เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 22 ตบหน้าสาวเกิดใหม่ (22)

บทที่ 22 ตบหน้าสาวเกิดใหม่ (22)

บทที่ 22 ตบหน้าสาวเกิดใหม่ (22)


"คุณจะทำอะไรน่ะ!"

เซวียเฟิงปราดเข้าคว้าตัวอันหนิงออกมา พร้อมกับเอาตัวเข้ากำบังขวางกั้นระหว่างอันเจี๋ยและอันหนิงไว้ทันที

"อันเจี๋ย คุณบ้าไปแล้วหรือไง อันหนิงไม่ได้ทำอะไรคุณเลยนะ"

ขณะเดียวกันซูจื้อเฉียงก็รีบคว้าแขนหลินอันเจี๋ยไว้ เขาหันกลับมามองอันหนิงแวบหนึ่งด้วยความเป็นห่วง "เธอไม่เป็นไรใช่ไหม?"

อันหนิงเองก็รู้สึกมึนงงไปชั่วขณะ

ความจริงในใจเธอรู้ดีว่าหลินอันเจี๋ยไม่ได้มีเจตนาจะลงมือตบตีเธอจริงๆ เพียงแต่เธอไม่เข้าใจว่าทำไมทั้งเซวียเฟิงและซูจื้อเฉียงถึงพร้อมใจกันคิดว่าหลินอันเจี๋ยจะทำร้ายเธอ

"ฉันไม่เป็นไรค่ะ"

อันหนิงส่ายหน้าพร้อมรอยยิ้มจางๆ "พี่สาวไม่ได้คิดร้ายอะไรหรอกค่ะ เธอแค่จะดึงตัวฉันไว้เฉยๆ"

ซูจื้อเฉียงขมวดคิ้วมุ่น "ไม่ต้องไปแก้ตัวแทนอันเจี๋ยหรอก เธอเป็นคนยังไงฉันรู้ดี"

เซวียเฟิงไม่ได้พูดอะไร แต่สีหน้าของเขาแสดงออกชัดเจนว่าเริ่มมองหลินอันเจี๋ยในแง่ลบแล้ว

หากหลินอันเจี๋ยเป็นคนที่มีนิสัยรู้จักผ่อนหนักผ่อนเบา เรื่องราวที่บานปลายมาถึงจุดนี้ก็ควรจะสงบลงได้แล้ว

ทว่าหลินอันเจี๋ยไม่ใช่คนแบบนั้น ยิ่งเธอหวาดระแวงว่าซูจื้อเฉียงกับอันหนิงจะมีปฏิสัมพันธ์กัน และยังมีความแค้นเคืองต่อเซวียเฟิงสุมอกอยู่ เมื่อเห็นทั้งซูจื้อเฉียงและเซวียเฟิงต่างพากันปกป้องอันหนิง เธอจึงระเบิดอารมณ์ออกมาอย่างบ้าคลั่ง

"ซูจื้อเฉียง แกมันไม่ใช่คน! แกมันไม่ใช่คนดีเลยสักนิด! ถ้าฉันรู้ล่วงหน้าว่าแกเป็นขยะแบบนี้ ต่อให้ตายฉันก็ไม่แต่งกับแก!"

หลินอันเจี๋ยด่าทอพลางพุ่งเข้ากระชากเสื้อผ้าซูจื้อเฉียงอย่างบ้าคลั่ง

อันหนิงยืนนิ่งไม่ไหวติง เซวียเฟิงที่กลัวว่าหลินอันเจี๋ยจะเสียเปรียบตั้งท่าจะเข้าไปห้ามทัพ แต่กลับถูกอันหนิงรั้งตัวไว้

อันหนิงส่ายหน้าให้เซวียเฟิงเบาๆ พร้อมกระซิบเสียงเรียบ "เรื่องของผัวเมียมันพูดยากค่ะ จะทำอะไรรุนแรงหรือเบามือไปก็ไม่ดีทั้งนั้น รอดูไปก่อนเถอะค่ะ"

เซวียเฟิงนิ่งคิดตามแล้วก็หยุดอยู่กับที่ตามคำแนะนำ

ซูจื้อเฉียงโกรธจนหน้าดำหน้าแดง เขาใช้มือยันตัวหลินอันเจี๋ยไว้ "เลิกหาเรื่องไร้สาระได้แล้ว!"

"ฉันหาเรื่องไร้สาระเหรอ?"

หลินอันเจี๋ยหัวเราะเยาะด้วยความสมเพช ก่อนจะแผดเสียงด่า "แกอย่าคิดว่าฉันไม่รู้ว่าในหัวแกคิดอะไรอยู่! แกน่ะคอยจ้องแต่จะงาบอันหนิง พยายามหาทางจะ..."

"พี่คะ พูดอะไรออกมาน่ะ!"

อันหนิงได้ยินดังนั้นก็รีบเข้าไปขวางหลินอันเจี๋ยทันที "พี่จะทะเลาะกับผัวพี่ก็เรื่องของพี่สิ จะมาลากฉันไปเกี่ยวด้วยทำไม ฉันไปทำอะไรให้ใครตอนไหน!"

ทว่าทันทีที่เธอขยับเข้าไปใกล้ หลินอันเจี๋ยก็เหวี่ยงฝ่ามือตบฉาดลงมาทันที

อันหนิงเอี้ยวตัวหลบได้หวุดหวิด ส่วนเซวียเฟิงที่จับตาดูหลินอันเจี๋ยอยู่ตลอด เมื่อเห็นเธอกล้าตบอันหนิง เขาก็รีบปราดเข้าไปขวางไว้

หลินอันเจี๋ยเห็นเซวียเฟิงแสดงท่าทางใกล้ชิดสนิทสนมกับอันหนิงขนาดนั้น ในใจก็ยิ่งรู้สึกเจ็บปวดรวดร้าว

"อันหนิง แกนี่มันเก่งจริงๆนะ ต่อหน้าคนอื่นก็ทำเป็นอ่อยเซวียเฟิงไปมา ลับหลังยังหน้าด้านคิดจะยั่วยวนพี่เขยตัวเองอีก ยังจะมาทำเป็นเสแสร้งแกล้งทำตัวเป็นสาวน้อยบริสุทธิ์ต่อหน้าฉันอีกเหรอ..."

"หยุดพูดจาเหลวไหลได้แล้ว!"

ซูจื้อเฉียงเห็นหลินอันเจี๋ยเริ่มพาลด่าทอไปทั่ว ครั้งนี้เขาโกรธจัดจริงๆ จึงปรี่เข้าไปเอามืออุดปากหลินอันเจี๋ยไว้

"อุ๊ยตาย พูดเรื่องอะไรกันเนี่ย"

หวังหมิ่นที่ยืนดูเหตุการณ์อย่างสนุกสนานอยู่นาน เดินบิดไปบิดมาเข้ามาใกล้ พร้อมรอยยิ้มประสงค์ร้าย "ละครฉากนี้ช่างครึกครื้นจริงๆเลยนะเนี่ย หรือว่ามันจะเป็นความจริงอย่างที่พี่สะใภ้ว่า พี่ใหญ่กับน้องเมียแอบมีอะไรลึกซึ้งกันจริงๆ เหรอจ๊ะ"

พูดจบ เธอก็หัวเราะกิ๊กกั๊กเสียงดังราวกับแม่ไก่ที่กำลังจะออกไข่

"หุบปากซะ! เรื่องนี้มันธุระกงการอะไรของแก!"

ซูจื้อเฉียงตวาดใส่หวังหมิ่นเสียงดัง แววตาดูดุร้ายจนหวังหมิ่นถึงกับหดคอรีบถอยกรูดออกไป

ส่วนอันหนิงจ้องมองไปที่หลินอันเจี๋ย ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความเปราะบางและแววตาที่ไม่อยากจะเชื่อ "พี่คะ พี่เป็นพี่สาวแท้ๆของฉันนะ ฉันเป็นคนยังไงพี่น่าจะรู้ดีที่สุดในใจ... ฉันนึกไม่ถึงเลยว่าพี่จะมีความคิดแบบนี้ ใจพี่ทำไมมันถึงได้สกปรกขนาดนี้? ตอนนี้ฉันอยู่ ม.6 กำลังจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว ทุกวันนี้ก้มหน้าอ่านหนังสือเรียนจนแทบจะไม่มีเวลาหายใจ แล้วฉันจะมีเวลาที่ไหนไปทำเรื่องพรรค์นั้นอย่างที่พี่ว่า แล้วตั้งแต่พี่แต่งงานกับพี่เขยไป นอกจากคืนแต่งงานที่พวกพี่ทะเลาะกันจนฉันต้องมาดู นี่ก็นับเป็นครั้งแรกที่ฉันเหยียบเข้ามาในตระกูลซูนะ!"

พูดไปอันหนิงก็น้ำตาคลอเบ้าและร่วงเผาะลงมาพอดีกับที่หลินอันผิงและ หลินอันอี้เถียงกับคนตระกูลซูเสร็จแล้วหันมาเห็นเข้า หลินอันผิงรู้สึกสงสารพี่สาวคนรองจับใจ

และในขณะเดียวกัน เขาก็เริ่มรู้สึกขุ่นเคืองหลินอันเจี๋ยขึ้นมาบ้างแล้ว

ในใจของหลินอันผิงคิดว่าถ้ารู้ล่วงหน้าว่าหลินอันเจี๋ยจะแยกแยะดีชั่วไม่ออกขนาดนี้ เขาไม่ควรเสนอหน้ามาสอดเรื่องของเธอเลยปล่อยให้เธอโดนทุบตีรับเคราะห์ไปเสียยังดีกว่า ด้วยนิสัยอย่างเธอ ไม่แน่ว่าอาจจะไปก่อเรื่องจนครอบครัวตระกูลซูเหลืออดเข้าจริงๆก็ได้

"พี่ใหญ่"

หลินอันผิงเดินเข้าไปออกโรงป้องอันหนิง "พี่คิดดูบ้างเถอะว่าพี่รองมีตรงไหนที่ทำไม่ดีกับพี่ เวลาพี่ทะเลาะกับพี่เขย มีความแค้นอะไรก็ไปลงที่พี่เขยสิ จะมาพาลหาเรื่องพี่รองทำไม พี่รองน่ะตั้งใจเรียนเพื่อจะสอบเข้ามหาวิทยาลัย เธอไม่ได้มีแก่ใจมาคิดเรื่องหาคู่เหมือนพี่หรอกนะ"

หลินอันเจี๋ยโกรธจนแทบคลั่ง เธอชี้หน้าหลินอันผิง "ดี! ดีมาก! พวกแกเข้าข้างมันกันหมดทุกคนเลยนะ ฉันรู้อยู่แล้ว ยัยนั่นมันนางจิ้งจอก มันร่ายมนตร์ใส่พวกแกจนหลงกันไปหมดแล้ว"

คำพูดนี้ยิ่งฟังก็ยิ่งเลอะเทอะไปกันใหญ่

ไม่ต้องพูดถึงซูจื้อเฉียงหรือเซวียเฟิง เอาแค่หลินอันผิงนั่นคือน้องชายร่วมอุทรแท้ๆของอันหนิง การที่หลินอันเจี๋ยพูดจาสกปรกแบบนั้นออกมา มันคือการพูดจาเพ้อเจ้อไร้สติอย่างที่สุด

ใบหน้าของอันหนิงเต็มไปด้วยความโศกเศร้าและเปราะบาง ร่างกายของเธอโงนเงนเล็กน้อย น้ำตาไหลพรากเป็นทาง "หลินอันเจี๋ย ฉันถือว่าสิ่งที่ฉันทำลงไปนั้นไม่ละอายต่อใจ แต่ไม่นึกเลยว่าพี่จะใส่ร้ายฉันแบบนี้... ได้ ในเมื่อเป็นแบบนี้ ถือเสียว่าวันนี้ฉันสอดเรื่องไม่เป็นเรื่อง ฉันไม่ควรมาที่นี่เลย ต่อไปนี้หลินอันเจี๋ยจะมีเรื่องอะไรฉันจะไม่ยุ่งอีก และจะถือว่าไม่มีพี่สาวอย่างคุณ!"

พูดจบ อันหนิงก็ปาดน้ำตาอย่างแรงแล้ววิ่งหนีออกไปทันที

พอเธอวิ่งออกไป หลินอันผิงก็วิ่งตามออกไปติดๆ

หลินอันเจี๋ยเหยียดยิ้มเยาะที่มุมปาก "เหอะ ฉันรู้อยู่แล้วว่าแกต้องทำแบบนี้ นอกจากแสร้งทำเป็นอ่อนแอเรียกร้องความสงสารแล้วแกทำอะไรเป็นอีก ยัยบัวขาว"

ซูจื้อเฉียงจ้องหลินอันเจี๋ยเขม็ง "พอหรือยัง! ถ้าอาละวาดพอแล้วก็รีบเข้าห้องไปซะ"

หลินอันเจี๋ยกัดฟัน "ทำไม ปวดใจงั้นเหรอ? ในเมื่อแกชอบมันนัก ทำไมตอนนั้นไม่แต่งกับมันล่ะ จะมาแต่งกับฉันทำไม!"

เซวียเฟิงถอยหลังไปหลายก้าว เขามองหลินอันเจี๋ยที่หาเรื่องอย่างไร้เหตุผล แม้แต่น้องสาวแท้ๆ อย่างอันหนิงก็ยังถูกเธอสาดโคลนใส่ตามใจชอบ เขาแทบไม่อยากจะเชื่อสายตาและรู้สึกผิดหวังอย่างยิ่ง

หลินอันเจี๋ยในใจของเขาคือหญิงสาวที่จิตใจดี งดงาม และมีความไร้เดียงสาอยู่บ้าง แต่หลินอันเจี๋ยในตอนนี้ไม่ต่างอะไรจากหญิงปากจัด... ไม่สิ ร้ายกาจยิ่งกว่าหญิงปากจัดเสียอีก

หญิงปากจัดในหมู่บ้านบางครั้งอาจจะไม่ฟังเหตุผล แต่พวกเขายังรู้จักปกป้องคนในครอบครัว ทว่าหลินอันเจี๋ยกลับเหมือนหมาบ้าที่จ้องจะกัดทุกคนไม่เลือกหน้า แม้แต่อันหนิงและอันผิงก็ยังโดนเธอขย้ำเข้าอย่างจัง

เซวียเฟิงมองใบหน้าที่บิดเบี้ยวจนน่าเกลียดของหลินอันเจี๋ย แล้วขยี้ตาตัวเองแรงๆ เขารู้สึกว่าเขาควรจะทำความรู้จักหลินอันเจี๋ยเสียใหม่แล้วล่ะ

อันหนิงวิ่งออกมาจากบ้านซู เดินไปได้ไม่ไกลก็ชนเข้ากับหลินอ้ายกั๋วพอดี

หลินอ้ายกั๋วรีบประคองอันหนิงไว้ หวังชุ่ยฮวาตาไวเห็นอันหนิงตาแดงก่ำและมีคราบน้ำตาบนใบหน้า

เธอตกใจแทบสิ้นสติ "อันหนิง นี่ลูกเป็นอะไรไป คนตระกูลซูรังแกลูกเหรอ"

หลินอ้ายกั๋วได้ยินดังนั้นก็เดือดดาล "ตระกูลซูนี่จะมากเกินไปแล้วนะ ตีลูกสาวคนโตของฉันยังไม่พอ ยังจะมารังแกลูกสาวคนรองอีก!"

เขากระชากแขนอันหนิง "ไป! พ่อจะไปทวงความเป็นธรรมให้ลูกเอง"

อันผิงวิ่งหอบแฮกๆ ตามหลังมา

"พ่อ พี่รองไม่เป็นไรใช่ไหม?"

หลินอ้ายกั๋วจ้องอันผิงเขม็ง "แกนี่มันใช้ไม่ได้จริงๆ แกตามพี่รองไปแท้ๆ แต่กลับปล่อยให้คนอื่นมารังแกเธอ มีแกไว้ทำไมฮะ?"

หลินอันผิงหอบหายใจพลางโบกมือพัลวัน "ไม่ใช่ครับ ไม่ใช่คนบ้านซูรังแกหรอก พี่ใหญ่ต่างหาก..."

"ตกลงมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?" วังชุ่ยฮวาเซ้าซี้ถามอันหนิงไม่หยุด

อันหนิงได้แต่ส่ายหน้า

หวังชุ่ยฮวาจึงหันไปมองหลินอันผิงแทน

หลินอันผิงกลืนน้ำลายและพักหายใจอีกสองเฮือก ถึงเล่าเหตุการณ์ที่หลินอันเจี๋ยคลุ้มคลั่งในบ้านซูออกมาอย่างละเอียดยิบ

ตอนแรกหวังชุ่ยฮวายังไม่ค่อยเชื่อ แต่ภายหลังหลินอันผิงเล่ารายละเอียดชัดเจนมาก แม้แต่คำด่าทอที่หลินอันเจี๋ยพ่นออกมาเขาก็เล่าจนหมดเปลือก ประกอบกับอันหนิงไม่ได้โต้แย้ง หวังชุ่ยฮวาถึงยอมเชื่อ

"นี่... อันเจี๋ยเป็นอะไรไป? หรือว่าจะโดนคุณไสยเข้า? เธอทำแบบนี้ได้ยังไงกัน อันหนิงน่ะน้องสาวแท้ๆของเธอนะ"

หลินอ้ายกั๋วแค่นเสียงเหอะด้วยความโกรธ "เธอมีอะไรที่ไม่กล้าทำล่ะ ก่อนแต่งงานยังกล้าขโมยเงินในบ้านเพื่อจะป้ายสีอันหนิงเลย ตอนนี้เธอกล้าสาดน้ำโคลนใส่อันหนิงต่อหน้าคนอื่น ใจเธอมันดำเป็นตอตะโกไปแล้ว!"

จบบทที่ บทที่ 22 ตบหน้าสาวเกิดใหม่ (22)

คัดลอกลิงก์แล้ว