- หน้าแรก
- เกมเหนือมิติ ทะลวงบั๊กสยบเทพ
- บทที่ 302 - ภารกิจส่งของ เลือดเนื้อและเครื่องจักร
บทที่ 302 - ภารกิจส่งของ เลือดเนื้อและเครื่องจักร
บทที่ 302 - ภารกิจส่งของ เลือดเนื้อและเครื่องจักร
【เควสต์หลักปัจจุบัน: เดินทางไปยังกาแล็กซีจีฮั่ว ดาวหรูอิ๋ง เพื่อส่งเครื่องสังเวยให้กับเทพโบราณ ซัวเอ่อร์·เจียนั่วซือ】
"เธอว่า ... " จี้อี้ลูบหัวตัวเอง "เครื่องสังเวยที่ว่านี่คงไม่ได้หมายถึงพวกเราสองคนหรอกใช่ไหม"
คุณหนูแมวยิ้มอย่างมีเลศนัย "จะไม่งั้นได้ไงล่ะคะ คุณเล่นทำเอาสาวหูกระต่ายหน้าแตกต่อหน้าคนตั้งเยอะแยะ อย่าลืมสิว่ายัยนั่นเป็นหลานสาวของรองหัวหน้าแผนกบุคคลเลยนะคะ"
"เฮ้ย ไอ้พล็อตหยุมหยิมพวกนี้ไม่ต้องไปจำมันก็ได้มั้ง"
ตอนนี้จี้อี้เริ่มรู้สึกปวดหัวขึ้นมาตงิดๆ
ถ้าให้พูดถึงสถานะของลูกค้าเทพโบราณตนนี้ ถึงจี้อี้จะไม่ได้รู้ลึกรู้จริงอะไรมาก แต่ก็ถือว่าเคยรับมือด้วยอยู่บ่อยๆ
เริ่มตั้งแต่ตอนที่เข้าไปในดันเจี้ยนเรื่องเล่าสยองขวัญแล้วได้สัมผัสกับสสารหายนะเป็นครั้งแรก ลากยาวไปจนถึงการเสริมผนึกที่กระท่อมริมทะเลสาบ และสุดท้ายก็วิ่งไปถึงดาวจ้านหลานเพื่อฆ่าเทพโบราณ เคติค·นูม่า
เรียกได้ว่าเวลาส่วนใหญ่ในดันเจี้ยนของจี้อี้ ล้วนแต่ต้องเข้าไปพัวพันกับพวกเทพโบราณอยู่เสมอ เขารู้ซึ้งดีเลยว่าตัวตนพวกนั้นมันอันตรายขนาดไหน
จี้อี้ทุบหัวตัวเองด้วยสีหน้าหงุดหงิด "งานแบบนี้จำเป็นต้องให้คนไปทำด้วยเหรอไง บริษัทมีเทคโนโลยีล้ำหน้าซะขนาดนี้ ทำไมยังไม่เอา AI กับหุ่นยนต์มาทำงานแทนคนอีกล่ะ"
คุณหนูแมวชูนิ้วชี้ขึ้นมา "สงสัยเป็นเพราะ ... หุ่นยนต์มันแพงกว่าชีวิตคนล่ะมั้งคะ"
"สุดจัด"
นี่มันโลกบัดซบอะไรกันเนี่ย
ช่างเถอะ ลองพยายามทำเควสต์นี้ดูก่อนก็แล้วกัน ถ้าไม่ไหวจริงๆ จี้อี้ก็เป็นพวกที่รู้จักถอยเมื่อเจอทางตันอยู่แล้ว
เพราะระดับของบริษัทขนส่งด่วนหมื่นมิติมันเห็นได้ชัดว่าก้าวข้ามขอบเขตที่จี้อี้ควรจะเข้าไปข้องเกี่ยวในตอนนี้ไปไกลลิบ
ผู้เล่นคนอื่นยังตีสไลม์อยู่ในหมู่บ้านเริ่มต้นอยู่เลย แต่ตัวเองกลับต้องวิ่งออกนอกจักรวาลไปตีกับจอมมารเนี่ยนะ มันใช่เรื่องเหรอ
ต่อให้มันจะใช่ มันก็ควรจะมีความสามารถที่คู่ควรกันก่อนไหม
เอาเป็นว่าไปสืบหาข้อมูลเกี่ยวกับเควสต์นี้ดูก่อนก็แล้วกัน จะทำได้หรือไม่ได้ก็ต้องรอให้รู้รายละเอียดก่อนค่อยว่ากัน
เมื่อคิดได้ดังนั้น จี้อี้ก็พาคุณหนูแมวลงลิฟต์ตามป้ายบอกทางไปยังโกดังฝ่ายสนับสนุนชั้นใต้ดินที่ 12 เพื่อเบิกของใช้ที่จำเป็น
【ชื่อ: ชุดเครื่องแบบพนักงานส่งของฝึกหัดบริษัทขนส่งด่วนหมื่นมิติ】
【ประเภท: เครื่องแต่งกายพิเศษ】
【คุณภาพ: สมบูรณ์แบบ】
【เอฟเฟกต์: สามารถใช้เดินทางข้ามจักรวาลผ่านอุปกรณ์ที่สอดคล้องของบริษัทได้】
【สามารถนำออกจากดันเจี้ยนได้หรือไม่: ได้】
【หมายเหตุ: ไอเทมประเภทเดินทางข้ามจักรวาลที่มีข้อจำกัดมหาศาล เรียกได้ว่าถ้าออกห่างจากบริษัทไปแล้ว ของชิ้นนี้ก็ไร้ค่าไปเลย ในหมู่ไอเทมประเภทเดียวกันถือว่าห่วยแตกสิ้นดี】
【ชื่อ: หินส่งกลับหมื่นมิติ】
【ประเภท: ไอเทมสิ้นเปลือง】
【คุณภาพ: ชั้นเลิศ】
【เอฟเฟกต์: หลังจากใช้การเดินทางข้ามจักรวาลที่เกี่ยวข้องกับ "บริษัทขนส่งด่วนหมื่นมิติ" แล้ว สามารถกดใช้หินส่งกลับเพื่อเดินทางกลับมายังบริษัทได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด】
【สามารถนำออกจากดันเจี้ยนได้หรือไม่: ได้】
【หมายเหตุ: ไอเทมประเภทเดินทางข้ามมิติแบบใช้แล้วทิ้ง ราคาถูก ผลิตได้ทีละมากๆ เป็นพาหนะตัวเลือกแรกสำหรับบริษัทขนส่งข้ามดวงดาวส่วนใหญ่】
"ขนาดหนิวเหรินยังมีสกิลทะลุมิติหลากมิติเลย แต่พวกเรากลับเบิกได้แค่ของกากๆ พวกนี้เนี่ยนะ"
แต่ถึงอย่างนั้นจี้อี้ก็ถือว่าได้ชุดดีๆ มาใส่สักที ชุดยูนิฟอร์มสีฟ้าขาวนี่ก็ไม่ได้ดูแย่อะไร เขาเองก็แอบดีใจอยู่เหมือนกัน
"ต่อไปก็ ... " คุณหนูแมวมองดูใบส่งของในมือแล้วพูดขึ้น
"ต้องไปเบิกของที่โกดังศูนย์กระจายสินค้า หมายเลขพัสดุ 4781 ... "
ทั้งสองคนเริ่มออกปฏิบัติการทันที
ด้วยความช่วยเหลือจากดวงตาข้อมูล ต่อให้พื้นที่บริษัทจะกว้างใหญ่ไพศาลแค่ไหน พวกเขาก็สามารถหาทางไปได้ถูกจุดอย่างสบายๆ
ครึ่งชั่วโมงต่อมา
ณ โกดังหมายเลข 9 ศูนย์กระจายสินค้า
จี้อี้และคุณหนูแมวยืนอยู่หน้าประตู พวกเขาแจ้งหมายเลขพัสดุกับ AI ผู้ช่วยที่มาสอบถามข้อมูล จากนั้นก็ยืนรอรับของ
ผ่านไปครู่ใหญ่ ประตูด้านข้างของโกดังก็เปิดออกเสียงดังปัง ยักษ์ผิวสีน้ำเงินอมม่วงสูงเกือบสามเมตรเดินออกมาจากข้างใน
"พวกนายสองคน ... แน่ใจนะว่าเป็นหมายเลขนี้"
เขาก้มหน้าระดับสายตาลงมามองทั้งสองคน น้ำเสียงแฝงไปด้วยความกังขา "ไม่ได้ดูผิดไปใช่ไหม"
ยังไม่ทันที่อีกฝ่ายจะพูดจบ จี้อี้ก็เห็นข้อมูลเกี่ยวกับยักษ์สีน้ำเงินตัวนี้แล้ว
【ชื่อ: สือต้าจ้วง】
【ระดับ: A+】
【ความอันตราย: อันตรายระดับกลาง】
【คำอธิบาย: เดิมทีเขาเคยเป็นผู้บริหารระดับกลางของบริษัท แต่เนื่องจากพ่ายแพ้ในศึกชิงอำนาจระหว่างขั้วการเมือง จึงถูกหางเลขโดนลดขั้นมาเป็นผู้ดูแลโกดังหมายเลข 9 หลังจากนั้นก็หมดไฟที่จะเจริญก้าวหน้า ทำได้แค่ก้มหน้าก้มตาทำงานในส่วนของตัวเองไปวันๆ】
"ไม่ผิดหรอกครับ"
จี้อี้รับใบส่งของมาจากคุณหนูแมวแล้วยื่นให้สือต้าจ้วง
"ในบริษัทที่ใหญ่โตขนาดนี้ ต่อให้เจอเรื่องแปลกประหลาดแค่ไหนก็ไม่ใช่เรื่องแปลกหรอกครับ ... เหมือนกับเรื่องที่พี่เคยเจอนั่นแหละ"
เมื่อสือต้าจ้วงได้ยินดังนั้น มือที่กำลังจะยื่นไปรับใบส่งของกลางอากาศก็ชะงักไปทันที
"เด็กใหม่ นายเคยได้ยินเรื่องของฉันด้วยเหรอ"
จี้อี้ยิ้มบางๆ โดยไม่ได้ตอบไปตรงๆ "ไม่เห็นต้องไปสืบเลยครับ ในสถานที่ที่คนกินคนแบบนี้ ใครที่เป็นปลากระดี่ได้น้ำ หรือใครที่ต้องมาเสียเปรียบเพราะความซื่อสัตย์สุจริต แค่มองโหงวเฮ้งก็ดูออกแล้วล่ะครับ"
สือต้าจ้วงแค่นเสียงหึ จากนั้นก็รับใบส่งของไป "นายก็ฉลาดดีนี่ แต่เก่งขนาดนี้ทำไมเพิ่งเข้าบริษัทมาก็ไปขัดขาคนอื่นเข้าซะแล้วล่ะ แถมยังโดนเด้งมาทำงานที่ชีวิตไร้ค่าที่สุดอย่างพนักงานส่งของอีก"
เขาพูดพลางตรวจสอบใบส่งของอย่างละเอียด ซึ่งก็ไม่ได้มีอะไรผิดพลาดจริงๆ
จากนั้นสือต้าจ้วงก็ส่งสายตาเวทนามาให้ "ดูออกนะว่านายก็พอจะมีไหวพริบอยู่บ้าง แต่ ... ขอพูดตรงๆ เลยนะ ต่อให้นายจะทำภารกิจส่งของระดับนรกแตกนี้สำเร็จ สถานการณ์ของนายในบริษัทก็ไม่ได้ดีขึ้นหรอก มีแต่จะเจอโจทย์ยากๆ ตามมาอีกเป็นพรวน จนกว่านายจะตายนั่นแหละ ... ฉันขอแนะนำให้นายรีบลาออกไปซะดีกว่า อย่าทำอวดฉลาดไปหาเรื่องใส่ตัวเลย"
เมื่อได้ยินดังนั้น จี้อี้ก็ได้แต่ยิ้มขื่นในใจ
หึ เขาเองก็อยากจะหนีไปให้พ้นๆ เหมือนกันนั่นแหละ ใครจะอยากไปรนหาที่ตายล่ะ
แต่ไอ้เควสต์ระบบบัดซบนี่มันไม่ยอมให้ทำแบบนั้นน่ะสิ
"พี่ ... " จี้อี้แกล้งทำเป็นเหลือบมองป้ายชื่อของอีกฝ่าย "พี่สือครับ ผมเองก็มีความจำเป็นเหมือนกัน อย่างน้อยเควสต์นี้ ... ผมก็ต้องทำให้สำเร็จให้ได้ครับ"
จี้อี้พูดด้วยแววตาที่ค่อยๆ มุ่งมั่นขึ้น
"ผมไม่ได้ดูถูกวิถีชีวิตของคนอื่นหรอกนะครับ ผมรู้ดีว่าโลกนี้มันโหดร้าย ทุกคนล้วนไม่มีทางเลือก แต่เส้นทางของผมจะเดินต่อไปยังไงน่ะเหรอ ... ผมบอกได้แค่ว่า ชีวิตคนเรามันสั้นนัก จะลองเสี่ยงดูสักตั้งจะเป็นไรไป"
เมื่อสือต้าจ้วงได้ยิน แววตาของเขาก็หม่นหมองลงทันทีพลางตกอยู่ในภวังค์ความคิด
ส่วนจี้อี้พอเห็นสีหน้าของอีกฝ่าย ก็รู้ทันทีว่ากลยุทธ์คำพูดของตัวเองได้ผลแล้ว
เขาสามารถซื้อใจผู้ดูแลโกดังคนนี้มาได้สำเร็จ
ดวงตาข้อมูลไม่สามารถแสดงหลอดความประทับใจออกมาได้เหมือนระบบกาลาเกมหรอกนะ
แต่เพียงแค่อาศัยข้อมูลภูมิหลังและประสบการณ์ที่ผ่านมา จี้อี้ก็สามารถปะติดปะต่อเรื่องราว คาดเดานิสัยและความชอบของ NPC ได้อย่างแม่นยำ แถมยังรู้ความสัมพันธ์ของตัวละครด้วยว่าใครพอจะช่วยเขาได้ ใครที่เขาควรหลีกเลี่ยง แค่นี้ก็ถือว่าช่วยได้มากแล้ว
"นายพูดถูก เป็นฉันเองที่ใจแคบไปหน่อย ... "
สือต้าจ้วงหันหลังเดินกลับเข้าไปในโกดัง "เข้ามาคุยข้างในเถอะ ของก็อยู่ข้างในด้วย อีกอย่าง ... มีบางเรื่องที่ไม่สะดวกจะคุยข้างนอกน่ะ"
จี้อี้เดินตามเข้าไป พลางแอบชูสองนิ้วให้คุณหนูแมวจากด้านหลัง
ดูท่าทางข้อมูลเกี่ยวกับเควสต์นี้คงจะมีความหวังแล้วล่ะ
ภายในห้อง ชั้นวางของขนาดมหึมาเต็มไปด้วยสิ่งของละลานตา
ถึงแม้ส่วนใหญ่จะถูกบรรจุอยู่ในกล่อง แต่จี้อี้มีดวงตาข้อมูล ส่วนคุณหนูแมวก็มีเนตรผี ทำให้สามารถมองทะลุเห็นได้ว่าของพวกนี้ถูกจัดเรียงตามมูลค่าอย่างเป็นระเบียบ
'ให้ตายสิ ... ถ้าปล้นของในโกดังนี้ไปได้หมด ชาตินี้ฉันคงรวยเละไปแล้ว'
แต่น่าเสียดายที่ปล้นไม่ได้
พื้นที่ช่องเก็บของไม่พอจุนั้นก็เรื่องหนึ่ง แต่ของที่มีมูลค่าสูงจริงๆ ส่วนใหญ่ก็มักจะมีป้ายกำกับไว้ว่าห้ามนำออกจากดันเจี้ยนทั้งนั้น
แถมยังมีของเว่อร์วังบางชิ้นที่แค่กล่องบรรจุภัณฑ์ก็เป็นถึงคุณภาพระดับตำนานแล้ว ของข้างในไม่ต้องพูดถึงเลยว่าจะล้ำค่าขนาดไหน
ทั้งสองคนเก็บอาการและทำหน้าตายสนิท ไม่ได้ทำตัวตื่นเต้นเหมือนพวกบ้านนอกเข้ากรุง
สือต้าจ้วงเองก็แอบสังเกตปฏิกิริยาของจี้อี้กับคุณหนูแมวอยู่เงียบๆ ใบหน้าของเขาปรากฏแววชื่นชมออกมาให้เห็นลางๆ
หลังจากเดินทะลุชั้นวางของมาหลายชั้น ทั้งสามคนก็มาถึงชั้นวางของแถวสุดท้าย
สือต้าจ้วงเอื้อมมือไปหยิบกล่องสีดำขนาดเท่ากระเป๋าเดินทางลงมาจากชั้นวางโดยแทบไม่ต้องมอง
สำหรับเขาแล้ว ของชิ้นนี้ก็ใหญ่กว่าฝ่ามือแค่ไม่เท่าไหร่ แต่ตอนที่เขาถือเอาไว้กลับดูหนักอึ้ง ถึงขั้นทำให้สือต้าจ้วงเสียการทรงตัวจนต้องเอียงตัวเพื่อรักษาสมดุล
"ถึงพวกนายจะรับของแล้วเดินออกไปเลยตอนนี้ก็ได้นะ" สือต้าจ้วงพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "แต่ฉันคิดว่าพวกนายควรจะฟังฉันสักสองสามประโยค เกี่ยวกับภารกิจส่งของครั้งนี้"
จี้อี้จ้องมองกล่องดำในมือของสือต้าจ้วงอยู่พักใหญ่ ก่อนจะพยักหน้าตอบรับ "รบกวนพี่สือช่วยชี้แนะด้วยครับ"
มาถึงขั้นนี้ เขาก็ตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าจะต้องทำเควสต์นี้ให้สำเร็จ
นั่นเป็นเพราะดวงตาข้อมูลได้แสดงข้อมูลที่สำคัญและละเอียดกว่าเดิมออกมาให้เห็น
【ชื่อ: อุปกรณ์จักรกลสารพัดรูปแบบรุ่น 001】
【ประเภท: ไอเทม】
【คุณภาพ: เทพเจ้า】
【เอฟเฟกต์: เปลี่ยนแปลงไปตามใจคิด เคลื่อนไหวไปตามใจสั่ง】
【สามารถนำออกจากดันเจี้ยนได้หรือไม่: ไม่ได้】
【หมายเหตุ: กรุณาให้พนักงานส่งของนำพัสดุชิ้นนี้ไปส่งยังกาแล็กซีจีฮั่ว ดาวหรูอิ๋ง เพื่อส่งมอบให้กับเทพโบราณ ซัวเอ่อร์·เจียนั่วซือ】
【หึหึ ข้อมูลแค่นี้มันยังห่างไกลจากขีดจำกัดของฉันอีกเยอะ โปรดดูสไลด์ต่อไปได้เลย】
ดวงตาข้อมูลเด้งหน้าต่างข้อมูลเพิ่มเติมขึ้นมาอีก
【อุปกรณ์จักรกลสารพัดรูปแบบรุ่น 001 เป็นกล่องสีดำขนาด 403065 เซนติเมตร ภายนอกไม่มีรอยเชื่อมหรือรอยประกอบใดๆ น้ำหนักประมาณ 1.4 ตัน】
【สิ่งของชิ้นนี้ผลิตขึ้นจากกาแล็กซีจีฮั่ว ดาวจักรกลไท่เก๋อ เป็นหนึ่งในผลผลิตจากอารยธรรมเทคโนโลยีขั้นสูง】
【สิ่งของชิ้นนี้สามารถเปลี่ยนรูปร่างเป็นหุ่นยนต์รบได้ตามความนึกคิดของผู้ใช้ และยังสามารถเปลี่ยนเป็นเครื่องมือหรืออาวุธต่างๆ ได้มากถึง 91,578 รูปแบบ】
คำอธิบายนี้ทำให้เห็นถึงฟังก์ชันการใช้งานอย่างชัดเจน ของชิ้นนี้เป็นของดีจริงๆ น่าเสียดายที่เอามาเป็นของตัวเองไม่ได้
แต่เมื่อเทียบกับข้อมูลในบรรทัดต่อมา สรรพคุณของของชิ้นนี้ก็แทบจะไร้ความหมายไปเลย
【ผู้ส่งพัสดุชิ้นนี้คือ พีอัน】
【ถึงแม้ตอนนี้พีอันจะยังไม่ตาย แต่ไม่ต้องห่วง เขาจะยังไม่ออกมาป่วนโลกในเร็วๆ นี้หรอก ตามข้อมูลการส่งพัสดุระบุว่า สิ่งของชิ้นนี้ถูกส่งมาตั้งแต่ครึ่งปีที่แล้ว แต่ก็ไม่มีใครยอมไปส่งให้สักที ทำให้มันตกค้างมาจนถึงทุกวันนี้】
พีอัน เทพโบราณ ...
ข้อมูลสองอย่างนี้มารวมกัน ก็มีน้ำหนักมากพอที่จะทำให้จี้อี้ต้องลงพื้นที่ไปตรวจสอบด้วยตัวเองแล้ว
สือต้าจ้วงเริ่มอธิบาย "ก่อนอื่นบอกฉันมาสิ พวกนายรู้เรื่องเกี่ยวกับดาวหรูอิ๋ง แล้วก็ซัวเอ่อร์·เจียนั่วซือมากแค่ไหน"
คุณหนูแมวส่ายหัว "พวกเราไม่รู้อะไรเลยค่ะ"
"อย่างนั้นหรอกเหรอ ... ก็ได้ ฉันจะเล่าตั้งแต่ต้นเลยละกัน"
สือต้าจ้วงถอนหายใจออกมา จากนั้นก็ทำหน้าจริงจัง "เทพโบราณ ซัวเอ่อร์·เจียนั่วซือ เป็นตัวตนขนาดยักษ์ที่มีรูปร่างเกิดจากการผสมผสานระหว่างเครื่องจักรกับก้อนเนื้อเน่าเปื่อย มันยึดครองดาวหรูอิ๋งเอาไว้"
"เดิมทีดาวหรูอิ๋งเป็นดวงดาวที่มีอารยธรรมเครื่องจักรกลเจริญรุ่งเรืองมาก แต่หลังจากถูกเทพโบราณ ซัวเอ่อร์·เจียนั่วซือ ยึดครอง สิ่งมีชีวิตบนดาวก็ถูกทำลายล้างไปถึง 99.99% ตอนนี้สิ่งที่หลงเหลืออยู่บนดาวส่วนใหญ่ก็คือพวกสัตว์ประหลาดเครื่องจักรกลกลายพันธุ์ที่เดินเพ่นพ่านอยู่บนพื้นผิว ... พวกมันแข็งแกร่งและมีจำนวนมหาศาล พนักงานส่งของธรรมดาๆ ขืนไปเหยียบดาวดวงนั้น ยังไม่ทันส่งของถึงมือก็คงโดนฆ่าตายซะก่อน"
เครื่องจักรกับเทพโบราณ ดูจะเป็นการผสมผสานที่แปลกประหลาดอยู่เหมือนกัน ...
สิ่งมีชีวิตที่แสนจะดึกดำบรรพ์และป่าเถื่อน ดันไปผูกมัดกับเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยกว่า ... ไม่สิ ใครจะไปพิสูจน์ได้ล่ะว่าเทคโนโลยีและเครื่องจักรมันมีแค่ในอารยธรรมมนุษย์ยุคปัจจุบันเท่านั้น
บางทีในยุคโบราณของจักรวาล เครื่องจักรอาจจะถือกำเนิดขึ้นมาก่อนอารยธรรมมนุษย์ซะอีกก็เป็นได้
ระหว่างที่จี้อี้กำลังครุ่นคิด คุณหนูแมวก็เอ่ยถามขึ้นมาได้ถูกจังหวะพอดี "ความยากมันไม่น่าจะอยู่ที่ตรงนั้นใช่ไหมคะ"
สือต้าจ้วงชำเลืองมองเธอ "ฉลาดมาก ถ้ามีแค่นั้น พัสดุคงไม่ตกค้างมานานครึ่งปีหรอก ... ปัญหามันไม่ได้อยู่ที่พวกสัตว์ประหลาดเครื่องจักรกลบนดาว แต่อยู่ที่เทพโบราณ ซัวเอ่อร์·เจียนั่วซือ ต่างหาก เจ้านั่นมันยังมีชีวิตอยู่ แถมยังเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีสติปัญญาซะด้วย"
"มันไม่เหมือนกับเทพโบราณองค์อื่นๆ ที่อธิบายไม่ได้และเกินกว่าจะทำความเข้าใจ ซัวเอ่อร์·เจียนั่วซือ มีสติปัญญาที่ใกล้เคียงกับแนวคิดของมนุษย์มากที่สุด"
"แต่นั่นก็เป็นแค่เปลือกนอกเท่านั้น อันที่จริงมันก็ไม่ได้ต่างอะไรกับเทพโบราณองค์อื่นๆ เลย สติปัญญาที่ว่านั่นก็เป็นแค่ 'จิตสำนึก AI เลียนแบบสิ่งมีชีวิต' ที่สร้างขึ้นจากชิ้นส่วนเครื่องจักรของมัน เป็นเพียงสื่อกลางที่ใช้เพื่อให้สิ่งมีชีวิตอื่นทำความเข้าใจมันได้ ... โทษที ฉันอาจจะอธิบายซับซ้อนวนไปวนมา เอาเป็นว่าฉันจะสรุปสั้นๆ ให้ฟังก็แล้วกัน"
"ซัวเอ่อร์·เจียนั่วซือ จะปนเปื้อนสิ่งมีชีวิตทุกชนิดที่เข้าใกล้ให้กลายพันธุ์เป็นสัตว์ประหลาดเครื่องจักรกล ไม่ว่าพนักงานส่งของจะเก่งกาจแค่ไหน ถ้าขึ้นไปบนนั้นก็เท่ากับไปรนหาที่ตายเปล่าๆ"
ประโยคนี้ไม่ได้พูดเกินจริงเลย ถึงแม้บริษัทขนส่งด่วนหมื่นมิติจะเต็มไปด้วยยอดฝีมือ แต่พนักงานส่งของระดับ S ก็ยังมีจำนวนน้อยมาก
ส่วนระดับ SS น่ะเหรอ ก็มีแหละ แต่ก็ต้านทานพลังของเทพโบราณไม่ไหวอยู่ดี
แม้กระทั่งระดับ SSS ก็ยังต้องตกอยู่ในอันตราย นับประสาอะไรกับคนที่เก่งระดับนั้นจะลดตัวมาเป็นพนักงานส่งของต๊อกต๋อยทำไม ไปเป็นกัปตันหน่วยรักษาความปลอดภัยไม่ดีกว่าเหรอ
"ทางบริษัทได้แจ้งให้ผู้ส่งทราบถึงความยากของภารกิจนี้แล้ว แต่อีกฝ่ายก็ยืนกรานที่จะไม่เปิดออเดอร์ใหม่ หรืออัปเกรดระดับการจัดส่ง เรื่องนี้ก็เลยถูกปล่อยทิ้งค้างเอาไว้แบบนี้ ผู้ส่งบอกว่าเขากำลังรอผู้มีวาสนาอยู่น่ะ"
ผู้มีวาสนางั้นเหรอ
ฟังแค่นี้ก็รู้แล้วว่าพีอันไม่ได้มาดีแน่ๆ
หรือว่าหมอนั่นจะคำนวณเอาไว้ล่วงหน้าแล้วว่าสักวันหนึ่งเขาจะต้องมาที่นี่ หรือว่าแค่วางแผนสุ่มดักควายผู้เล่นสักคนเล่นๆ กันแน่
ไอ้หมอนั่นทำอะไรต้องมีจุดประสงค์แอบแฝงอยู่แล้ว ไม่มีทางเป็นเรื่องดีแน่
เรื่องจริงจะเป็นยังไง ก็คงต้องเอาตัวเข้าไปเสี่ยงถึงจะรู้
เขาค่อยๆ เอ่ยปากขึ้นมา "ถ้าเป็นไปตามที่พี่สือบอก ฟังดูก็เหมือนจะเป็นภารกิจที่เป็นไปไม่ได้เลยนะครับ ... "
จี้อี้พูดต่อ "แต่ที่พี่เล่ามาทั้งหมด คงไม่ได้อยากให้ผมถอดใจหรอกใช่ไหมครับ ผมจำได้ว่าพี่สือเพิ่งจะพูดถึง ... สิ่งมีชีวิตที่ถูกทำลายล้างไป 99.99% แล้วไอ้หนึ่งในหมื่นที่เหลือล่ะครับมันคืออะไร"
"นายฉลาดมากจริงๆ"
ดูเหมือนจะถือกล่องดำจนเมื่อย สือต้าจ้วงจึงวางมันลงบนพื้น เกิดเสียงดังกึกก้องหนักแน่น
"แถมยังมาหาถูกคนด้วยสิ ฉันพอจะมีวิธีที่อาจจะทำให้นายรอดชีวิตกลับมาได้อยู่บ้าง แต่ก็แค่ 'อาจจะ' นะ จะรอดหรือไม่รอดก็ขึ้นอยู่กับตัวนายเองแล้วล่ะ"
พูดจบ ยักษ์สูงสามเมตรก็ย่อตัวลงมานั่งยองๆ ทำให้ตอนนี้ความสูงของหัวเขาอยู่ในระดับเดียวกับจี้อี้พอดี
"พูดตามตรงนะ ฉันถูกชะตากับนายมาก ดังนั้น ... เรื่องที่ฉันกำลังจะบอกต่อไปนี้ อาจจะไปล่วงเกินคนบางกลุ่มในบริษัทได้ ถ้านายรอดชีวิตกลับมาได้ ก็เท่ากับว่าฉันเอาตัวเองไปผูกติดกับพวกนายแล้ว"
จี้อี้เข้าใจดีและรับรู้ได้ถึงความหนักแน่นในน้ำเสียง "ขอบคุณพี่สือที่เห็นคุณค่าในตัวผมครับ ถ้าการช่วยเหลือผมจะนำพาความเสี่ยงมาให้พี่ ผมก็ยินดีจะร่วมเป็นร่วมตายและช่วยเหลือพี่อย่างสุดความสามารถครับ"
สือต้าจ้วงพยักหน้าอย่างพึงพอใจ "ดี งั้นฉันจะบอกให้รู้ว่า โอกาสรอดเพียงหนึ่งเดียวในภารกิจส่งของครั้งนี้อยู่ที่ไหน"