- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นหัวหน้าค่ายโจร พร้อมระบบสร้างขุมกำลังที่แข็งแกร่งที่สุดในหมื่นโลก
- บทที่ 10 - กระตุ้นกายาหยินเร้นลับ
บทที่ 10 - กระตุ้นกายาหยินเร้นลับ
บทที่ 10 - กระตุ้นกายาหยินเร้นลับ
บทที่ 10 - กระตุ้นกายาหยินเร้นลับ
ภายในห้องโถงหลักของค่ายลมดำ
เด็กน้อยที่ชื่อว่าสือฮ่าวนอนหลับปุ๋ยอยู่บนเตียงนุ่มๆ ดวงตาทั้งสองปิดสนิทพร้อมมุมปากที่ยกขึ้นเล็กน้อย ราวกับว่าเขากำลังฝันหวานอยู่
"หัวหน้าค่าย ท่านไปพาเด็กคนนี้มาจากไหนกันคะ"
"ดูท่าทางน่ารักน่าเอ็นดูจังเลย" ซ่งหงเหยียนเอ่ยถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
เมื่อครู่นี้ตอนที่อยู่เหนือสำนักเจิ้งอี จู่ๆ หัวหน้าค่ายก็หายตัวไปและกลับมาพร้อมกับเด็กน้อยคนนี้
"ฮ่าๆ ต่อไปเขาคือโจรน้อยของค่ายลมดำเรา" เฉินอวินยิ้มตอบเรียบๆ
"เอ๋... ตัวแค่นี้ก็ต้องขึ้นเขามาเป็นโจรแล้วหรือคะ?"
ซ่งหงเหยียนแย้มยิ้มพลางหยอกเย้า
วันนี้สำนักเจิ้งอีล่มสลายทำให้นางอารมณ์ดีมาก นิสัยชอบหยอกล้อจึงเริ่มแสดงออกมาอีกครั้ง
แน่นอนว่าในห้องโถงตอนนี้มีเพียงนางกับหัวหน้าค่ายและเด็กน้อยเท่านั้น นางจึงกล้าทำตัวเป็นกันเองเช่นนี้
ถ้ามีห้าเสาหลักยืนอยู่ด้วยละก็ แรงกดดันจากพวกเขาคงทำให้นางต้องสำรวมกิริยาและไม่กล้าเอ่ยปากพูดอะไรแม้แต่คำเดียว
"โจรน้อยคนนี้ หลังจากเขาตื่นขึ้นมาและข้าถ่ายทอดวิชาให้แล้ว ข้าจะฝากให้เจ้าช่วยดูแลเขาชั่วคราวด้วยนะ"
เฉินอวินหันไปมองซ่งหงเหยียนพลางยิ้มอย่างมีเลศนัย
"อ้าว..."
"อ้าวอะไรล่ะ ข้าไม่ให้เจ้าดูแลเปล่าๆ หรอกนะ มีรางวัลให้ด้วย!"
"รางวัลอะไรหรือคะ?" พอได้ยินว่ามีรางวัล ซ่งหงเหยียนก็เบิกตากว้างด้วยความสนใจทันที
"อ้าปากสิ..."
ซ่งหงเหยียนทำหน้าฉงน ดวงตาคู่สวยเต็มไปด้วยความสงสัย รางวัลอะไรทำไมต้องให้อ้าปากด้วยล่ะเนี่ย?
แต่นางก็มั่นใจว่าหัวหน้าค่ายไม่มีทางทำร้ายนางแน่ ซ่งหงเหยียนจึงยอมอ้าปากนุ่มนิ่มของนางออกแต่โดยดี
ฟึ่บ!
โอสถจักรพรรดิเก้าสุริยันถูกส่งเข้าสู่ปากของซ่งหงเหยียนทันที
นางจึงหุบปากลงตามสัญชาตญาณ
"จงทำจิตใจให้สงบเสีย โอสถจักรพรรดิเก้าสุริยันนี้สามารถกระตุ้นกายาหยินเร้นลับของเจ้าได้"
"มันจะทำให้พรสวรรค์ในการฝึกตนของเจ้าทัดเทียมกับเซียวเฉียนเหยียนได้เลยล่ะ" เฉินอวินกล่าวเสียงเรียบ
"จริงหรือคะ?" ซ่งหงเหยียนเบิกตากว้างด้วยความตื่นเต้นสุดขีด
ในขณะที่นางกำลังตื่นเต้นอยู่นั้นเอง
ตูม!
กลิ่นอายร้อนระอุไร้ที่สิ้นสุดระเบิดออกมาภายในร่างกายของซ่งหงเหยียน
พลังหยางอันมหาศาลไหลเข้าสู่เส้นชีพจรทั่วร่างในชั่วพริบตาและเข้าผสานรวมกับพลังหยินเร้นลับที่ซ่อนอยู่ในส่วนลึกของสายเลือดอย่างสมบูรณ์
ความรู้สึกนั้นมันสบายจนซ่งหงเหยียนเกือบจะหลุดเสียงครางออกมา
ความร้อนแรงแบบนั้นคือนิ่งที่นางไม่เคยสัมผัสมาก่อนเลยในชีวิต
ไม่นานนัก...
กลิ่นอายพลังรอบกายของซ่งหงเหยียนก็เริ่มพุ่งสูงขึ้นอย่างช้าๆ
ระดับรวมเป็นหนึ่งขั้นสูงสุด...
ระดับแปลงวิญญาณขั้นต้น...
ระดับแปลงวิญญาณขั้นกลาง...
เมื่อเวลาผ่านไป ตบะของซ่งหงเหยียนก็พุ่งทะยานราวกับติดจรวด
หลังจากมาหยุดนิ่งที่ระดับแปลงวิญญาณขั้นสูงสุดเป็นเวลานาน
ตูม!
กลิ่นอายพลังระดับแปลงเทพขั้นต้นระเบิดออกมาจากตัวซ่งหงเหยียนทันที
ทว่ามันยังไม่หยุดเพียงเท่านี้ พลังยังคงพุ่งขึ้นต่อไปอย่างต่อเนื่อง
จนสุดท้าย กลิ่นอายนั้นก็มาหยุดนิ่งอยู่ที่ระดับแปลงเทพขั้นกลางและไม่ขยับไปไหนอีก
ตบะของซ่งหงเหยียนคงที่อยู่ที่ระดับแปลงเทพขั้นกลางในที่สุด
ดวงตาคู่สวยที่เคยปิดสนิทค่อยๆ ลืมขึ้นหลังจากพลังหยุดพุ่งสูงขึ้น
ดวงตาคู่นั้นฉายแววแห่งความดีใจอย่างที่สุด
"ว้าว... ข้ากลายเป็นผู้บำเพ็ญระดับแปลงเทพขั้นกลางไปแล้วจริงๆ หรือเนี่ย?" ซ่งหงเหยียนหลุดปากร้องออกมาด้วยความตกใจ
ต้องรู้ก่อนว่าในสำนักเจิ้งอี ผู้บำเพ็ญระดับแปลงเทพถือเป็นผู้อาวุโสที่มีอำนาจล้นมือ
นั่นหมายความว่าด้วยตบะของนางในตอนนี้ ไม่ว่านางจะไปที่ขุมกำลังไหนที่แข็งแกร่งพอๆ กับสำนักเจิ้งอี นางก็สามารถรับตำแหน่งผู้อาวุโสได้สบายๆ
"เก่งกว่าน้องชายเซียวเสียอีก!!!"
รอยยิ้มบนใบหน้าของซ่งหงเหยียนนั้นหุบไม่ลงเลยจริงๆ
นางมีความสุขมากเหลือเกิน โดยเฉพาะความรู้สึกที่พลังเพิ่มพูนขึ้นอย่างรวดเร็วนั้นมันช่างวิเศษสุดยอดจริงๆ
"ถ้าอยากจะเก่งกว่าน้องชายเซียวของเจ้า เจ้ายังต้องพยายามอีกมากนะ" เฉินอวินกล่าวขัดขึ้นเบาๆ
ตอนนี้เซียวเฉียนเหยียนกำลังกักตัวฝึกฝนอยู่ในห้องฝึกตน
หลังจากผ่านการต่อสู้เสี่ยงตายมาเซียวเฉียนเหยียนคงเกิดการบรรลุอะไรบางอย่าง และเมื่อเขาออกมาเขาต้องมีการพัฒนาที่ก้าวกระโดดแน่นอน
"นี่คือเคล็ดวิชาเหมันต์เก้าหยิน เป็นเคล็ดวิชาระดับจักรพรรดิที่เหมาะกับกายาหยินเร้นลับของเจ้าที่สุด"
"ด้วยกายาหยินเร้นลับของเจ้าและการฝึกเคล็ดวิชาเหมันต์เก้าหยินนี้ จะทำให้การฝึกฝนก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว การจะไล่ตามเซียวเฉียนเหยียนให้ทันย่อมไม่ใช่เรื่องยาก"
"เพราะกายาหยินเร้นลับของเจ้านั้นไม่ได้ด้อยไปกว่ากายาจักรพรรดิเทพเพลิงของเขาเลยสักนิด"
พูดจบเฉินอวินก็ส่งแผ่นหยกบันทึกวิชาให้ซ่งหงเหยียนพลางกล่าวเบาๆ
เนื่องจากซ่งหงเหยียนเป็นสตรี การจะใช้สัมผัสจิตถ่ายทอดวิชาให้โดยตรงมันดูจะไม่ค่อยสะดวกนัก
เฉินอวินจึงสลักเคล็ดวิชาเหมันต์เก้าหยินลงในแผ่นหยกแผ่นนี้แทน
ถึงแม้ความจำจะไม่ฝังลึกเท่าการถ่ายทอดทางจิตโดยตรง แต่มันก็นับว่ายอดเยี่ยมมากแล้ว
"เคล็ดวิชาเหมันต์เก้าหยิน? เคล็ดวิชาระดับจักรพรรดิรึ?"
ซ่งหงเหยียนดีใจจนแทบจะสลบไปอีกรอบ
เคล็ดวิชาระดับจักรพรรดิในตัวหัวหน้าค่ายนี่มันเหมือนมีไว้แจกฟรีจริงๆ เดี๋ยวก็เล่มนั้นเดี๋ยวก็เล่มนี้
"พะ... พวกท่านเป็นใครกันครับ แล้วผมมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?"
ทันใดนั้น เสียงเด็กที่ใสแจ๋วดังขึ้น
เงาร่างเล็กๆ เดินเข้ามาเกาะชายเสื้อของเฉินอวินและเงยหน้าขึ้นมองเขา
ดวงตาที่บริสุทธิ์และไร้เดียงสานั้นแฝงไปด้วยความสุขุมที่เกินกว่าเด็กวัยเดียวกัน
"สือฮ่าว เจ้าตื่นแล้วรึ?"
"รู้สึกไม่สบายตรงไหนบ้างไหม?"
เมื่อเห็นสือฮ่าว เฉินอวินก็เผยรอยยิ้มอบอุ่นและย่อตัวลงถามอย่างอ่อนโยน
"ไม่สบายหรือครับ?" สือฮ่าวลองสำรวจร่างกายตัวเองดูก่อนจะส่ายหัวตอบ
"สบายมากเลยครับ ผมฝันเห็นท่านพ่อกับท่านแม่มาเยี่ยมด้วย ผมมีความสุขมากเลย"
"ถ้าอย่างนั้นก็ดีแล้ว ต่อไปเจ้าก็อยู่ที่นี่วิ่งเล่นไปก่อนนะ อีกไม่นานท่านพ่อกับท่านแม่ของเจ้าก็คงจะมารับแล้วล่ะ"
เฉินอวินพยายามปั้นหน้ายิ้มให้ดูเป็นมิตรที่สุดเท่าที่จะทำได้
"อืม... ตกลงครับ! ผมรู้สึกว่าพี่ชายใหญ่เป็นคนดี ผมยินดีจะอยู่ที่นี่ครับ" สือฮ่าวคิดครู่หนึ่งก่อนจะตอบกลับมา
เขาสัมผัสได้ว่าพี่ชายใหญ่ตรงหน้ามีกลิ่นอายพลังที่น่าเกรงขามมาก น่าจะเป็นยอดฝีมือที่แข็งแกร่งสุดๆ
ถ้าเขาอยู่ที่นี่ เขาก็ไม่ต้องกลัวว่าท่านอาท่านลุงคนไหนจะมาแย่งเอากระดูกสูงสุดของเขาไปอีกแล้ว
ทว่าสิ่งที่สือฮ่าวไม่รู้ก็คือ ท่านอาท่านลุงของเขานั้นไม่มีวันโผล่มาอีกแล้ว
เพราะดวงวิญญาณของพวกเขาได้สลายหายไปจากโลกนี้ไปหมดสิ้นแล้วนั่นเอง
"ดีมาก ต่อไปพี่ชายจะถ่ายทอดเคล็ดวิชาให้เจ้านะ เจ้าต้องตั้งใจฝึกฝนให้ดีล่ะ เพราะมันจะช่วยให้ตบะของเจ้าพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วเลยทีเดียว" พูดจบเฉินอวินก็ถ่ายทอดเคล็ดวิชาจุติสูงสุดเข้าสู่ร่างกายของสือฮ่าวทันที
พริบตาเดียว ร่างกายของสือฮ่าวก็แผ่ประกายแสงสีทองจางๆ ออกมา
"ขอบคุณมากครับพี่ชายใหญ่!!!" สือฮ่าวรู้สึกดีใจมากเมื่อสัมผัสได้ถึงตำราสีทองที่ปรากฏขึ้นในห้วงความคิด
ถึงแม้เขาจะไม่รู้ว่าเคล็ดวิชานี้แข็งแกร่งเพียงใด
แต่เขามีลางสังหรณ์ว่า เคล็ดวิชานี้ถูกสร้างมาเพื่อเขาโดยเฉพาะเลยทีเดียว
"ต่อไปให้เรียกข้าว่าหัวหน้าค่ายนะ อย่าเรียกพี่ชายใหญ่"
"ให้พี่สาวหงเหยียนพาเจ้าไปวิ่งเล่นเถอะ"
"ได้ครับ..."
หลังจากส่งทั้งคู่เดินออกไปแล้ว
เฉินอวินก็หันกลับมามองแผงหน้าต่างระบบอีกครั้ง...
"ระบบ ใช้การ์ดรู้แจ้งทั้งห้าใบเลย!!!"
เขาไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อยที่จะใช้งานการ์ดรู้แจ้งทั้งห้าใบที่เป็นรางวัลมา
ทันทีที่สิ้นเสียงของเฉินอวิน
ขุมพลังมหาศาลก็ปรากฏขึ้นภายในร่างกายของเฉินอวินและผสานเข้าเป็นหนึ่งเดียวกับเขาอย่างสมบูรณ์แบบ
ตูม!
แรงกดดันที่สามารถสยบศัตรูได้ทั่วหล้าระเบิดออกมาจากตัวเฉินอวิน ทำให้ท้องฟ้าเหนือค่ายลมดำเปลี่ยนสีไปในทันที เมฆลมปั่นป่วนอย่างรุนแรง
[จบแล้ว]