- หน้าแรก
- แหวนระบบสยบซอมบี้
- บทที่ 24 - บุกโซน D ลำพัง
บทที่ 24 - บุกโซน D ลำพัง
บทที่ 24 - บุกโซน D ลำพัง
บทที่ 24 - บุกโซน D ลำพัง
"ถ้าที่มันพูดเป็นเรื่องจริง งั้นการที่เราจะไปโซน D ก็อันตรายมากเลยสิ!" หวังเจี้ยนเหว่ยถอนหายใจเฮือกใหญ่
"ในสถานการณ์เมื่อกี้ มันไม่มีความกล้าพอที่จะโกหกหรอก" หลินฝานหรี่ตาลง ก่อนจะหันไปถามเจียงหยวนเจิ้ง "นายพอจะรู้ไหมว่าที่โซน D มีปืนเก็บไว้ประมาณกี่กระบอก?"
"เยอะพอสมควรเลย นอกจากปืนพกแล้ว ก็มีปืนกลมือกับปืนไรเฟิลซุ่มยิงด้วย ที่สำคัญคือ กระสุนสำรองไว้เยอะมาก" เจียงหยวนเจิ้งตอบอย่างจริงจัง
เรือนจำแห่งนี้ถือเป็นเรือนจำ 'ระดับความมั่นคงสูง' ของเมืองเจียงหนานและของมณฑล การสำรองอาวุธยุทโธปกรณ์เหล่านี้ไว้ก็เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ฉุกเฉิน
เมื่อเทียบปืนพกกับปืนกลมือแล้ว สิ่งที่หลินฝานให้ความสนใจมากกว่าก็คือปืนไรเฟิลซุ่มยิง
แม้ปืนไรเฟิลซุ่มยิงจะไม่เหมาะกับการสาดกระสุนปูพรม แต่ความแม่นยำและอานุภาพการทำลายล้างนั้นเหนือชั้นกว่ามาก เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการปลิดชีพซอมบี้วิวัฒนาการ
เมื่อคลื่นซอมบี้มาเยือน การซ่อนตัวอยู่ในเรือนจำถือว่าค่อนข้างปลอดภัย ในระหว่างที่หลบซ่อน ก็สามารถคอยสังเกตการณ์ว่ามีซอมบี้วิวัฒนาการปรากฏตัวขึ้นหรือไม่ หรือมีซอมบี้ตัวไหนที่สกัดคุณสมบัติออกมาได้ไหม
เมื่อเป็นเช่นนั้น ก็สามารถใช้ปืนไรเฟิลซุ่มยิงเด็ดหัวพวกมันได้ พอคลื่นซอมบี้ผ่านพ้นไป ค่อยออกไปเก็บเกี่ยวคุณสมบัติก็ยังไม่สาย
"หลินฝาน ตอนนี้ฝ่ายนั้นมีคนเยอะกว่า แถมทุกคนยังมีปืน แล้วก็เป็นพวกเดนตายทั้งนั้น ถ้าเราไปปะทะกับพวกมัน พวกเราจะเสียเปรียบเต็มประตูเลยนะ" เจียงหยวนเจิ้งขมวดคิ้วท้วง
"นั่นสิเสี่ยวฝาน หรือว่าเราจะล้มเลิกความคิดที่จะไปโซน D ดี ตอนนี้เสบียงและน้ำของเราก็มีพร้อม ขลุกอยู่ที่โซน A ก็น่าจะพอให้เรารอดจากคลื่นซอมบี้ได้แล้วนะ" หวังเจี้ยนเหว่ยเสริม
ไม่ใช่ว่าพวกเขากลัวตาย แต่รู้สึกว่าไม่มีความจำเป็นต้องไปเสี่ยงแย่งชิงกับพวกโซน D ต่างหาก
"เรื่องโซน D ฉันจัดการเองคนเดียวก็พอ" หลินฝานยิ้มบางๆ
"นายคนเดียวเนี่ยนะ?" พวกหวังเจี้ยนเหว่ยประสานเสียงตกใจ
"ใช่" หลินฝานพยักหน้า "เมื่อกี้ฉันลองนับดูแล้ว กระสุนในปืนพกพวกนี้รวมกันมีสามสิบกว่านัด พอที่จะเก็บกวาดพวกโซน D ได้สบายๆ"
"หลินฝาน ถึงพวกเราจะรู้ว่านายเก่งมากก็เถอะ แต่การบุกเดี่ยวไปลุยกับพวกมันเนี่ย มันเสี่ยงเกินไปแล้วนะ ลองมาวางแผนกันใหม่ดีกว่าไหม" มู่หรงเสวี่ยขมวดคิ้วเรียวคัดค้าน
"ไม่ต้องหรอก ฉันรู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่" รอยยิ้มยังคงประดับบนใบหน้าของหลินฝาน "มีกระสุนพวกนี้อยู่ พวกมันไม่รอดหรอก"
มู่หรงเสวี่ยอยากจะเกลี้ยกล่อมต่อ แต่ไม่รู้ทำไม พอเห็นท่าทีมั่นใจของหลินฝาน เธอก็รู้สึกได้ว่าเขาไม่ได้พูดเล่น แต่มีความมั่นใจเต็มเปี่ยมจริงๆ
"ไปเลย! ไปตายห่าที่นั่นซะได้ก็ดี!" โจวจุนแช่งชักหักกระดูกอยู่ในใจ
ในกลุ่มนี้ คนที่มันเกลียดขี้หน้าที่สุดก็คือหลินฝาน มันภาวนาให้หลินฝานตายโหงไปซะให้พ้นๆ
"ปืนกระบอกนี้คืนให้นาย ส่วนเรื่องกระสุน เดี๋ยวฉันยึดโซน D ได้เมื่อไหร่ นายอยากจะเติมเท่าไหร่ก็เชิญตามสบายเลย" หลินฝานไม่เปลี่ยนใจแน่ เขาเดินไปหาเจียงหยวนเจิ้งแล้วส่งปืนพกคืนให้
เจียงหยวนเจิ้งรับปืนมา สูดหายใจลึก "ให้ผมไปกับคุณด้วยดีไหม?"
"ขอบใจในความหวังดีนะ แต่ฉันไปคนเดียวน่าจะคล่องตัวกว่า" หลินฝานตบไหล่เจียงหยวนเจิ้งเบาๆ "ช่วงเวลาต่อจากนี้ พวกนายก็พักผ่อนอยู่ที่นี่กันไปก่อน รอให้คลื่นซอมบี้ผ่านไปแล้วค่อยมาว่ากันอีกที"
พูดจบ หลินฝานก็เดินกลับไปนั่งหลับตาพักผ่อนที่โซฟา
เขาตั้งใจจะลงมือที่โซน D ในช่วงกลางคืน
เพราะเวลากลางคืน โดยเฉพาะยามดึกสงัด คือช่วงเวลาที่มนุษย์จะระมัดระวังตัวน้อยที่สุด ต่อให้เฉินเทียนหลงจะจัดเวรยามไว้ พวกมันก็ต้องมีอาการง่วงเหงาหาวนอนและเผลอไผลกันบ้าง
เวลาล่วงเลยไปอย่างรวดเร็ว ไม่กี่ชั่วโมงก็ผ่านไป
จนกระทั่งตกดึก หลินฝานจึงลุกขึ้นจากโซฟา
"นายจะไปคนเดียวจริงๆ เหรอ?" มู่หรงเสวี่ยเดินเข้ามาหา
"ไม่ต้องห่วง ฉันมั่นใจเต็มร้อย พวกเธอรอฟังข่าวดีอยู่ที่นี่ก็แล้วกัน" หลินฝานยิ้มรับ
"โอเค งั้นก็ระวังตัวด้วยนะ" มู่หรงเสวี่ยพยักหน้า แม้จะเพิ่งรู้จักกันไม่ถึงสองวัน แต่เธอก็พอจะเดานิสัยของเขาออก เธอเชื่อมั่นว่าเขาจะต้องกลับมาอย่างปลอดภัยแน่นอน
หวังเจี้ยนเหว่ยและคนอื่นๆ ก็ช่วยกันกำชับอีกสองสามประโยค ก่อนที่หลินฝานจะพกปืน กริช และขวานออกจากสำนักงานไป
ก่อนหน้านี้เขาได้สอบถามโครงสร้างของโซน D จากเจียงหยวนเจิ้งไว้หมดแล้ว เจียงหยวนเจิ้งถึงกับวาดแผนผังให้ดูด้วย และเส้นทางจากโซน A ไปยังโซน D ก็สามารถใช้ทางเดินใต้ดินได้เช่นกัน
เนื่องจากซอมบี้ในโซน A ถูกจัดการไปหมดแล้ว หลินฝานจึงลงมาถึงทางเดินใต้ดินได้อย่างรวดเร็ว
ภายในทางเดินแห่งนี้ มีซอมบี้บางส่วนที่เดินเตร็ดเตร่มาจากฝั่งโซน D พอพวกมันได้ยินเสียงความเคลื่อนไหว ก็อ้าปากหวังจะขย้ำหลินฝาน
ฉับ! ฉับ!
ขวานในมือหลินฝานตวัดฉับไว จัดการซอมบี้พวกนั้นได้อย่างง่ายดาย
ซอมบี้ธรรมดาพวกนี้ ในยามที่มีจำนวนไม่มาก ก็ไม่อาจสร้างภัยคุกคามใดๆ ให้กับหลินฝานได้อีกต่อไป
เมื่อเดินพ้นทางเดินใต้ดิน หลินฝานก็ก้าวเข้าสู่เขตของโซน D อย่างเป็นทางการ
พื้นที่ของโซน D มีขนาดพอๆ กับโซน A นอกจากชั้นใต้ดินแล้ว ทั้งสองชั้นล้วนเป็นพื้นที่คุมขังนักโทษทั้งสิ้น ยกเว้นแค่บริเวณริมขวาสุดของชั้นสองเท่านั้นที่เป็นห้องพักชั่วคราวของผู้คุมและห้องเก็บของพิเศษ
และห้องเก็บของพิเศษที่ว่านั่นแหละ คือห้องเก็บอาวุธปืนของเรือนจำ
แม้ห้องเก็บปืนจะตั้งอยู่ในโซน D แต่ในความเป็นจริงแล้ว ที่นั่นคือสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุด
ไม่เพียงแต่ประตูจะล็อคด้วยระบบความปลอดภัยขั้นสูง แต่ยังมีผู้คุมถือปืนกลมือคอยยืนยามสลับสับเปลี่ยนกันตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง
หากไม่ใช่เพราะวันสิ้นโลกมาเยือน พวกเฉินเทียนหลงคงไม่มีทางได้เข้าใกล้ที่นั่นเลยแม้แต่น้อย
หลินฝานเดินขึ้นบันไดมายังชั้นหนึ่ง เขากวาดสายตามองไปรอบๆ ซอมบี้ที่เดินเพ่นพ่านอยู่มีไม่เยอะเท่าไหร่ และยังมีซอมบี้อีกจำนวนหนึ่งที่ติดเชื้อแล้วกลายร่างอยู่ในห้องขัง ไม่มีโอกาสได้ออกมารับแสงตะวันด้วยซ้ำ
แน่นอนว่า สาเหตุสำคัญที่สุดเป็นเพราะซอมบี้ส่วนใหญ่ถูกพวกของเฉินเทียนหลงกวาดล้างไปหมดแล้ว ซากศพนอนตายเกลื่อนกลาดระเกะระกะเต็มพื้น
หลินฝานไม่อยากเสียเวลาไปยุ่งกับซอมบี้พวกนั้น เขาตั้งใจจะขึ้นไปยังชั้นสอง แต่เดินไปได้เพียงสองก้าวก็ต้องหยุดชะงัก
ประสาทสัมผัสอันเฉียบคมทำให้เขารับรู้ถึงความเคลื่อนไหวบริเวณด้านบนของบันได เมื่อเงี่ยหูฟังดีๆ ก็ได้ยินเสียงลมหายใจแผ่วเบาเล็ดลอดมา
แถมไม่ได้มีแค่คนเดียว แต่มีถึงสองคน
ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าสองคนนี้น่าจะเป็นลูกน้องที่ถูกส่งมายืนยามที่บันได
ถ้าขืนพรวดพราดขึ้นไป มีหวังโดนพวกมันจับได้แน่ และถ้าเกิดการยิงปะทะกัน เสียงปืนก็จะไปปลุกพวกของเฉินเทียนหลงให้ตื่น
ในเวลาแบบนี้ หลินฝานยังไม่อยากแหวกหญ้าให้งูตื่น
"ลองดูซิว่าไอ้สองตัวนี้จะลงมาไหม" หลินฝานกลอกตาไปมา แผนการหนึ่งผุดขึ้นในหัว
เขากวาดสายตามองไปที่พื้น เห็นเศษของชิ้นเล็กๆ ตกอยู่ จึงเดินเข้าไปเตะเบาๆ ให้เกิดเสียงดังแกรก
เสียงนั้นดึงดูดความสนใจของซอมบี้ได้บ้าง แต่ก็ไม่ได้กระโตกกระตากอะไร มีเพียงซอมบี้ที่อยู่ใกล้ๆ ไม่กี่ตัวค่อยๆ เดินเตาะแตะเข้ามา
"เหมือนได้ยินเสียงอะไรมาจากข้างล่าง ลงไปดูหน่อยไหมวะ?"
"ไปสิ ลงไปดูกัน เกิดมีอะไรผิดปกติขึ้นมา แล้วลูกพี่หลงเอาเรื่อง พวกเราจะซวยเอานะเว้ย"
หลินฝานได้ยินเสียงสองคนนั้นคุยกัน
จากนั้นฟังจากเสียงฝีเท้า ก็รู้ได้ทันทีว่าพวกมันกำลังเดินลงมาจากชั้นสอง
(จบแล้ว)