- หน้าแรก
- จุติโลกอาถรรพ์ คุณเรียกสิ่งนี้ว่าเกมเลี้ยงดูหรือ
- บทที่ 12 - ผู้น้อยตามืดบอด มิอาจจำแนกยอดปรมาจารย์
บทที่ 12 - ผู้น้อยตามืดบอด มิอาจจำแนกยอดปรมาจารย์
บทที่ 12 - ผู้น้อยตามืดบอด มิอาจจำแนกยอดปรมาจารย์
บทที่ 12 - ผู้น้อยตามืดบอด มิอาจจำแนกยอดปรมาจารย์
“เค... เคราะห์ร้ายถึงเลือดตกยางออก?”
ชิวจงจี๋สีหน้าถอดสี ถามด้วยความไม่อยากจะเชื่อว่า:
“อาจารย์ครับ อาจารย์คำนวณผิดหรือเปล่าครับ”
“นักพรตอย่างข้า บอกว่าเจ้าจะมีเคราะห์ถึงเลือดตกยางออก มันก็ต้องมี”
ในตอนนั้น หมอดูยังคงลูบเคราแพะพลางยิ้มละไมจ้องมองไปที่ชิวจงจี๋
ชิวจงจี๋เริ่มลนลาน คว้ามือหมอดูมากุมไว้แล้วอ้อนวอน: “อาจารย์ช่วยผมด้วยครับ หรือ... หรือช่วยสอนวิธีแก้เคล็ดให้ผมที”
“ไอ้หนู เจ้าล่วงรู้หรือไม่ว่าการบังอาจมาล้อเล่นกับข้า จะต้องมีจุดจบอย่างไร?”
“อะไรนะ?!”
หมอดูลุกขึ้นยืน ทันใดนั้นเขาก็คว้าฝ่ามือไปที่กระหม่อมของชิวจงจี๋อย่างรวดเร็ว
“อ๊าก!”
ไม่ไกลนัก ทั้งสามคนถึงกับหน้าซีดเผือด ซ่งหลินเจียเกือบจะเป็นลมไปตรงนั้น
หลี่หรานตัวสั่นสะท้าน ดวงตาเต็มไปด้วยความสยองขวัญ
ชิวจงจี๋หน้าอาบไปด้วยเลือด ค่อยๆ ล้มลงกับพื้น ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อและความหวาดกลัว
ส่วนหมอดูสะบัดเศษกะโหลกชิ้นนั้นทิ้งไปที่มุมกำแพง แล้วกลับลงไปนั่งที่เดิมราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น พลางลูบเคราแล้วพูดด้วยน้ำเสียงหยอกเย้าว่า: “ดูดวงจ้า ดูดวงแม่นๆ ทุกคำทำนายเป็นจริง ไม่แม่นไม่คิดเงินจ้า”
ทุกคนยังไม่สามารถสงบสติอารมณ์จากความหวาดกลัวที่เกิดขึ้นได้
หลี่หรานขมวดคิ้วแน่น หรี่ตาลงเล็กน้อย
(หมอดู)
(ผู้ติดเชื้อทางจิต ระดับ B)
(พลังอาถรรพ์: 160)
(ในอดีตเขาเป็นคนติดการพนันจนเป็นชีวิตจิตใจ จนเป็นหนี้สินล้นพ้นตัว หลังจากหนีหนี้ไปได้ก็ถูกคนควักลูกตาไปข้างหนึ่ง ช่วงครึ่งหลังของชีวิตต้องสูญเสียทั้งภรรยาและลูกสาว เขาควรจะแก่ตายอย่างโดดเดี่ยวแต่กลับยังไม่ทิ้งนิสัยเดิม จึงคิดแผนการขึ้นมา ปลอมตัวเป็นหมอดูตาบอดเพื่อหลอกลวงผู้คนประทังชีวิต)
(คำเตือน: การไปล้อเล่นหรือเปิดโปงความจริงกับเขาจะทำให้เกิดอันตราย)
(คำแนะนำ: จงใช้กลยุทธ์ย้อนศร ในตอนที่เขาเผยธาตุแท้ออกมา ค่อยคืนลูกตาให้เขา แล้วคุณจะได้ผลลัพธ์ที่คาดไม่ถึง)
หลังจากเห็นคำแนะนำจากสูตรโกง หลี่หรานก็เข้าใจแจ่มแจ้งและมีแผนการในใจแล้ว
เขาเดินตรงไปที่แผงหมอดู แล้วนั่งลงฝั่งตรงข้ามหมอดูทันที
“ข้าจะลองดูดวงให้อาจารย์สักหนึ่งคำทำนาย เป็นอย่างไรครับ?”
ในสายตาของเซียวอี้, เฉินเจียปิน และซ่งหลินเจีย การกระทำนี้ไม่ต่างอะไรกับการไปรนหาที่ตายเลย
การกระทำของหลี่หรานไม่ต่างอะไรกับการเอามะพร้าวห้าวมาขายสวน ซึ่งเหมือนกับพฤติกรรมล้อเล่นกับหมอดูของชิวจงจี๋ไม่มีผิด
มือที่ลูบเคราของหมอดูชะงักลง เขาเลิกคิ้วขึ้นแล้วถามว่า: “ไอ้หนู เจ้าจะมาดูดวงให้ข้าอย่างนั้นหรือ?”
“ถูกต้องครับ อาจารย์ไม่กล้าอย่างนั้นหรือ?” หลี่หรานย้อนถาม
“เหลวไหล ในโลกนี้ยังมีสิ่งใดที่ข้ามิกล้วทำ? ข้าเพียงแต่กลัวว่าเจ้าจะพูดจาเรื่อยเปื่อยจนทำลายชื่อเสียงของข้าเสียมากกว่า”
“ลองดูหน่อยไม่ดีกว่าหรือครับ จะได้รู้ว่าข้าทายแม่นหรือไม่ ถ้าข้าทายถูก ท่านก็จ่ายค่าครูให้ข้าเป็นอย่างไร”
“โอ้? น่าสนใจดี แล้วถ้าทายไม่ถูกล่ะ?”
“แล้วแต่ท่านจะจัดการเลยครับ!”
“ตกลง”
ด้วยเหตุนี้ ภายใต้สายตาที่ไม่อยากจะเชื่อของพวกเซียวอี้ทั้งสามคน หลี่หรานจึงเริ่มดูลายมือให้หมอดู
【เริ่มภารกิจ: ดูดวง】
【รางวัลภารกิจ: พลังอาถรรพ์ +20, คะแนนสะสม +200】
【รางวัลลับ: อาวุธระดับดีเลิศ *1】
“จึ๊ๆ~”
หลี่หรานส่งเสียงจึ๊ปากออกมาพลางขมวดคิ้วแน่น
หมอดูจึงถามว่า: “ไอ้หนู อึกอักไปเพื่ออะไร?”
“งั้นข้าขอพูดตรงๆ เลยนะ”
“ว่ามาสิ”
หลี่หรานจับฝ่ามือของหมอดูไว้ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า: “เมื่อดูลายมือของท่านแล้ว ท่านมีดวงชะตาที่ต้องเป็นคนโสดไปตลอดชีวิต เรื่องกินเรื่องอยู่นั้นไม่มีปัญหา แต่กลับจะหาความร่ำรวยไม่ได้เลย”
หมอดูไม่ได้โกรธเคือง กลับหัวเราะร่วนแล้วบอกกับหลี่หรานว่า: “ไอ้หนู ถ้าเจ้ามีความสามารถเพียงเท่านี้ล่ะก็ อย่าหาว่าข้า……”
“อาจารย์อย่าเพิ่งรีบร้อนสิครับ ข้ายังพูดไม่จบ”
หลี่หรานวางมือของหมอดูคืนที่เดิม แล้วหันมาพิจารณาลักษณะใบหน้าของเขาอย่างตั้งใจ
“โอ้โห อาจารย์ครับ ลักษณะใบหน้าของท่านนี่ดูลำบากเสียจริง”
หมอดูแค่นยิ้มอย่างดูแคลน ในสายตาของเขาเจ้าหนูคนนี้ก็แค่พูดจาเรื่อยเปื่อยเพื่อล้อเล่นกับเขาเท่านั้น
เขาเริ่มเกิดจิตสังหารขึ้นมา เพียงแต่เขายังอยากจะรอดูว่าเจ้าหนูคนนี้จะเล่นมุกอะไรอีก เพื่อให้ชีวิตที่น่าเบื่อของเขามีสีสันขึ้นมาบ้าง
“คนที่มีลักษณะใบหน้าอย่างอาจารย์นั้นมีความโลภไม่สิ้นสุด ติดการพนันเป็นชีวิตจิตใจ เมื่อใดที่เข้าสู่วงการพนัน ย่อมต้องพบกับความพินาศย่อยยับ ครอบครัวแตกแยก ภรรยาและลูกหนีหาย และหลังจากเสียพนันแล้วก็จะหลบหนีไป ถ้าโชคดีหน่อยก็คงหนีพ้น แต่ถ้าโชคร้าย อย่างเบาก็ต้องเสียมือเสียเท้า ถูกควักลูกตาหรือตัดใบหู แต่ถ้าอย่างหนักก็อาจจะรักษาชีวิตไว้ไม่ได้……”
เมื่อพูดถึงตรงนี้ ร่างกายของหมอดูก็สั่นสะท้านขึ้นมา ป้ายในมือถึงกับสั่นจนถือไม่อยู่
แน่นอนว่าทุกอย่างอยู่ในสายตาของหลี่หราน เขาจึงพูดต่อไปว่า: “อาจารย์ครับ ถ้าข้าเดาไม่ผิด เมื่อครู่นี้ในใจอาจารย์คงกำลังคิดว่า ไม่ว่าข้าจะทายถูกหรือผิด ตราบใดที่สุดท้ายอาจารย์ไม่จ่ายค่าครูให้ข้า คำทำนายของข้าก็ย่อมต้องผิดอยู่ดี”
“ข้าพูดถูกหรือไม่ครับ”
หมอดูตัวสั่นเทิ้มจนแทบจะร่วงจากเก้าอี้ลงไปกองกับพื้น
สิ่งที่เกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาทำให้เซียวอี้, เฉินเจียปิน และซ่งหลินเจียถึงกับอ้าปากค้าง
หมอดูจ้องมองหลี่หรานด้วยความไม่อยากจะเชื่อ ใช่แล้ว ในตอนแรกเขาคิดแบบนั้นจริงๆ ตราบใดที่ไม่จ่ายเงิน คำทำนายย่อมต้องผิด แต่เขาไม่นึกเลยว่าเจ้าหนูตรงหน้าไม่เพียงแต่ทายดวงชะตาในช่วงครึ่งแรกของชีวิตเขาได้ถูกต้อง แต่ยังมองทะลุถึงแผนการสุดท้ายของเขาอีกด้วย
เจ้าหนูคนนี้โผล่มาจากไหนกันแน่
หรือว่าเขาจะดูดวงได้จริงๆ?
ในใจของเขาเต็มไปด้วยความตกตะลึงขณะจ้องมองเด็กหนุ่มตรงหน้า
ในช่วงวัยหนุ่มเขาติดการพนันจนโงหัวไม่ขึ้นจริงๆ ไม่เพียงแต่ผลาญเงินทองในบ้านจนหมดสิ้น แม้แต่ภรรยาที่คนแนะนำให้ก็หนีหายไป เขายังไม่ยอมแพ้ สุดท้ายจึงเอาบ้านที่บ้านเกิดไปจำนองเพื่อหวังจะถอนทุนคืน แต่กลับเสียหนักกว่าเดิม จนเป็นหนี้สินรุงรัง ด้วยเหตุนี้เขาจึงคิดจะหนี ยิ่งไกลเท่าไหร่ยิ่งดี แต่สุดท้ายก็ถูกตามจับได้จนถูกควักลูกตาไปข้างหนึ่ง เรื่องจึงจบลง
เขาพยายามตามหาลูกตาข้างนั้นมาตลอด แต่กลับไม่มีเบาะแสเลยแม้แต่นิดเดียว
ด้วยเหตุนี้เขาจึงสาบานกับตัวเองลับๆ ว่าขอเพียงได้ลูกตาคืนมา เขาจะกลับตัวกลับใจเป็นคนใหม่
ที่เขาสวมแว่นดำก็เพื่อแสร้งทำเป็นคนตาบอดและปลอมเป็นนักพรต เพื่อให้คนรู้สึกว่าเขามีความลึกลับน่าค้นหา
ต้องแสร้งทำให้เหมือนถึงจะหลอกคนได้ ต่อให้มีคนสงสัย เขาก็ยังใช้ลูกตาที่บอดข้างนั้นตบตาให้ผ่านไปได้
แถมเขายังเลือกหลอกเฉพาะคนสูงอายุ เพราะเงินของคนแก่หลอกง่ายที่สุด
เพียงแค่ใช้สูตรสำเร็จไม่กี่อย่างก็ทำให้คนกลัวได้แล้ว ถึงจะทายไม่แม่น คำพูดของเขาก็ยังเปิดช่องว่างให้แก้ตัวได้เสมอ
โดยธรรมชาติแล้วคนที่มาดูดวงมักจะมีโชคชะตาที่ขรุขระ จิตใจไม่มั่นคง ความจริงบางครั้งพวกเขาก็รู้ว่ามันเป็นเรื่องโกหก แต่ก็เพียงต้องการหาที่พึ่งทางใจเท่านั้น
ตัวอย่างเช่น คนที่ไม่มีเงินมาตลอด แต่มักจะปลอบใจตัวเองว่าขอแค่ผ่านอุปสรรคนี้ไปได้ ก็จะสามารถหาเงินได้แน่นอน มันก็เป็นเพียงการหลอกตัวเองอย่างหนึ่งเท่านั้นเอง
เขาหลอกลวงผู้คนมาตลอด และคิดว่าหมอดูในหนังสือล้วนเป็นเรื่องหลอกลวงเช่นกัน เขาไม่เคยคิดเลยว่าจะได้พบกับคนที่ดูดวงได้จริงๆ
ในตอนนั้นเอง หลี่หรานก็เดินเข้าไปหาเขา
“อาจารย์ครับ ท่านกำลังตามหาสิ่งนี้อยู่หรือเปล่า?”
หมอดูค่อยๆ ถอดแว่นดำออก สีหน้าเต็มไปด้วยความตกตะลึง
ในมือของหลี่หรานปรากฏลูกตาขึ้นหนึ่งดวง ซึ่งก็คือดวงตาอีกข้างที่เขาทำหายไปหลายปีนั่นเอง
“ตุบ!”
หมอดูคุกเข่าลงกับพื้นอย่างแรง พลางโขกศีรษะลงบนพื้นอย่างไม่เหลือมาดนักพรตผู้สุขุมอีกต่อไป: “ท่านอาจารย์ ท่านอาจารย์ ผู้น้อยตามืดบอด มิอาจจำแนกยอดปรมาจารย์ ผู้น้อยสมควรตาย สมควรตายจริงๆ!”
“ปึก!”
“ปึก!”
“ปึก!”
เสียงโขกศีรษะดังสนั่นจนหน้าผากเริ่มมีเลือดซึมออกมา
เซียวอี้, ซ่งหลินเจีย และเฉินเจียปินต่างก็ยืนอึ้งอยู่ตรงนั้น
เมื่อหลี่หรานเห็นว่าบรรลุวัตถุประสงค์แล้ว เขาจึงไพล่มือไว้ข้างหลังยืนอยู่ต่อหน้าคนลวงโลกคนนี้พลางทำท่าทางเป็นผู้ทรงศีล
“เจ้าสมควรตายจริงๆ นั่นแหละ หากมิใช่เพราะได้พบข้า หลังจากผ่านไปสิบสี่วัน ก็ย่อมเป็นวันตายของเจ้า!”
(จบแล้ว)