เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 10 - กระตุ้นกายาหยินเร้นลับ

บทที่ 10 - กระตุ้นกายาหยินเร้นลับ

บทที่ 10 - กระตุ้นกายาหยินเร้นลับ


บทที่ 10 - กระตุ้นกายาหยินเร้นลับ

ภายในห้องโถงหลักของค่ายลมดำ

เด็กน้อยที่ชื่อว่าสือฮ่าวนอนหลับปุ๋ยอยู่บนเตียงนุ่มๆ ดวงตาทั้งสองปิดสนิทพร้อมมุมปากที่ยกขึ้นเล็กน้อย ราวกับว่าเขากำลังฝันหวานอยู่

"หัวหน้าค่าย ท่านไปพาเด็กคนนี้มาจากไหนกันคะ"

"ดูท่าทางน่ารักน่าเอ็นดูจังเลย" ซ่งหงเหยียนเอ่ยถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น

เมื่อครู่นี้ตอนที่อยู่เหนือสำนักเจิ้งอี จู่ๆ หัวหน้าค่ายก็หายตัวไปและกลับมาพร้อมกับเด็กน้อยคนนี้

"ฮ่าๆ ต่อไปเขาคือโจรน้อยของค่ายลมดำเรา" เฉินอวินยิ้มตอบเรียบๆ

"เอ๋... ตัวแค่นี้ก็ต้องขึ้นเขามาเป็นโจรแล้วหรือคะ?"

ซ่งหงเหยียนแย้มยิ้มพลางหยอกเย้า

วันนี้สำนักเจิ้งอีล่มสลายทำให้นางอารมณ์ดีมาก นิสัยชอบหยอกล้อจึงเริ่มแสดงออกมาอีกครั้ง

แน่นอนว่าในห้องโถงตอนนี้มีเพียงนางกับหัวหน้าค่ายและเด็กน้อยเท่านั้น นางจึงกล้าทำตัวเป็นกันเองเช่นนี้

ถ้ามีห้าเสาหลักยืนอยู่ด้วยละก็ แรงกดดันจากพวกเขาคงทำให้นางต้องสำรวมกิริยาและไม่กล้าเอ่ยปากพูดอะไรแม้แต่คำเดียว

"โจรน้อยคนนี้ หลังจากเขาตื่นขึ้นมาและข้าถ่ายทอดวิชาให้แล้ว ข้าจะฝากให้เจ้าช่วยดูแลเขาชั่วคราวด้วยนะ"

เฉินอวินหันไปมองซ่งหงเหยียนพลางยิ้มอย่างมีเลศนัย

"อ้าว..."

"อ้าวอะไรล่ะ ข้าไม่ให้เจ้าดูแลเปล่าๆ หรอกนะ มีรางวัลให้ด้วย!"

"รางวัลอะไรหรือคะ?" พอได้ยินว่ามีรางวัล ซ่งหงเหยียนก็เบิกตากว้างด้วยความสนใจทันที

"อ้าปากสิ..."

ซ่งหงเหยียนทำหน้าฉงน ดวงตาคู่สวยเต็มไปด้วยความสงสัย รางวัลอะไรทำไมต้องให้อ้าปากด้วยล่ะเนี่ย?

แต่นางก็มั่นใจว่าหัวหน้าค่ายไม่มีทางทำร้ายนางแน่ ซ่งหงเหยียนจึงยอมอ้าปากนุ่มนิ่มของนางออกแต่โดยดี

ฟึ่บ!

โอสถจักรพรรดิเก้าสุริยันถูกส่งเข้าสู่ปากของซ่งหงเหยียนทันที

นางจึงหุบปากลงตามสัญชาตญาณ

"จงทำจิตใจให้สงบเสีย โอสถจักรพรรดิเก้าสุริยันนี้สามารถกระตุ้นกายาหยินเร้นลับของเจ้าได้"

"มันจะทำให้พรสวรรค์ในการฝึกตนของเจ้าทัดเทียมกับเซียวเฉียนเหยียนได้เลยล่ะ" เฉินอวินกล่าวเสียงเรียบ

"จริงหรือคะ?" ซ่งหงเหยียนเบิกตากว้างด้วยความตื่นเต้นสุดขีด

ในขณะที่นางกำลังตื่นเต้นอยู่นั้นเอง

ตูม!

กลิ่นอายร้อนระอุไร้ที่สิ้นสุดระเบิดออกมาภายในร่างกายของซ่งหงเหยียน

พลังหยางอันมหาศาลไหลเข้าสู่เส้นชีพจรทั่วร่างในชั่วพริบตาและเข้าผสานรวมกับพลังหยินเร้นลับที่ซ่อนอยู่ในส่วนลึกของสายเลือดอย่างสมบูรณ์

ความรู้สึกนั้นมันสบายจนซ่งหงเหยียนเกือบจะหลุดเสียงครางออกมา

ความร้อนแรงแบบนั้นคือนิ่งที่นางไม่เคยสัมผัสมาก่อนเลยในชีวิต

ไม่นานนัก...

กลิ่นอายพลังรอบกายของซ่งหงเหยียนก็เริ่มพุ่งสูงขึ้นอย่างช้าๆ

ระดับรวมเป็นหนึ่งขั้นสูงสุด...

ระดับแปลงวิญญาณขั้นต้น...

ระดับแปลงวิญญาณขั้นกลาง...

เมื่อเวลาผ่านไป ตบะของซ่งหงเหยียนก็พุ่งทะยานราวกับติดจรวด

หลังจากมาหยุดนิ่งที่ระดับแปลงวิญญาณขั้นสูงสุดเป็นเวลานาน

ตูม!

กลิ่นอายพลังระดับแปลงเทพขั้นต้นระเบิดออกมาจากตัวซ่งหงเหยียนทันที

ทว่ามันยังไม่หยุดเพียงเท่านี้ พลังยังคงพุ่งขึ้นต่อไปอย่างต่อเนื่อง

จนสุดท้าย กลิ่นอายนั้นก็มาหยุดนิ่งอยู่ที่ระดับแปลงเทพขั้นกลางและไม่ขยับไปไหนอีก

ตบะของซ่งหงเหยียนคงที่อยู่ที่ระดับแปลงเทพขั้นกลางในที่สุด

ดวงตาคู่สวยที่เคยปิดสนิทค่อยๆ ลืมขึ้นหลังจากพลังหยุดพุ่งสูงขึ้น

ดวงตาคู่นั้นฉายแววแห่งความดีใจอย่างที่สุด

"ว้าว... ข้ากลายเป็นผู้บำเพ็ญระดับแปลงเทพขั้นกลางไปแล้วจริงๆ หรือเนี่ย?" ซ่งหงเหยียนหลุดปากร้องออกมาด้วยความตกใจ

ต้องรู้ก่อนว่าในสำนักเจิ้งอี ผู้บำเพ็ญระดับแปลงเทพถือเป็นผู้อาวุโสที่มีอำนาจล้นมือ

นั่นหมายความว่าด้วยตบะของนางในตอนนี้ ไม่ว่านางจะไปที่ขุมกำลังไหนที่แข็งแกร่งพอๆ กับสำนักเจิ้งอี นางก็สามารถรับตำแหน่งผู้อาวุโสได้สบายๆ

"เก่งกว่าน้องชายเซียวเสียอีก!!!"

รอยยิ้มบนใบหน้าของซ่งหงเหยียนนั้นหุบไม่ลงเลยจริงๆ

นางมีความสุขมากเหลือเกิน โดยเฉพาะความรู้สึกที่พลังเพิ่มพูนขึ้นอย่างรวดเร็วนั้นมันช่างวิเศษสุดยอดจริงๆ

"ถ้าอยากจะเก่งกว่าน้องชายเซียวของเจ้า เจ้ายังต้องพยายามอีกมากนะ" เฉินอวินกล่าวขัดขึ้นเบาๆ

ตอนนี้เซียวเฉียนเหยียนกำลังกักตัวฝึกฝนอยู่ในห้องฝึกตน

หลังจากผ่านการต่อสู้เสี่ยงตายมาเซียวเฉียนเหยียนคงเกิดการบรรลุอะไรบางอย่าง และเมื่อเขาออกมาเขาต้องมีการพัฒนาที่ก้าวกระโดดแน่นอน

"นี่คือเคล็ดวิชาเหมันต์เก้าหยิน เป็นเคล็ดวิชาระดับจักรพรรดิที่เหมาะกับกายาหยินเร้นลับของเจ้าที่สุด"

"ด้วยกายาหยินเร้นลับของเจ้าและการฝึกเคล็ดวิชาเหมันต์เก้าหยินนี้ จะทำให้การฝึกฝนก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว การจะไล่ตามเซียวเฉียนเหยียนให้ทันย่อมไม่ใช่เรื่องยาก"

"เพราะกายาหยินเร้นลับของเจ้านั้นไม่ได้ด้อยไปกว่ากายาจักรพรรดิเทพเพลิงของเขาเลยสักนิด"

พูดจบเฉินอวินก็ส่งแผ่นหยกบันทึกวิชาให้ซ่งหงเหยียนพลางกล่าวเบาๆ

เนื่องจากซ่งหงเหยียนเป็นสตรี การจะใช้สัมผัสจิตถ่ายทอดวิชาให้โดยตรงมันดูจะไม่ค่อยสะดวกนัก

เฉินอวินจึงสลักเคล็ดวิชาเหมันต์เก้าหยินลงในแผ่นหยกแผ่นนี้แทน

ถึงแม้ความจำจะไม่ฝังลึกเท่าการถ่ายทอดทางจิตโดยตรง แต่มันก็นับว่ายอดเยี่ยมมากแล้ว

"เคล็ดวิชาเหมันต์เก้าหยิน? เคล็ดวิชาระดับจักรพรรดิรึ?"

ซ่งหงเหยียนดีใจจนแทบจะสลบไปอีกรอบ

เคล็ดวิชาระดับจักรพรรดิในตัวหัวหน้าค่ายนี่มันเหมือนมีไว้แจกฟรีจริงๆ เดี๋ยวก็เล่มนั้นเดี๋ยวก็เล่มนี้

"พะ... พวกท่านเป็นใครกันครับ แล้วผมมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?"

ทันใดนั้น เสียงเด็กที่ใสแจ๋วดังขึ้น

เงาร่างเล็กๆ เดินเข้ามาเกาะชายเสื้อของเฉินอวินและเงยหน้าขึ้นมองเขา

ดวงตาที่บริสุทธิ์และไร้เดียงสานั้นแฝงไปด้วยความสุขุมที่เกินกว่าเด็กวัยเดียวกัน

"สือฮ่าว เจ้าตื่นแล้วรึ?"

"รู้สึกไม่สบายตรงไหนบ้างไหม?"

เมื่อเห็นสือฮ่าว เฉินอวินก็เผยรอยยิ้มอบอุ่นและย่อตัวลงถามอย่างอ่อนโยน

"ไม่สบายหรือครับ?" สือฮ่าวลองสำรวจร่างกายตัวเองดูก่อนจะส่ายหัวตอบ

"สบายมากเลยครับ ผมฝันเห็นท่านพ่อกับท่านแม่มาเยี่ยมด้วย ผมมีความสุขมากเลย"

"ถ้าอย่างนั้นก็ดีแล้ว ต่อไปเจ้าก็อยู่ที่นี่วิ่งเล่นไปก่อนนะ อีกไม่นานท่านพ่อกับท่านแม่ของเจ้าก็คงจะมารับแล้วล่ะ"

เฉินอวินพยายามปั้นหน้ายิ้มให้ดูเป็นมิตรที่สุดเท่าที่จะทำได้

"อืม... ตกลงครับ! ผมรู้สึกว่าพี่ชายใหญ่เป็นคนดี ผมยินดีจะอยู่ที่นี่ครับ" สือฮ่าวคิดครู่หนึ่งก่อนจะตอบกลับมา

เขาสัมผัสได้ว่าพี่ชายใหญ่ตรงหน้ามีกลิ่นอายพลังที่น่าเกรงขามมาก น่าจะเป็นยอดฝีมือที่แข็งแกร่งสุดๆ

ถ้าเขาอยู่ที่นี่ เขาก็ไม่ต้องกลัวว่าท่านอาท่านลุงคนไหนจะมาแย่งเอากระดูกสูงสุดของเขาไปอีกแล้ว

ทว่าสิ่งที่สือฮ่าวไม่รู้ก็คือ ท่านอาท่านลุงของเขานั้นไม่มีวันโผล่มาอีกแล้ว

เพราะดวงวิญญาณของพวกเขาได้สลายหายไปจากโลกนี้ไปหมดสิ้นแล้วนั่นเอง

"ดีมาก ต่อไปพี่ชายจะถ่ายทอดเคล็ดวิชาให้เจ้านะ เจ้าต้องตั้งใจฝึกฝนให้ดีล่ะ เพราะมันจะช่วยให้ตบะของเจ้าพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วเลยทีเดียว" พูดจบเฉินอวินก็ถ่ายทอดเคล็ดวิชาจุติสูงสุดเข้าสู่ร่างกายของสือฮ่าวทันที

พริบตาเดียว ร่างกายของสือฮ่าวก็แผ่ประกายแสงสีทองจางๆ ออกมา

"ขอบคุณมากครับพี่ชายใหญ่!!!" สือฮ่าวรู้สึกดีใจมากเมื่อสัมผัสได้ถึงตำราสีทองที่ปรากฏขึ้นในห้วงความคิด

ถึงแม้เขาจะไม่รู้ว่าเคล็ดวิชานี้แข็งแกร่งเพียงใด

แต่เขามีลางสังหรณ์ว่า เคล็ดวิชานี้ถูกสร้างมาเพื่อเขาโดยเฉพาะเลยทีเดียว

"ต่อไปให้เรียกข้าว่าหัวหน้าค่ายนะ อย่าเรียกพี่ชายใหญ่"

"ให้พี่สาวหงเหยียนพาเจ้าไปวิ่งเล่นเถอะ"

"ได้ครับ..."

หลังจากส่งทั้งคู่เดินออกไปแล้ว

เฉินอวินก็หันกลับมามองแผงหน้าต่างระบบอีกครั้ง...

"ระบบ ใช้การ์ดรู้แจ้งทั้งห้าใบเลย!!!"

เขาไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อยที่จะใช้งานการ์ดรู้แจ้งทั้งห้าใบที่เป็นรางวัลมา

ทันทีที่สิ้นเสียงของเฉินอวิน

ขุมพลังมหาศาลก็ปรากฏขึ้นภายในร่างกายของเฉินอวินและผสานเข้าเป็นหนึ่งเดียวกับเขาอย่างสมบูรณ์แบบ

ตูม!

แรงกดดันที่สามารถสยบศัตรูได้ทั่วหล้าระเบิดออกมาจากตัวเฉินอวิน ทำให้ท้องฟ้าเหนือค่ายลมดำเปลี่ยนสีไปในทันที เมฆลมปั่นป่วนอย่างรุนแรง

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 10 - กระตุ้นกายาหยินเร้นลับ

คัดลอกลิงก์แล้ว