- หน้าแรก
- ระบบอาณาเขตเทพ ขอเพียงอยู่ในถิ่นข้าก็คือผู้ไร้พ่าย
- บทที่ 47 - ตระกูลอู๋ถูกล้างบาง เมืองหลวงตกตะลึง!
บทที่ 47 - ตระกูลอู๋ถูกล้างบาง เมืองหลวงตกตะลึง!
บทที่ 47 - ตระกูลอู๋ถูกล้างบาง เมืองหลวงตกตะลึง!
บทที่ 47 - ตระกูลอู๋ถูกล้างบาง เมืองหลวงตกตะลึง!
"เจ้าว่ากระไรนะ"
รักษาการผู้นำตระกูลอู๋อย่างอู๋คุนเซิ่งหน้าทะมึนทึง เขาจ้องมองโจวหมิ่นเขม็ง "คิดจริงๆ หรือว่าตระกูลอู๋ของข้าจะเป็นที่ระบายอารมณ์ให้ใครมารังแกได้ง่ายๆ วันนี้ไม่ว่าเจ้าจะอยู่ขอบเขตข้ามเคราะห์หรือถามไถ่วิญญาณ ก็อย่าหวังว่าจะรอดออกไปได้"
ขาดคำเขาก็สะบัดมือ ภายในจวนตระกูลอู๋พลันบังเกิดลำแสงสาดส่องขึ้นสู่ท้องฟ้า ก่อตัวเป็นค่ายกลอันน่าสะพรึงกลัว
ตระกูลอู๋ในฐานะตระกูลที่สืบทอดมาอย่างยาวนานนับพันปี มีรากฐานที่ลึกซึ้งและแข็งแกร่งเป็นรองก็เพียงตระกูลฉินมาโดยตลอด
แม้ว่ายอดฝีมือของตระกูลอู๋จะล้มตายไปกว่าครึ่ง จนตอนนี้แทบจะหายอดฝีมือขอบเขตถามไถ่วิญญาณไม่ได้เลยสักคนเดียว
แต่นี่คือภายในจวนตระกูลอู๋
จวนตระกูลอู๋มีค่ายกลที่เกิดจากหยาดเหงื่อแรงกายของคนตระกูลอู๋นับไม่ถ้วนตลอดหลายพันปีที่ผ่านมา
แถมยังมีของวิเศษที่เป็นรากฐานของตระกูลอีกมากมาย
ต่อให้เป็นตัวตนระดับถามไถ่วิญญาณบุกรุกเข้ามาในตระกูลอู๋ ก็มีแต่ต้องทิ้งชีวิตไว้ที่นี่
บารมีนับพันปีของตระกูลอู๋ไม่ยอมให้ผู้ใดมาท้าทายได้ง่ายๆ
โจวหมิ่นไม่ได้สนใจมองแสงค่ายกลที่พุ่งทะยานขึ้นฟ้าจากในจวนตระกูลอู๋เลยแม้แต่น้อย เขาเพียงแค่ส่งยิ้มบางๆ
จากนั้นก็ไม่รู้ว่าพลังอำนาจนั้นมาจากหนใด ลำแสงค่ายกลอันไร้ที่สิ้นสุดก็แหลกสลายและสลายหายไปในจวนตระกูลอู๋ทันที
วินาทีต่อมา
ผู้ฝึกตนของตระกูลอู๋ที่อยู่รอบกายอู๋คุนเซิ่ง ก็ล้มตึงลงไปทีละคนๆ
การล้มลงของพวกเขาไม่มีลางบอกเหตุใดๆ ทั้งสิ้น
และไม่มีใครมองออกเลยว่าโจวหมิ่นลงมือตั้งแต่เมื่อไหร่
"นี่ มันจะเป็นไปได้อย่างไร!"
อู๋คุนเซิ่งมองผู้ฝึกตนตระกูลอู๋รอบกายที่ร่วงหล่นลงทีละคนด้วยความหวาดผวา เขามองค่ายกลบนฟ้าที่พังทลายลงอย่างไร้สัญญาณเตือน สีหน้าของเขาแปรเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง ภายในใจก่อเกิดความหวาดกลัวอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
คนตระกูลอู๋จากเรือนหลังวิ่งกรูกันออกมามากขึ้น หวังจะเข้ามาช่วยสนับสนุนอู๋คุนเซิ่ง
ทว่าพวกเขาเพิ่งจะก้าวพ้นประตูออกมา ก็ดังตุ้บล้มลงกับพื้น สิ้นลมหายใจไปเสียแล้ว
ตั้งแต่ระดับขอบเขตข้ามเคราะห์ไปจนถึงขอบเขตหล่อหลอมกายา ล้วนมีจุดจบไม่ต่างกัน!
อู๋คุนเซิ่งตัวสั่นเทาไปทั้งร่าง เขาแผดเสียงคำรามลั่น "คนตระกูลอู๋ทุกคนแยกย้ายกันหนี!"
เขาตระหนักได้แล้วว่า สิ่งที่พวกเขากำลังเผชิญหน้าอยู่ไม่ใช่ยอดฝีมือขอบเขตถามไถ่วิญญาณ แต่เป็นตัวตนในตำนานอย่างขอบเขตโยวอี้ต่างหาก!
มีเพียงขอบเขตโยวอี้เท่านั้น ถึงจะมีพลังอำนาจอันน่าสะพรึงกลัวปานนี้
ความสิ้นหวังเข้ากัดกินหัวใจของอู๋คุนเซิ่งจนหมดสิ้น
เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตระกูลอู๋ของเขาไปล่วงเกินตัวตนที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่
เขาทำได้เพียงสั่งให้คนตระกูลอู๋แยกย้ายกันหนีเอาตัวรอด หวังเพียงว่าจะเหลือสายเลือดรอดพ้นไปได้บ้าง
แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าโจวหมิ่น คนตระกูลอู๋เหล่านี้จะหนีพ้นได้อย่างไร
ไม่ว่าพวกเขาจะเหาะหนีขึ้นฟ้าหรือวิ่งหนีสุดชีวิตบนพื้นดิน ก็ไม่มีทางหนีรอดไปได้ พวกเขาร่วงหล่นลงสู่พื้นราวกับเกี๊ยวที่ถูกโยนลงหม้อน้ำเดือด
อู๋คุนเซิ่งสิ้นหวังแล้ว
"เจ้า เจ้าเป็นใครกันแน่!"
อู๋คุนเซิ่งจ้องมองโจวหมิ่นเขม็ง เขาไม่ได้หนี เพราะรู้ดีว่าต่อให้คิดจะหนีก็หนีไม่รอด ที่อีกฝ่ายยังไม่ฆ่าเขา ไม่ใช่เพราะใจอ่อนหรือฆ่าไม่ได้ แต่เพียงแค่อยากเก็บเขาไว้ให้ตายเป็นคนสุดท้ายก็เท่านั้น
อู๋คุนเซิ่งเอ่ยถาม "ตระกูลอู๋ของเราไม่มีความแค้นอันใดกับเจ้า เหตุใดเจ้าถึงโหดเหี้ยมปานนี้ ถึงกับต้องล้างบางตระกูลอู๋ของข้าเลยหรือ!"
เขามองออก
อีกฝ่ายพุ่งเป้ามาเพื่อกวาดล้างทั้งตระกูลโดยเฉพาะ
แต่อู๋คุนเซิ่งคิดจนหัวแทบแตกก็คิดไม่ออก ว่าอีกฝ่ายเป็นใครกันแน่
ความเป็นไปได้เพียงหนึ่งเดียวก็คือ ตระกูลฉิน
แต่ตระกูลฉินจะไปรู้จักกับตัวตนที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้ได้อย่างไร
จนถึงบัดนี้ อู๋คุนเซิ่งก็ยังไม่รู้เลยว่าอู๋เทียนเซิ่งและพรรคพวกตายได้อย่างไร และไม่รู้ด้วยว่าเว่ยกงกงกับแปดยอดนักฆ่าแห่งองค์กรเฟยซาตายอย่างไร เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนั้น นอกจากโจวหมิ่นและคนอื่นๆ เพียงไม่กี่คนแล้ว คนอื่นๆ ก็ตายเรียบหมด
เขาย่อมไม่มีทางรู้ถึงการมีอยู่ของโจวหมิ่นอย่างแน่นอน
ด้วยเหตุนี้ต่อให้เขาคิดจนหัวแทบระเบิด ก็ไม่มีทางเดาออกว่าโจวหมิ่นคือผู้ใด
โจวหมิ่นเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "ข้าชื่อโจวหมิ่น หมิ่นที่แปลว่าเมตตาปรานี"
เสียงของโจวหมิ่นดังก้องกังวานและสะท้อนอยู่ในหัวของอู๋คุนเซิ่ง
เขาเบิกตาโพลน จ้องมองโจวหมิ่นเขม็ง "โจว เทพพยากรณ์โจวเทียน โจวหมิ่น!"
โจวหมิ่นพยักหน้าเบาๆ "อืม ท่านอาจารย์สั่งให้ข้ามากวาดล้างตระกูลอู๋ของพวกเจ้า"
อู๋คุนเซิ่งขนลุกซู่ ลมหายใจถี่กระชั้น เขาย่อมรู้ดีว่าโจวหมิ่นคือใคร มีใครในใต้หล้าบ้างที่ไม่รู้จักโจวหมิ่น
เทพพยากรณ์ผู้คำนวณดวงชะตาได้แม่นยำไร้ที่ติ
แล้วอาจารย์ของเขาจะเป็นใครกันล่ะ
อู๋คุนเซิ่งเอ่ยถามด้วยใบหน้าซีดเผือด "แล้ว แล้วอาจารย์ของเจ้าคือใคร ตระกูลอู๋ของพวกเรามีความแค้นอันใดกับอาจารย์ของเจ้ากัน"
โจวหมิ่นเอ่ยเรียบๆ "อาจารย์ของข้าคือบรรพชนตระกูลฉิน นามว่าฉินหลี่"
"บรรพชนตระกูลฉิน!"
อู๋คุนเซิ่งหน้าถอดสี ร่างกายอ่อนยวบ ล้มทรุดลงไปกองกับพื้นทันที "บรรพชน บรรพชนตระกูลฉินยังไม่ตาย! หนำซ้ำยังเป็นอาจารย์ของเจ้าอีก นี่ มันจะเป็นไปได้อย่างไร!"
อู๋คุนเซิ่งคิดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าเทพพยากรณ์ผู้กวาดล้างตระกูลอู๋ของเขาผู้นี้ จะเป็นถึงลูกศิษย์ของบรรพชนตระกูลฉินอย่างฉินหลี่!
นี่จะเป็นไปได้อย่างไร!
ขนาดโจวหมิ่นยังเป็นลูกศิษย์ของบรรพชนตระกูลฉิน แล้วตัวบรรพชนตระกูลฉินเองจะน่าสะพรึงกลัวถึงขั้นไหนกัน
นี่พวกเขากำลังแกว่งเท้าหาเสี้ยน ไปล่วงเกินตัวตนที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้เชียวหรือ!
ตระกูลอู๋ คงถึงคราวสิ้นชื่อแล้วจริงๆ
เขาจินตนาการไม่ออกเลยจริงๆ ว่าทำไมตระกูลฉินถึงยังมีบรรพชนที่อยู่มานับพันปีหลงเหลืออยู่อีก!
พลังอำนาจอันน่าสะพรึงกลัวสายหนึ่งกดทับลงบนร่างของอู๋คุนเซิ่ง ร่างของเขาสั่นสะท้าน เบิกตาโพลน ม่านตาขยายกว้าง ก่อนจะล้มตึงลงกับพื้น สิ้นลมหายใจไปในทันที
โจวหมิ่นกวาดสายตามองไปรอบๆ จวนตระกูลอู๋ เมื่อแน่ใจแล้วว่าทั่วทั้งตระกูลอู๋ถูกกวาดล้างจนหมดสิ้น เขาจึงหันหลังเตรียมตัวจากไป
ทว่าในตอนนั้นเอง
ลำแสงสีดำขลับสายหนึ่งพุ่งแหวกอากาศมาอย่างรวดเร็ว และหยุดชะงักอยู่เหนือจวนตระกูลอู๋
ผู้ที่มาเยือนก็คือองค์รัชทายาทหลี่เฉิงเฉียนนั่นเอง
หลี่เฉิงเฉียนกวาดสายตามองจวนตระกูลอู๋ เมื่อพบว่าไม่มีสิ่งมีชีวิตใดรอดชีวิตอยู่ในตระกูลอู๋เลยแม้แต่คนเดียว สีหน้าของเขาก็ดำทะมึนลงทันที เขาหันไปมองโจวหมิ่นที่กำลังจะเดินจากไป "หยุดเดี๋ยวนี้!"
เสียงของหลี่เฉิงเฉียนไม่เพียงแต่หยุดยั้งก้าวเท้าของโจวหมิ่นไว้ได้ แต่ยังดึงดูดความสนใจของชาวเมืองหลวงคนอื่นๆ ที่อยู่บริเวณนั้นให้หันมามองด้วย
ทุกคนต่างเงยหน้ามองหลี่เฉิงเฉียนเป็นตาเดียว
เมื่อเห็นรูปลักษณ์ของหลี่เฉิงเฉียน ทุกคนก็ตื่นตะลึงไปตามๆ กัน
"คนผู้นั้นเหมือนจะเป็น องค์รัชทายาทหลี่เฉิงเฉียนนี่นา"
"หา นั่นคือองค์รัชทายาทหรือ"
"แต่ทำไมทั่วทั้งร่างขององค์รัชทายาทถึงมีควันสีดำพวยพุ่งออกมาล่ะ ดูเหมือนคนธาตุไฟแตกซ่านเข้าสู่มรรคาปีศาจเลย ช่างน่ากลัวจริงๆ"
"นั่นสิ องค์รัชทายาทดูน่าสะพรึงกลัวมาก"
ผู้คนในเมืองหลวงที่อยู่ละแวกนั้นพากันวิพากษ์วิจารณ์ด้วยความประหลาดใจ
ทำไมจู่ๆ องค์รัชทายาทถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้
ทั่วทั้งร่างมีควันสีดำพวยพุ่งออกมา ดูแปลกประหลาดยิ่งนัก
หลี่เฉิงเฉียนย่อมได้ยินเสียงเหล่านั้น แต่เขาไม่ได้สนใจ เขาเพียงจ้องมองโจวหมิ่นอย่างเย็นชา "เจ้าเป็นใคร บังอาจมากระทำการอุกอาจกวาดล้างตระกูลอู๋ใต้จมูกโอรสสวรรค์เช่นนี้ รนหาที่ตายนักหรือ"
สิ้นคำกล่าวนั้น บริเวณโดยรอบก็เกิดคลื่นแห่งความตื่นตระหนกถาโถมขึ้นทันที
พวกเขาต่างหันไปมองทางจวนตระกูลอู๋
พวกเขาเห็นเพียงศพของทหารยามกว่ายี่สิบนายนอนเกลื่อนอยู่หน้าประตู แต่ไม่สามารถมองเห็นสถานการณ์ภายในจวนได้ และเนื่องจากโจวหมิ่นยังคงอยู่ข้างใน พวกเขาจึงไม่เห็นตัวโจวหมิ่นเช่นกัน
ทว่าคำพูดของหลี่เฉิงเฉียนกลับทำให้ทุกคนหน้าถอดสี และไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง
ตระกูลอู๋ ถูกล้างบางจนหมดสิ้นแล้วงั้นหรือ
นี่จะเป็นไปได้อย่างไร
ตระกูลอู๋คือขุมกำลังระดับยักษ์ใหญ่เชียวนะ
แม้ผู้นำอย่างอู๋เทียนเซิ่งจะเพิ่งถูกฉินซวงเยวี่ยสังหารไปเมื่อไม่นานมานี้ แต่ตระกูลอู๋ก็ยังมีรากฐานอันหยั่งรากลึก ต่อให้เป็นยอดฝีมือระดับถามไถ่วิญญาณบุกเข้าไปในตระกูลอู๋ ก็ใช่ว่าจะหนีรอดออกมาได้ง่ายๆ!
แต่ตอนนี้ ตระกูลอู๋กลับถูกล้างบางจนหมดสิ้น
ใครกันที่มีพลังอำนาจน่าสะพรึงกลัวปานนี้
[จบแล้ว]