- หน้าแรก
- ฟุตบอล ทะลุมิติมาเป็นลูกพี่ลูกน้องของคริสเตียโน โรนัลโด
- บทที่ 251 ยูโรเปียนคัพ 27
บทที่ 251 ยูโรเปียนคัพ 27
บทที่ 251 ยูโรเปียนคัพ 27
บทที่ 251 ยูโรเปียนคัพ 27
6 กรกฎาคม เวลา 17.00 น.
รถบัสทีมชาติโปรตุเกสเคลื่อนตัวออกจากโรงแรมที่พักมุ่งหน้าสู่สนามเวมบลีย์อย่างเชื่องช้า... ลอนดอนสมกับเป็นเมืองหลวงแห่งฟุตบอลยุโรปอย่างแท้จริง (เฉพาะในเขตนครหลวงลอนดอนและปริมณฑล) เมืองเดียวมีสโมสรอาชีพปาเข้าไป 13 ทีม!
ไล่ตั้งแต่บิ๊กเนมพรีเมียร์ลีกอย่าง เชลซี, สเปอร์ส, อาร์เซนอล, ฟูแลม, เวสต์แฮม... ไปจนถึงลีกรองอย่าง คริสตัล พาเลซ, คิวพีอาร์, ชาร์ลตัน, มิลล์วอลล์... ดังนั้นสำหรับลอนดอน "ดาร์บีแมตช์" คือเรื่องปกติในชีวิตประจำวัน
ตลอดเส้นทางสู่สนาม บรรยากาศฟุตบอลยูโรอบอวลไปทั่วทุกมุมเมือง แฟนบอลสวมเสื้อทีมชาติเดินกันขวักไขว่ แน่นอนว่าวันนี้สีเสื้อหลักคือ "แดงเขียว" ของโปรตุเกส และ "น้ำเงินคราม" ของอิตาลี
เมื่อรถบัสโปรตุเกสแล่นผ่าน แฟนบอลฝอยทองก็ตะโกนเชียร์กึกก้อง... ส่วนแฟนบอลอัซซูรีก็ต้อนรับด้วย "นิ้วกลาง" เป็นธรรมเนียม
17.30 น. ทัพนักเตะโปรตุเกสเดินทางถึงเวมบลีย์ ซานโตสแวะให้สัมภาษณ์สั้น ๆ ตามกฎยูฟ่า ส่วนนักเตะรีบมุ่งหน้าเข้าห้องแต่งตัว
15 นาทีต่อมา นักเตะทั้งสองทีมก็ลงวอร์มอัปในสนาม
"นิว เวมบลีย์"... สังเวียนศักดิ์สิทธิ์ที่สร้างขึ้นใหม่ในปี 2007 แทนสนามเก่าที่สร้างมาตั้งแต่ปี 1923 จากสัญลักษณ์หอคอยคู่ในอดีต เปลี่ยนเป็นซุ้มโค้งยักษ์อันเป็นไอคอนิก
ที่นี่คือเมกกะลูกหนัง... สังเวียนนัดชิงบอลโลก บอลยูโร ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก และนัดชิงบอลถ้วยอังกฤษทุกรายการ เปเล่เคยกล่าวไว้ว่า "เวมบลีย์คือวิหารแห่งฟุตบอล คือหัวใจของฟุตบอล"
วันนี้ วิหารแห่งนี้จะตัดสินว่าใครจะได้ไปต่อในรอบชิงชนะเลิศยูโร 2020!
แฟนบอลทยอยเข้าสนามจนบรรยากาศเริ่มเดือด ทั้งสองฝั่งมีกองเชียร์ประมาณหมื่นกว่าคนสูสีกัน ที่เหลือเป็นแฟนบอลเจ้าถิ่น (อังกฤษ) และแฟนเป็นกลาง ทำให้ความจุสนามวันนี้ดูบางตาไปบ้าง (ประมาณ 50%)
19.00 น. นักเตะกลับเข้าห้องแต่งตัว เตรียมความพร้อมโค้งสุดท้าย
ประวัติการเจอกัน 27 ครั้ง อิตาลีข่มมิด ชนะ 18 เสมอ 3 แพ้ 6... แต่เดี๋ยวก่อน! 10 ปีหลังสุดเจอกัน 3 ครั้ง โปรตุเกสไม่เคยแพ้! ล่าสุดในเนชันส์ลีก 2018 โปรตุเกส ชนะ 1 เสมอ 1
ก่อนทัวร์นาเมนต์ อิตาลีถูกมองข้ามเพราะเพิ่งชอกช้ำจากการตกรอบคัดเลือกบอลโลก 2018... แต่ โรแบร์โต มันชินี เข้ามากู้วิกฤตด้วยปรัชญา "สร้างใหม่"
มันชินียอมทิ้งค่าจ้าง 13 ล้านยูโรที่เซนิต กลับมารับเงินเดือนแค่ 2 ล้านกับทีมชาติ เขาผ่าตัดทีมครั้งใหญ่ด้วยแนวคิด "เก่าประคองใหม่" และดึงนักเตะโอนสัญชาติเชื้อสายบราซิลอย่าง เอเมอร์สัน, จอร์จินโญ และโตลอย เข้ามาเสริมทัพ
ที่สำคัญ มันชินีฉีกตำรา "คาเตนัชโช" (รับแล้วโต้) ทิ้งลงถังขยะ! เขาเปลี่ยนอิตาลีให้กลายเป็นทีม "ครองบอลบุก" ด้วยระบบ 4–3–3 สุดดุดัน
แดนกลาง แวร์รัตติ + จอร์จินโญ + บาเรลลา คือหัวใจสำคัญ ส่วนแนวรุกใช้นักเตะเทคนิคสูงอย่าง อินซินเย, อิมโมบิเล, เคียซา และดาวรุ่งอย่าง รัสปาโดริ เน้นการต่อบอลเท้าสู่เท้าที่แม่นยำ
ฝั่งโปรตุเกส... ยุคทองของคริสเตียโน โรนัลโด้ พาพวกเขาคว้าแชมป์ยูโร 2016 และเนชันส์ลีกสมัยแรก สร้างความเกรียงไกรไปทั่วยุโรป
แต่เมื่อโรนัลโด้เริ่มโรยรา หลายคนปรามาสว่าโปรตุเกสจะตกต่ำ... ทว่า "เบนตอส" ก็จุติลงมาเพื่อรับไม้ต่อ!
นักเตะยอดเยี่ยมโลกที่อายุน้อยที่สุด, เจ้าของสถิติบุนเดสลีกา, ดาวซัลโวแชมเปียนส์ลีก, แชมป์ยุโรปกับดอร์ทมุนด์... เบนตอสพิสูจน์แล้วว่าเขาคือ "เดอะแบก" คนใหม่ที่ชาวโปรตุเกสฝากความหวังได้สนิทใจ
และในยูโรครั้งนี้ ผลงานในสนามก็เป็นประจักษ์พยานว่าเขาของจริง!
อีก 10 นาทีเกมจะเริ่ม... เฟลิกซ์ บรีซ ผู้ตัดสินระดับ "โกลเด้น วิสเซิล" ชาวเยอรมัน นำทัพนักเตะเดินออกจากอุโมงค์สู่ผืนหญ้าเวมบลีย์
เสียงเชียร์กระหึ่มกึกก้อง!
บรีซเคยเป่านัดชิงแชมเปียนส์ลีกปี 2017 แต่ก็เคยมีชะตากรรมอัปยศโดนแบนในบอลโลก 2018 (คู่สวิตเซอร์แลนด์-เซอร์เบีย) เพราะไม่เป่าจุดโทษ... วันนี้ทั่วโลกจึงจับจ้องการทำหน้าที่ของเขาเป็นพิเศษ
โปรดติดตามตอนต่อไป จบตอน By. charcoal gray silver gold maya เพจ Ipe นิยายแปล ═❀═❀═❀═❀═❀═❀═