- หน้าแรก
- จุติโลกอาถรรพ์ คุณเรียกสิ่งนี้ว่าเกมเลี้ยงดูหรือ
- บทที่ 44 - สังหารชิงทรัพย์
บทที่ 44 - สังหารชิงทรัพย์
บทที่ 44 - สังหารชิงทรัพย์
บทที่ 44 - สังหารชิงทรัพย์
“รนหาที่ตาย!”
หวังเฉียนแผดเสียงคำรามลั่น ร่างกายของเขาเริ่มหมุนตัวอย่างรวดเร็วราวกับลูกข่าง
ใบมีดยักษ์ที่แขนทั้งสองข้างรวมถึงบนศีรษะที่หมุนด้วยความเร็วสูง ก่อให้เกิดพายุใบมีดที่น่าสยดสยอง ทุกสิ่งที่อยู่รอบข้างถูกเฉือนจนขาดสะบั้น ไม่เหลือชิ้นดี
หลี่หรานเห็นดังนั้นก็ไม่ได้ตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เขาเหวี่ยงแขนที่มีเงาอสุราเข้าปะทะกับพายุใบมีดของหวังเฉียนอย่างใจเย็น
เงาอสุราขย้ำเปรียบเสมือนการกัดกินของหมาป่าอสุรา หลี่หรานรัวหมัดออกไปอย่างรวดเร็ว ปล่อยเงาอสุราขย้ำออกไปเป็นชุดจนดูราวกับฝูงหมาป่ากำลังรุมทึ้งเหยื่อ
“เคร้ง เเคร้ง เคร้ง!!”
พลังทั้งสองสายปะทะกันอย่างรุนแรง แต่หลี่หรานกลับไม่ตกเป็นรองเลยแม้แต่น้อย และยังมีแนวโน้มว่าจะสามารถทำลายพายุใบมีดนั่นลงได้อีกด้วย
‘หลังจากเงาอสุราเข้าสิงร่าง พละกำลังและความเร็วของผมก็เพิ่มขึ้นชั่วคราว แถมบริเวณที่ถูกเงาอสุราปกคลุมยังมีพลังป้องกันเพิ่มขึ้นด้วย ต่อให้ต้องรับดาเมจจากพายุใบมีดโดยตรง ก็ไม่มีร่องรอยว่าจะแตกสลายเลย สมกับที่เป็นทักษะระดับหายากจริงๆ’
หลี่หรานยิ่งสู้ก็ยิ่งหึกเหิม เขาใช้มือเปล่าที่ปกคลุมด้วยเงาอสุราฉีกกระชากพายุใบมีดที่น่ากลัวนั้นจนแหลกละเอียด
“ตูม!”
พายุใบมีดพังทลายลง ร่างของหวังเฉียนกระเด็นลอยไปตกกระแทกพื้นอย่างแรง
เขาจ้องมองหลี่หรานด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
ใช้มือเปล่าทำลายการโจมตีของเขาได้งั้นเหรอ?
แบบนี้จะสู้ต่อไปเพื่ออะไร พละกำลังมันต่างกันคนละระดับเลย!
ในสมองของหวังเฉียนตอนนี้มีเพียงคำเดียวผุดขึ้นมาคือ—หนี!
ในตอนนั้นเอง หลี่หรานก็ไปปรากฏตัวอยู่ข้างหลังหวังเฉียนราวกับภูตผี
ใบหน้าของหวังเฉียนแข็งค้าง เขาหันหัวที่มีใบมีดยักษ์กลับไปมองด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
ดวงตาของหลี่หรานส่องประกายเหี้ยมเกรียม เขาใช้กรงเล็บเงาอสุราตะปบเข้าที่หัวของหวังเฉียน แล้วใช้ทักษะเงาอสุราขย้ำงับเข้าที่ใบมีดยักษ์บนศีรษะของมันอย่างรุนแรง
จากนั้นก็บิดและกำมือแน่น!
“เปรี๊ยะ... ตูม!”
เกิดเสียงแตกหักดังสนั่น ใบมีดยักษ์บนหัวของหวังเฉียนถูกเงาอสุราขย้ำจนเสียรูปและแตกละเอียดคามือ
“อ๊าก!!”
หวังเฉียนกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด เขาเหวี่ยงแขนทั้งสองข้างเพื่อบีบให้หลี่หรานถอยออกไป จึงรอดพ้นจากสภาพที่หัวจะถูกขย้ำจนเละไปได้
ความเจ็บปวดอย่างรุนแรงแล่นมาจากส่วนหัว เลือดไหลท่วมใบหน้าของเขา เขารู้ดีว่าใบมีดที่งอกออกมาจากหัวนั้นพังพินาศไปแล้ว และตอนนี้หัวของเขาคงเต็มไปด้วยบาดแผลเหวอะหวะแน่นอน!
หลี่หรานโยนเศษใบมีดที่ถูกขย้ำทิ้งไปอย่างไม่ใส่ใจ แล้วเดินตรงเข้าหาหวังเฉียนราวกับเทพแห่งความตายที่น่าเกรงขาม
หวังเฉียนหวาดกลัวจนถึงขีดสุด เขาค่อยๆ ถอยร่นไปทีละก้าว
ทว่าข้างหลังเขาก็คือเจ้าจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ตัวนั้น ตอนนี้เขาไม่มีทางหนีอีกต่อไปแล้ว
หวังเฉียนเพิ่งจะตระหนักได้ว่าเขาได้ล่วงเกินคนที่ไม่ควรล่วงเกินเข้าให้เสียแล้ว
แต่เขาก็ไม่อยากนั่งรอความตาย: “ในเมื่อหนีไม่พ้น ก็ตายไปพร้อมกันเลยเถอะ!”
เมื่อคิดได้ดังนั้น ดวงตาของหวังเฉียนก็แดงก่ำด้วยเส้นเลือดที่แตกฝอย ทั่วร่างมีเส้นเลือดปูดโปนออกมา บนผิวหนังมีเส้นขนสีเลือดจำนวนนับไม่ถ้วนพุ่งตรงไปยังหัวที่เต็มไปด้วยบาดแผลของเขา
ต่อให้ต้องตาย เขาก็จะลากอีกฝ่ายไปลงนรกด้วยให้ได้!
แต่ทว่า ทุกอย่างมันสายเกินไปแล้ว
ต่อหน้าหลี่หรานที่มีสูตรโกงคอยเตือน ความคิดของหวังเฉียนย่อมถูกมองทะลุปรุโปร่งทั้งหมด
หลี่หรานเหวี่ยงแขนทั้งสองข้างออกไปจากระยะไกล เงาอสุราขย้ำกระตุกอย่างแรง แทบไม่ให้หวังเฉียนมีเวลาโต้กลับ ใบมีดยักษ์ที่ไหล่ทั้งสองข้างของหวังเฉียนก็ถูกฉีกกระชากหลุดออกไปราวกับเป็นชิ้นส่วนเครื่องจักรที่ถูกถอดออก
ดวงตาของหลี่หรานส่องประกายเงามืดวูบหนึ่ง ทั่วร่างมีกลิ่นอายเงาอสุราพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า มันคือทักษะติดตัวของเงาอสุราขย้ำอย่าง [เงาอสุราเหยียบย่ำ]
ภายใต้ความมืดมิด อาณาเขตแห่งความมืดจะช่วยส่งเสริมให้ทักษะเงาอสุราเหยียบย่ำแสดงอานุภาพสูงสุดออกมา
“ตูม” เสียงดังสนั่น เมฆดำม้วนตัวไปมา!
กลิ่นอายขุมพลังมหาศาลที่แยกไม่ออกว่าเป็นเมฆหรือไอปีศาจเข้าปกคลุมท้องฟ้าเหนือย่านถนนแห่งนี้
ทันใดนั้น ท่ามกลางหมู่เมฆปีศาจอันมืดมิด กรงเล็บเงาอสุราขนาดยักษ์ก็ปรากฏขึ้นกลางอากาศและเหยียบลงมาอย่างรุนแรง!
“แข็งแกร่งเกินไปแล้ว...”
แววตาของหวังเฉียนยังคงฉายแววไม่อยากจะเชื่อ ร่างกายที่แข็งราวกับเหล็กและกะโหลกทองแดงของเขา กลับดูอ่อนแอไร้ทางสู้ต่อหน้าเด็กคนนี้?
“บึ้ม!!”
เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งย่าน!
ทว่า เขาไม่มีโอกาสได้สำนึกผิดอีกต่อไป ร่างของเขาหายลับไปภายใต้ฝ่าเท้าอสุรายักษ์นั้น เปรียบเสมือนมดตัวจ้อยที่ถูกยักษ์ไททันเหยียบตายโดยบังเอิญ
เมื่อเงาอสุราเหยียบย่ำสลายไป ฆาตกรโรคจิตหวังเฉียนก็กลายเป็นกองเนื้อเละเทะไม่เหลือสภาพความเป็นมนุษย์อีกต่อไป
[ทำภารกิจสำเร็จ: กำจัดฆาตกรโรคจิต]
[รางวัลความสำเร็จ: พลังอาถรรพ์ +100, คะแนนสะสม +1,000, อุปกรณ์พิเศษ *1]
เมื่อได้ยินเสียงแจ้งเตือนภารกิจที่ราบเรียบ หลี่หรานก็รู้สึกโล่งใจเป็นอย่างมาก
ภารกิจนี้กดดันอยู่ในใจเขามาตลอด เปรียบเสมือนระเบิดเวลาที่ทำให้เขาต้องคอยระแวดระวังอยู่เสมอ
เขาเองน่ะไม่เท่าไหร่ แต่เขากลัวว่าหวังเฉียนที่ไม่มีตาจะไปเล็งเป้าที่ซูี่ปิงเหยากับหลี่จื่อหยางเข้า
การกำจัดหวังเฉียนในครั้งนี้ราบรื่นกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก
หากไม่มีพลังอาถรรพ์เกือบแปดร้อยหน่วย บวกกับการลอบจู่โจมและการประสานงานกับฉื้อถง การจะสังหารหวังเฉียนคงไม่ใช่เรื่องง่าย
โดยเฉพาะร่างกายที่แข็งราวกับเหล็กกล้านั่น การโจมตีธรรมดาแทบจะทำอะไรมันไม่ได้เลย
‘วันหลังถ้าต้องสู้กับศัตรูระดับ A ต้องระมัดระวังตัวให้มากกว่านี้ ครั้งนี้เป็นเพราะการลอบจู่โจมสำเร็จจึงสามารถกดดันมันได้ตลอด แล้วครั้งหน้าล่ะ ผมจะยังโชคดีแบบนี้อีกไหม?’
เมื่อคิดได้ดังนั้น หลี่หรานก็รู้สึกว่าการบุกครั้งนี้ออกจะมุทะลุไปสักหน่อย
แต่ก็นะ อย่างน้อยเขาก็จัดการตัวอันตรายอย่างหวังเฉียนได้สำเร็จ
เวลาห้านาทีของทักษะเงาอสุราขย้ำหมดลงพอดี กลิ่นอายเงาสีดำจึงสลายไปโดยอัตโนมัติ
เขาปรายตามองซากศพของหวังเฉียน
เมื่อก่อนเคยคิดว่าถ้าต้องสู้กับฆาตกรคนนี้เขาต้องเก็บไพ่ตายไว้ให้ดี แต่ตอนนี้เขากลับกำจัดมันได้โดยที่ไม่ต้องใช้ไพ่ตายเลยด้วยซ้ำ
การ์ดเรียกหาญาติบวกกับการ์ดพันธนาการ
เฟิ่งหวงอวี๋เฟย โบนัสคุณสมบัติร้อยละห้าสิบจากการพันธนาการคู่รัก!
ไพ่ตายใบนั้นก็คือซูี่ปิงเหยา ภรรยาของเขานั่นเอง
หากไม่ถึงคราวคับขันจริงๆ เขาไม่มีวันใช้ไพ่ตายใบนี้แน่นอน
“ภารกิจสำเร็จแล้ว ไม่รู้ว่ามอนสเตอร์ภารกิจแบบนี้จะดรอปอุปกรณ์อะไรบ้างไหมนะ?”
หลี่หรานเดินเข้าไปหาซากศพของหวังเฉียนด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ครั้งนี้ไม่ได้ดรอปของดีอย่าง [หยาดชีวิต] เหมือนตอนที่ฆ่ามอนสเตอร์ตั๊กแตน
เขาจึงเลือกใช้วิธีการค้นตัวจากซากศพที่เละเทะนั่นแทน
การสังหารเพื่อชิงทรัพย์มันก็คือหลักการพื้นฐานอยู่แล้ว
ไม่นานนัก เขาก็คลำเจอก้อนวัตถุทรงกลมในกระเป๋าเสื้อนอกของหวังเฉียน ดวงตาของเขาพลันเป็นประกาย ของดีมาแล้วจริงๆ
แต่พอหยิบของชิ้นนั้นมาวางบนมือ เขาก็ขมวดคิ้วแน่น
“นี่มันตัวอะไรกันเนี่ย?”
“จี๊ด?”
(จบตอน)
(จบแล้ว)