- หน้าแรก
- พลิกชะตาคว้าความรวยด้วยมิติส่วนตัว
- บทที่ 30 - สารภาพรักทางอ้อม
บทที่ 30 - สารภาพรักทางอ้อม
บทที่ 30 - สารภาพรักทางอ้อม
บทที่ 30 - สารภาพรักทางอ้อม
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
ร้านอาหารของรัฐมีของกินให้เลือกแบบง่ายๆ มีแค่หมั่นโถวแป้งผสม วอวอโถว โจ๊กข้าวขาว ผักดอง และผัดมันฝรั่งเส้นกับหัวไชเท้าเส้น แน่นอนว่าถ้ามีเงินก็สามารถสั่งให้พ่อครัวผัดกับข้าวให้ได้ แต่เรื่องเนื้อสัตว์น่ะคงไม่มีให้เห็นแน่ๆ
หวังเซี่ยงตงจ่ายเงินไปหนึ่งเหมาห้าเฟินเพื่อซื้อโจ๊กข้าวขาวสามที่ โจ๊กหนึ่งที่ก็คือโจ๊กหนึ่งกระบวยตักใส่กล่องข้าวได้ประมาณสองในสามส่วน กินคู่กับผักดองและหัวไชเท้าเส้นอีกสองช้อนโต๊ะ
แค่กินโจ๊กอย่างเดียวคงไม่อยู่ท้อง ระหว่างทางเดินกลับหวังเซี่ยงตงเลยหยิบกล่องข้าวใบใหญ่ออกมา ภายในใส่หมั่นโถวแป้งสาลีขาวลูกเบ้อเริ่มไว้หกลูก พร้อมกับหยิบตะเกียบออกมาอีกสามคู่ อุปกรณ์พวกนี้ในมิติเขามีสำรองไว้เพียบ
"ร้านอาหารมีขายแค่นี้นะ มา ลงมือกินกันเถอะ"
หวังเซี่ยงตงวางกล่องข้าวลงบนโต๊ะตัวเล็กข้างเตียง แล้วส่งกล่องข้าวกับตะเกียบให้ฉินอวี้หรูกับฉินอวี้เมิ่ง ทั้งสองคนจ้องมองหมั่นโถวแป้งสาลีขาวจั๊วะตรงหน้าด้วยความตกตะลึง
"อ้าว มัวเหม่ออะไรกันอยู่ รีบกินสิ"
หวังเซี่ยงตงหยิบกล่องโจ๊กข้าวขาวของตัวเองมาซดดังซู้ด โชคดีที่โจ๊กไม่เหลวเกินไปยังพอมองเห็นเม็ดข้าวขาวๆ อยู่บ้าง พอเห็นสองพี่น้องยังไม่ยอมขยับตัวเขาก็เลยเอ่ยปากเร่งอีกรอบ
"อ้อ จ้ะๆ ให้กินของดีขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย"
ฉินอวี้หรูยังแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง เธอเรียนแบบหวังเซี่ยงตงซดโจ๊กเข้าปาก ข้าวขาวหอมชะมัด จากนั้นก็คีบหมั่นโถวขึ้นมากัดไปหนึ่งคำ แป้งสาลีนุ่มละมุนลิ้น พอแน่ใจว่าทั้งหมดนี่คือของจริงเธอก็เริ่มเร่งความเร็วในการกิน
กินไปกินมาน้ำตาก็พาลไหลอาบแก้ม เธอเองก็จำไม่ได้แล้วว่าไม่ได้กินหมั่นโถวแป้งสาลีกับโจ๊กข้าวขาวมานานแค่ไหนแล้ว ปีนึง หรืออาจจะสองปีได้แล้วมั้ง
"นี่ กินหมั่นโถวกับผักดองมันยังเค็มไม่พอเหรอ ถึงต้องเติมน้ำตาลงไปด้วยน่ะ"
หวังเซี่ยงตงกินอย่างช้าๆ ค่อยๆ เคี้ยว พอเห็นฉินอวี้หรูกินไปร้องไห้ไปก็อดไม่ได้ที่จะพูดแหย่เล่น ส่วนฉินอวี้เมิ่งนั้นไม่พูดไม่จาเอาแต่ก้มหน้าก้มตากินอย่างเอาเป็นเอาตาย ราวกับกลัวว่าจะมีใครมาแย่งไป
"ฉันไม่ได้กินของอร่อยแบบนี้มาตั้งนานแล้ว ขอร้องไห้หน่อยไม่ได้หรือไงเล่า"
ฉินอวี้หรูเบ้ปากตอบกลับก่อนจะก้มหน้าก้มตากินต่อ โจ๊กข้าวขาวหนึ่งกล่องกับหมั่นโถวลูกเบ้อเริ่มอีกสองลูก ไม่รู้เหมือนกันว่าเธออิ่มหรือยัง
พอกินเสร็จฉินอวี้เมิ่งก็รู้หน้าที่ รีบหยิบกล่องข้าวกับตะเกียบไปล้างที่ทางเดินด้านนอกทันที ฉินอวี้หรูเอ่ยถามว่าในถุงกระสอบนั่นใส่อะไรไว้ หวังเซี่ยงตงก็ตอบว่าเป็นลูกกระต่ายป่าที่เขารับซื้อมา
ตอนขากลับหวังเซี่ยงตงแวะเด็ดหญ้าแห้งริมทางยัดใส่ลงไปในถุงกระสอบด้วย ไม่รู้เหมือนกันว่ากระต่ายป่าพวกนี้จะยอมกินหรือเปล่า คืนนี้เขาเลยตั้งใจจะฝากกระต่ายป่าพวกนี้ไว้ในห้องพักผู้ป่วย ให้สองพี่น้องช่วยดูแลไปก่อน
หวังเซี่ยงตงเดินออกไปถามพยาบาลเวรด้านนอก พอรู้ว่าตอนกลางคืนประตูเหล็กของสถานีอนามัยจะล็อคกุญแจ รถจี๊ปสามารถจอดทิ้งไว้ในลานด้านในได้เขาก็เบาใจ
เตียงผู้ป่วยในห้องยังว่างอยู่อีกหลายเตียง แถมมีผ้าห่มผืนนั้นให้ฉินอวี้เมิ่งห่มพอดี หวังเซี่ยงตงจึงเดินออกจากสถานีอนามัยไป เนื่องจากเขามีใบรับรองจากทางโรงงานแถมยังคุ้นเคยกับพื้นที่ดี เขาจึงไปเปิดห้องพักที่เกสต์เฮาส์ของสหกรณ์ร้านค้าซึ่งอยู่ไม่ไกลนักเพื่อนอนพักผ่อนหนึ่งคืน
ตอนที่เอนตัวลงนอนหวังเซี่ยงตงก็ใช้แผนที่เนตรเหยี่ยวสแกนดูรอบๆ ประชาคมเป่ยหลุนอีกรอบตามความเคยชิน คราวนี้ไม่เจอบ้านร้างที่ไหนเลย ก็อย่างว่าแหละ ใครจะไปโชคดีเจอลาภลอยได้บ่อยๆ
เช้าวันรุ่งขึ้นเวลาเจ็ดโมงครึ่ง หวังเซี่ยงตงก็ไปยืนรอให้สหกรณ์ร้านค้าเปิดประตู
"เซี่ยงตง อาทิตย์นี้ไม่ค่อยมีของมาขายเลย ทุกคนต่างก็เก็บของไว้ฉลองปีใหม่กันหมด มีก็แต่กล่องใบนี้แหละ เจ้าของเขาร้อนเงินบอกว่าขอห้าหยวน เธอจะเอาไหมล่ะ"
พนักงานขายหญิงที่เป็นคนคอยช่วยรับซื้อของให้หวังเซี่ยงตงหยิบกล่องไม้ขนาดประมาณสองฝ่ามือออกมาวางให้ดู
กล่องใบนี้มีความสูงราวสิบกว่าเซนติเมตร สีดำขลับเป็นเงางาม ขอบมุมหุ้มด้วยทองเหลืองสลักลวดลายต่างๆ สวยงามมาก หวังเซี่ยงตงดูของเก่าไม่เป็นหรอก ไม่รู้เลยว่ามันดีหรือแย่ แค่รู้สึกว่ามันประณีตงดงามมาก เนื้อไม้ก็น่าจะเป็นของดี
บนกล่องมีแม่กุญแจทองเหลืองคล้องอยู่พร้อมกับลูกกุญแจทองเหลืองแบนๆ เสียบคาไว้ครึ่งหนึ่ง พี่สาวพนักงานขายดันกุญแจเข้าไปจนสุด กุญแจก็ปลดล็อค พอเปิดฝาออกดู ข้างในมีแค่ผ้าสีแดงปูรองไว้ เดาว่าน่าจะเป็นกล่องเก็บเครื่องประดับ
"ดูสวยดีครับ ผมเอาใบนี้แหละ"
หวังเซี่ยงตงไม่ได้ตั้งใจจะสะสมของเก่า เขาดูไม่เป็นด้วยซ้ำ ย่อมไม่รู้หรอกว่ากล่องใบนี้มาจากยุคไหน แต่เห็นว่างานฝีมือประณีตขนาดนี้ จ่ายห้าหยวนก็ถือว่าคุ้มแล้ว
หลังจากจ่ายเงินเสร็จ หวังเซี่ยงตงก็ขอให้เธอหยิบประทัดลังใหญ่มาให้อีกลัง มีทั้งแบบสายละร้อยนัดสองร้อยนัด แล้วก็แบบประทัดสองจังหวะลูกเดี่ยวๆ ใกล้จะปีใหม่แล้ว ของพวกนี้ไม่ต้องใช้คูปองซื้อ ซื้อตุนไว้เยอะๆ หน่อยก็ดี เพราะเขายังมีแผนจะเอาไปใช้งานอย่างอื่นด้วย
นอกจากนี้เขายังกว้านซื้อบุหรี่ต้าเฉียนเหมินกับเหล้าจวี๋ฮวาไปจนหมดสต็อกของสหกรณ์ ของพวกนี้ก็ไม่ต้องใช้คูปองเหมือนกัน มีเงินซะอย่างก็เหมาได้สบายๆ แถมเขายังอยู่ในฐานะพนักงานจัดซื้อด้วย คงไม่มีใครกล้าปริปากบ่นหรอก
กลับมาที่สถานีอนามัย อาหารเช้ายังคงเป็นโจ๊กข้าวขาวกับหมั่นโถวเหมือนเมื่อคืน พอกินเสร็จฉินอวี้หรูก็ยืนกรานจะออกจากโรงพยาบาลให้ได้ เหตุผลหนึ่งคือเสียดายเงิน ส่วนอีกเหตุผลก็คือต้องคอยระแวดระวังพยาบาลสาวคนนั้น
เมื่อวานพยาบาลสาวคนนั้นแอบมาถามเรื่องของหวังเซี่ยงตงจากเธอ แน่นอนว่าเธอไม่มีทางบอกหรอก ตอบปัดไปว่าไม่รู้เรื่อง ทำเอาพยาบาลสาวกระทืบเท้าด้วยความขัดใจ ปากยื่นปากยาวจนแทบจะแขวนขวดน้ำมันได้อยู่แล้ว
รีบออกโรงพยาบาล รีบกลับบ้าน ฉินอวี้หรูกับฉินอวี้เมิ่งสองพี่น้องคิดตรงกันเป๊ะ สัญชาตญาณระวังภัยของผู้หญิงนี่แรงจริงๆ
คุณหมอเลยจัดยาทั้งแบบกินและแบบทาให้ไปจำนวนหนึ่ง พอบวกกับค่ารักษาพยาบาลก่อนหน้านี้ ก็ครบสิบหยวนที่วางมัดจำไว้พอดีเป๊ะ คำนวณได้แม่นยำจริงๆ
พอฉินอวี้หรูรับใบเสร็จมาก็ถึงกับหน้ามุ่ย ครอบครัวจะว่ายังไงนะที่จู่ๆ ก็สร้างหนี้ก้อนโตตั้งแปดหยวนแบบนี้ เฮ้อ คงหนีไม่พ้นต้องโดนบีบให้รีบแต่งงานออกไปแน่ๆ
"มาๆๆ อย่าทำหน้าเศร้าไปเลย ยิ้มหน่อยสิ พอดีเลยฉันต้องไปทำธุระที่ฉินเจียหลิ่งอีกรอบ เดี๋ยวจะให้พวกเธอสองพี่น้องติดรถไปด้วยเลยแล้วกัน"
หวังเซี่ยงตงพาเด็กสาวสองคนเดินไปที่รถจี๊ป เขาแอบเอาผ้าปูที่นอนที่เลาะออกมาหลายผืนไปวางไว้ที่กระบะท้ายคลุมด้วยผ้าใบกันน้ำ ตามด้วยกองเสื้อกางเกงบุนวมกับรองเท้าสกปรกๆ ที่เพิ่งยึดมา อ้อ แล้วก็ยังมีมีดพร้าของฉินอวี้หรูด้วย
สองพี่น้องที่กำลังกลุ้มใจอยู่ พอได้ยินว่ามีรถให้นั่งก็ยิ้มออกทันที ไม่มีใครอยากเดินเท้ากลับบ้านตั้งสิบกว่าลี้หรอกนะ
"ดีใจก็ส่วนดีใจนะ แต่พอกลับถึงบ้านพวกเธอต้องช่วยซักกองเสื้อผ้าสกปรกพวกนี้ให้ฉันด้วยล่ะ รวมทั้งผ้าปูที่นอนที่ให้น้องเมิ่งห่มเมื่อคืนด้วยนะ"
เห็นสองพี่น้องตระกูลฉินมองสำรวจรถจี๊ปด้วยความอยากรู้อยากเห็นและตื่นเต้น หวังเซี่ยงตงก็ถือโอกาสยื่นข้อเสนอ
"พี่ตงอุตส่าห์ช่วยชีวิตฉันไว้ แค่ซักเสื้อผ้าพวกนี้จะไปยากอะไรล่ะจ๊ะ ฉันซักเสื้อผ้าให้พี่ได้ตลอดชีวิตเลยนะ" ฉินอวี้หรูจ้องมองหวังเซี่ยงตงแล้วโพล่งความในใจออกมาอย่างกล้าหาญ
ตลอดทั้งคืนในหัวของเธอมีแต่ภาพของหวังเซี่ยงตงวนเวียนอยู่เต็มไปหมด หรือนี่จะเป็นพรหมลิขิตที่สวรรค์ขีดเขียนไว้ให้กันนะ
บรรดาชายหนุ่มที่แม่สื่อพามาแนะนำให้รู้จักเมื่อต้นปี ซึ่งเธอปฏิเสธไปจนหมดนั้น พอเอามาเทียบกับพี่ตงตรงหน้าแล้ว ช่างแตกต่างกันราวฟ้ากับเหวเลยทีเดียว เพียงแต่ว่าตัวเธอคู่ควรกับเขาหรือเปล่านะ
แต่ลูกพี่ลูกน้องอย่างฉินหวยหรูยังแต่งงานเข้าไปอยู่ในเมืองได้เลย เธอเองก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าพี่หวยหรูสักหน่อย เธอให้กำลังใจตัวเองอยู่ในใจ ฉินอวี้หรู เธอเองก็ทำได้เหมือนกันแหละ
"นี่เธอพูดเองนะ ถ้าวันหลังฉันมีเสื้อผ้าสกปรกเมื่อไหร่จะเอามาให้เธอซัก ห้ามกลับคำเด็ดขาดล่ะ"
หวังเซี่ยงตงชะงักไปนิดหนึ่ง หรือว่าฉินอวี้หรูคนนี้กำลังตกหลุมรักเขาเข้าแล้ว มองสบตากับดวงตากลมโตที่เปี่ยมไปด้วยความนัยคู่นั้น นี่มันแอบสารภาพรักทางอ้อมชัดๆ
เรื่องแบบนี้ลูกผู้ชายจะยอมถอยได้ยังไง
ในชาติก่อนเขาได้แต่แอบรักหัวหน้าห้องคนนั้น แต่ก็ไม่กล้าสารภาพรักออกไป มาตอนนี้ฉินอวี้หรูที่หน้าตาเหมือนหัวหน้าห้องคนนั้นราวกับแกะกลับเป็นฝ่ายมาตกหลุมรักเขาซะเอง ฮ่าๆๆ พรหมลิขิตชัดๆ
"คำพูดที่พูดออกไปแล้วก็เหมือนน้ำที่สาดออกไป คืนคำไม่ได้หรอกจ้ะ ใครผิดคำพูดขอให้เป็นลูกหมาเลย พี่มีรถขับนี่นา ถ้าพี่แวะมาที่บ้านฉันอาทิตย์ละครั้ง มีเสื้อผ้าเยอะแค่ไหนฉันก็จะซักให้หมดเลย" ฉินอวี้หรูยิ้มกริ่มเหมือนคนเจ้าเล่ห์ที่แผนการสำเร็จ
"ตกลงตามนี้นะ งั้นพวกเราออกเดินทางกันได้เลย"
หลังจากได้ชีวิตใหม่ หวังเซี่ยงตงก็ย่อมอยากจะมีลูกมีเมียสร้างครอบครัวที่อบอุ่น ชายหนุ่มที่ครองความโสดมาถึงสองชาติภพอย่างเขาย่อมต้องโหยหาความรักเป็นธรรมดา ตัวละครหญิงที่มีชื่อเสียงเรียงนามในซีรีส์ยุคนี้เขาไม่เคยชายตาแลเลยสักคน ไม่ว่าจะเป็นฉินหวยหรู โหลวเสี่ยวเอ๋อ หรืออวี๋ลี่ ถึงแม้หน้าตาจะสะสวยแต่ก็มีข้อเสียเต็มไปหมด ในสายตาเขาพวกเธอสู้แม้กระทั่งตัวประกอบอย่างหวงกุ้ยฮัวไม่ได้ด้วยซ้ำ
ตอนนี้มีหญิงสาวบริสุทธิ์ผุดผ่องอย่างฉินอวี้หรูที่หน้าตาสะสวยเหมือนหัวหน้าห้องในชาติก่อนมายืนอยู่ตรงหน้า มีสาวงามแบบธรรมชาติร้อยเปอร์เซ็นต์มาคอยเคียงข้างแบบนี้มันช่างดีเลิศประเสริฐศรีจริงๆ แถมเธอยังเป็นคนขยันขันแข็ง งดงาม เปิดเผย ผู้หญิงนิสัยแบบนี้ไม่มีทางเป็นคนเลวร้ายแน่นอน
ยิ่งไปกว่านั้นเวลายิ้มฉินอวี้หรูก็ดูน่ารักน่าชังสุดๆ ลักยิ้มสองข้างยิ่งขับให้เธอดูสวยหวานจับใจ ผู้หญิงที่อารมณ์ดีมักจะโชคดีเสมอ
ก็จริงนะ ตกลงไปในคูน้ำลึกขนาดนั้นยังบังเอิญมาเจอเขาช่วยไว้ได้ โชคดีขนาดไหนคิดดูเอาเองเถอะ
ฉินอวี้หรูยืนกรานจะขอนั่งเบาะหน้าคู่กับคนขับให้ได้ เธอไล่ให้น้องสาวคนเล็กไปนั่งอยู่ท้ายกระบะบนกองเสื้อผ้าแทน ฉินอวี้เมิ่งเองก็ไม่ได้ว่าอะไร เธอเอาแต่ถือถุงกระสอบใส่ลูกกระต่ายป่าไว้แน่น ดูท่าทางเธอจะชอบลูกกระต่ายพวกนี้มากทีเดียว
[จบแล้ว]