เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 121 - ข้าน้อยโจเบ้งเต๊ก ขอคารวะท่านประดุจยอดกุนซืออันดับหนึ่ง!

บทที่ 121 - ข้าน้อยโจเบ้งเต๊ก ขอคารวะท่านประดุจยอดกุนซืออันดับหนึ่ง!

บทที่ 121 - ข้าน้อยโจเบ้งเต๊ก ขอคารวะท่านประดุจยอดกุนซืออันดับหนึ่ง!


บทที่ 121 - ข้าน้อยโจเบ้งเต๊ก ขอคารวะท่านประดุจยอดกุนซืออันดับหนึ่ง!

อีกด้านหนึ่งบังทองและเย่ฝานศิษย์พี่ศิษย์น้องได้กลับมาพบกันอีกครั้ง ดูเหมือนว่าพวกเขาจะมีเรื่องราวให้พูดคุยกันอย่างไม่รู้จบ

ทั้งสองต่างบอกเล่าถึงชะตากรรมที่ต้องเผชิญ ซึ่งล้วนมีความคล้ายคลึงกันอย่างมาก

คนหนึ่งถูกกีดกันเพราะชาติกำเนิด ส่วนอีกคนถูกรังเกียจเพราะรูปร่างหน้าตา ทั้งสองต่างถูกผู้คนเหยียดหยามถากถางจนจิตใจห่อเหี่ยว

"เวลาผ่านไปนานขนาดนี้ข้าแทบจะชินชากับคำพูดถากถางเย็นชาของพวกนั้นแล้ว สิ่งที่พวกขุนนางตระกูลใหญ่หวาดกลัวที่สุดก็คือการที่มีคนมาแย่งชิงผลประโยชน์ของพวกตน ดังนั้นพวกมันจึงต้องกุมทุกสิ่งทุกอย่างไว้ในมือ"

บังทองรู้สึกเห็นด้วยอย่างยิ่ง เขาพยักหน้าอย่างหนักแน่นแล้วกล่าวว่า "ศิษย์พี่กล่าวได้ถูกต้อง บัญชีสิบความผิดของตระกูลใหญ่เป็นผลงานการเขียนของศิษย์พี่ใช่หรือไม่ ช่างเขียนได้แทงทะลุถึงกลางใจข้าจริงๆ พวกขุนนางตระกูลใหญ่คือเนื้อร้ายแห่งยุคกลียุคโดยแท้!"

"หากวันใดวันหนึ่งข้ามีอำนาจและบารมีมากพอ ข้าจะต้องถอนรากถอนโคนเนื้อร้ายเหล่านี้ให้สิ้นซาก เพื่อไม่ให้พวกมันสร้างความเดือดร้อนให้ผู้คนได้อีก!"

เย่ฝานแย้มยิ้มออกมาทันที เขามองดูศิษย์น้องของตนที่ยังคงเปลี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่นเพื่อผดุงความยุติธรรมเหมือนสมัยที่ยังร่ำเรียนวิชาด้วยกัน และด้วยความมุ่งมั่นนี้เองที่ทำให้เย่ฝานยอมรับและชื่นชมในตัวเขา

โจโฉที่ยืนอยู่ด้านข้างทำตัวราวกับเป็นเพียงผู้ติดตาม ไม่ได้ก้าวเข้าไปขัดจังหวะการพบปะกันของศิษย์พี่ศิษย์น้อง ทว่าเมื่อได้ฟังบทสนทนาของเย่ฝานและบังทอง ภายในใจของเขาก็พลันเดือดดาลด้วยความแค้นใจเช่นกัน

ยอดกุนซือผู้เก่งกาจถึงสองคนกลับต้องเผชิญกับการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมมากมายปานนี้ ช่างเป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจยิ่งนัก

ในตอนนั้นเองบังทองก็เอ่ยถามขึ้นมาอย่างกะทันหัน "ศิษย์พี่ ไม่ทราบว่าหลังจากนี้ท่านวางแผนชีวิตไว้อย่างไรบ้าง"

เพียงประโยคเดียวก็ดึงดูดความสนใจของโจโฉได้ในทันที ภายในใจของเขาเริ่มรู้สึกตึงเครียดขึ้นมา

ช่วงเวลาที่ผ่านมาเขาไม่อาจขาดเย่ฝานได้อีกต่อไปแล้ว

ขณะนั้นเย่ฝานกลับแหงนหน้ามองท้องฟ้าแล้วถอนหายใจออกมาเบาๆ ภายในหัวมีอารมณ์ความรู้สึกนับหมื่นพันตีกันวุ่นวาย

หลังจากนี้งั้นหรือ แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่รู้แน่ชัด

โจโฉเห็นท่าทีเช่นนั้นก็รู้ได้ทันทีว่าเย่ฝานมีปมในใจ ทั้งหมดนี้เป็นเพราะซุนกวน เล่าปี่ และพวกขุนนางตระกูลใหญ่เหล่านั้นที่ทำให้เย่ฝานต้องท้อแท้สิ้นหวังและเลือกที่จะเร้นกาย

ทว่าเขาไม่ต้องการให้เย่ฝานต้องเป็นเช่นนี้ต่อไป ในขณะเดียวกันก็ต้องการให้เย่ฝานมาทำงานรับใช้ตน เขาจึงตระหนักได้ว่านี่คือช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการเปิดเผยฐานะที่แท้จริง

"ท่านอาจารย์เย่ฝาน"

จู่ๆ โจโฉก็เอ่ยปากขึ้นด้วยท่าทีเคารพนบนอบ เขาก้มตัวประสานมือคารวะและกล่าวว่า "ท่านอาจารย์ แท้จริงแล้วข้าน้อยมิใช่ทหารผ่านศึกอะไรทั้งนั้น ข้าน้อยคือโจโฉ โจเบ้งเต๊ก การที่ต้องปิดบังท่านมาเนิ่นนานเช่นนี้หาใช่ความตั้งใจของข้าน้อยเลย"

"ข้าน้อยรับรองว่าจะไม่หูหนวกตาบอดไร้แววเฉกเช่นเล่าปี่หรือซุนกวน ข้าน้อยขอคารวะท่านประดุจยอดกุนซืออันดับหนึ่ง!"

คำพูดของโจโฉทำให้บังทองตกตะลึงไปชั่วขณะ เขาไม่คาดคิดเลยว่าโจโฉจะมอบความไว้วางใจและตั้งความหวังในตัวเย่ฝานไว้สูงลิ่วตั้งแต่แรกเริ่มเช่นนี้

ต้องรู้ไว้ว่าแม้แต่กุนซือที่อยู่ใต้สังกัดของโจโฉในปัจจุบัน ต่างก็ต้องค่อยๆ สร้างผลงานและเติบโตขึ้นมาทีละน้อย เมื่อมีความสามารถมากพอก็จะได้รับเกียรติยศและตำแหน่งที่คู่ควร

ทว่าเมื่อบังทองลองคิดทบทวนดูอีกครั้ง เขากลับรู้สึกว่าสิ่งที่โจโฉกระทำนั้นสมเหตุสมผลอย่างยิ่ง

เพราะในแผ่นดินยุคปัจจุบันนี้ ผู้ที่คู่ควรกับตำแหน่งยอดกุนซืออันดับหนึ่งแห่งกองทัพโจโฉมีเพียงเย่ฝานผู้เดียวเท่านั้น!

บังทองผู้เชื่อมั่นว่าในที่สุดเย่ฝานก็หมดทุกข์ได้สุขเสียที มองไปยังเย่ฝานด้วยแววตาตื่นเต้นยินดี โดยที่ไม่ได้เก็บเอาเรื่องของตนเองมาใส่ใจเลยแม้แต่น้อย

"ศิษย์พี่!"

เขาก้าวเข้าไปกุมมือเย่ฝานด้วยความตื่นเต้น อาการดีใจของเขานั้นมีมากกว่าตัวเย่ฝานเสียอีก

ความยากลำบากที่เคยเผชิญมาทั้งหมด ดูเหมือนว่าจะได้รับการตอบแทนอย่างคุ้มค่าแล้วในเวลานี้

ทว่าเมื่อต้องเผชิญกับวาสนาหล่นทับอันยิ่งใหญ่ เย่ฝานกลับแสดงท่าทีเรียบเฉยอย่างยิ่ง เขาไม่ได้ตื่นเต้นยินดีเหมือนบังทอง และไม่ได้รีบตอบตกลงในทันทีอย่างที่โจโฉคาดหวังไว้

"ท่านมหาอุปราช ขอบคุณสำหรับความปรารถนาดีของท่าน เพียงแต่ข้าเกรงว่าตนเองคงไม่อาจรับตำแหน่งนี้ได้"

โจโฉชะงักไปชั่วครู่ ก่อนจะนึกขึ้นได้และกล่าวว่า "หรือว่าท่านกำลังระแวงในความจริงใจของข้าโจผู้หลงผิดคนนี้"

"ท่านไม่จำเป็นต้องมีความกังวลเช่นนั้นเลย พวกเราสองคนรู้จักกันมานาน ข้าได้ประจักษ์ถึงความสามารถของท่านแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็นการคาดการณ์ความเคลื่อนไหวของศัตรูล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำ เอาชนะพวกจูกัดเหลียงหรือจิวยี่ได้อย่างหมดจด"

"ข้าเลื่อมใสในสติปัญญาและแผนการของท่านมาเนิ่นนานแล้ว ก่อนหน้านี้ข้าเพียงแค่กังวลว่าท่านจะมีอคติกับข้า จึงไม่กล้าเปิดเผยฐานะที่แท้จริง หาใช่ว่าข้าดูแคลนท่านแต่อย่างใด"

โจโฉกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงใจและลึกซึ้ง ราวกับอยากจะควักหัวใจออกมาให้เย่ฝานได้เห็น

"ความสามารถของท่านคู่ควรกับตำแหน่งกุนซืออันดับหนึ่งในค่ายของข้าอย่างแน่นอน การให้ท่านดำรงตำแหน่งผู้นำเหล่านักปราชญ์ ย่อมไม่ทำให้ท่านต้องรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจเป็นแน่"

"และขอเพียงท่านยินยอมช่วยเหลือข้า ไม่ว่าท่านจะมีคำขอใดข้าก็พร้อมจะตอบรับทุกประการ!"

เย่ฝานยิ้มบางๆ นี่เป็นครั้งแรกที่มีคนมาเชิญชวนเขาด้วยท่าทีเช่นนี้ ภายในใจย่อมรู้สึกแอบยินดีอยู่บ้าง ความมุ่งมั่นที่เคยถูกบดขยี้ไปดูเหมือนจะค่อยๆ ฟื้นคืนกลับมา

ทว่าเขาก็ยังคงส่ายหน้าปฏิเสธ

"เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับความจริงใจของท่านหรอก แท้จริงแล้วข้ารู้ตัวตนที่แท้จริงของท่านมาตั้งนานแล้ว ตลอดเวลาที่ผ่านมาก็ถือว่าเป็นการทดสอบท่านอย่างหนึ่ง อย่างน้อยตอนนี้ข้าก็ได้รู้ว่าท่านไม่ใช่คนประเภทเดียวกับเล่าปี่หรือซุนกวน"

โจโฉได้ยินดังนั้นก็หัวเราะออกมาทันที แต่ภายในใจก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกผิดอยู่บ้าง

ฐานะที่แท้จริงของเขาถูกเปิดโปงมาตั้งนานแล้ว เรื่องนี้เขาควรจะคิดได้ตั้งนานแล้วสิ คนที่ฉลาดหลักแหลมอย่างเย่ฝาน มีหรือที่จะมองไม่ออกว่าเขาคือโจโฉ

ในขณะเดียวกันเขาก็รู้สึกโชคดีที่ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาปฏิบัติต่อเย่ฝานด้วยความเคารพอย่างยิ่ง ทั้งสองคบหากันราวกับเป็นสหาย หากเขาทำตัวหยิ่งยโสวางอำนาจ เกรงว่าเย่ฝานคงจะจากไปนานแล้ว

"ท่านอาจารย์ ในเมื่อเป็นเช่นนั้นเหตุใดท่านจึงไม่ยอมตกลงเล่า หรือว่าท่านยังมีเงื่อนไขอื่นใดอีก ไม่ว่าจะเป็นเงื่อนไขใดข้าก็ล้วนรับปากได้ทั้งสิ้น!"

เย่ฝานยิ้มพลางส่ายหน้าแล้วกล่าวว่า "ย่อมไม่ใช่เช่นนั้น ข้าเพียงแค่กำลังคิดว่าหากข้ารับตำแหน่งยอดกุนซืออันดับหนึ่ง ผู้อื่นจะยอมรับข้าได้อย่างไร"

"ท่านต้องไม่ลืมว่าบรรดากุนซือใต้สังกัดของท่านมหาอุปราช ล้วนแต่เป็นขุนนางผู้มีความดีความชอบที่ติดตามท่านมหาอุปราชออกรบบุกเบิกแผ่นดินมาทั่วทิศ หากข้ามาถึงแล้วได้ตำแหน่งสูงกว่าพวกเขาทันที ย่อมต้องมีผู้ที่รู้สึกไม่ยอมรับอยู่ในใจ ถึงเวลานั้นเกรงว่าจะเป็นการสร้างความลำบากใจให้กับท่านมหาอุปราชเสียเปล่าๆ"

เมื่อโจโฉได้ฟังดังนั้นก็เข้าใจถึงความกังวลของเย่ฝานในทันที ขอเพียงไม่ใช่การปฏิเสธอย่างเด็ดขาด เขาย่อมมีวิธีจัดการ

"ฮ่าฮ่า ที่แท้ท่านอาจารย์ก็กังวลเรื่องนี้นี่เอง ขอให้ท่านโปรดวางใจ คำพูดของข้าย่อมไม่คืนคำ และความกังวลของท่านข้าก็จะให้คำตอบที่น่าพอใจแก่ท่านอย่างแน่นอน"

"ตอนนี้ขอเชิญท่านอาจารย์เดินทางกลับค่ายไปพร้อมกับข้าเถิด!"

เย่ฝานขมวดคิ้วเล็กน้อย "หากเป็นเช่นนั้นก็ไปกันเถอะ!"

ไม่นานนัก โจโฉและเย่ฝานก็กลับมาถึงกระโจมบัญชาการใหญ่ เหล่าขุนนางฝ่ายบุ๋นและฝ่ายบู๊เพิ่งจะแยกย้ายกันไปได้ไม่นาน โจโฉก็ออกคำสั่งให้เรียกตัวทุกคนกลับมารวมกันอีกครั้ง

ผู้คนต่างพากันสงสัยอยู่ภายในใจ ทว่าก็ยังคงรีบรุดมาที่กระโจมบัญชาการใหญ่อย่างเร่งด่วน

"ท่านมหาอุปราช หรือว่ามีเรื่องอันใดเกิดขึ้นอีกแล้วขอรับ"

ทันทีที่ก้าวเข้ามาในกระโจม แฮหัวตุ้นก็รีบเอ่ยปากถามด้วยความร้อนรน

โจโฉยิ้มบางๆ หันมองทุกคนเพื่อส่งสัญญาณ "วางใจเถิด ไม่มีเรื่องร้ายแรงอันใด ข้าเพียงแค่มีธุระเล็กน้อยเท่านั้น"

เขาไม่อ้อมค้อมและกล่าวเข้าประเด็นทันที "ที่เรียกพวกท่านมา ก็เพื่ออยากจะถามความคิดเห็นของพวกท่านเกี่ยวกับยอดปราชญ์ที่ข้าเคยพูดถึงผู้นั้น ว่าพวกท่านคิดเห็นเช่นไร"

โจโฉมองไปยังทุกคนด้วยรอยยิ้ม ทำให้ทุกคนรู้สึกจับต้นชนปลายไม่ถูก แต่พวกเขาก็ยังคงตอบไปตามความจริง

"ท่านมหาอุปราช แม้ข้าจะยังไม่เคยพบหน้ายอดปราชญ์ที่ท่านกล่าวถึง แต่จากเหตุการณ์ในครั้งนี้ข้าก็เข้าใจแจ่มแจ้งแล้วว่า เขาคือยอดกุนซือผู้เก่งกาจอย่างแท้จริง ข้าเลื่อมใสในตัวเขามากเลยขอรับ!"

แฮหัวตุ้นผู้เป็นคนตรงไปตรงมากล่าวออกมาตามตรง

เตียวเลี้ยว ซิหลง และบรรดาขุนพลคนอื่นๆ ต่างก็พยักหน้าเห็นด้วย

เรื่องนำทัพจับศึกพวกเขาอาจจะถนัด แต่ในครั้งนี้พวกเขาต่างก็ได้ประจักษ์ถึงอานุภาพแห่งแผนการของเย่ฝานแล้ว พวกเขาสามารถยึดเกงจิ๋วคืนมาได้โดยแทบจะไม่สูญเสียไพร่พลเลย หากต้องพึ่งพากำลังทหารเพียงอย่างเดียว ไม่รู้ว่าต้องสูญเสียกำลังพลไปมากมายเท่าใด

ดังนั้นเหล่าขุนพลทั้งหลายจึงมีความเคารพเลื่อมใสต่อเย่ฝานผู้ที่พวกตนยังไม่เคยพบหน้าเป็นอย่างมาก

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 121 - ข้าน้อยโจเบ้งเต๊ก ขอคารวะท่านประดุจยอดกุนซืออันดับหนึ่ง!

คัดลอกลิงก์แล้ว