เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

(ฟรี) บทที่ 830 - หมดความห้าวหาญ

(ฟรี) บทที่ 830 - หมดความห้าวหาญ

(ฟรี) บทที่ 830 - หมดความห้าวหาญ


(ฟรี) บทที่ 830 - หมดความห้าวหาญ

◉◉◉◉◉

สีหน้าของโอวหยางซานย่ำแย่ลงเรื่อยๆ ดูท่าสิ่งที่เฟิงหลินพูดจะเป็นความจริงซะแล้ว

พ่อกับพี่ใหญ่ของเขาถูกคนของตระกูลต้านไถฆ่าตายไปแล้ว

จู่ๆ ขาทั้งสองข้างของโอวหยางซานก็อ่อนแรงลง เขาทรุดฮวบลงไปกองกับโซฟาด้านหลัง

ถึงแม้ระดับบรรลุขั้นสูงสุดจะถือว่าเป็นยอดฝีมือในสายตาคนนอกก็ตาม

แต่ความรู้สึกที่ร่วงหล่นลงมาจากจุดสูงสุดของตระกูลมหาเศรษฐีแบบนี้ คงมีแค่เจ้าตัวเท่านั้นแหละที่เข้าใจ

"ตระกูลต้านไถ!"

ร่างกายของโอวหยางซานสั่นสะท้านด้วยความโกรธแค้น แต่เขากลับรู้สึกไร้เรี่ยวแรงเหลือเกิน

ตอนนี้ยอดฝีมือในตระกูลแทบจะตายกันหมดแล้ว

อย่าว่าแต่ตระกูลต้านไถเลย ตระกูลใหญ่อื่นๆ ที่พวกเขาเคยไปรังแกไว้ก็อาจจะรวมหัวกันมากวาดล้างพวกเขาได้สบายๆ

"เข้าใจแล้วค่ะคุณย่า"

จินเสี่ยวทู่วางสายโทรศัพท์ เธอปรายตาจ้องเฟิงหลินอย่างเย็นชาแล้วหมุนตัวเดินจากไป

"หยุดนะ!"

เฟิงหลินเดินเข้าไปขวางหน้าจินเสี่ยวทู่ "เธอเป็นฝาแฝดกับจินเสี่ยวทู่เหรอ?"

"แกเป็นใคร? ทำไมฉันต้องบอกแกด้วย?"

จินเสี่ยวทู่เอ่ยเสียงเย็น

"เธอคิดว่าฉันจัดการเธอไม่ได้งั้นเหรอ?"

สายตาของเฟิงหลินเริ่มเย็นเยียบลง

ฟุ่บ!

ร่างของจินเสี่ยวทู่กลายเป็นลำแสง เธอไม่ได้ออกทางประตูใหญ่แต่กลับพุ่งทะลุกำแพงจนเป็นรูโบ๋แทน

แล้วรีบพุ่งตัวออกไปนอกโบราณสถานอย่างรวดเร็ว

เฟิงหลินรีบตามไปติดๆ

ทางด้านชือลิ่งและชิวชูจิ่วก็รีบตามออกไปเหมือนกัน

พวกเธอสองคนรับมือโอวหยางซานที่เป็นยอดฝีมือระดับบรรลุขั้นสูงสุดไม่ได้หรอก

ขืนอยู่ตรงนี้คนเดียวอาจจะเป็นอันตรายได้

แต่ตอนนี้โอวหยางซานจะเอาความกล้าที่ไหนมาลงมือกันล่ะ?

ในฮว๋าซย่าอย่างน้อยก็ในความเข้าใจของเขานอกจากรัฐบาลแล้วใครจะกล้าต่อกรกับตระกูลต้านไถบ้าง?

พ่อตัวเองตายไปแล้ว พวกเผ่าเงามืดก็คงจะพลิกหน้าไม่รับคนแน่ๆ

หลีเฮิ่นเทียนแห่งเผ่าจิ่วหลียิ่งไม่อยากแกว่งเท้าหาเสี้ยนไปยุ่งกับตระกูลต้านไถเข้าไปใหญ่

ความหวังเดียวตอนนี้ก็คือรัฐบาลนี่แหละ

แต่ก็ไม่รู้ว่ารัฐบาลจะยอมให้อภัยวีรกรรมที่พวกเขาเคยก่อไว้หรือเปล่า

เฟิงหลินตามจินเสี่ยวทู่มาจนถึงนอกโบราณสถาน

เขาไปขวางหน้าจินเสี่ยวทู่อีกครั้ง "หลิวเนี่ยนไปเข้าร่วมกับพวกเธอแล้วเหรอ?"

"ใช่ หลิวเนี่ยนเข้าร่วมกับม่งเหยี่ยนของพวกเราแล้ว ทำไมล่ะ?"

จินเสี่ยวทู่จ้องหน้าเฟิงหลินพลางควงมีดบาหลีซองในมือเล่น

ดวงตาของเฟิงหลินฉายแววโกรธเคือง เขาเคยเตือนเธอแล้วแท้ๆ ว่าอย่าไปยุ่งกับตระกูลต้านไถ

แต่เธอก็ไม่ยอมฟัง!

แถมยังมาหลอกเขาอีกว่าจะไปดูดซับของวิเศษจากฟ้าดิน

ตระกูลต้านไถแข็งแกร่งเกินไป เธออาจจะเอาชีวิตไปทิ้งได้เลยนะ

"คราวนี้ปล่อยให้เธอหนีไปได้ คราวหน้าฉันต้องฆ่าเธอให้ได้แน่!"

เฟิงหลินไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องทำทีเป็นตัดขาดกับหลิวเนี่ยนต่อหน้าจินเสี่ยวทู่

"น้ำหน้าอย่างแกทำไม่ได้หรอก"

จินเสี่ยวทู่เบ้ปากแล้วเดินหนีไปไกล "ถ้าคุณย่าไม่สั่งห้ามไว้ว่าห้ามฆ่าแก ฉันจับแกตอนซะก็ดี"

"ฉันไม่สนหรอกนะว่าเธอจะเป็นจินเสี่ยวทู่หรือเปล่า รบกวนกลับไปบอกเธอด้วยว่าคราวหน้าฉันจะบอกว่านั่นมันคืออมยิ้ม"

เฟิงหลินล้วงกระเป๋ากางเกงยิ้มกริ่ม

"เวรเอ๊ย! แกหาเรื่องตายใช่ไหม!"

ใบหน้าของจินเสี่ยวทู่แดงก่ำด้วยความโกรธแค้น โกรธจนผมแกละสองข้างแทบจะชี้ชูชัน

จู่ๆ เธอก็หันขวับกลับมาตวัดมีดบาหลีซองพุ่งเข้าใส่คอของเฟิงหลิน

เฟิงหลินไม่ได้ตอบโต้ เขากระโดดถอยหลังไปอย่างรวดเร็วจนไปโผล่บนกิ่งไม้ของต้นไม้ใหญ่

"แกลองคิดดูให้ดีๆ นะ ว่าแน่ใจหรือเปล่าที่จะลงมือกับฉันข้างนอกนี่"

"ฮึ! ฉันจะกลับไปขออนุญาตคุณย่าฆ่าแกเดี๋ยวนี้แหละ!"

จินเสี่ยวทู่กระทืบเท้าด้วยความโกรธเกรี้ยวแล้วก็หายตัวไปจากตรงนั้นในพริบตา

เมื่อเห็นเธอหายลับไปเฟิงหลินก็กระโดดลงมาจากต้นไม้

"ดูท่าคงไม่ใช่ฝาแฝดกันหรอก หรือว่าจินเสี่ยวทู่จะมีอีกบุคลิกหนึ่งกันนะ?"

เฟิงหลินจำได้ว่านายท่านรองไม่รู้จักจินเสี่ยวทู่

กลับไปคราวนี้ต้องลองถามเซินหลัวดูซะหน่อย บางทีเขาอาจจะรู้ความลับของจินเสี่ยวทู่ก็ได้

"เฟิงหลิน คนนั้นไปแล้วเหรอ?"

ชือลิ่งเดินออกมาเป็นคนแรกและเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง

จากนั้นชิวชูจิ่วก็ตามมาสมทบ

"ไปแล้ว พวกเรากลับกันเถอะ"

เฟิงหลินส่ายหน้าเบาๆ จินเสี่ยวทู่เห็นว่าตระกูลโอวหยางอยู่กับตนเอง

เชื่อว่าอีกไม่นานตระกูลต้านไถก็น่าจะรู้เรื่องนี้

หายนะของตระกูลโอวหยางคงใกล้เข้ามาเต็มทีแล้ว

เมื่อกลับเข้ามาในห้องรับแขกของบ้านสไตล์ตะวันตกอีกครั้งก็พบว่ามีคนเพิ่มมาอีกคน นั่นก็คือลูกชายคนโตของโอวหยางชู

โอวหยางเจี๋ย

เฟิงหลินนั่งลงบนโซฟามองไปที่โอวหยางซาน "ตอนนี้แกเชื่อหรือยังว่าข่าวการตายของโอวหยางฮุนกับโอวหยางชูเป็นความจริง?"

"เชื่อแล้วล่ะ เมื่อคืนฉันโทรหาพวกเขาตั้งหลายรอบแต่ก็ไม่ติดเลย"

โอวหยางซานทึ้งหัวตัวเอง "หลิวเนี่ยนนังสารเลวนั่นมันเป็นคนของตระกูลต้านไถเหรอเนี่ย! บ้าเอ๊ย!"

เฟิงหลินชะงักไปครู่หนึ่งแล้วก็เข้าใจได้ในทันที

เขาคงคิดว่าหลิวเนี่ยนเป็นคนปล่อยข่าวจนทำให้ตระกูลต้านไถมาฆ่าโอวหยางฮุนกับพรรคพวกสินะ

คิดไม่ถึงเลยว่าหลิวเนี่ยนที่เพิ่งจะไปถึงตระกูลต้านไถหมาดๆ จะมีประโยชน์กับเขาแบบไม่รู้ตัวซะแล้ว

เมื่อได้ยินว่าโอวหยางฮุนกับโอวหยางชูตายแล้ว

ทุกคนในห้องก็พากันสลดหดหู่

โดยเฉพาะโอวหยางเจี๋ย โอวหยางเชี่ยน และโอวหยางไฉ่

ต้องรู้ไว้เลยว่านอกจากปู่จะตายแล้ว พ่อของพวกเขาทั้งสามคนก็ตายไปแล้วด้วยเหมือนกัน

"โอวหยางไฉ่ ฉันเป็นคนรักษาสัญญา ฉันติดหนี้บุญคุณเธอครั้งหนึ่ง"

เฟิงหลินเอนหลังพิงโซฟานั่งไขว่ห้าง "เมื่อกี้คนของตระกูลต้านไถก็เห็นแล้วว่าพวกเราอยู่ด้วยกัน ฉันเชื่อว่าอีกไม่นานพวกนั้นต้องบุกมาแน่"

เมื่อได้ยินดังนั้นดวงตาของโอวหยางซานก็เป็นประกาย "เสี่ยวไฉ่ ทางรอดเดียวของพวกเราตอนนี้ก็คือการจับมือกับรัฐบาลนะ"

"ฉันขอเตือนไว้ก่อนนะ ก่อนหน้านี้พวกเราก็ตกลงกันไว้ชัดเจนแล้วว่าฉันติดหนี้บุญคุณโอวหยางไฉ่เป็นการส่วนตัว"

เฟิงหลินแบมือยักไหล่ "พวกนายอยากจะร่วมมือกับรัฐบาล หน้าฉันไม่ได้ใหญ่ขนาดนั้นหรอกนะ"

เมื่อได้ยินดังนั้นแววตาของโอวหยางซานก็หม่นหมองลงอีกครั้ง

"จริงสิเฟิงหลิน ฉันได้ยินมาว่าตระกูลโอวหยางเคยเป็นถึงสี่ตระกูลโบราณแซ่คู่ ในอดีตบรรพบุรุษก็สูสีกับตระกูลต้านไถเลยนะ"

ชือลิ่งหันไปมองเฟิงหลินกะทันหัน เริ่มต้นการแสดงของตัวเอง

"ไม่ใช่สูสีนะ สมัยก่อนตระกูลต้านไถน่ะเป็นแค่ลูกกระจ๊อกของพวกเราต่างหาก!"

โอวหยางซานแก้ต่างก่อนจะส่ายหน้ายิ้มขื่น "ช่างเถอะ วีรบุรุษไม่ควรเอ่ยถึงความเก่งกาจในอดีต"

"ในเมื่อบรรพบุรุษของตระกูลโอวหยางยิ่งใหญ่ขนาดนั้นก็น่าจะมีความลับอะไรซ่อนอยู่เยอะเลยใช่ไหมล่ะ?"

ชือลิ่งยิ้มมองโอวหยางซาน "ขอแค่ยอมมอบความลับออกมา บางทีรัฐบาลอาจจะยอมปรานีพวกนายก็ได้นะ"

"พูดได้ดี"

เฟิงหลินพยักหน้าสมทบ "ตระกูลโอวหยางของพวกแกรุ่นหลังๆ นี่ไม่ได้เรื่องเลย ไปช่วยตระกูลต้านไถทำเรื่องเลวระยำไว้ตั้งเยอะ แต่บรรพบุรุษของพวกแกก็นับว่ามีคุณธรรมสูงส่ง บางทีรัฐบาลอาจจะยอมไว้หน้าพวกแกบ้างก็ได้"

"เฮ้อ"

โอวหยางซานถอนหายใจยาว "พ่อฉันก็เคยโทษตัวเองเรื่องนี้เหมือนกัน บางทีคำกล่าวที่ว่ารวยไม่พ้นสามรุ่นอาจจะเป็นความจริงก็ได้"

"แต่พวกนายก็รวยมาตั้งหลายรุ่นแล้วนะ" ชิวชูจิ่วพึมพำ

"พี่สาว ความรวยที่ว่าเนี่ยไม่ได้หมายถึงแค่เงินทองนะ" ชือลิ่งยิ้มหันไปมองชิวชูจิ่ว

"ถูกต้อง! ความรวยที่ว่าครอบคลุมไปถึงสิ่งดีๆ ทุกอย่าง อย่างเช่นความห้าวหาญยังไงล่ะ!"

โอวหยางซานเอามือปิดหน้า "ก็เหมือนกับฮว๋าซย่าสมัยก่อน ตอนที่ยังอดยากลำบาก ทุกคนต่างก็ไม่กลัวตาย กล้าลุกขึ้นสู้กับพวกผู้รุกรานต่างชาติ"

"พอเดี๋ยวนี้อยู่ดีกินดีแล้ว จะยังมีสักกี่คนที่ยอมสละชีวิตเพื่อชาติแบบไม่ลังเลบ้าง?" โอวหยางซานมองไปที่ชิวชูจิ่ว "ก็คงมีวีรบุรุษที่กล้าตายเพื่อชาติอยู่แหละ แต่มันคงไม่เยอะเท่าสมัยก่อนแน่ๆ"

เฟิงหลินลูบคางครุ่นคิด ปกติเขาชอบอ่านข่าวก็เคยเห็นคอมเมนต์ทำนองนี้อยู่เหมือนกัน

หลายคนบอกว่าถ้าตัวเองเกิดในยุคสงครามก็คงเลือกที่จะยอมจำนนแน่ๆ

เพราะกลัวเจ็บ กลัวโดนศัตรูทรมาน

"แกอยากจะบอกอะไรล่ะ?"

เฟิงหลินถามเสียงเรียบ

"ตระกูลโอวหยางของพวกเราเคยมีถึงยอดฝีมือระดับบรรลุขั้นสูงสุดขั้นที่เก้าเลยนะ ตอนนั้นตระกูลของพวกเราก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุด แต่คนรุ่นหลังกลับเอาแต่เสวยสุข หลงระเริงไปกับคำสรรเสริญเยินยอของคนนอก ไม่มีความเด็ดขาดเหมือนเมื่อก่อน กระดูกอ่อนปวกเปียกไปหมดแล้ว"

โอวหยางซานส่ายหน้า "ตอนที่พ่อฉันรู้ว่าตระกูลตู๋กูถูกกวาดล้าง ก็ตกใจจนรีบยอมจำนนทันที อ้างหน้าตาเฉยว่าเพื่อรักษาสายเลือดของตระกูลโอวหยางเอาไว้"

[จบแล้ว]

จบบทที่ (ฟรี) บทที่ 830 - หมดความห้าวหาญ

คัดลอกลิงก์แล้ว