- หน้าแรก
- แหวนระบบสยบซอมบี้
- บทที่ 12 - ศักยภาพมหาศาล
บทที่ 12 - ศักยภาพมหาศาล
บทที่ 12 - ศักยภาพมหาศาล
บทที่ 12 - ศักยภาพมหาศาล
ชื่อของมู่หรงเสวี่ย นักศึกษามหาวิทยาลัยเจียงหนานสามารถพูดได้ว่าไม่มีใครไม่รู้จัก ไม่มีใครไม่เคยได้ยิน
มหาวิทยาลัยเจียงหนานมีดาวเด่นอยู่สี่คน มู่หรงเสวี่ยคืออันดับหนึ่งอย่างไร้ข้อกังขา ชายหนุ่มที่ตามจีบเธอมีนับไม่ถ้วน แต่กลับไม่มีใครสามารถเด็ดดอกกุหลาบแสนเย่อหยิ่งดอกนี้ไปครอบครองได้สำเร็จ
มู่หรงเสวี่ยไม่ค่อยคลุกคลีกับเพื่อนร่วมชั้นเท่าไหร่นัก ภูมิหลังของเธอเป็นปริศนา หลายคนที่อยากจะสืบข้อมูลของเธอก็ไม่รู้จะเริ่มต้นจากตรงไหน
ตอนที่โจวจุนเห็นมู่หรงเสวี่ย ดวงตาของเขาก็เบิกกว้างจ้องตาไม่กะพริบ เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะมีผู้หญิงที่งดงามขนาดนี้อยู่บนโลก ก่อนหน้านี้เขาคิดว่าหลิวยวิ่นนั้นสวยมากแล้ว
แต่ตอนนี้ ถ้าเอาหลิวยวิ่นกับมู่หรงเสวี่ยมาเปรียบเทียบกัน หลิวยวิ่นคงโดนทิ้งห่างไม่เห็นฝุ่น
เมื่อหลิวยวิ่นต้องเผชิญหน้ากับความงามและรูปร่างของมู่หรงเสวี่ย แม้ว่าภายในใจของเธอจะเป็นผู้หญิงที่หยิ่งยโส แต่ก็ยังรู้สึกพ่ายแพ้อย่างยับเยิน
ไม่ใช่ว่าเธอไม่สวย แต่เป็นเพราะมู่หรงเสวี่ยสวยเกินไปต่างหาก
สายตาของหลินฝานเองก็มองไปยังมู่หรงเสวี่ยและมู่หรงซานเช่นกัน ทว่าเขาไม่ได้ชื่นชมความงามของสองพี่น้อง แต่เขากำลังอ่านข้อมูลของพวกเธอผ่านแหวนต่างหาก
เผ่าพันธุ์: มนุษย์
พละกำลัง: 2
ความเร็ว: 2
การตอบสนอง: 2
ปัจจัยกลายพันธุ์: มี
สถานะการวิวัฒนาการ: ยังไม่วิวัฒนาการ
นี่คือข้อมูลของมู่หรงเสวี่ย
เผ่าพันธุ์: มนุษย์
พละกำลัง: 2
ความเร็ว: 2
การตอบสนอง: 2
ปัจจัยกลายพันธุ์: ไม่มี
พลังพิเศษแฝงเร้น: มี
และนี่คือข้อมูลของมู่หรงซาน
เมื่อเห็นข้อมูลที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอโปร่งแสง หลินฝานก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาเล็กน้อย
นี่เพิ่งจะเป็นช่วงเริ่มต้นของวันสิ้นโลก มีน้อยคนนักที่จะรู้วิธีสกัดปัจจัยกลายพันธุ์จากสัตว์เหมือนกับเขา
นั่นหมายความว่า ร่างกายของมู่หรงเสวี่ยมีปัจจัยกลายพันธุ์อยู่ตั้งแต่ต้น เธอคือสิ่งที่เรียกว่าผู้วิวัฒนาการแต่กำเนิดนั่นเอง เพียงแต่ตอนนี้ยังไม่ได้เริ่มวิวัฒนาการ
เมื่อการวิวัฒนาการเริ่มต้นขึ้น ความเร็วในการเพิ่มระดับความแข็งแกร่งนั้นไม่ช้าอย่างแน่นอน
ส่วนมู่หรงซานนั้นพิเศษยิ่งกว่า
แม้ว่าร่างกายจะไม่มีปัจจัยกลายพันธุ์ ไม่ใช่ผู้วิวัฒนาการแต่กำเนิด แต่เธอกลับมีพลังพิเศษแฝงเร้นอยู่
ต้องรู้ไว้ว่า ในบรรดาผู้วิวัฒนาการหนึ่งพันคน ถึงจะมีโอกาสปรากฏผู้มีพลังพิเศษขึ้นมาเพียงหนึ่งคนเท่านั้น
มู่หรงซานมีพลังพิเศษแฝงเร้น ขอเพียงเธอวิวัฒนาการ พลังพิเศษก็จะถูกปลุกให้ตื่นขึ้น ถึงตอนนั้นเธออาจจะแข็งแกร่งกว่าพวกเขาเสียอีก
ในชั่วพริบตานั้น ภายในใจของหลินฝานก็เกิดความคิดที่จะดึงตัวสองพี่น้องนี้มาเป็นพวก
การจะมีชีวิตรอดในวันสิ้นโลกให้ดียิ่งขึ้น กระทั่งกลายเป็นผู้กำหนดกฎเกณฑ์ ลำพังแค่ตัวเขาคนเดียวย่อมไม่พอ
ความสามารถของคนคนเดียวนั้นมีขีดจำกัด จำเป็นต้องมีกองกำลังขนาดใหญ่คอยสนับสนุน
ในเมื่อได้กลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้ง ชาตินี้ต้องใช้ชีวิตให้ยอดเยี่ยมกว่าใครทั้งหมด!
"พวกนายมาทำอะไรที่บ้านฉัน?" มู่หรงเสวี่ยชำเลืองมองพวกหลินฝานทั้งสี่คนแล้วถามด้วยความสงสัย
"นี่บ้านเธอเหรอ?" หวังเจี้ยนเหว่ยผงะไปครู่หนึ่ง อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ มิน่าล่ะ ภูมิหลังของมู่หรงเสวี่ยถึงได้ลึกลับนัก แถมยังไม่เคยตอบรับคำสารภาพรักจากใคร ที่แท้ก็เป็นเพราะครอบครัวของเธอยอดเยี่ยมขนาดนี้นี่เอง!
วิลล่าหลังนี้ ประเมินคร่าวๆ แล้ว ถ้าไม่มีเงินสักสองร้อยล้านก็อย่าหวังว่าจะซื้อได้
นี่สิถึงจะเรียกว่าดาวเด่นระดับเจ้าหญิงตัวจริง!
"พวกเรามาขอพักสักคืน" หลินฝานไม่ได้สนใจฐานะของมู่หรงเสวี่ย วันสิ้นโลกมาถึงแล้ว มีเงินเยอะแค่ไหนก็ไม่มีประโยชน์
พูดให้ชัดกว่านี้ก็คือ เงินนั้นไร้ค่ายิ่งกว่ากระดาษชำระเสียอีก
หลินฝานก้าวไปข้างหน้าแล้วพูดเข้าประเด็นทันที "ข้างนอกมีแต่ซอมบี้เต็มไปหมด ถ้าพวกเธอคิดจะออกไปจากที่นี่ตอนนี้ล่ะก็ เลิกล้มความคิดนั้นไปซะดีกว่า"
มู่หรงเสวี่ยรู้ว่าสิ่งที่หลินฝานพูดคือความจริง ในเมื่อเธอและมู่หรงซานเพิ่งจะหนีรอดมาจากข้างนอก ย่อมรู้ดีว่าสถานการณ์ข้างนอกนั้นเลวร้ายกว่าที่นี่มาก
"ในวิลล่าก็มีซอมบี้เหมือนกัน พวกนายเข้าไปก็ไม่ปลอดภัยหรอกนะ" มู่หรงเสวี่ยเอ่ย
"เรื่องนั้นไม่ต้องห่วง ฉันจัดการได้" หลินฝานเหลือบมองขวานในมือ แล้วหันไปพูดกับสองพี่น้องมู่หรง "นี่เป็นบ้านของพวกเธอ ขอโทษด้วยที่พวกเรามาสร้างความรบกวน แต่เพื่อความปลอดภัย ฉันคิดว่าพวกเราเข้าไปด้วยกันน่าจะดีกว่า"
มู่หรงเสวี่ยและมู่หรงซานต่างก็เป็นผู้ที่แข็งแกร่งแฝงเร้น หลินฝานย่อมต้องให้เกียรติพวกเธอตามสมควร อย่างน้อยก็ต้องสร้างความประทับใจที่ดีให้ได้เสียก่อน ถึงจะมีโอกาสรั้งพวกเธอไว้ข้างกายได้
"พวกนายไม่กลัวซอมบี้เหรอ?" มู่หรงซานที่เงียบมาตลอดเอ่ยปากถามขึ้น
"ซอมบี้ถึงจะน่ากลัว แต่ก็ใช่ว่าจะเอาชนะไม่ได้" หลินฝานตอบ
"ใช่ครับ ขอให้คุณหนูทั้งสองวางใจได้เลย มีพวกเราอยู่ จะไม่ยอมให้ซอมบี้ทำร้ายพวกคุณได้หรอกครับ" โจวจุนรีบเสนอหน้าออกมาพูด "ผมชื่อโจวจุน กลุ่มธุรกิจว่านหาวเป็นของบ้านผมเอง ยินดีที่ได้รู้จักครับ"
เมื่ออยู่ต่อหน้าสาวงาม เขาก็ไม่อาจต้านทานเสน่ห์อันเย้ายวนนี้ได้ อยากจะสร้างความประทับใจให้มู่หรงเสวี่ยสักหน่อย
จงใจอ้างชื่อกลุ่มธุรกิจว่านหาวที่เป็นพื้นเพครอบครัวออกมา ตราบใดที่ไม่ใช่คนโง่ ใครฟังก็รู้ว่าเขากำลังโอ้อวด
มู่หรงเสวี่ยเคยได้ยินชื่อกลุ่มธุรกิจว่านหาวมาก่อน แต่ก็ทำเพียงพยักหน้าส่งๆ "ชื่อของฉันพวกนายก็รู้กันแล้ว นี่คือน้องสาวของฉัน เธอชื่อมู่หรงซาน"
โจวจุนไม่ได้สังเกตเห็นท่าทีที่เย็นชาของมู่หรงเสวี่ย เมื่อได้ยินมู่หรงเสวี่ยตอบกลับ เขาก็ดีใจจนเนื้อเต้น กำลังจะพูดอะไรต่อ
แต่ทว่า ยังไม่ทันที่เขาจะได้เอ่ยปาก หลินฝานก็พูดขัดขึ้นมาเสียก่อน "ในเมื่อนายเก่งขนาดนี้ งั้นซอมบี้ข้างในก็ยกให้นายจัดการก็แล้วกัน พอนายจัดการพวกมันเสร็จ พวกเราค่อยเข้าไปอย่างปลอดภัย"
พอคำพูดนี้หลุดออกมา โจวจุนก็มีสีหน้าเหมือนกลืนแมลงวันเข้าไป หน้าตาบิดเบี้ยว อ้าปากค้างไม่รู้จะสรรหาคำพูดไหนมาเถียง
เขาจะไปมีปัญญาจัดการซอมบี้ที่ไหนกัน ก็แค่อยากจะหาเรื่องคุยกับสาวสวยก็เท่านั้นเอง
หลินฝานโยนรอยยิ้มเยาะเย้ยไปให้โจวจุน จากนั้นก็ไม่รอช้า หันหลังเดินเข้าไปในวิลล่า "อีกสามนาที พวกเธอค่อยเข้ามา"
เมื่อเห็นหลินฝานเดินเข้าไปในวิลล่าเพียงลำพัง มู่หรงเสวี่ยกับมู่หรงซานก็ชะงักไปเล็กน้อย ไม่คิดว่าหลินฝานจะใจกล้าบ้าบิ่นขนาดนี้
"พวกเธอไม่ต้องตกใจไปหรอก เสี่ยวฝานเก่งมากนะ ก่อนหน้านี้ที่สวนสัตว์ ก็เป็นเขาที่พาพวกเราหนีรอดออกมาได้อย่างปลอดภัย" หวังเจี้ยนเหว่ยพูดพร้อมรอยยิ้ม
คำพูดของเขา ถือว่าส่งผลดีมาก ทำให้หลินฝานสามารถฝากความประทับใจอันลึกซึ้งไว้ในใจของมู่หรงเสวี่ยและมู่หรงซานได้
ฉัวะ!
หลินฝานเดินเข้าไปในวิลล่า ไม่นานก็เห็นซอมบี้หญิงในชุดแม่บ้านตัวหนึ่ง ยังไม่ทันที่ซอมบี้หญิงตัวนั้นจะรู้ตัว เขาก็พุ่งเข้าไปประชิดด้านหลัง ตวัดขวานฉับเดียว สังหารซอมบี้หญิงตัวนั้นลงทันที
ในวิลล่าหลังนี้ นอกจากพ่อแม่ของสองพี่น้องมู่หรงแล้ว ที่เหลือก็เป็นเพียงแม่บ้านและพ่อบ้าน
สำหรับหลินฝาน การจัดการซอมบี้เหล่านี้ไม่ใช่เรื่องยากเลย ใช้เวลาไม่ถึงสามนาที เขาก็จบชีวิตซอมบี้พวกนี้ลงทั้งหมด
มู่หรงซานเห็นหลินฝานสังหารพ่อแม่ที่กลายเป็นซอมบี้ที่ชั้นสอง น้ำตาก็ไหลพรากออกมาอีกอย่างห้ามไม่อยู่
"เสี่ยวซาน คุณพ่อคุณแม่จากไปแล้ว พวกเขาเป็นแค่ซากศพเดินได้เท่านั้น" มู่หรงเสวี่ยปลอบประโลม
"อืม พี่คะ หนูรู้ค่ะ" มู่หรงซานพยักหน้า เธอแค่กลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่เท่านั้น
หลินฝานยืนอยู่ริมหน้าต่างชั้นสอง โบกมือเรียกหวังเจี้ยนเหว่ยและคนอื่นๆ ที่อยู่ด้านล่าง
"พวกเราเข้าไปกันเถอะ เสี่ยวฝานจัดการเรียบร้อยแล้ว" หวังเจี้ยนเหว่ยบอก
"ค่ะ" มู่หรงเสวี่ยจูงมือมู่หรงซานเดินเข้าไปในวิลล่าด้วยกัน
หวังเจี้ยนเหว่ยเดินปิดท้าย เมื่อทุกคนเข้าไปหมดแล้ว เขาก็รีบลงกลอนประตูใหญ่ของวิลล่าทันที
เมื่อเห็นภาพนี้ หลินฝานก็ยิ้มบางๆ ดูเหมือนว่าหวังเจี้ยนเหว่ยจะปรับตัวเข้ากับกฎเกณฑ์ของวันสิ้นโลกได้เร็วมากทีเดียว
(จบแล้ว)