- หน้าแรก
- ดาบสยบสวรรค์
- บทที่ 108: ซูว่านจวิน ออกมาตายซะ!
บทที่ 108: ซูว่านจวิน ออกมาตายซะ!
บทที่ 108: ซูว่านจวิน ออกมาตายซะ!
ไม่ว่าจะเป็นซือชิงชิงหรือซือหลาง ต่างก็ให้ความสำคัญกับหลินฉางเกอเป็นอย่างมาก พวกเขาในนามของตระกูลซือได้พยายามดึงตัวเขามาหลายต่อหลายครั้ง ทว่าน่าเสียดายที่หลินฉางเกอมักจะกล่าวปฏิเสธอย่างสุภาพเสมอ
ในครั้งนี้ ในสายตาของพวกเขา หลินฉางเกอเพิ่งผ่านการถูกกดดันจากราชวงศ์ต้าโจวมา สมควรที่จะต้องการที่พึ่งอันแข็งแกร่งเป็นธรรมดา
หลินฉางเกอส่ายหัว "ขอบคุณแม่นางชิงชิงมาก แต่ตัวข้าแบกรับภาระไว้มากเกินไป ไม่อยากดึงตระกูลซือเข้ามาพัวพันด้วย"
เมื่อเห็นเขาเด็ดเดี่ยวเช่นนั้น ซือชิงชิงก็ทำได้เพียงพยักหน้า "ตกลงค่ะ แต่หากวันหน้าพี่หลินต้องการความช่วยเหลือ โปรดอย่าได้เกรงใจพวกเรานะคะ"
"บุญคุณที่ยื่นมือเข้าช่วยในครั้งนี้ ข้าจะจำฝังใจ"
หลินฉางเกอประสานมือคารวะ สิ่งแรกคือผู้อาวุโสเฟิงที่ถูกฆ่าตายเพื่อปกป้องเขาให้หนีรอด สิ่งต่อมาคือสำนักเฟิงเสวียนที่เกือบจะล่มสลาย ความเปลี่ยนแปลงที่ประดังประเดเข้ามาเหล่านี้ทำให้เขาไม่มีอารมณ์จะสนทนาปราศรัยนัก
"ไม่ต้องเกรงใจไป เยี่ยเหยียนเป็นน้องชายร่วมตระกูลของเจ้า บัดนี้ติดตามข้าแล้ว ย่อมเป็นพี่น้องของข้าด้วยเช่นกัน เมื่อมีความสัมพันธ์ชั้นนี้ประกอบกับข้าชื่นชมในตัวเจ้า ความช่วยเหลือเพียงเล็กน้อยนี้ไม่ต้องเก็บไปใส่ใจหรอก"
ซือหลางกล่าวต่อ "ครั้งนี้พวกเราออกหน้าให้ โจวอิ้นคงยังลงมือกับเจ้าไม่ได้ในระยะเวลาอันสั้นนี้ เจ้าเตรียมตัวจะเดินทางไปยังดินแดนศักดิ์สิทธิ์เมื่อไหร่? ข้าจะให้ชิงชิงไปส่งด้วยตัวเอง!"
"ก่อนจะไปยังดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ข้าตั้งใจจะไปที่สำนักเทียนหั่วสักรอบ"
แววตาของหลินฉางเกอฉายแววโหดเหี้ยม แม้ซูเหยาจะตายไปแล้ว แต่สำนักเทียนหั่วยังไม่ล่มสลาย ซูว่านจวินยังคงมีชีวิตอยู่!
"ข้าจะไปกับพี่เอง!"
ซือชิงชิงรีบเอ่ยปาก "มีข้าอยู่ด้วย ตำหนักรัชทายาทไม่กล้าลงมือแน่!"
หลินฉางเกอพยักหน้ารับ
"คุณชายหลินอยู่ที่นี่หรือไม่?"
ในตอนนั้นเอง มีเสียงหนึ่งดังมาจากด้านนอก
ชายวัยกลางคนร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามา ด้านหลังเขามีทหารสวมเกราะเหล็กคลุมชุดคลุมดำติดตามมาหลายนาย แต่ละคนแผ่กลิ่นอายที่ไม่ธรรมดาออกมา
"ข้าคือโหยวจงก่วง แม่ทัพซ้ายหน้าขบวนของท่านอ๋องฉีหลิน ท่านอ๋องกำลังปิดด่านบำเพ็ญเพียรอยู่ หลังจากได้รับข่าวจึงสั่งให้ข้ามาคุ้มครองคุณชายหลินทันที!"
ชายวัยกลางคนสวมชุดเกราะ มีผ้าคลุมสีดำอยู่ด้านหลัง ใบหน้าฉายแววสังหารอันเด็ดเดี่ยว ทหารเกราะเหล็กชุดคลุมดำด้านหลังเขาต่างทำความเคารพหลินฉางเกอพร้อมกัน
ตำหนักรัชทายาทมีองครักษ์อัคคีแดง ตำหนักอ๋องฉีหลินย่อมมีกองทัพชุดคลุมดำของตนเองเช่นกัน
หลายปีมานี้ ทั้งสองฝ่ายต่างพยายามทุกวิถีทางเพื่อดึงตัวอัจฉริยะจากทั่วทุกสารทิศในแดนบูรพามาเป็นพวก เพื่อเสริมสร้างขุมกำลังของตนเอง
ด้านข้าง ซือหลางหรี่ตาลงเล็กน้อยคล้ายกำลังใช้ความคิด
ด้วยพรสวรรค์ในการบำเพ็ญเพียรของหลินฉางเกอ การที่อ๋องฉีหลินโจวรู่จะให้ความสำคัญย่อมเป็นเรื่องปกติ ใครที่มีสายตาแหลมคมบ้างล่ะที่ไม่อยากดึงตัวเขาไป?
"คุ้มครองข้า?"
หลินฉางเกอชะงักไป โหยวจงก่วงผู้นี้ในฐานะแม่ทัพซ้ายหน้าขบวนของโจวรู่ ย่อมมีสถานะไม่ธรรมดา เผลอๆ อาจจะอยู่เหนือกว่าหวงหยินชิงเสียด้วยซ้ำ
เห็นได้ชัดว่าโจวรู่ให้ความสำคัญกับเขามากเพียงใด
"ขอรับ ก่อนที่คุณชายหลินจะเดินทางถึงดินแดนศักดิ์สิทธิ์ พวกเราจะคอยคุ้มครองอยู่ข้างกายตลอดเวลา เพื่อรับรองความปลอดภัย!"
หลังจากโหยวจงก่วงกล่าวจบก็ประสานมือ แล้วเดินออกไปเฝ้าอยู่ด้านนอกหอทงเทียนทันที
นับเป็นท่าทีของทหารในสนามรบอย่างแท้จริง พูดน้อยต่อยหนัก รวดเร็วเด็ดขาด
ซือหลางเห็นดังนั้นก็หัวเราะ "ชิงชิง ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ต้องการเจ้าแล้วนะ"
"นกต่อ" น้อยตัวแสบเริ่มไม่พอใจทันที นางทำปากยื่นพลางตัดพ้อ "พี่หลิน โจวอิ้นน่ะโหดเหี้ยมจะตาย ใครจะรู้ว่าเขายังมีแผนการอะไรรออยู่อีก มีข้าเพิ่มอีกคน ย่อมมีความคุ้มกันเพิ่มอีกชั้นนะคะ!"
เดิมทีหลินฉางเกอตั้งใจจะปฏิเสธ แต่เมื่อเห็นท่าทางของซือชิงชิงเช่นนั้น คำพูดที่จะกล่าวจึงกลืนกลับลงไป "เช่นนั้นก็ลำบากแม่นางชิงชิงแล้ว"
ด้านข้าง เจ้าหอเจ็ดเผยรอยยิ้มออกมา
หลินฉางเกอเปรียบเสมือนของล้ำค่าที่มีแต่คนแย่งชิง มีขุมกำลังมากมายหนุนหลังเขาอยู่ โจวอิ้นไม่ควรไปหาเรื่องเขาเลยจริงๆ!
ขุมกำลังล่าสุดที่ไปหาเรื่องหลินฉางเกอ มีชื่อว่า สำนักเทียนหั่ว
ส่วนอัจฉริยะคนล่าสุดที่คิดจะฆ่าหลินฉางเกอ มีชื่อว่า... ซูเหยา!
...
ภายในเมืองหลวง
หวงหยินชิงและพวกพ้องยังไม่ได้ล่าถอยไปไหน พวกเขาเหมาโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งไว้เพื่อเฝ้าสังเกตความเคลื่อนไหวของหอทงเทียนจากระยะไกล
"ท่านหัวหน้า นั่นมันโหยวจงก่วงนี่ครับ!"
องครักษ์อัคคีแดงคนหนึ่งเอ่ยขึ้น
"โหยวจงก่วง! เป็นเขางั้นหรือ! นึกไม่ถึงเลยว่าโจวรู่จะให้ความสำคัญกับหลินฉางเกอขนาดนี้ ถึงกับส่งโหยวจงก่วงมาด้วยตัวเอง!"
หวงหยินชิงกัดฟันกรอดจนเสียงดัง โหยวจงก่วงคือแม่ทัพซ้ายของโจวรู่ มีความแข็งแกร่งอย่างยิ่ง อยู่ในขอบเขตเทียนหลิงระดับที่เก้า หากทะลวงสู่ขอบเขตเจินหลิงได้เมื่อไหร่ สถานะของเขาคงจะพุ่งสูงขึ้นไปอีก
โจวรู่ ครั้งนี้เขาแสดงไพ่ในมือออกมาหมดเพื่อหลินฉางเกอคนเดียวเลยงั้นหรือ!
"จะเอาอย่างไรดีครับ?"
องครักษ์คนอื่นๆ ขมวดคิ้วเคร่งเครียด "มีโหยวจงก่วงคอยตามประกบ พวกเราคงฆ่าเขาไม่ได้แล้ว"
"เมื่อโจวรู่สอดมือเข้ามา นี่ก็ไม่ใช่เรื่องที่พวกเราจะจัดการได้แล้วล่ะ"
หวงหยินชิงคลึงหว่างคิ้ว แววตาฉายแววอำมหิต "กลับไปรายงาน บอกว่าทั้งโจวรู่และตระกูลซือต่างกดดันพร้อมกัน ทำให้พวกเราลงมือไม่สำเร็จ!"
"แล้ว... จะปล่อยเขาไปเฉยๆ แบบนี้หรือครับ?"
องครักษ์คนนั้นลังเล
"แล้วจะให้ทำอย่างไรล่ะ?"
หวงหยินชิงแค่นเสียงเย็น "โหยวจงก่วงนำกองทัพชุดคลุมดำมาเฝ้าอยู่ที่นั่น ถ้าเจ้าไม่อยากปล่อยเขาไป เจ้าก็เข้าไปสิ?"
องครักษ์คนนั้นก้มหน้าลงทันที ไม่กล้าเอ่ยปากอีก
"ไป!"
หวงหยินชิงโบกมืออย่างรำคาญใจ
...
หลินฉางเกอกับซือชิงชิงเดินออกมาจากหอทงเทียนพร้อมกัน
โหยวจงก่วงรีบติดตามไปทันที กองทัพชุดคลุมดำแยกกันคุ้มกันซ้ายขวาเพื่อเฝ้าระวังอย่างแน่นหนา
เว้นแต่จะมีอัจฉริยะระดับเจินหลิงลงมือดักสังหาร มิฉะนั้นคงไม่มีใครแตะต้องหลินฉางเกอได้
ในฐานะแม่ทัพ โหยวจงก่วงแสดงออกถึงวินัยอันยอดเยี่ยม เขาไม่สนว่าหลินฉางเกอจะไปที่ใด ไม่เอ่ยถามมากความ เพียงแค่ติดตามอยู่ด้านหลังเท่านั้น
สองข้างถนนมีผู้บำเพ็ญเพียรมากมายเดินออกมามองแผ่นหลังของหลินฉางเกอ ต่างก็พากันอุทานด้วยความตกตะลึง
การที่รอดพ้นจากการดักสังหารของฝ่ายรัชทายาทมาได้ ย่อมแสดงถึงความแข็งแกร่งอันสมบูรณ์
พวกเขารู้สึกเพียงว่ามันช่างไม่สมจริง อัจฉริยะที่เดินออกมาจากดินแดนชายขอบของแคว้นหยวน กลับเติบโตมาถึงขั้นนี้ได้เชียวหรือ!
หลังจากออกจากเมืองหลวง หลินฉางเกอมุ่งหน้าตรงไปยังสำนักเทียนหั่ว
ด้านหลังเขามีผู้บำเพ็ญเพียรติดตามมาไม่น้อย เห็นได้ชัดว่าแต่ละคนเดาอะไรบางอย่างได้ และอยากจะมาเห็นด้วยตาตนเอง
สำนักเทียนหั่วคือสำนักอันดับหนึ่งของแคว้นหยวนเชียวนะ!
หลินฉางเกอมาถึงหน้าสำนักเทียนหั่ว มองดูประตูสำนักที่แสนคุ้นเคย ในดวงตาฉายแววสังหารอันเย็นเยียบ
สาเหตุที่โจวอิ้นจงใจเล่นงานเขา ส่วนหนึ่งก็เพราะสำนักเทียนหั่วคอยโหมกระพือไฟ ดังนั้นวันนี้เขาจึงมาเพื่อสะสางทั้งหนี้ใหม่และหนี้เก่าให้สิ้นซาก
"ซูว่านจวิน ไสหัวออกมา!"
หลินฉางเกอตะโกนก้อง
สำนักเทียนหั่วสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งสำนัก!
ไม่นานนัก เงาร่างจำนวนมากก็พุ่งออกมาอย่างรวดเร็ว
ซูว่านจวิน, เสิ่นม่อ, หานอิ่น, หานชวน... ต่างก็รวมอยู่ในนี้
"หลินฉางเกอ เจ้ายยังไม่ตายงั้นหรือ?"
รูม่านตาของซูว่านจวินหดเกร็ง เขาคำรามด้วยความโกรธ "เจ้าดวงแข็งนักนะ เพราะอะไรกัน? เจ้าฆ่าเหยาเอ๋อร์ เจ้าสมควรจะไปชดใช้ชีวิตให้นาง!"
"เจ้าสำนัก ท่านดูนั่น!"
หานอิ่นใบหน้าซีดเผือด ชี้นิ้วไปที่ด้านหลังของหลินฉางเกอ
"โหยวจงก่วง!"
"เป็นเขาไปได้อย่างไร!"
"โจวรู่... โจวรู่ประกาศชัดเจนว่าจะยืนอยู่ข้างหลินฉางเกอแล้วงั้นหรือ?"
หัวใจของทุกคนกระตุกวูบ ต่างมองหน้ากันด้วยใบหน้าซีดขาว
หวงหยินชิงนำองครักษ์อัคคีแดงลงมือด้วยตัวเองยังฆ่าหลินฉางเกอไม่ได้ มิหนำซ้ำโหยวจงก่วงยังมาเป็นผู้คุ้มกันข้างกายเขาเสียอีก
"คุณชายหลิน เพียงท่านออกคำสั่ง พวกเราจะบดขยี้สำนักเทียนหั่วให้ราบทันที!"
โหยวจงก่วงประสานมือเอ่ยเสียงหนักแน่น
"ซูว่านจวินกับหานอิ่น ทิ้งไว้ให้ข้า!"
หลินฉางเกอโคจรวิชาลมปราณร้อยก้าว (ไป่ปู้เฟิงเสวียนจิง) กลายเป็นเงาเลือนรางพุ่งเข้าใส่เบื้องหน้า
กระดูกสันหลังของเขาเคลื่อนไหวราวกับมังกรยักษ์ พลังทั่วร่างกลั่นกลายเป็นหนึ่งเดียวพุ่งไปยังแขนขวาและดาบตัดนภา
ข้าจะใช้ดาบที่ผู้อาวุโสเฟิงสอนข้า ปลิดชีพเจ้าเสีย!
"ซูว่านจวิน ออกมาตายซะ!"