- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นดาบ ใครถือข้าถ้าไม่เทพก็ต้องตายโหง
- บทที่ 610 - สดใหม่เกินไปแล้ว
บทที่ 610 - สดใหม่เกินไปแล้ว
บทที่ 610 - สดใหม่เกินไปแล้ว
บทที่ 610 - สดใหม่เกินไปแล้ว
เฉินกังส่ายหน้าอย่างจนปัญญา ล้วงกล่องหยกใบหนึ่งออกมาจากอกเสื้อแล้วโยนไปให้นาง เมื่อชิงเหยียนเห็นกล่องหยกพุ่งเข้ามา ประกายกระบี่ก็ตวัดวูบ กล่องหยกถูกตัดขาดเป็นชิ้นๆ เผยให้เห็นผลวิญญาณเทวะอันคุ้นเคยปรากฏอยู่เบื้องหน้า
ชิงเหยียนชะงักไปครู่หนึ่ง รีบใช้ดาบโลหิตชาดรองรับผลวิญญาณเทวะลูกนั้นเอาไว้
ผลวิญญาณเทวะถูกเก็บรักษาไว้อย่างดีเยี่ยม ราวกับเพิ่งเด็ดลงมาจากต้นสดๆ ร้อนๆ กลิ่นหอมหวนชวนหลงใหลโชยแตะจมูก
"รองเจ้าสำนักฝากบอกมาว่า หากข้าเอาชนะเจ้าไม่ได้ ก็ให้มอบผลวิญญาณเทวะลูกนี้แก่เจ้า เพื่อขอให้เจ้าเห็นแก่หน้าเขา ยอมปล่อยข้ากลับไป..."
ชิงเหยียนเอียงคอถาม "หากข้าสังหารท่าน ผลวิญญาณเทวะลูกนี้ก็ตกเป็นของข้าอยู่ดีมิใช่หรือ"
"รั่วเหยียน บางทีเจ้าอาจจะไม่เข้าใจความปรารถนาดีของท่านรองเจ้าสำนัก อันที่จริงลับหลังเขาคอยช่วยเหลือเจ้าอยู่มากทีเดียว..."
"ช่วยเหลือข้ามากงั้นหรือ ข้าไม่ใช่ศิษย์จดนามที่ถูกปล่อยปละละเลยและไม่เป็นที่โปรดปรานหรอกหรือ"
"วันที่เจ้าหลบหนีออกจากสำนัก ผู้อาวุโสฮั่วแห่งพันธมิตรวิถียุทธ์ต้องการจะตัดสิทธิ์และยกเลิกผลการประลองของเจ้า เป็นรองเจ้าสำนักเนี่ยที่ออกหน้าโต้เถียงปกป้องเจ้า ไม่เพียงแต่มีปากเสียงกับผู้อาวุโสฮั่วผู้นั้น แต่ยังยืนกรานที่จะทำข้อตกลงกับคนของสำนักศพเร้นลับ โดยยอมแลกศพของยอดฝีมือขอบเขตเทวะสามร่างกับศพเดินได้ร่างที่เจ้าต้องการ... ผลก็คือเขาเกิดการปะทะกับผู้อาวุโสฮั่วแห่งพันธมิตรวิถียุทธ์ และถูกทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัส!"
"แล้วการแลกเปลี่ยนสำเร็จหรือไม่" พอถามออกไป ชิงเหยียนก็รู้ตัวว่าตนเองถามคำถามที่โง่เง่ามาก จึงเปลี่ยนคำถามใหม่ "ที่ท่านพูดมาเป็นความจริงงั้นหรือ"
"ย่อมต้องเป็นความจริงอยู่แล้ว ตอนนั้นมีผู้นำของขุมกำลังระดับแนวหน้ามากมายเข้าร่วมประชุม ท่ามกลางสายตาผู้คนนับไม่ถ้วน รองเจ้าสำนักเนี่ยถูกผู้อาวุโสฮั่วแห่งพันธมิตรวิถียุทธ์ซัดกระเด็นออกมาด้วยฝ่ามือเดียว... หลังจากที่เจ้าหลบหนีไป ท่านรองเจ้าสำนักยังส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือจากทางสำนัก เขาต้องพักรักษาอาการบาดเจ็บอยู่นานกว่าหนึ่งเดือน ถึงจะถูกคนของสำนักมารับตัวกลับไป... เรื่องที่เจ้าหลบหนี พวกเรารู้เรื่องตั้งแต่วันแรกแล้ว เป็นสำนักของเราเองที่ช่วยปิดข่าวเอาไว้ พวกเรารออยู่นานกว่าครึ่งเดือน ถึงได้ประกาศเรื่องที่เจ้าทรยศออกไปภายนอก!"
"เพื่อเหตุใดกัน"
"ก็เพราะดาบในมือเจ้าอย่างไรเล่า มันน่าจะเป็นอาวุธระดับมรรคาใช่หรือไม่" เฉินกังจ้องมองดาบโลหิตชาดในมือชิงเหยียนด้วยสายตาลุกวาว "ตอนนั้นมียอดฝีมือระดับทลายเวหาและระดับอาณาเขตจำนวนมากสังเกตเห็นมันเข้าแล้ว! หากพวกเราประกาศเรื่องที่เจ้าทรยศหลบหนีออกไปในวันนั้น เจ้าคงถูกยอดฝีมือผู้แข็งแกร่งนับไม่ถ้วนที่อยู่ในงานตามล่าหมายหัวเป็นแน่!"
ชิงเหยียนไม่ได้ใส่ใจสายตาของเฉินกัง นางเพียงแค่กล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "พวกท่านนี่ช่างใส่ใจข้าเสียจริงนะ!"
เฉินกังสัมผัสได้ว่ารังสีอำมหิตของอีกฝ่ายดูเหมือนจะคลายลงไปบ้าง จึงรีบเอ่ยต่อ "ที่พวกเรามาตามล่าสังหารเจ้าในครั้งนี้ ก็แค่มาทำตามหน้าที่เท่านั้น นึกไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะเป็นฝ่ายมาหาพวกเราถึงที่... ข้าก็เลยไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องลงมือ!"
"อืม!"
ชิงเหยียนไม่ค่อยอยากจะเชื่อคำพูดของเฉินกังสักเท่าใดนัก
นางรู้สึกว่า การที่เฉินกังนำทีมมาทำตามหน้าที่นั้น เหตุผลหลักน่าจะเป็นเพราะเขาไม่ได้คาดหวังว่าจะตามหาตัวนางพบเสียมากกว่า ไม่ใช่เพราะเขาไม่อยากสังหารนางหรอก
"รองเจ้าสำนักฝากบอกมาอีกว่า ตัวเขาเองก็ไม่ได้คาดหวังว่าพวกเราจะตามหาเจ้าพบ แต่ถ้าหากเจ้ากล้ามาปรากฏตัวต่อหน้าพวกเรา เจ้าก็ย่อมต้องมีไพ่ตายซ่อนอยู่เป็นแน่ หากไม่อาจพาตัวเจ้ากลับไปได้ หรือตัวข้าพ่ายแพ้ด้วยน้ำมือของเจ้า ก็ให้ใช้ผลวิญญาณเทวะสามใบลูกนี้ไถ่ชีวิตข้ากลับมา!"
ชิงเหยียนมองเฉินกังด้วยความประหลาดใจ นางพบว่าตนเองดูเบาผู้คนในใต้หล้าเกินไปเสียแล้ว!
เนี่ยลี่ฉวินถึงขั้นคาดเดาความน่าจะเป็นข้อนี้ออกเชียวหรือ
สมแล้วที่เป็นถึงรองเจ้าสำนักแห่งสำนักโลหิตพิฆาต!
"รองเจ้าสำนักบอกว่า ทุกครั้งที่พลังฝีมือของเจ้าก้าวกระโดดอย่างรวดเร็ว ล้วนเป็นแก่นแท้แห่งการสังหารที่ยกระดับขึ้น และหากพลังของเจ้าบรรลุถึงขอบเขตเทวะ สิ่งที่พัฒนาขึ้นก็คงมีเพียงพลังเทวะแห่งการสังหารเท่านั้น... ด้วยสถานการณ์ของเจ้าในยามนี้ พลังเทวะแห่งการสังหารจะนำพาอันตรายใหญ่หลวงมาสู่ตัวเจ้า!"
"แล้วอย่างไรต่อ" ชิงเหยียนมีสีหน้าจริงจังขึ้นมาทันที
"รองเจ้าสำนักบอกว่า วิธีที่เหมาะสมกับเจ้าที่สุดในตอนนี้ ก็คือการมุมานะฝึกฝนและทำความเข้าใจแก่นแท้หรือพลังเทวะแขนงอื่นที่มีความเป็นกลางให้มากขึ้น ยิ่งทำความเข้าใจแก่นแท้หรือพลังเทวะแขนงอื่นได้ลึกซึ้งมากเพียงใดก็ยิ่งดี ทางที่ดีควรจะทำความเข้าใจให้ลึกซึ้งยิ่งกว่าพลังเทวะแห่งการสังหารเสียด้วยซ้ำ การทำเช่นนี้จะช่วยลดทอนอิทธิพลที่พลังเทวะแห่งการสังหารมีต่อจิตใจและนิสัยของเจ้า ช่วยบรรเทาความกดดันให้เจ้าได้ส่วนหนึ่ง เพื่อให้เจ้าไม่หลุดการควบคุมและธาตุไฟเข้าแทรกได้ง่ายๆ!"
"ที่มอบผลวิญญาณเทวะให้ข้า ก็เพราะเหตุนี้งั้นหรือ"
"ถูกต้อง วิธีการเช่นนี้ เหมาะสมกับอัจฉริยะเท่านั้น!"
ดวงตาของชิงเหยียนทอประกายวูบวาบ นางกำลังครุ่นคิดถึงความเป็นไปได้ของวิธีการนี้
เมื่อลองไตร่ตรองดูสักหน่อย ดูเหมือนว่าจะมีความเป็นไปได้จริงๆ!
เจตจำนง แก่นแท้ และพลังเทวะ ล้วนส่งผลกระทบต่อนิสัยใจคอของผู้ฝึกยุทธ์ เรื่องนี้นางรู้ดีกะใจ
สภาพของนางในยามนี้ ก็เป็นเพราะพลังยุทธ์เพิ่มพูนเร็วเกินไป พลังเทวะแห่งการสังหารก็เติบโตเร็วเกินไป ถึงได้ทำให้นางต้องตกอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออกเช่นนี้
หากนางสามารถยกระดับแก่นแท้หรือพลังเทวะแขนงอื่นให้แข็งแกร่งขึ้นมาได้ ก็น่าจะช่วยลดความกดดันที่พลังเทวะแห่งการสังหารมอบให้นางได้จริงๆ!
เมื่อคิดได้ดังนี้ สายตาที่นางมองเฉินกังก็อ่อนโยนลงมาก
อันที่จริงระหว่างนางกับสำนักโลหิตพิฆาต ก็ไม่ได้มีความขัดแย้งหรือความบาดหมางอันใดต่อกันอยู่แล้ว
สำนักโลหิตพิฆาตก็ไม่เคยปฏิบัติเยี่ยงคนแปลกหน้าต่อนาง
ศัตรูของนางในตอนนี้ก็มีมากพอและแข็งแกร่งพออยู่แล้ว!
กดทับจนนางแทบจะหายใจไม่ออกอยู่รอมร่อ
นางไม่มีความจำเป็นอันใดที่จะต้องไปผูกใจเจ็บตั้งตนเป็นศัตรูกับสำนักโลหิตพิฆาตให้ตายกันไปข้างหนึ่ง
นางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็เอ่ยขึ้นว่า "ผลวิญญาณเทวะลูกนี้ ข้าขอรับไว้ก็แล้วกัน ฝากทักทายท่านอาจารย์แทนข้าด้วย!"
"ขอบใจมากนะรั่วเหยียน ตอนนี้ข้าจะพาคนกลับไปแล้ว!"
เฉินกังมีสีหน้าห่อเหี่ยว ดูเหมือนความพ่ายแพ้ด้วยน้ำมือของชิงเหยียนจะสร้างความสะเทือนใจให้เขาอย่างหนัก
"กลับไปเถิด หากพบกันคราวหน้า ข้าจะไม่ยั้งมืออีกแล้วนะ!"
เมื่อเห็นเฉินกังจากไป ชิงเหยียนก็เก็บซ่อนผลวิญญาณเทวะเอาไว้อย่างระมัดระวัง ผลวิญญาณเทวะนับว่าเป็นของล้ำค่ายิ่งนัก เมื่อผู้ใดได้ครอบครองมัน มักจะไม่เก็บเอาไว้กับตัวนานเกินไป
นางสังหารยอดฝีมือขอบเขตเทวะไปตั้งมากมาย แต่ก็ยังไม่เคยค้นพบผลวิญญาณเทวะเลยสักลูกเดียว
เมื่อมองดูแผ่นหลังของเฉินกังที่อันตรธานหายไปอย่างรวดเร็ว ราวกับเกรงกลัวว่านางจะเปลี่ยนใจกระนั้นแหละ!
นางเย่ชิงเหยียนเป็นคนเช่นนั้นหรือ
ชิงเหยียนไม่ได้รั้งรออยู่ที่นี่อีกต่อไป นางปลีกตัวออกจากสมรภูมิอันเละเทะแห่งนี้ เมื่อลองใคร่ครวญดู นางก็ตัดสินใจว่าจะหาสถานที่ปลอดภัยเพื่อยกระดับพลังฝีมือของตนเองอีกสักหน่อย
ผลวิญญาณเทวะในมือ รีบกลืนกินเข้าไปเสียแต่เนิ่นๆ ย่อมดีที่สุด!
หลังจากบินทะยานไปได้ราวสามร้อยกว่าลี้ นางก็พบหุบเขาแห่งหนึ่ง สภาพแวดล้อมรอบด้านเงียบสงบ ไร้ซึ่งร่องรอยของผู้คน บรรยากาศถือว่าไม่เลวเลยทีเดียว
นางใช้ดาบโลหิตชาดสกัดหน้าผาหินสองสามที ขณะที่กำลังสกัดอยู่นั้น จู่ๆ นางก็นึกถึงแผ่นหลังของเฉินกังที่รีบร้อนจากไปเมื่อครู่ หัวใจของนางกระตุกวูบ นางเงยหน้าขึ้นมาอย่างฉับพลัน
จากนั้นนางก็ไม่สนใจถ้ำที่ตนเองเพิ่งจะเจาะได้ ร่างของนางพุ่งทะยานกลับไปยังทิศทางของแคว้นเหลียงผิงอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ!
เมื่อเห็นชิงเหยียนรีบร้อนปานนั้น เฉินฮ่าวก็เอ่ยถามด้วยความสงสัย "เจ้าเป็นอะไรไป"
"ข้าสมควรสังหารเฉินกังทิ้งเสียแต่แรก!" ชิงเหยียนกัดฟันกรอดพลางเอ่ย
"เหตุใดเล่า" แม้เฉินฮ่าวจะไม่ค่อยสบอารมณ์ที่ชิงเหยียนปล่อยเฉินกังไป แต่เขาก็ไม่ได้ใส่ใจมากนัก มนุษย์ย่อมมีความรู้สึกผูกพัน การจะยอมปล่อยปละละเว้นผู้คนบ้างเป็นครั้งคราว เขาก็ไม่ได้มีข้อกังขาอันใด
"มีคนในสำนักโลหิตพิฆาตจำนวนไม่น้อยที่รู้ว่าข้าสามารถเพิ่มพลังฝีมือได้จากการสังหารผู้คน พลังของข้าก้าวกระโดดเร็วปานนี้ ข้าเกรงว่าเขาอาจจะเดาความเชื่อมโยงระหว่างข้ากับซ่งลี่ยวิ่นออก!"
"ไม่น่าจะเป็นไปได้กระมัง!" เฉินฮ่าวส่ายหน้า "ยิ่งคนที่รู้จักเจ้าดีมากเท่าใด ยิ่งเดาไม่ค่อยออกหรอกว่าซ่งลี่ยวิ่นก็คือเจ้า และบางทีสำนักศพเร้นลับก็อาจจะรู้เรื่องที่เจ้าสามารถสังหารเพื่อเพิ่มพลังได้อยู่แล้ว เพียงแต่พวกเขานึกไม่ถึงความเชื่อมโยงระหว่างเจ้ากับซ่งลี่ยวิ่นเท่านั้นเอง!"
"ยื้อเวลาออกไปได้นานเท่าใดก็ยิ่งดี ข้ายังคงรู้สึกว่าการฆ่าปิดปากย่อมปลอดภัยที่สุด!"
"อย่างไรเสียสักวันหนึ่งเจ้าก็ต้องเปิดเผยพลังฝีมือระดับขอบเขตเทวะขั้นสูงสุดให้ผู้อื่นรู้อยู่ดี เหตุใดถึงต้องยืนกรานที่จะสังหารเขาให้ได้เล่า จุ๊ๆ ช่างเป็นสตรีเสียจริงนะ พลิกหน้ามือเป็นหลังมือไวยิ่งกว่าพลิกหน้าหนังสือเสียอีก!"
แม้เฉินฮ่าวจะอยากให้ชิงเหยียนสังหารเฉินกังทิ้ง แต่พอสบโอกาส เขาก็อดไม่ได้ที่จะค่อนขอดนางสักประโยค ก็แหม โอกาสดีๆ เช่นนี้หาได้ง่ายๆ เสียเมื่อไหร่เล่า
ชิงเหยียนไม่ได้โต้เถียงคำพูดของเฉินฮ่าว ถือเป็นการยอมรับโดยปริยาย!
ชิงเหยียนขมวดคิ้วมุ่น ท่ามกลางสายตาอันเต็มไปด้วยความงุนงงของเฉินฮ่าว นางหยิบผลวิญญาณเทวะลูกนั้นออกมาอีกครั้ง ขณะที่บินทะยานไปข้างหน้า นางก็จ้องมองผลวิญญาณเทวะในมืออย่างพินิจพิเคราะห์
"มีสิ่งใดผิดปกติงั้นหรือ"
"ใต้เท้าจิตวิญญาณแห่งดาบ ท่านไม่ได้สังเกตเห็นเลยหรือ ผลวิญญาณเทวะลูกนี้ มันสดใหม่เกินไปแล้ว!"
[จบแล้ว]