เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 6 - หลอมรวมสำเร็จ

บทที่ 6 - หลอมรวมสำเร็จ

บทที่ 6 - หลอมรวมสำเร็จ


บทที่ 6 - หลอมรวมสำเร็จ

พอโจวจุนได้ยินคำพูดนี้ของหลินฝาน ก็รู้สึกไม่สบอารมณ์อย่างยิ่ง

เมื่อกี้ตอนอยู่ข้างนอก เขาหวาดกลัวซอมบี้พวกนั้นและไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากคิดจะเข้ามาหลบภัยข้างในก่อน ถึงได้ยอมพูดคำพูดพวกนั้นออกไป

แต่ในเมื่อตอนนี้เข้ามาได้แล้ว ด้วยนิสัยที่ถูกประคบประหงมมาตั้งแต่เด็กอย่างเขา ย่อมมีแต่คนอื่นที่ต้องฟังคำสั่งเขา จะให้เขาไปฟังคำสั่งคนอื่นได้ยังไง

โจวจุนรวบรวมความกล้า มองหน้าหลินฝานแล้วพูดว่า "แกจะมาทำกร่างอะไรห๊ะ? ตอนนี้พวกเราต่างก็ติดแหง็กอยู่ที่นี่ นอกเสียจากรอให้ตำรวจมาช่วย แกยังจะบินออกไปได้หรือไง? จะให้พวกเรามาคอยฟังคำสั่งแกเนี่ยนะ ตลกชะมัด"

"นายคิดว่ามันน่าตลกมากนักเหรอ?" หลินฝานจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของโจวจุน แล้วเดินเข้าไปหาทีละก้าว

"เออ! ฉันว่ามันน่าตลกมาก!" โจวจุนแค่นเสียงเย็นชา

เพียะ!

หลินฝานตวัดมือตบหน้าโจวจุนฉาดใหญ่

เสียงตบหน้าดังสนั่น รอยนิ้วมือทั้งห้าปรากฏชัดเจนบนใบหน้าของโจวจุน

ฝ่ามือนี้แทบจะตบจนโจวจุนหน้าหันและมึนงงไปหมด

"มึงกล้าตบกูเหรอ!?" โจวจุนแผดเสียงคำรามลั่นด้วยความโกรธจัด

เพียะ!

หลินฝานยื่นมือออกไปตบซ้ำอีกฉาด

ใบหน้าอีกซีกของโจวจุนก็มีรอยนิ้วมือทั้งห้าประทับลงไปเช่นกัน

หยามเกียรติ! นี่มันหยามเกียรติกันชัดๆ!

ตั้งแต่เล็กจนโต เขาไม่เคยแม้แต่จะถูกใครตะคอกใส่ อย่าว่าแต่ถูกตบตีเลย

แถมยังมาโดนตบหน้าต่อหน้าผู้หญิงอีกต่างหาก

"ไอ้เวรเอ๊ย!" โจวจุนโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ เงื้อมือขึ้นเตรียมจะสวนกลับ

พลั่ก!

ทว่า ยังไม่ทันที่เขาจะได้ตั้งตัว หลินฝานก็ยกเท้าขึ้นถีบเข้าที่ท้องของเขาอย่างจัง จนร่างของเขาล้มกลิ้งไปกองกับพื้น

"อ๊าก..."

ความเจ็บปวดอย่างรุนแรง ทำให้โจวจุนต้องนอนขดตัวกุมท้องร้องโอดโอยอยู่บนพื้น

"หุบปากซะ ถ้าขืนส่งเสียงออกมาเรียกซอมบี้มาอีกล่ะก็ ฉันจะฆ่านายทิ้งซะเดี๋ยวนี้แหละ" หลินฝานย่อตัวลง วางขวานลงตรงหน้าโจวจุน น้ำเสียงเย็นชาไร้ความรู้สึก

จากแววตาของหลินฝาน โจวจุนมองออกว่าหลินฝานกล้าลงมือฆ่าเขาจริงๆ!

เขาไม่กล้าส่งเสียงร้องอีกแม้แต่แอะเดียว มือข้างหนึ่งกุมท้อง ส่วนอีกข้างตะครุบปิดปากตัวเองไว้แน่น ได้แต่แอบจดบัญชีแค้นนี้ไว้ในใจอย่างเงียบๆ

หวังเจี้ยนเหว่ยกับหลิวยวิ่นต่างก็ยืนดูจนตาค้าง พวกเขานึกไม่ถึงเลยว่าสถานการณ์จะกลายเป็นแบบนี้ และยิ่งคาดไม่ถึงว่าหลินฝานจะลงมือทุบตีโจวจุนจนสะบักสะบอมขนาดนี้

แต่นี่ก็ถือเป็นการข่มขวัญพวกเขาจากก้นบึ้งของจิตใจ อย่างน้อยตอนนี้พวกเขาก็เข้าใจความจริงข้อหนึ่งแล้วว่า... ที่นี่ หลินฝานคือคนคุมเกม!

ดังนั้น แม้แต่หลิวยวิ่นที่เตรียมจะเข้าไปพยุงโจวจุน ก็ยังต้องล้มเลิกความคิดนั้นไป เพราะกลัวว่าจะถูกหางเลขไปด้วย

"ซอมบี้พวกนี้ไม่มีการมองเห็นหรือการรับกลิ่น พวกมันใช้แค่การได้ยินในการระบุตำแหน่ง พูดง่ายๆ ก็คือ ตรงไหนมีเสียง พวกมันก็จะแห่กันไปตรงนั้น" หลินฝานปรายตามองออกไปนอกกรงเหล็ก เนื่องจากเสียงร้องโหยหวนของโจวจุนเมื่อครู่ ทำให้มีซอมบี้ถูกดึงดูดเข้ามาเพิ่มอีกหลายตัว ปิดล้อมประตูเหล็กไว้จนมืดฟ้ามัวดิน

"เสี่ยวฝาน แล้วพวกเราจะทำยังไงกันดี? โทรศัพท์ก็โทรออกไม่ได้แล้ว เราต้องรอตำรวจมาช่วยอยู่ที่นี่ตลอดไปเลยเหรอ?" หวังเจี้ยนเหว่ยสูดลมหายใจเข้าลึก

ดวงตาคู่สวยของหลิวยวิ่นก็จับจ้องไปที่หลินฝานเขม็ง เธอไม่อยากอยู่ที่นี่ เธออยากกลับบ้าน อยากไปรวมตัวกับครอบครัว

หลินฝานสีหน้าไม่เปลี่ยน ราวกับกำลังพูดถึงเรื่องปกติธรรมดาเรื่องหนึ่ง "การปะทุของวันสิ้นโลก จะทำให้ทั้งโลกตกอยู่ในความโกลาหล บางทีหลังจากที่รัฐบาล 'ตั้งสติ' ได้ ก็คงจะมีมาตรการรับมือออกมา แต่พวกนายคิดว่าตอนนี้ตำรวจจะมีเวลาว่างมาช่วยงั้นเหรอ?"

หลินฝานไม่อยากเปิดเผยข้อมูลให้พวกเขามากเกินไป

ในความเป็นจริง ช่วงแรกที่วันสิ้นโลกปะทุ รัฐบาลจะใช้มาตรการบางอย่างจริงๆ แต่มาตรการเหล่านั้นก็ทำได้เพียงพึ่งพากองกำลังทหารที่ยังไม่ติดเชื้อไวรัสซอมบี้เพื่อสร้างฐานที่มั่นปลอดภัยขึ้นมาเท่านั้น ไม่มีทางแบ่งกำลังคนออกไปช่วยเหลือประชาชนได้เลย

แน่นอนว่า หากมีแพทย์และนักวิทยาศาสตร์ชื่อดังที่ไม่ได้อยู่ในฐานที่มั่นปลอดภัย ทางรัฐบาลก็คงจะส่งคนออกไปตามหาพวกเขาเป็นอันดับแรก

ท้ายที่สุดแล้ว การปะทุของวันสิ้นโลก ยิ่งทำให้ความต้องการบุคลากรที่มีความสามารถเด่นชัดยิ่งขึ้น

ส่วนเหตุการณ์หลังจากนั้นจะเป็นอย่างไรต่อไป หลินฝานก็คาดเดาไม่ได้เช่นกัน เพราะในชาติก่อนเขาไม่ได้มีชีวิตอยู่ยืนยาวนัก

เมื่อได้ยินหลินฝานพูดเช่นนี้ หัวใจของหลิวยวิ่นก็กระตุกวูบ ขอบตาแดงระเรื่อขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ เธอเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสะอื้น "แล้วตกลงพวกเราต้องทำยังไงล่ะ? หรือจะต้องรอความตายอยู่ที่นี่?"

สีหน้าของหวังเจี้ยนเหว่ยก็ย่ำแย่ไม่แพ้กัน เขาหันไปมองทางประตูเหล็ก และพบว่าด้านนอกมีซอมบี้มารวมตัวกันสิบกว่าตัวแล้ว

"ไม่มีตำรวจมาช่วยพวกเรา พวกเราก็ออกไปไม่ได้ ถึงไม่โดนซอมบี้กัดตาย ก็คงต้องอดตายอยู่ที่นี่..." หวังเจี้ยนเหว่ยหน้าถอดสี

"ใครบอกว่าพวกเราจะออกไปไม่ได้?" หลินฝานถามกลับ

ประโยคนี้จุดประกายความหวังให้กับหวังเจี้ยนเหว่ยและหลิวยวิ่นในทันที

หลิวยวิ่นมีปฏิกิริยาตอบสนองเร็วที่สุด เธอรีบถาม "หลินฝาน พวกเราจะออกไปได้ยังไง?"

หลินฝานปรายตามองเธอโดยไม่ตอบคำถาม เพียงแค่ชี้ไปที่กระเป๋าเป้แล้วพูดว่า "เจี้ยนเหว่ย ในกระเป๋ามีของกินอยู่ ถ้าหิวก็กินซะ ฉันขอพักสักหน่อย รอให้ฉันพักจนพอใจแล้ว เราค่อยออกไปจากที่นี่"

พูดจบ หลินฝานก็เดินตรงไปอีกมุมหนึ่ง ทิ้งตัวลงนั่งพิงกำแพง แล้วหลับตาพักผ่อน

แน่นอนว่าเขาไม่ได้ตั้งใจจะพักผ่อนจริงๆ แต่เขากำลังรอให้ปัจจัยกลายพันธุ์ในร่างกายหลอมรวมจนเสร็จสมบูรณ์ เพื่อที่คุณสมบัติต่างๆ ในร่างกายของเขาจะได้เพิ่มขึ้น และสามารถเอาชีวิตรอดได้ดีกว่าเดิม

ส่วนจะต้องใช้เวลาหลอมรวมนานแค่ไหน เขาก็ไม่แน่ใจนัก จึงทำได้เพียงแค่รอเท่านั้น

หวังเจี้ยนเหว่ยรู้สึกหิวขึ้นมาจริงๆ เขาชำเลืองมองหลินฝานที่นั่งหลับตาพิงกำแพงอยู่ ก่อนจะเดินไปเปิดกระเป๋าเป้ แล้วหยิบของกินออกมา

"เธอหิวไหม?" หวังเจี้ยนเหว่ยหันไปถามหลิวยวิ่น

"อืม" หลิวยวิ่นพยักหน้า

"เอาก้อนนี้ไปสิ" หวังเจี้ยนเหว่ยยื่นขนมปังให้หลิวยวิ่นชิ้นหนึ่ง จากนั้นก็ถอนหายใจเบาๆ แล้วโยนขนมปังอีกชิ้นให้โจวจุนที่นอนอยู่บนพื้น

แม้หลินฝานจะหลับตาอยู่ แต่เขาก็ได้ยินชัดเจนว่าหวังเจี้ยนเหว่ยแบ่งขนมปังให้หลิวยวิ่นและโจวจุน

เขาไม่ได้ห้ามปรามการกระทำของหวังเจี้ยนเหว่ย วันสิ้นโลกเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น หวังเจี้ยนเหว่ยยังไม่เคยสัมผัสกับความบิดเบี้ยวของสันดานมนุษย์ในยุคนี้ การแสดงน้ำใจต่อเพื่อนมนุษย์ที่ยังมีชีวิตอยู่รอบข้างจึงเป็นเรื่องปกติธรรมดา

ระหว่างที่กินขนมปัง หลิวยวิ่นก็อดไม่ได้ที่จะลอบมองหลินฝานอยู่หลายครั้ง เธอบอกกับตัวเองในใจว่า จะต้องผูกมิตรกับหลินฝานให้จงได้ เพราะมีเพียงวิธีนี้เท่านั้น ถึงจะมีโอกาสรอดออกไปจากสถานที่บัดซบนี่

เพราะกว่าเธอจะตระหนักถึงความจริงข้อหนึ่งได้ ก็ปาเข้าไปตอนนี้แล้ว

นั่นคือ เมื่อเผชิญหน้ากับวันสิ้นโลก ทั้งตัวเธอ หวังเจี้ยนเหว่ย และโจวจุนต่างก็ตื่นตระหนกจนทำอะไรไม่ถูก มีเพียงหลินฝานคนเดียวที่เยือกเย็นที่สุด แถมยังเพิ่งลงมือจัดการซอมบี้ชิมแปนซีไปอย่างรวดเร็วและเด็ดขาดอีกต่างหาก

เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้าทีละนาที

สองชั่วโมงต่อมา

หลินฝานลืมตาขึ้น สองมือกำหมัดแน่น สัมผัสถึงพลังงานอันพลุ่งพล่านที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกาย ประกายความยินดีพาดผ่านแววตา

หลังจากผ่านไปสองชั่วโมง ในที่สุดเขาก็หลอมรวมปัจจัยกลายพันธุ์ได้สำเร็จอย่างสมบูรณ์

เขาแค่คิดในใจ ก็สามารถใช้แหวนอ่านข้อมูลของตัวเองได้ทันที

สายพันธุ์: มนุษย์

ระดับ: ระดับหนึ่ง

พละกำลัง: 5

ความเร็ว: 4

การตอบสนอง: 4

พลังพิเศษ: ไม่มี

ข้อมูลบนหน้าจอแสงโปร่งแสงปรากฏขึ้นตรงหน้า หลินฝานกวาดสายตาอ่านอย่างรวดเร็ว ในใจรู้สึกพึงพอใจอย่างมาก

นี่หมายความว่า หลังจากหลอมรวมปัจจัยกลายพันธุ์แล้ว เขาได้กลายเป็นผู้วิวัฒนาการอย่างเป็นทางการ

"เตรียมตัวให้พร้อม พวกเราจะออกไปจากที่นี่กันเดี๋ยวนี้แหละ" หลินฝานลุกขึ้นยืนแล้วเอ่ยขึ้น

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 6 - หลอมรวมสำเร็จ

คัดลอกลิงก์แล้ว