น
เธอหันมองไปทางทิศตะวันตกด้วยความประหลาดใจ เธอสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของท่านอาจารย์จากทิศทางนั้น
"ในที่สุดท่านอาจารย์ก็มาแล้ว!"
จากการคำนวณของเธอ เวลาได้ล่วงเลยมาถึงสิบหกปีเต็มแล้ว
วินาทีต่อมา ร่างของเธอก็หายวับไปจากห้อง
หลินชิงเสวี่ยมาถึงริมแม่น้ำ และภาพที่เห็นคือฝ่ามือของท่านอาจารย์กำลังปลดปล่อยแสงสีดำทะมึนออกมา ส่วนฮั่นลั่วก็กำลังถูกเขากลืนกินเข้าไปทีละน้อย
ในเสี้ยววินาทีที่ฮั่นลั่วถูกกลืนกินจนหมดสิ้น เขาได้เอ่ยคำพูดสองคำกับเธอ
"หนีไป... เร็วเข้า..."
เขาไม่มีทางรู้เลยว่าคนๆ นี้คือท่านอาจารย์ของเธอ
หลินชิงเสวี่ยจ้องมองฉากตรงหน้าอย่างเหม่อลอย "ท-ท่านอาจารย์?"
โอวหยางชิงหันกลับมามองหลินชิงเสวี่ย รอยยิ้มบนใบหน้าของเขายังคงดูสุภาพนุ่มนวล "ชิงเสวี่ย เจ้าอยู่นี่เอง อาจารย์ตามหาเจ้าเสียนานเลยเชียว..."
"นี่มัน... เกิดอะไรขึ้นคะ"
"อ้อ เขาก็เป็นเพียงแค่เสี้ยววิญญาณของอาจารย์น่ะ ตอนนี้เขาได้หวนคืนสู่ร่างเดิมแล้ว"
โอวหยางชิงสะบัดมือเบาๆ ประตูมิติก็ปรากฏขึ้น "ไปกันเถอะชิงเสวี่ย พวกเราจะกลับกันแล้ว"
หลินชิงเสวี่ยก้าวตามโอวหยางชิงเข้าไปในประตูมิติอย่างเลื่อนลอย
ในเสี้ยววินาทีที่ประตูมิติปิดลง เธอได้หันกลับมามองโลกใบนี้เป็นครั้งสุดท้าย
ฮั่นลั่ว ฉันขอโทษนะ ฉันเพิ่งรู้ตัวว่าฉัน... ดูเหมือนจะชอบนายเข้าให้แล้ว...
...
หลินชิงเสวี่ยในสภาพบาดเจ็บสาหัสทั่วทั้งร่าง กำลังหลบหนีอย่างเอาเป็นเอาตาย
เบื้องหลังของเธอ ท่านอาจารย์กำลังไล่ตามมาอย่างไม่เร่งรีบร้อนรน
"ชิงเสวี่ย ก็แค่มาเป็นนางบำเรอของอาจารย์ เจ้าถึงกับต้องขัดขืนขนาดนี้เชียวหรือ"
หลินชิงเสวี่ยไม่ตอบคำถาม ในฐานะลูกศิษย์ของโอวหยางชิง เธอรู้ดีว่าผู้หญิงทุกคนที่ตกเป็นนางบำเรอของโอวหยางชิง ล้วนถูกสูบพลังบำเพ็ญเพียรจนหมดสิ้น และต้องตายอย่างอนาถคาที่ทุกราย
เธอไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าวันหนึ่ง ท่านอาจารย์จะลงมือกับเธอเสียเอง
"เฮ้อ~"
"ชิงเสวี่ย เจ้าหนีไม่พ้นหรอก"
ความอดทนของโอวหยางชิงสิ้นสุดลง เขาค่อยๆ ยื่นฝ่ามือออกไป
ห้วงมิติเริ่มบิดเบี้ยว กระดูกของหลินชิงเสวี่ยลั่นกรอบแกรบ ราวกับพร้อมจะแหลกสลายได้ทุกเมื่อ
ขณะที่โอวหยางชิงกำลังจะเอื้อมมือไปคว้าตัวหลินชิงเสวี่ย การเคลื่อนไหวของเขาก็ชะงักงันลงอย่างกะทันหัน
"เป็นไปได้อย่างไรกัน"
เงาวิญญาณดวงหนึ่งกำลังดิ้นรนต่อสู้จากภายในร่างกายของเขา คอยขัดขวางไม่ให้เขาลงมือต่อได้
"ชิง... เสวี่ย..."
"หนีไป... เร็วเข้า..."
เสียงของฮั่นลั่วดังแว่วขึ้นมา วิญญาณดวงนั้น ซึ่งเคยเป็นเพียงสิ่งไร้ค่าในสายตาของโอวหยางชิง บัดนี้กำลังทุ่มเทกำลังทั้งหมดที่มีอย่างสุดชีวิต เพื่อแย่งชิงการควบคุมร่างกายของเขาเพียงชั่วขณะ
กลิ่นอายอันอ่อนโยนของมหาเต๋าแห่งมิติพวยพุ่งเข้าสู่ร่างกายของหลินชิงเสวี่ย และส่งตัวเธอไปยังโลกใบใหม่ที่ไม่คุ้นเคยอย่างสิ้นเชิง
วินาทีต่อมา โอวหยางชิงก็แย่งชิงการควบคุมกลับคืนมาได้ และดวงวิญญาณของฮั่นลั่วก็แตกซ่านสลายหายไปจนหมดสิ้น
ใบหน้าของเขาถมึงทึง "ไม่คิดเลยว่ายังย่อยสลายได้ไม่หมด..."
กลิ่นอายแห่งมิติถูกฮั่นลั่วลบล้างไปจนหมดสิ้น ทำให้การตามหาตัวหลินชิงเสวี่ยในตอนนี้กลายเป็นเรื่องยาก โอวหยางชิงแค่นเสียงเย็นชา ก่อนจะหันหลังกลับไปยังตำหนักเซียน
...
บนดวงดาวอันรกร้างและเงียบสงัด หลินชิงเสวี่ยแบมือออก ทอดสายตามองกระดาษโน้ตแผ่นเล็กที่อยู่ในมือ
ในช่วงวาระสุดท้าย ฮั่นลั่วได้ใช้พลังแห่งมหาเต๋าแห่งมิติ ไม่เพียงแต่ส่งตัวเธอหนีมาได้เท่านั้น แต่ยังรวมถึงกระดาษโน้ตแผ่นนี้ด้วย
"ถึงแม้ตอนนี้ผมจะยังแข็งแกร่งไม่พอ แต่อย่างน้อย... ผมก็ยังปกป้องคุณได้..."
ในพริบตานั้น หลินชิงเสวี่ยก็ปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อาจกลั้นน้ำตาไว้ได้อีกต่อไป
"ฮั่นลั่ว..."
"ฉันเสียใจเหลือเกิน..."
"ฉันเคยคิดว่าตัวเองจะไม่มีวันตกหลุมรักนายเลย แต่พอถึงวินาทีที่นายต้องตาย ฉันถึงได้รู้..."
"ที่แท้ ฉันก็ตกหลุมรักนายไปตั้งนานแล้ว..."
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เธอเฝ้าคิดถึงฮั่นลั่วทุกลมหายใจเข้าออก แต่เธอก็ไม่เคยยอมรับความจริงที่ว่าเธอได้ตกหลุมรักเขาไปแล้ว
เพราะฮั่นลั่วได้ตายจากไปแล้ว...
แต่ตอนนี้ เธอไม่สามารถหลอกตัวเองได้อีกต่อไป
เมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของมหาเต๋าแห่งมิติที่ยังคงตกค้างอยู่ภายในร่างกาย แววตาของหลินชิงเสวี่ยก็ค่อยๆ ทอประกายสว่างวาบขึ้นมา
เธอได้บรรลุถึงแก่นแท้ของกฎแห่งเวลาแล้ว ตราบใดที่เธอคว้าโอกาสนี้ไว้เพื่อทำความเข้าใจมหาเต๋าแห่งมิติ และผสานเข้ากับมหาเต๋าแห่งมิติเวลา เธอจะต้องพาตัวฮั่นลั่วกลับมาได้อย่างแน่นอน...
...
การรีบูตครั้งที่ 1
เด็กสาวเรือนร่างอรชรเดินเท้าเปล่าย่างกรายออกมาจากกองเพลิง เธอมองดูชายหนุ่มที่กำลังยืนอึ้งตะลึงงันอย่างเงียบๆ ก่อนจะหลุดเสียงหัวเราะคิกคักออกมา
"นี่ เหม่ออะไรอยู่เหรอ~"
"ฉันชื่อหลินชิงเสวี่ย แล้วนายล่ะชื่ออะไร"
"ว้าว นี่คือที่อาบน้ำของนายเหรอ เรามาอาบน้ำด้วยกันเถอะ"
"คืนนี้ฉันอยากนอนกับนายจัง"
"นี่แหละคือการบำเพ็ญเพียร สุดยอดไปเลยใช่มั้ยล่ะ"
"นายอยากบำเพ็ญเพียรไหมล่ะ เดี๋ยวฉันสอนให้!"
...
หลินชิงเสวี่ยส่งยิ้มพราวเสน่ห์ เฝ้ามองดูฮั่นลั่วในทุกอิริยาบถ
คราวนี้... ให้ฉันเป็นฝ่ายเข้าหาบ้างก็แล้วกันนะ...
...
การรีบูตครั้งที่ 2
หลินชิงเสวี่ยซุกตัวพิงอ้อมอกของฮั่นลั่วอย่างอ่อนโยน นัยน์ตาของเธอเต็มไปด้วยความสับสน
คราวนี้ ฉันจะช่วยนายได้ยังไงกันดี?
เธอน่าจะตระหนักได้ตั้งนานแล้ว ต่อให้ฮั่นลั่วจะมีพรสวรรค์ล้ำเลิศเพียงใด แต่การบำเพ็ญเพียรเพียงแค่สิบกว่าปี จะไปเป็นคู่มือของโอวหยางชิงได้อย่างไร
เธอแหงนหน้าขึ้นมองใบหน้าอันอ่อนเยาว์ของฮั่นลั่ว
"เราหนีไปด้วยกันเถอะ!"
อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าเธอจะสามารถบรรลุแก่นแท้ของมหาเต๋าแห่งมิติได้อีกครั้งในเวลาอันสั้น เนื่องจากเธอเคยครอบครองมหาเต๋าแห่งมิติเวลามาก่อน และสามารถลบเลือนกลิ่นอายแห่งมิติที่หลงเหลืออยู่ได้สำเร็จ แต่ถึงกระนั้น ฮั่นลั่วก็ยังคงเป็นแค่เสี้ยววิญญาณของโอวหยางชิงอยู่ดี โอวหยางชิงจึงสามารถสัมผัสถึงตำแหน่งของเขาได้ตลอดเวลา
ไม่ว่าพวกเธอจะหนีไปที่แห่งหนใดก็ตาม
...
การรีบูตครั้งที่ 3...
การรีบูตครั้งที่ 4...
การรีบูตครั้งที่ 5...
...
การรีบูตครั้งที่ 999
หลินชิงเสวี่ยลืมตาขึ้น คราวนี้ เธอไม่ได้ไปหาฮั่นลั่วที่โลกใบนั้น แต่เธอกลับแบ่งวิญญาณออกเป็นสองส่วน และนำวิญญาณครึ่งหนึ่งไปจุติเป็นทารกน้อย ถือกำเนิดในเมืองเดียวกับที่ฮั่นลั่วอาศัยอยู่
"ให้เธอ ทำหน้าที่แทนฉัน และคอยดูแลเขา..."
เธอหยิบลูกบอลแสงสีม่วงเรืองรองออกมา ถ่ายทอดเศษเสี้ยววิญญาณที่เหลืออยู่ของตนลงไป ก่อนจะค่อยๆ หลับตาลงอย่างช้าๆ
...
"พ่อหนุ่ม คุณเบื่อหน่ายกับชีวิตอันแสนจำเจ และอยากจะไล่ตามชีวิตที่ตื่นเต้นเร้าใจกว่านี้ไหมล่ะ"
"ไม่ล่ะ ขอบคุณ!"
"ตกลง เริ่มต้นการผูกมัดระบบ"
"ฉันบอกว่าไม่ไง ทำไมไม่ฟังกันบ้างเลย เฮ้ย!"
"ผูกมัดระบบเสร็จสมบูรณ์ เริ่มต้นการเดินทางข้ามโลก"
...
"ระบบ ให้ฉันตั้งชื่อให้นายเถอะนะ!"
"ไม่"
"ทำไมล่ะ"
...
เพราะว่า ฉันมีชื่ออยู่แล้วต่างหากล่ะ ตาบ้าเอ๊ย...