เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 43 อาหาร

ตอนที่ 43 อาหาร

ตอนที่ 43 อาหาร


ตอนที่ 43 อาหาร

 

มีเสียงคนสองคนกำลังก้าวเท้าลงบันไดมา คนหนึ่งกำลังถือเทียนให้แสงสว่างแก่พื้นที่มืด

 

"... คงได้สักห้าหมื่น"

 

"โบนัสก้อนใหญ่เลยครั้งนี้?"

 

"แน่นอน เพราะผู้ซื้อครั้งนี้มีชื่อเสียงมากๆ และเขาชอบเด็กสาวสวยๆ โครซี่หยุดน้ำลายไหลได้แล้ว เราไม่สามารถแตะต้องเธอได้ เราจะเอาเธอไปส่งพรุ่งนี้เช้า ... "

 

"ฮาริติมาด้วยตัวเอง ฉันได้ยินมาว่าคงมีการสูญเสียครั้งใหญ่เกิดขึ้น ไม่น่าจะมีใครรอดสักคน"

 

"ชู่ๆๆ อย่าพูดเล่นสิ ถ้าเกิดว่าใครจะได้ยินล่ะ?"

 

“แกจะกลัวอะไร ที่นี่มีแต่อาหารของเราเท่านั้น ใครจะมาแอบฟัง?”

 

"แกลืมสิ่งที่เกิดขึ้นกับคนสุดท้ายที่พูดเรื่องนี้ไม่ได้แล้วใช่ไหม"

 

ชายอีกคนหนึ่งตัวสั่นและไม่ตอบ

 

เย่วซิงฟังคำพูดไม่ชัด แต่เขาถอนหายใจด้วยความโล่งอก "เธอยังคงอยู่ทดี เธอยังไม่ได้ถูกฆ่า... เธอยังมีชีวิตอยู่" เขาคิด เย่วซิงปิดตาของเขา ตั้งใจฟังอย่างเงียบ ๆ ขณะพวกมันเดินเข้ามาใกล้

 

"โชคร้ายอะไรอย่างงี้ที่ต้องมาให้อาหารมัน" คนแคระที่ถือโคมไฟสาปแช่ง

 

"ความผิดใครละ? แกเป็นคนลากฉันเข้ามาเอง" เพื่อนของเขาเตะเขา "คนสุดท้ายที่ให้อาหารเจ้าสัตว์ประหลาดนั้นกินอะไรไม่ได้ไปหลายวันเลย น่าขยะแขยงจริงๆ !"

 

"เฮ้ อย่าเพิ่งโกรธ" คนแคระหัวเราะอย่างชั่วร้าย เขาหยิบห่อเล็กจากกระเป๋าของเขา มันขนาดพอดีมือและดูหนัก ดวงตาของเพื่อนของเขาลุกวาว แกเอามันมาจากที่ไหน? "

 

"ชาวอินเดียนแดงที่มาใหม่ นำมันมาจากแท่นบูชาพระกฤษณะ " คนแคระร้องว่า "พวกเราซื้อมันมาจำนวนมาก แค่ห่อเล็กนี่ก็ทำให้ฉันใช้ชีวิตได้ครึ่งปีแล้ว"

 

ดวงตาของชายคนหนึ่งดูสนใจห่อนั้นมากๆ" มันเป็นยาเสพติดใช่ไหม แบ่งมาให้ฉันบ้างสิ"

 

"ไม่ ทำไมฉันต้องแบ่ง?" คนแคระได้เปิดห่ออย่างระมัดระวัง เมื่อมองไปที่ผงแป้งสีขาวมือของเขาเริ่มสั่น "ฉันต้องอัดผงนี่มันเข้าไปมาก เพราะเมื่อสัตว์ประหลาดเริ่มกินอาหาร ฉันจะได้ลืมสิ่งที่เกิดขึ้นทันที"

 

เพื่อนสนิทคนแคระ สการ์เฟซมองไปที่ชายหนุ่มที่ห้อยอยู่หลังลูกกรง ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความเสียใจ "น่าเสียดาย เขาดูน่ารักมาก เขาคงขายได้ดี"

 

"มันใกล้จะตายแล้ว แกคิดว่าแกพูดอะไรอยู่ ... " คนแคระเหลือบมาองไปที่เย่วซิง ดวงตาของเขาก็สว่าง "ฉันยังไม่ได้ค้นตัวมันเลย"

 

หลังจากถูกโซ่ล่าม เย่วซิงได้แต่นิ่งเงียบราวคนตาย ที่หน้าอกของเขา กระเป๋าเงินที่เป็นรูทำให้มองเห็นกระดาษสีเขียวด้านใน – มันคือสีของเงิน!

 

เงินจากสินค้าที่เขาไปส่งมีอย่างน้อยสี่หรือห้าหมื่นปอนด์!

 

"เด็กคนนี้เอาเงินมากขนาดนี้มาจากไหน?" คนแคระกลืนน้ำลาย

 

"เงินขนาดนี้มัน?" สการ์เฟซตาพล่ามัว "ฉันกำลังจะบ้า?"

 

"แกรออะไรอยู่?" คนแคระเตะสการ์เฟซ "รีบไปเอาเงินมา อยากให้มันถูกสัตว์ประหลาดกินไปพร้อมเสื้อผ้าหรอ ไปเอามาก่อนแล้วค่อยคิดว่าจะแบ่งกันยังไง"

 

สการ์เฟซได้สติทันที และรีบไปหากุญแจมาเปิดกรงเหล็กหนา เขาหยิบตะขอเหล็กจากข้างๆ พยายามเล็งไปที่โซ่

 

"รอก่อน!" คนแคระเอาตะขอออกมา "แกกำลังทำบ้าอะไร ถ้าเกิดมันตกลงไป จะทำยังไง!"

 

สการ์เฟซจ้องมองเขา คนแคระดูจะกังวลเรื่องเงินมากๆ เขาสบถด่าคนแคระและปล่อยให้มันทำงานไปโดยที่เขาคอยเฝ้าระวัง

 

"ระวังด้วยละ" สการ์เฟซพูดอย่างเย็นชา "อย่าตกลงไปละ ไม่งั้นแกได้เป็นอาหารของมันแน่"

 

คนแคระทำอย่างระมัดระวัง ตะขอของเขาเกี่ยวติดโซ่และลากเย่วซิงที่โดนล่ามเข้ามา เขาเอื้อมมือเข้าไปในอกของเย่วซิง "พวกเรารวยแล้ว ... "

 

ก่อนที่เขาจะหยิบกระเป๋า มีมือใครบางคนกำลังจับมือของเขา สายตาสการ์เฟซหนาวสั่น

 

มือของใครกัน?

 

ในขณะนั้นเขาคิดว่าเย่วซิงตายแล้ว แต่ความจริงไม่เป็นแบบนั้น ดวงตาสีดำที่จ้องมองเขาทำให้เขารู้สึกตกใจ ดวงตาอันดำมืดราวกับกระแสน้ำหมุนวนจมลงสู่ความมืดมิด

 

ก่อนที่คนแคระจะตอบโต้อะไรได้ทัน เขาถูกดึงเข้าไปในกรงเหล็กด้วยแรงมหาศาล เย่วซิงคว้าตะขอและออกแรงดึงอย่างสุดกำลัง ด้วยแรงดึงอย่างไม่คาดคิดทำให้คนแคระล้มเซมาหาเย่วซิง เขาใช้ตัวคนแคระเป็นตัวส่งกระโดดข้ามหัวสการ์เฟซไป

 

สการ์เฟซพยายามหาทางช่วยคนแคระ แต่ที่เขาเห็นคือเย่วซิงลอยข้ามหัวเขา พร้อมเหวี่ยงปลายตะขอเข้าที่หัวของเขา

 

บูม!

 

ตะขอกระแทกเข้ากับศีรษะของสการ์เฟซทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างในสายตาเขาดับลง เขาล้มตัวลงบนพื้นด้วยความเจ็บปวด และรู้สึกถึงโซ่เหล็กหนาที่กำลังพันรอบคอของเขา

 

ประตูค่อยๆ ปิดลง อย่างช้าด้วยแรงผลักของเย่วซิง

 

เย่วซิงหอบหายใจแรง ขณะเหยียบย่ำใบหน้าของสการ์เฟซให้อยู่ใต้ฝ่าเท้าของเขา เขาค่อยๆดึงโซ่ที่พัดรอบคอสการ์เฟซ ผลักตัวมันเข้ากับลูกกรงจนเกือบจะดันหัวของมันผ่านเข้ามาได้

 

"ช่วยด้วย ช่วยฉันด้วย!" ในบ่อน้ำคนแคระพยายามเกาะขอบบ่อและพยายามปีนกลับขึ้นไป แต่เย่วซิงกลับดับฝันของเขา

 

"หุบปาก!" เย่วซิงจับโซ่ที่กำลังดึงสการ์เฟซแน่น ทำไมความหวังของคนแคระจางหายไป

 

เย่วซิงใช้แรงทั้งหมดในการดึงสการ์เฟซเข้ามาหา ไม่ว่าเขาจะดิ้นรนอย่างไรโซ่ก็จะไม่คลาย เย่ววซิงเพ่งมองไปที่คนแคระและถาม "แกพาฉันมาขังไว้ที่ไหน?"

 

ริมฝีปากของคนแคระสั่น แต่เขายังไม่ยอมพูด ดวงตาของเย่วซิงดูเย็นชา เขากระตุกตะขอที่เกี่ยวอยู่กับคนแคระทำให้มันต้องส่งเสียงกรีดร้องออกมา

 

"บอกฉันว่าเราอยู่ที่ไหน?"

 

“นี่คือชั้นล่างสุดของระบบท่อบำบัดน้ำเสียของ Avalon มันเป็นทางเดินในอุโมงค์ลึกลับ ฮาริติค้นพบสถานที่แห่งนี้ เมื่อก่อนมันเคยเป็นแค่สถานที่รกร้าง เราพยายามสร้างผีน่าหวาดกลัว เพื่อไม่ให้ใครเข้ามาพบที่นี่” คนแคระกรีดร้องว่า "ช่วยฉันก่อน พาฉันขึ้นไป!"

 

"ฮาริติคือใคร?" เย่วซิงถาม "ผู้หญิงในตำนานที่กำลังจะกลายเป็นปีศาจ?"

 

"คือเธอนั่นแหละ เธอมีรูนที่ควบคุมสิ่งมีชีวิตทั้งหมดได้และพวกมันก็ฟังเธอ" คนแคระเริ่มจะหลั่งน้ำตา "ฉันขอร้อง ช่วยฉันด้วย!"

 

"ทำไมพวกเขาต้องการตัวไป่ฉี?" เย่วซิงพยายามสอบปากคำ

 

"ฉันได้ยินมาว่ามีชาวตะวันออกบางคนยอมจ่ายเงินเป็นจำนวนมากเพื่อให้พาเธอกลับไป แม้แต่ชาแมนก็ยังพลาด ดังนั้นฮาริติจึงเข้ามาทำงานแทน ฉันบอกคนายหมดทุกอย่างที่ฉันรู้แล้ว!" คนแคระร้องไห้ "ช่วยฉันขึ้นไปที "

 

เขาพยายามกรีดร้อง ในบ่อน้ำลึกน้ำนิ่งเหม็นเริ่มเกิดฟองผุดขึ้นมา เหมือนปลากินคนนับไม่ถ้วนกำลังพยายามกระโดดไปมา น้ำที่นิ่งสงบเริ่มสูงขึ้นเรื่อย มีเงาบางอย่างอยู่ในน้ำนั่น มันพยายามขึ้นมาจากน้ำอย่างช้าๆ

 

เกิดเสียงราวกับคลื่นสึนามิดังขึ้น ...

 

มันดูราวกับผีที่ไร้รูปแบบที่ไป่ฉีเคยพูดให้เขาฟังมาก่อน เป็นหนึ่งในสัตว์ที่เกิดจากแม่มดแห่งความหายนะ

 

หลายคนคิดว่าพวกมันเป็นวิญญาณของคนตาย แต่พวกมันเป็นเพียงสิ่งมีชีวิตที่กินเลือดเพื่อความอยู่รอด การปรากฏตัวของพวกมันจะมากน้อยแล้วแต่สถานที่ บางครั้งพวกมันจะซ่อนตัวอยู่ในสุสานคอยกินซากศพ แต่หากพวกมันอยู่อุโมงค์แล้วพวกมัน มักจะถูกเข้าใจผิดว่าเป็นวิญญาณคนตายและคอยกินคนที่มันพบเจอ

 

บางคนกลัวอำนาจของมัน กลัวที่จะถูกวิญญาณชั่วร้ายกลืนกิน แต่จากบันทึกของศาสนจักรแสดงให้เห็นว่าพลังจริงๆของพวกมันคือความสามารถในการแปลงตัวเองเป็นฝุ่นละออง ร่างกายของพวกมันสามารถสลายหายไปจนกลายเป็นหมอกหนาๆ สิ่งมีชีวิตทุกตัวที่ถูกปกคลุมด้วยหมอกจะถูกกลืนกินด้วยความหวาดกลัวในความตายและสูญเสียสติทั้งหมดและทำได้เพียงเป็นอาหารให้กับมัน

 

อะไรบางอย่างทำให้สัตว์ประหลาดพวกนี้ชอบกินมนุษย์เป็นอาหาร?

 

เกิดบางอย่างส่องแสงสะท้อนอยู่ในน้ำ มันเป็นกระดูกสีขาวที่แตกหัก อาจจะเป็นครึ่งหนึ่งของกะโหลกศีรษะ กระดูกเหล่านี้กระจายอยู่ทั่วบ่อน้ำ เย่วซิงเข้าใจทันทีว่าพวกเขานำมนุษย์มาเป็นอาหารแก่สัตว์ประหลาดเหล่านี้

 

"พวกแกเอาคนมาเป็นอาหารพวกมัน?" เย่วซิงเหลือบมองไปที่คนแคระ

 

"เราเอาเฉพาะคนที่ตายแล้ว!"

 

"แกคิดว่าฉันตายแล้วสินะ?" เย่วซิงจ้องมองไปยังคนแคระที่กำลังตัวสั่น

 

ความหวาดกลัวของคนแคระแสดงออกมาอย่างชัดเจน "ช่วยฉันด้วย ... "

 

เย่วซิงมองเขาอย่างเย็นชาและไม่ตอบ

 

เย่วซิงดึงโซ่ที่รัดคอสการ์เฟซ ทำให้เขาสำลักก่อนจะหยุดดิ้นรนต่อสู้ ร่างกายของเขาอ่อนปวกเปียกและเริ่มหมดสติ ทำให้เย่วซิงเริ่มที่จะขยับตัวออกไปนอกกรงขัง

 

คนแคระพยายามพุ่งขึ้นมาจากปากบ่อพร้อมสาปแช่งเย่วซิง

 

น้ำเริ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ

 

"ช่วยด้วย!" คนแคระกรีดร้อง "เด็กกำลังจะหนี!"

 

เย่วซิงใช้ตะขอฟาดไปที่ศีรษะของเขา "คุณจะทำเสียงดังทำไม"

 

"พวกมันกำลังจะมาแล้ว!" คนแคระเตะผีที่พยายามจะลากเขาลงไป เขาร้องไห้ "ช่วยฉัน ช่วยฉัน!"

 

เย่วซิงยังนิ่งเฉยราวกับว่าเขาไม่เคยได้ยินอะไร เขามองไปรอบ ๆ พยายามค้นหาบางอย่าง ในที่สุดเขาก็หยิบห่อเล็กๆขึ้นมาและใช้ผงคลายแป้งบางส่วน

 

ยาเสพติดเป็นสิ่งชั่วร้าย มันมาจากโรงงานของอินเดีย ซึ่งเริ่มแรกมันเป็นยาแก้ปวดที่ใช้ในการทหารตอนช่วงสงคราม Asgard แต่ภายหลังพวกเขาพบว่ามันคือยาเสพติดที่ให้โทษอย่างมาก หลังจากใช้แล้วจะทำให้เกิดภาพหลอนและทำอะไรลงไปโดยไม่รู้ตัว มันจึงเป็นของผิดกฎหมาย

 

เย่วซิงมองดูมันและวิเคราะห์ส่วนผสมที่ใช้สกัด แต่ดูเหมือนจะไม่มีประโยชน์อะไร เขาถอนหายใจและเดินเข้าไปหาคนแคระ

 

เย่วซิงยืนอยู่ใกล้บันได เขาได้ยินเสียงเหมือนฝีเท้าเข้าใกล้ประตูเรื่อยๆจนมันเปิดออก

 

ช่วงเวลาที่มีเสียงประตูเปิดออก เย่วซิงได้ลงไปหลบอยู่ที่ด้านล่างของบันได เขาตัดสินใจวิ่งขึ้นไปบนขั้นบันไดที่ปูด้วยตะไคร่น้ำ ความมืดทำให้คนที่เดินลงบันไดมามองเห็นเขาได้ไม่ชัด และเมื่อแสงไฟจากตะเกียงส่องไปด้านหน้า .........บูม!

จบบทที่ ตอนที่ 43 อาหาร

คัดลอกลิงก์แล้ว