- หน้าแรก
- ขุนศึกทะลุมิติ สยบแผ่นดินเดือด
- บทที่ 89 - สามมีดหกรูชดใช้หนี้พนัน
บทที่ 89 - สามมีดหกรูชดใช้หนี้พนัน
บทที่ 89 - สามมีดหกรูชดใช้หนี้พนัน
บทที่ 89 - สามมีดหกรูชดใช้หนี้พนัน
ลมปราณในทรวงอกของหลิวอวี้พุ่งขึ้นมาถึงคอหอย พวงแก้มของเขาป่องพองขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ขอเพียงเอ่ยปากออกมาก็จะกลายเป็นกระแสลมอันทรงพลังที่สามารถเป่าลูกเต๋าทั้งห้าลูกกระเด็นออกจากกระดานหมากได้เลย
ทว่าดวงตาของหลิวอวี้กลับจ้องเขม็งไปที่มือซ้ายของจี๋ลี่ว่าน หลังจากที่ผ่านการแสร้งทำเป็นตะโกนแต่แท้จริงแล้วคือการตบเมื่อครู่นี้ เขาก็จับตาดูทุกอิริยาบถของสตรีผู้นี้อย่างไม่คลาดสายตา
เขารู้ดีว่าเพื่อที่จะทำให้เขาสับสน สตรีผู้นี้จึงกลิ้งลูกเต๋าทั้งห้าลูกสลับไปมาระหว่างมือซ้ายและมือขวาอย่างต่อเนื่อง จนไม่รู้เลยว่าในระหว่างที่กำลังหมุนตัวอยู่นั้นนางได้เปลี่ยนลูกเต๋าลูกสุดท้ายไปไว้ในมือข้างไหน และสิ่งที่เขาต้องทำก็คือการตอบสนองให้ทันในชั่วพริบตาที่ลูกเต๋าหลุดออกจากมือ!
ทว่ามือซ้ายของจี๋ลี่ว่านที่กางออกในคราวนี้กลับว่างเปล่า ภายในใจของหลิวอวี้กระตุกวาบ เขาคิดในใจว่า "เป็นตัวล่อจริงๆด้วย"
และเขาก็ตอบสนองแทบจะในทันที มือของเขาพุ่งออกไปรวดเร็วดั่งสายฟ้าฟาด คว้าจับไปที่จุดชีพจรบนมือขวาของจี๋ลี่ว่านอย่างแม่นยำ จี๋ลี่ว่านถอยหลบไปด้านหลังตามสัญชาตญาณ หลิวอวี้รู้สึกว่าน้ำหนักในมือเบาหวิว มีสิ่งของบางอย่างหลุดเข้ามาอยู่ในมือของเขา ในขณะที่ร่างของจี๋ลี่ว่านกลับถอยกรูดออกไปไกลกว่าหนึ่งจั้ง กระดานหมากถูกการกระทำของนางพลิกคว่ำลงไปกองกับพื้น อุปกรณ์การเล่นหมากต่างๆกระจัดกระจายเกลื่อนกลาด
หลิวอวี้ชูสิ่งของในมือขึ้นสูง สิ่งนั้นคือชิ้นส่วนผิวหนังที่เต็มไปด้วยรอยสักและลวดลายแผ่นใหญ่ คราวนี้ทุกคนต่างมองเห็นอย่างชัดเจน แขนขวาของจี๋ลี่ว่านขาวผ่องดุจหยก งดงามไร้ที่ติ หยาดเหงื่อเม็ดใสเกาะพราวเต็มท่อนแขน ไม่มีร่องรอยของรอยสักแม้แต่น้อย ทว่าสิ่งที่อยู่ในมือของหลิวอวี้กลับเป็นปลอกแขนหนังมนุษย์ทั้งชุด
จี๋ลี่ว่านเบิกตากว้างพลางตวาดเสียงกร้าว "หลิวอวี้ เจ้ามองออกได้อย่างไร"
หลิวอวี้แค่นหัวเราะ "แม่นางจี๋ลี่ว่าน แม้วิชาโกงพนันของเจ้าจะยอดเยี่ยมเพียงใด แต่ก็ยังพลาดไปเรื่องหนึ่ง นั่นก็คือบนอุปกรณ์หนังมนุษย์ของเจ้าไม่มีหยาดเหงื่อผุดขึ้นมาเลย มันช่างแตกต่างจากบนร่างกายของเจ้าอย่างเห็นได้ชัด! ลูกเต๋าทั้งห้าลูกนั้นตอนนี้ยังคงอยู่ในมือซ้ายของเจ้า ส่วนลูกเต๋าทั้งห้าลูกที่เตรียมการไว้ล่วงหน้าเหล่านี้ก็ซ่อนอยู่ในมือขวา เพื่อรอโอกาสที่จะปล่อยลงมา!"
เขาพูดพลางชูปลอกแขนหนังนั้นขึ้นสูงแล้วสะบัดลงมา จากรอยแยกเล็กๆที่ไม่สะดุดตาบริเวณปลายนิ้วก็มีลูกเต๋าลูกหนึ่งร่วงหล่นลงมา และในตอนที่มันกระทบพื้นก็เป็นหน้าของแต้มหลูพอดี!
ผู้คนรอบข้างเริ่มตะโกนด่าทอ "ร้ายกาจนัก โกงกันแบบนี้ ข้าก็ว่าอยู่ว่าทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงทอยได้แต้มตามที่นางต้องการทุกครั้ง ที่แท้ก็อาศัยสิ่งนี้นี่เอง"
ซุนไท่กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก "หลิวอวี้ เข้าบ่อนพนันก็ต้องทำตามกฎของบ่อนพนัน การที่แม่นางจี๋ลี่ว่านชอบสวมปลอกแขนก็ไม่ได้หมายความว่านางกำลังโกงพนันเสียหน่อย จริงหรือไม่ แม่นางจี๋ลี่ว่าน"
จี๋ลี่ว่านยิ้มบางๆพลางแบมือซ้ายออก เผยให้เห็นขี้เลื่อยสีดำกำมือหนึ่งปลิวว่อนตามสายลม "แหม เมื่อครู่นี้ตื่นเต้นไปหน่อยก็เลยบดหน้าลูกเต๋าพวกนี้จนแหลกละเอียดไปไม่น้อย ทุกคนดูสิ กลายเป็นสภาพนี้ไปเสียแล้ว!"
หลิวอวี้คิดในใจว่า ผู้หญิงคนนี้มีพละกำลังฝ่ามือมหาศาลจริงๆ ถึงกับบีบลูกเต๋าให้กลายเป็นผุยผงได้ในพริบตา หรือว่าลูกเต๋าลูกนั้นแต่เดิมก็เบาบางและอ่อนนุ่มอยู่แล้วถึงได้เป็นเช่นนี้ จุดประสงค์ที่แท้จริงก็เพื่อใช้เป็นภาพลวงตาในพริบตานั้น
จี๋ลี่ว่านยิ้มบางๆ "นั่นน่ะสิ จอมยุทธ์หลิว ข้าเปลี่ยนลูกเต๋าจากมือซ้ายมาไว้ในมือขวาแล้วมันหมายความว่าอย่างไรเล่า สตรีบอบบางอย่างข้าเกรงว่าจะถูกชาวฮั่นอย่างพวกท่านรุมทำร้ายในจิงโข่วแห่งนี้ การสวมปลอกแขนรอยสักเพื่อข่มขวัญผู้คนมันผิดตรงไหนกัน จอมยุทธ์หลิวท่านเองก็สักลวดลายเต็มตัวเพื่อข่มขวัญผู้คนไม่ใช่หรือ การที่ท่านคว่ำกระดานหมากในตอนที่ยังไม่รู้ผลแพ้ชนะ คนที่แพ้ก็น่าจะเป็นท่านนะ"
หลิวอวี้หัวระเบิดเสียงหัวเราะลั่น "ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า วันนี้ข้าได้เปิดหูเปิดตาแล้ว ลัทธิเทียนซือกับพวกหูหลู่ก็เป็นพวกเดียวกันจริงๆ ถูกจับได้คาหนังคาเขาว่าโกงพนันแล้วยังจะมาแก้ตัวน้ำขุ่นๆอีก ด้วยข้อนี้ข้าก็ไม่ยอมปล่อยให้บ่อนพนันของพวกท่านเปิดต่อไปได้หรอก! พี่น้องชาวจิงโข่ว ทุกคนจงออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้ วันหน้าหากใครกล้ามาเหยียบที่นี่อีก ข้าหลิวอวี้ผู้นี้จำหน้าท่านได้ แต่หมัดคู่นี้มันจำหน้าใครไม่ได้หรอกนะ!"
ชายฉกรรจ์ในบ่อนพนันต่างโห่ร้องด้วยความยินดี พวกเขาหันหลังเดินจากไปพลางคว่ำโต๊ะและอุปกรณ์เล่นพนันต่างๆในบ่อนไปตลอดทาง เพียงไม่นานบ่อนพนันทั้งบ่อนก็กลายสภาพเป็นซากปรักหักพัง บนพื้นเต็มไปด้วยลูกเต๋าและชิปเดิมพันเกลื่อนกลาด ส่วนบ่อนพนันที่เพิ่งจะเนืองแน่นไปด้วยผู้คนเมื่อครู่นี้ก็พลันว่างเปล่าลงถนัดตา
ส่วนถานผิงจือและเว่ยหย่งจือก็ยิ่งทุบตีและเตะต่อยอย่างรุนแรง พวกเขาระบายความโกรธแค้นที่ถูกเฆี่ยนตีและถูกหลอกลวงลงบนโต๊ะพนันเหล่านี้จนหมดสิ้น เพียงชั่วพริบตาโต๊ะพนันและกระบะทรายทั้งหมดในบ่อนพนันก็ถูกทุบทำลายจนแหลกละเอียด
ทว่าเรื่องที่น่าแปลกก็คือ ลูกศิษย์ลัทธิเทียนซือทุกคนต่างก็ถอยไปอยู่ด้านข้างด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน พวกเขาเอาแต่มองดูถานผิงจือและเว่ยหย่งจือทุบทำลายข้าวของโดยไม่เข้าไปขัดขวางหรือสนใจไยดีเลย
หลิวอวี้ยืนกอดอกอยู่ด้านข้าง ภายในสมองของเขากำลังครุ่นคิดถึงเรื่องที่จะเกิดขึ้นต่อไปอย่างรวดเร็ว วันนี้เขาได้เปิดโปงวิชาโกงพนันของจี๋ลี่ว่านต่อหน้าธารกำนัล และยังได้พิสูจน์ให้นักพนันชาวจิงโข่วทุกคนในที่นี้เห็นแล้วว่า บ่อนพนันแห่งนี้คือขุมนรกที่จะชักนำพวกเขาไปสู่ความพินาศย่อยยับ
ทว่าการตอบโต้ของลัทธิเทียนซือและขุมกำลังที่อยู่เบื้องหลังพวกมันจะต้องตามมาอย่างแน่นอน วันนี้พวกมันวางกับดักเพื่อล่อให้เขาเข้ามา ไม่มีทางที่จะยอมปล่อยไปง่ายๆเช่นนี้แน่ และการที่เขาปล่อยให้นักพนันชาวจิงโข่วพังบ่อนพนันแห่งนี้ก็คือหมากตานึงที่ใช้ล่อให้งูออกจากถ้ำ เมื่อเห็นว่าพังทำลายไปมากพอแล้ว เขาก็เอ่ยเสียงเข้ม "พอแล้ว พี่ถาน พี่เว่ย พวกเราไปกันเถอะ!"
เสียงอันเย็นยะเยือกและน่าสะพรึงกลัวดังมาจากนอกประตู "พังบ่อนแล้วคิดจะหนีหรือ หลิวอวี้ เจ้าหนีไม่พ้นหรอก!"
ภายในบ่อนพนันเดิมทีก็แทบจะไม่เหลือชาวจิงโข่วอยู่แล้ว เกือบจะเหลือเพียงหลิวอวี้ ถานผิงจือ และเว่ยหย่งจือเท่านั้น พวกเขาทั้งหมดหันขวับไปมองที่หน้าประตู
ที่หน้าประตูบ่อนพนันปรากฏร่างของเตียวกุ๋ยในชุดขุนนางเต็มยศ ส่วนเตียวหงถือไม้เท้าอาญาสิทธิ์ยืนอยู่ด้านข้างพร้อมรอยยิ้มเย้ยหยันอย่างผู้มีชัย เตียวฉิวสวมชุดเกราะนักรบนำทหารที่มีอาวุธครบมือหลายสิบคนคอยคุ้มกันอยู่ด้านข้าง ในขณะที่ด้านนอกมีเสียงฝีเท้าหนักหน่วงและหนาแน่นของทหารดังกึกก้อง เห็นได้ชัดว่ามีกองทัพขนาดใหญ่กำลังปิดล้อมที่นี่อยู่
และในเวลาเดียวกันนั้นเอง จู่ๆก็มีลูกศิษย์ลัทธิเทียนซือกว่าสิบคนหันไปลงไม้ลงมือทุบตีใบหน้าและร่างกายของสหายที่อยู่ข้างกายอย่างแรง จนร่างกายเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำดำเขียว จากนั้นก็ล้มลงไปนอนกลิ้งเกลือกและโอดครวญอยู่บนพื้น ไม่ว่าใครที่มาเห็นในเวลานี้ก็จะต้องคิดว่ากลุ่มชายฉกรรจ์อย่างหลิวอวี้ ถานผิงจือ และเว่ยหย่งจือที่ยืนอยู่ ได้ทุบตีนักพรตที่น่าสงสารเหล่านี้จนสะบักสะบอมเป็นแน่
ส่วนจี๋ลี่ว่านก็หดตัวไปอยู่มุมหนึ่งกะทันหัน นางฉีกเสื้อผ้าบนตัวให้ขาดเป็นสองรอย แล้วขดตัวสั่นเทาอยู่บนพื้น เมื่อเห็นพวกเตียวกุ๋ยเดินเข้ามาก็ร้องลั่น "ใต้เท้า ช่วยด้วย ผู้ชายคนนี้เขาจะลวนลามข้า!"
หลิวอวี้แค่นหัวเราะในใจ เป็นเตียวกุ๋ยจริงๆด้วยที่คอยหนุนหลังลัทธิเทียนซืออยู่เบื้องหลัง คราวนี้เรื่องการสมรู้ร่วมคิดระหว่างขุนนางและพ่อค้าก็ถูกเปิดเผยต่อสาธารณชนแล้ว และแผนการที่เขาเตรียมไว้ในขั้นต่อไปก็สามารถเริ่มดำเนินการได้เช่นกัน เขาแสร้งทำเป็นสีหน้าเปลี่ยนไปแล้วตวาดใส่จี๋ลี่ว่านเสียงกร้าว "เจ้าหมายความว่าอย่างไร ใครลวนลามใคร"
จี๋ลี่ว่านกะพริบตาปริบๆ "ท่านดูสิ พอท่านพุ่งเข้ามาก็จับตัวข้า ดึงแขนเสื้อของข้าจนขาดวิ่นเป็นแบบนี้ ชาวฮั่นอย่างพวกท่านไม่ได้พูดไว้หรอกหรือว่าหากไม่ใช่จารีตประเพณีก็อย่าได้มอง"
[จบแล้ว]