เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 151 - หากลมตะวันออกพัดมา กองทัพโจโฉมิถูกฝังกลบในทะเลเพลิงหรอกหรือ

บทที่ 151 - หากลมตะวันออกพัดมา กองทัพโจโฉมิถูกฝังกลบในทะเลเพลิงหรอกหรือ

บทที่ 151 - หากลมตะวันออกพัดมา กองทัพโจโฉมิถูกฝังกลบในทะเลเพลิงหรอกหรือ


บทที่ 151 - หากลมตะวันออกพัดมา กองทัพโจโฉมิถูกฝังกลบในทะเลเพลิงหรอกหรือ

"พวกเจ้ากำลังทำอะไรกันอยู่"

เย่ฝานอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากถามออกไป

เนื่องจากเวลานี้ทหารเกือบทั้งกองทัพล้วนเคยเห็นหน้าเย่ฝานกันหมดแล้ว ทหารช่างตีเหล็กจึงรีบวิ่งกระหืดกระหอบมาหยุดอยู่ตรงหน้าเย่ฝาน

"ท่านอาจารย์ พวกเรากำลังตีโซ่เหล็กตามคำสั่งของท่านมหาอุปราชขอรับ"

ภายในใจของเย่ฝานยิ่งเต็มไปด้วยความสงสัย "จู่ๆ มาตีโซ่เหล็กเส้นหนาขนาดนี้ไปทำไมกัน"

ทหารผู้นั้นรีบอธิบาย "ท่านอาจารย์ ข้าน้อยได้ยินมาว่าเป็นอุบายของท่านอาจารย์บังทองศิษย์น้องของท่านขอรับ โดยการสร้างโซ่เหล็กขนาดใหญ่เพื่อนำมาเชื่อมต่อเรือรบทั้งหมดเข้าด้วยกัน"

"ทำเช่นนี้แล้ว ต่อให้มีคลื่นลมแรงกลางแม่น้ำ กองทัพของเราก็ยังสามารถเดินเหินได้ดั่งพื้นราบ ซ้ำยังสามารถแสดงแสนยานุภาพที่แท้จริงของกองทัพออกมาได้ โดยไม่ต้องเสียเวลาฝึกซ้อมทหารเรือทุกวี่ทุกวันขอรับ"

เมื่อเย่ฝานได้ฟังจบ เขาก็จมอยู่ในห้วงความคิดทันที เรื่องนี้เขาเองก็คุ้นเคยเป็นอย่างดี เพราะนี่ก็คืออุบายเรือรบคล้องโซ่เหล็กอันเลื่องชื่อนั่นเอง

"ข้าจะปล่อยให้เรื่องนี้เกิดขึ้นไม่ได้เด็ดขาด!"

เขารำพึงกับตัวเองด้วยความร้อนรน ก่อนจะรีบหมุนตัวเดินจากไปอย่างเร่งรีบ เพื่อไปเข้าพบโจโฉ!

เมื่อมาถึงหน้ากระโจมใหญ่ เย่ฝานก็ก้าวเท้าเดินเข้าไปด้านในโดยตรง แม้แต่ทหารยามที่เฝ้าอยู่หน้าประตูก็ยังไม่กล้าเอ่ยปากขัดขวาง

ด้วยนิสัยขี้ระแวงของโจโฉ เขาย่อมไม่ยอมให้ผู้ใดบุกรุกเข้ามาได้ง่ายๆ ผู้ที่ได้รับสิทธิ์นี้ ย่อมหมายความว่าได้รับความไว้วางใจจากโจโฉอย่างเต็มเปี่ยมแล้ว

เฉกเช่นเดียวกับเคาทูและแฮหัวตุ้น

และในเวลานี้เย่ฝานก็ได้รับอภิสิทธิ์เช่นนั้นด้วย

"ท่านอาจารย์มาแล้วหรือ ไม่ทราบว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้นงั้นหรือ"

โจโฉเอ่ยถามพร้อมรอยยิ้ม

เย่ฝานมีสีหน้าเคร่งเครียด ประสานมือคารวะแล้วกล่าวว่า "ขอท่านมหาอุปราชโปรดเรียกตัวทุกคนมาด้วยเถิด ข้ามีเรื่องสำคัญจะประกาศให้ทราบ และขอให้บังทองศิษย์น้องของข้ามาด้วย"

แม้จะไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้น แต่โจโฉก็รีบสั่งให้คนไปจัดการตามที่เย่ฝานต้องการทันที

เวลาผ่านไปไม่นาน เหล่าขุนนางฝ่ายบุ๋นและฝ่ายบู๊ก็มารวมตัวกันอยู่ภายในกระโจม ไม่เว้นแม้แต่บังทอง

"ท่านอาจารย์ เวลานี้ทุกคนก็มากันครบแล้ว ท่านมีเรื่องอันใดก็เชิญว่ามาได้เลย" โจโฉเอ่ยถามยิ้มๆ

เย่ฝานพยักหน้ารับ จากนั้นก็หันไปมองทุกคนแล้วค่อยๆ เอ่ยปากอธิบาย "ข้าคิดว่าอุบายเรือรบคล้องโซ่เหล็กนั้นไม่เหมาะสม ซ้ำยังมีภัยมืดอันใหญ่หลวงซุกซ่อนอยู่ด้วย!"

คำพูดประโยคนี้ ทำให้ทุกคนในกระโจมถึงกับชะงักงันไปชั่วขณะ

โดยเฉพาะบังทอง ภายในใจของเขายิ่งเต็มไปด้วยความประหลาดใจ ต้องรู้ก่อนว่าอุบายของเขาฟังดูเป็นไปได้มากที่สุด ซ้ำยังช่วยแก้จุดอ่อนของทหารชาวเหนือที่ไม่คุ้นชินกับการรบทางน้ำได้อย่างหมดจด

เขาคิดไม่ออกจริงๆ ว่าเหตุใดศิษย์พี่ของตนจึงต้องเอ่ยปากคัดค้าน

"ศิษย์พี่ไม่ใช่คนที่จะมาแย่งชิงความดีความชอบกับข้า ไม่แน่ว่าเขาอาจจะมองเห็นจุดบกพร่องบางอย่างก็เป็นได้"

บังทองรู้จักนิสัยของเย่ฝานเป็นอย่างดี เขาจึงไม่ได้คิดมาก

เย่ฝานคาดเดาปฏิกิริยาของทุกคนไว้แล้ว เขาจึงเอ่ยต่อไปว่า "อุบายเรือรบคล้องโซ่เหล็กนั้นแยบยลยิ่งนัก สามารถช่วยให้พวกเราเอาชนะจุดอ่อนในการรบทางน้ำได้จริงๆ "

"ทว่ามีอยู่จุดหนึ่งที่อันตรายมาก นั่นก็คือหากกังตั๋งใช้แผนโจมตีด้วยไฟ เมื่อเรือรบลำหนึ่งลุกไหม้ โซ่เหล็กก็จะนำพาเปลวไฟลุกลามไปยังเรือลำอื่นๆ "

"อาจกล่าวได้ว่า หากกังตั๋งใช้แผนโจมตีด้วยไฟเมื่อใด อุบายเรือรบคล้องโซ่เหล็กก็ไม่ต่างอะไรกับการสร้างกับดักฝังตนเอง!"

คำอธิบายยืดยาวนี้ ทำให้หัวใจของทุกคนสั่นสะท้าน ตามมาด้วยความรู้สึกหวาดกลัวจนเสียวสันหลังวาบ

พวกเขาสามารถจินตนาการภาพตามได้เลยว่า หากเรือรบลุกไหม้ขึ้นมาจริงๆ โซ่เหล็กที่ล่ามติดกันไว้จะทำให้พวกเขาไม่สามารถแยกเรือออกจากกันได้เลย และเปลวเพลิงก็จะลุกลามแผดเผาเรือรบไปทุกลำ

โจโฉเองก็ตกใจจนเหงื่อเย็นผุดพราย เต็มไปด้วยความรู้สึกโชคดีที่เพิ่งจะเริ่มสร้างโซ่เหล็ก หายนะที่เย่ฝานกล่าวมาจึงสามารถหลีกเลี่ยงได้ทันท่วงที

"ก่อนหน้านี้ทำไมข้าถึงมองไม่เห็นข้อเสียของอุบายเรือรบคล้องโซ่เหล็กเลยนะ!" เขาแอบนึกเสียใจอยู่ลึกๆ

ทว่าในขณะนั้นเอง บังทองก็ก้าวออกมายืนด้านหน้า "ศิษย์พี่ ข้าไม่อาจเห็นพ้องกับคำพูดของท่านได้ เพราะทิศทางลมมันไม่เป็นใจนะสิ!"

"เวลานี้เป็นช่วงฤดูหนาว ลมเหนือแม่น้ำส่วนใหญ่เป็นลมตะวันตก หากกังตั๋งคิดจะใช้แผนโจมตีด้วยไฟ ไม่เพียงแต่เปลวเพลิงจะลามมาไม่ถึงพวกเรา ทว่ามันกลับจะแผดเผาพวกมันเองต่างหาก!"

ทันทีที่กล่าวจบ ภายในกระโจมก็มีเสียงร้องสนับสนุนดังขึ้นมาทันที

แม้แต่เหล่าขุนพลฝ่ายบู๊ผู้หยาบกระด้าง ก็ยังพอมีความรู้เรื่องทิศทางลมอยู่บ้าง พวกเขารู้ดีว่าสิ่งที่บังทองกล่าวนั้นไม่ผิดเพี้ยน ทุกคนจึงพร้อมใจกันหันไปมองเย่ฝานอีกครั้ง

แม้จะไม่รู้ว่าเหตุใดศิษย์พี่ศิษย์น้องคู่นี้ถึงลุกขึ้นมาโต้เถียงกันอย่างดุเดือด แต่ทุกคนต่างก็ตั้งหน้าตั้งตารอชมอย่างใจจดใจจ่อ

แม้แต่โจโฉเองก็ไม่มีข้อยกเว้น

เย่ฝานย่อมรู้ดีว่าตนเองไม่ได้มีเจตนาร้ายต่อบังทอง และเขาก็รู้ว่าการที่บังทองโต้แย้งนั้นไม่ได้มีเจตนาจะหักหน้าตน เพียงแต่ต้องการจะถกเถียงเพื่อหาความถูกต้องเท่านั้น

เช่นเดียวกับที่พวกเขามักจะทำเป็นประจำในสมัยที่ยังศึกษาเล่าเรียนอยู่ด้วยกัน

เย่ฝานส่งยิ้มบางๆ ให้บังทอง จากนั้นก็ปรับสีหน้าให้จริงจัง "สิ่งที่ซื่อหยวนพูดมานั้นถูกต้อง เมื่อเข้าสู่ฤดูหนาว ลมเหนือแม่น้ำส่วนใหญ่ล้วนเป็นลมตะวันตก ต่อให้กังตั๋งอยากจะใช้แผนโจมตีด้วยไฟ ก็คงไร้กำลังจะทำได้"

"แต่พวกท่านอย่าลืมไปสิว่า ยังมีจูกัดเหลียงอยู่อีกคนนะ!"

"จูกัดเหลียงผู้นี้เชี่ยวชาญตำราค่ายกลและศาสตร์เร้นลับ หากทิศทางลมเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นมา พวกเราจะมานั่งเสียใจภายหลังก็คงสายไปเสียแล้ว!"

"เป็นไปไม่ได้!"

กาเซี่ยงก้าวออกมายืนเป็นคนแรก พลางส่ายหน้าปฏิเสธเสียงแข็ง

"ทิศทางลมเป็นสิ่งที่สวรรค์ลิขิต จะเปลี่ยนแปลงเพราะน้ำมือมนุษย์ได้อย่างไร สิ่งที่ท่านอาจารย์พูดมานั้นดูจะมั่นใจเกินไปหน่อยกระมัง"

ซุนฮิวก็ก้าวออกมากล่าวสมทบ "ใช่แล้วท่านอาจารย์ อุบายเรือรบคล้องโซ่เหล็กแม้จะมีข้อเสียอยู่บ้าง แต่เมื่อดูจากสถานการณ์แล้ว ผลดีก็ยังมีมากกว่าผลเสียนะขอรับ ส่วนเรื่องที่จูกัดเหลียงสามารถเปลี่ยนแปลงทิศทางลมได้นั้น ข้าน้อยเองก็ไม่อยากจะเชื่อเช่นกัน"

คนอื่นๆ ต่างก็ทยอยเอ่ยปากแสดงความคิดเห็น และทุกคนก็ไม่มีใครเชื่อเลยว่าจูกัดเหลียงจะสามารถเปลี่ยนแปลงทิศทางลมได้ นี่มันพลังระดับเทพยดาฟ้าดินชัดๆ

หากเขามีความสามารถถึงเพียงนี้ เล่าปี่ที่มีจูกัดเหลียงคอยช่วยเหลือจะตกต่ำถึงเพียงนี้หรือ

โจโฉเองก็ส่ายหน้าถอนหายใจ "ท่านอาจารย์ คำพูดของท่านฟังดูเหลือเชื่อเกินไปหน่อยแล้ว หากจูกัดเหลียงมีพลังระดับเทพยดาฟ้าดินเช่นนั้น เหตุใดเขาจึงยอมลดตัวลงไปคอยช่วยเหลือเล่าปี่อย่างเงียบๆ ด้วยเล่า"

เย่ฝานส่งยิ้มบางๆ ก่อนจะเอ่ยถามขึ้นอย่างกะทันหัน "ท่านมหาอุปราชยังจำเรื่องหมอกลงจัดเมื่อไม่นานมานี้ได้หรือไม่ ตอนที่ข้าบอกล่วงหน้าว่าเหนือแม่น้ำจะมีหมอกลง ท่านมหาอุปราชก็คงไม่เชื่อสินะ"

"และหากข้าไม่ได้บอกท่านมหาอุปราชว่าจะเกิดหมอกลง แต่กลับบอกว่าข้าสามารถเรียกหมอกมาได้ เมื่อหมอกลงหนาทึบจริงๆ ท่านมหาอุปราชจะเชื่อหรือไม่ว่าหมอกเหล่านั้นเป็นฝีมือการเรียกของข้า"

คำพูดของเย่ฝานแฝงไปด้วยความหมายอันลึกซึ้ง ทำให้โจโฉต้องกลับมาครุ่นคิดอย่างหนัก

"หรือว่าเรื่องที่ท่านอาจารย์บอกว่าจูกัดเหลียงสามารถเปลี่ยนแปลงทิศทางลมได้ จะเป็นเรื่องหลอกลวงงั้นหรือ"

เย่ฝานรีบตอบกลับทันที "ฮ่าๆ ข้าไม่เคยพูดเลยนะว่าจูกัดเหลียงมีความสามารถเช่นนั้น แต่เขาเองก็สามารถคาดเดาได้เหมือนกับข้านั่นแหละ ว่าลมตะวันออกจะพัดมาเมื่อใด ซึ่งนั่นก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลย"

เขากวาดสายตามองทุกคน สีหน้าค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม

"คนโบราณกล่าวไว้ว่า การศึกไม่มีรูปแบบตายตัว สายน้ำไม่มีรูปร่างคงที่ นับประสาอะไรกับสายลมเล่า ต่อให้เกิดมีลมตะวันออกพัดมาก็ไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดอันใด แต่หากลมตะวันออกถูกกังตั๋งนำไปใช้ประโยชน์เพื่อโจมตีด้วยไฟ เมื่อนั้นกองทัพโจโฉของเราก็จะต้องเผชิญกับหายนะครั้งใหญ่ที่สุด!"

"เมื่อถึงตอนนั้น ทหารทั้งกองทัพจะต้องถูกฝังกลบในทะเลเพลิง!"

คำพูดอันน่าตกตะลึงของเย่ฝาน ทำให้ทุกคนในกระโจมรู้สึกหวาดกลัวจนอกสั่นขวัญแขวน

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหตุใด ทั้งที่เหตุการณ์นี้ยังไม่เกิดขึ้น ทว่าจากคำพูดอันหนักแน่นของเย่ฝาน กลับทำให้ผู้คนรู้สึกราวกับว่ามันจะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน จนทำให้ทุกคนอดที่จะเชื่อไม่ได้

แม้แต่ภาพการสูญเสียทหารนับแสนนายในทะเลเพลิงอันน่าสยดสยอง ก็ยังปรากฏขึ้นมาให้เห็นอยู่เบื้องหน้าของพวกเขาเลยทีเดียว

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 151 - หากลมตะวันออกพัดมา กองทัพโจโฉมิถูกฝังกลบในทะเลเพลิงหรอกหรือ

คัดลอกลิงก์แล้ว